<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศุลกากร”เผยสินค้าแบรนด์เนมลักลอบหนีภาษีเพียบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2562 นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า สถิติการจับกุมผู้กระทำผิดคดีลักลอบ หลีกเลี่ยงนำสินค้าหนีภาษีเข้ามาในไทย ประจำเดือนมิ.ย. 2562 มีทั้งสิ้น 1,798 &amp;nbsp;คดี รวมมูลค่าของกลาง 514 ล้านบาท แยกเป็นคดีลักลอบ 451คดี มูลค่า 73.45 ล้านบาท คดีหลีกเลี่ยงอากร 1,233 คดี มูลค่า 200 ล้านบาท และคดีสินค้าต้องห้าม 114 คดี มูลค่า 240.25 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีการลักลอบอันดับหนึ่งเป็นการจับกุมสินค้าแบรนด์เนม 45 คดี รวมมูลค่าของกลาง 42.94 ล้านบาทรองลงมาเป็นสินค้าสุรา เบียร์ และบุหรี่ 92 คดี &amp;nbsp;มูลค่าของกลาง 2.97 ล้านบาท สินค้าพืชผลทางการเกษตรและเนื้อโค กระบือ 29 คดี มูลค่า 1.92 ล้านบาท สินค้าอาหารเสริม เครื่องสำอาง 15 คดี มูลค่า 4.1 แสนบาท และที่เหลือเป็นสินค้าอื่น ๆ &amp;nbsp;270 คดี มูลค่า 25.21 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจับกุมสินค้าแบรนด์เนมในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่จับกุมได้เฉลี่ย 25-30 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากกรมฯมีการวางสายข่าวทำให้ติดตามจับกุมได้เพิ่มขึ้น ประกอบกับระยะหลังค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้คนไทยไปชอปปิงของแบรนด์เนมจากเมืองนอกเยอะ โดยสินค้าแบรนด์เนมที่ลักลอบเข้ามาส่วนใหญ่เป็นกระเป๋า รองเท้า นาฬิการาคาแพงที่นำเข้ามาจากยุโรป &amp;nbsp;ส่วนสุรา เบียร์จะนำเข้าตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนเครื่องสำอางมีการลักลอบนำเข้าจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น&amp;rdquo; นายชัยยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากนี้กรมยังเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบสินค้าแบรนด์เนมต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามสนามบินนานาชาติที่อยู่ต่างจังหวัด รวมถึงตามด่านชายแดน เพราะทราบว่าขบวนการลักลอบมีการเปลี่ยนแผน ไม่นำเข้าผ่านสนามบินหลักอย่างสุวรรณภูมิ และดอนเมือง แต่หันไปเปลี่ยนเครื่องนำเข้าผ่านสนามบินนานาชาติภูเก็ต เชียงใหม่ ที่มีการตรวจน้อยกว่าแทน ซึ่งขณะนี้ประเมินว่ามีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องจับตากว่า 100 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า ในส่วนรายละเอียดคดีหลีกเลี่ยงอากร อันดับหนึ่งเป็นสินค้าอุปโภค-บริโภค 37 คดี รวมมูลค่า 48.79 ล้านบาท รองลงมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์ &amp;nbsp;เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง เครื่องจักร อะไหล่ &amp;nbsp;ส่วนการจับกลุ่มสินค้าต้องห้ามโดยมากยังเป็น ยาเสพติด อาทิ ยาไอซ์ เคตามีน &amp;nbsp;19 คดี &amp;nbsp;มูลค่า 211.50 ล้านบาท รองลงมาเป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บุหรี่ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามการลักลอบและหลีกเลี่ยงนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดพร้อมหน่วยปฏิบัติการวางแผนตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอย่างเด็ดขาด&amp;rdquo; นายชัยยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยยุทธ คำคุณ, สินค้าแบรนด์เนม, แบรนด์เนมหนีภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3263fcebe44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
