<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม ลุยคิกออฟแบริเออร์ยางพาราภาคกลางนำร่องจ.อุทัยธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ต.ต.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการนำการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Of) &amp;nbsp; พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี กรมทางหลวง นายปฐม เฉลยวาเรศ &amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ได้ร่วมกันผลักดันโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน โดยนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการทำเครื่องกั้นถนนครอบวัสดุยางพาราหรือ rubber fender berier และหลักนำทางยางธรรมชาติ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณตั้งต้นโครงการฯ เพื่อใช้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 วงเงินกว่า 2,700 ล้านบาท หลังจากนั้นได้เดินหน้า kick off สร้างการรับรู้กับชาวสวนยาง เริ่มจากจังหวัดจันทบุรี &amp;nbsp;ซึ่งพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดโครงการ &amp;nbsp;และกระทรวงคมนาคม ยังได้ลงพื้นที่เริ่ม kick off โครงการในหลายจังหวัด สตูล นครพนม บึงกาฬ เลย และล่าสุดที่จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งกรมทางหลวง (ทล.) และ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้กำหนดแผนการดำเนินโครงการ ดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2563-2565 โดย มีปริมาณการใช้ยางพารา จำนวน 1,007,951 ตัน และจะนำ 2 ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว มาใช้ติดตั้งบนถนนของ ทล. และ ทช. ระยะทางรวม 12,282 กิโลเมตร คิดเป็นผลประโยชน์ที่เกษตรกรชาวสวน ยางจะได้รับ จำนวน 30,108 ล้านบาท และจะมีการสำรวจตรวจสอบเพื่อเปลี่ยนแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ ทดแทนที่เสื่อมเสื่อมสภาพหรือมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้ยางพาราในทุกๆ ปี ปีละไม่น้อย กว่า 336,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปริมาณการใช้ยางพาราในโครงการดังกล่าว &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในปี 2562 มีปริมาณการใช้น้ำอย่างพาราสดในโครงการของรัฐมากกว่า 129,000 ตัน แต่เมื่อมีโครงการนำร่องการนำยางพารามาผลิตใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยบนท้องถนนใน3เดือนนี้ พบว่า มีปริมาณการใช้ยางพารากว่า 50,000 ตัน ซึ่งถือว่า เป็นปริมาณการใช้ ที่เท่ากับปริมาณในปี 2561&amp;nbsp;
โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มั่นใจว่าโครงการยางพาราเพื่อความปลอดภัยทางถนนนี้ เมื่อมีเป้าหมายในการใช้ยางพาราแต่ละปีชัดเจน จะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้แก่ยางพาราเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โดยหลังจากการเริ่มต้นโครงการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา 1 เดือน &amp;nbsp;ล่าสุดราคาน้ำยางพารา อยู่กิโลกรัมละ 63 &amp;nbsp;บาท ขณะที่ราคายางก้อนถ้วย มีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีนิยมผลิตเพื่อทำการขายนั้น ก่อนที่จะมีโครงการราคาเคยตกต่ำถึงกิโลกรัมละ 8 บาท &amp;nbsp;ก่อนที่จะมีการเริ่มต้นโครงการฯ แต่ ณ วันนี้ ราคายางก้อนถ้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ 22 บาท โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป้าหมายที่จะผลักดันให้ราคายางก้อนถ้วยนี้ กิโลกรัมละ 28 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจังหวัดอุทัยธานี &amp;nbsp;เป็นจังหวัดในภาคกลางของไทย &amp;nbsp;ที่มีการปลูกยางพาราจำนวนมากโดยข้อมูลล่าสุดของการยางแห่งประเทศไทยพบว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางจำนวน 1994 รายพื้นที่ปลูกยางรวมทั้งสิ้น 35, 878 ไร่ &amp;nbsp;โดยผลผลิตยางพาราแบ่งเป็นยางแผ่นดิบ 598 ตันคิดเป็น 77.25% และยางก้อนถ้วย 155 ตันคิดเป็น20.0 2%( ข้อมูลณวันที่ 23 กันยายน 2563)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จังหวัดอุทัยธานียังเป็นจังหวัดที่มีสหกรณ์ชาวสวนยางที่เข้มแข็ง &amp;nbsp;โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯ มั่นใจว่าการดำเนินโครงการใช้ยางพาราเพื่อความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะใช้สหกรณ์สวนยาง เป็นกลไกในการรับซื้อยางจากชาวสวน &amp;nbsp;จะมีส่วนในการสนับสนุนให้มีการกำหนดราคารับซื้อที่สร้างรายได้แก่ชาวสวนยางในระดับที่น่าพอใจ &amp;nbsp; ทำให้ราคายางพาราในประเทศ มีเสถียรภาพได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดี ทช. กล่าวว่า ตามที่เมื่อวันที่ 25 ส.ค.63 ที่ประชุม ครม. สัญจรที่ จ.ระยอง ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง วงเงิน 2,770 ล้านบาทนั้น ถือเป็นการดำเนินการระยะที่ 1 โดย ทล. และ ทช. ได้นำแบริเออร์หุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติและหลักนำทางยางธรรมชาติมาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ประกอบกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณการใช้ยางพาราผิวลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (PARA AC) เหลือเพียงถนนแอสฟัลท์ติก คอนกรีต (AC) เท่านั้น รวมถึงงบประมาณเหลือจ่ายปี 63 มาใช้ รวมงบประมาณที่ใช้ในระยะที่ 1 ทั้งสิ้น 4,400 ล้านบาท ทั้งนี้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน พ.ย.63 ส่วนของ ทช. ดำเนินการระยะที่ 1 แบ่งเป็นใช้แบริเออร์หุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติบนถนน ทช. ระยะทาง 209 กม. ขณะที่หลักนำทางยางธรรมชาติ จะดำเนินการกว่า 300,000 ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม กล่าวต่อว่า ขณะที่ระยะที่ 2 ช่วงกลาง พ.ย.นี้ จะเสนของบประมาณรายจ่ายงบกลางปี 64 เพื่อดำเนินการต่อไป จากนั้นจะประเมินความคุ้มค่า รวมถึงสถิติอุบัติเหตุของโครงการ ทั้งนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามแผนระยะ 3 ปี (63-65) โดยมีปริมาณการใช้ยางพารา 1,007,951 ตัน มาใช้ติดตั้งบนถนนของ ทล. และ ทช. ระยะทางรวม 12,282 กม. ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 85,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นผลประโยชน์ที่เกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับ 30,108 ล้านบาท นอกเหนือจากนี้ช่วง พ.ย.63 จะตั้งงบประมาณปี 65 เพื่อบรรจุเข้าในปีงบประมาณปี 66 ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาคกลาง, อุทัยธานี, แบริเออร์ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f7545d98122a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯคิกออฟ&#039;แบริเออร์ยางพารา&#039;มาใช้ในงานคมนาคมตั้งเป้าหมาย 3 ปี 1.2 หมื่นกิโลเมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ( kick off) โครงการในจังหวัดจันทบุรี กล่าวในการเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ว่า ได้รับทราบแนวทางการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยดังกล่าว โดยใช้ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และ &amp;ldquo;หลักนำทางยางธรรมชาติ&amp;rdquo; (Rubber Guide Post : RGP) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยมุ่งเน้นให้ใช้ยางพาราเป็นวัสดุในการปรับปรุง ก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำยางพาราในประเทศ และสร้างสมดุลราคายางพาราให้เหมาะสม ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการในวันนี้ คือ ผลผลิตของยางพาราให้มีราคาสูงขึ้นซึ่งปัจจุบันราคายางพาราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เป็นที่พอใจเนื่องจากรัฐบาลยังต้องจ่ายค่าประกันให้กับเกษตรกรอยู่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด แต่ในอนาคตจะต้องดำเนินการให้ยางพารามีราคาสูงโดยการใช้อย่างในประเทศถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ยางพารามีราคาสูงขึ้นซึ่งถือว่า เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินการกว่าการใช้วิธีอื่น
&amp;nbsp;
ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การใช้กำแพงคอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติ และหลักนำทางยางธรรมชาติ ถือเป็นการปักหมุดโครงการนี้ ในประเทศไทย โดยในวันนี้จะมีนิทรรศการเสมือนจริง ในการสาธิต ขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่การผสมยาง การขึ้นแบบ การอบ จนถึงการทาสีอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด พร้อมรับชมการติดตั้งใช้งาน บนถนนจริง ด้วยเวลาอันรวดเร็ว
&amp;nbsp;
​ด้านนายปฐม เฉลยวาเรศ &amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของกรมทางหลวง มีแผนงานที่จะใช้ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต หรือ Rubber Fender Barrier นี้ ในระยะเวลา 3 ปีระหว่างปี 2563 -2565 เป็นระยะทางบนถนนของกรมทางหลวงชบบท 768 กิโลเมตร &amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่า การใช้งานจะเกิดความยั่งยืน โดยใน 3 ปีแรก จะมีการใช้ยางพาราสดมากกว่า 1 ล้านตัน หลังจากนั้น 3 ปีตั้งแต่ปี 2556 ภารกิจของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะมีการใช้ยางพาราในทุกปีไม่น้อยกว่า 336,000 ตัน ช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้มากกว่าปีละ 9500 ล้านบาท
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการใช้งานของกระทรวงคมนาคม สำหรับภารกิจของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีเป้าหมายในการผลิตระหว่างปี 2563-2565 เป็นระยะทางถนนหลวงและถนนสายรองทั่วประเทศที่จะมีการใช้งาน &amp;quot;รับเบอร์ เฟนเดอร์ แบริเออร์ 12,282 กิโลเมตร ใช้งบประมาณรวมกว่า 83,421 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า วันที่ 25 ส.ค.นี้ ทล.ได้นำร่องนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน โดยการใช้ &amp;ldquo;แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&amp;rdquo; (Rubber Fender Barrier : RFB) มาติดตั้งบนถนน ทางหลวงหมายเลข 3249 ตอนเขาไร่ยา-แพร่งขาหยั่ง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หรือถนนบำราศนราดูร จันทบุรี-เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ช่วงก่อนถึงโค้งวัดชำโสม ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ เป็นเกาะสี ระยะทาง 400 เมตร วงเงินประมาณ 2-3 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และเพิ่มการผลิตให้กับชาวสวนยางด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางถนน ทางหลวงหมายเลข 3249 &amp;nbsp;ที่ ทล.นำร่องใช้ RFB ดังกล่าวนั้น มีความพร้อมมากที่สุด เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์ชาวสวนยาง จงหวัดจันทบุรี และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยเส้นทางดังกล่าวนั้น มีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมการท่องเที่ยวไปยังเขาคิชฌกูฏ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางจำนวนมาก ประกอบกับเป็นทางโค้ง และมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่งผลให้รถวิ่งข้ามเลน นำไปสู่ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะควบคุมกลไกในการรับซื้อและผลิตยางพาราเพื่อป้อนให้แก่กระทรวงคมนาคม &amp;nbsp; และกลุ่มสหกรณ์ต่างๆก็จะรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคากลาง ของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งก็จะส่งผลดีในระยะยาว ช่วยให้ราคายางพาราในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาล ก็ไม่ต้องนำงบประมาณหรือแหล่งเงินไปใช้ในโครงการประกันราคา เกิดประโยชน์ในเรื่องของทิศทางราคาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75528</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, แบริเออร์ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44f710e8f1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
