<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อนอดีต &#039;Great Mortality&#039; โรคระบาดจากจีนสู่ยุโรป 25 ล้านคนต้องตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
หลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ ของโลกในขณะนี้กำลังเผชิญวิกฤตการณ์จากการระบาดของโรคติดต่อที่ร้ายแรง อาทิในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกที่กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา &amp;nbsp;และหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เผชิญกับโรคติดต่อที่เรียกกันว่าเมอร์ส และล่าสุดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ 2019 กำลังระบาด และสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตในจีนเป็นรายวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ระบาดของโรคติดต่อที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายนั้น ในอดีตพบว่ามีโรคติดต่อร้ายแรงต่างๆ ที่เคยระบาดไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยเช่นกัน บางชนิดยังพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน และบางโรคมีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนเหมือนในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคระบาดที่ทำให้คนล้มตายคราวละมากๆ คนสมัยก่อนเรียกกันว่า &amp;quot;โรคห่า&amp;quot; ซึ่งในอดีตไม่ชัดเจนว่าเป็นโรคอะไร แม้ว่าภายหลังจะเชื่อว่าเป็นโรคอหิวาตกโรคก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติสำหรับโรคระบาด พ.ศ.2456 ระบุไว้ 3 โรค คือ กาฬโรค, อหิวาตกโรค และไข้ทรพิษหรือฝีดาษ โดยจะขอนำเสนอทีละโรค ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาฬโรค หรือ มรณะดำ หรือ &amp;quot;The Black Death&amp;quot; เป็นโรคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดชนิดไม่มีโรคใดเทียบติด มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย &amp;quot;เยอร์ซิเนีย เปสติส&amp;quot; (Yersinia pestis) โดยมีสัตว์ฟันแทะและหมัดเป็นพาหะนำโรค รวมถึงสามารถแพร่ในอากาศ ผ่านการสัมผัสโดยตรง หรือโดยอาหารหรือวัสดุที่ปนเปื้อน ในอดีตมีการระบาดใหญ่ของกาฬโรคเกิดขึ้น 3 ครั้ง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่ 1 ยุคกลางตอนต้น ในสมัยจักรวรรดิโรมันตะวันออก คริสต์ศตวรรษที่ 6 ในระหว่างปี ค.ศ. 541-542 เป็นการระบาดที่เรียกกันว่า &amp;quot;กาฬโรคแห่งจัสติเนียน&amp;quot; (Plague of Justinian) คาดกันว่ากาฬโรคซึ่งมีต้นกำเนิดในจีนแพร่กระจายสู่กรุงคอนสแตนติโนเปิล จากธัญพืชที่นำเข้าจากอียิปต์ กอปรกับนครแห่งนี้มีหนูและหมัดเป็นจำนวนมากจึงระบาดอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่กาฬโรคระบาดถึงขีดสุด ชาวคอนสแตนติโนเปิลต้องเสียชีวิตอย่างน้อยวันละ 10,000 คน &amp;nbsp;และสุดท้ายต้องเสียประชากรไปกว่า 40% ต่อมามันแพร่เข้าสู่เมดิเตอร์เรเนียนในปี ค.ศ.588 ในดินแดนที่ปัจจุบันคือฝรั่งเศส นักวิจัยประเมินว่ากาฬโรคแห่งจัสติเนียน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกมากกว่า 100 &amp;nbsp;ล้านคน จำนวนประชากรในยุโรปลดลงกว่า 50% ในช่วง ค.ศ.541-700&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่ 2 ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-19 คนในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 เรียกการระบาดนี้ว่า &amp;quot;Great &amp;nbsp;Pestilence&amp;quot;&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&amp;nbsp; (โรคระบาดครั้งใหญ่) หรือ &amp;quot;Great Plague&amp;quot; (กาฬโรคครั้งใหญ่) ซึ่งเริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศอินเดียและประเทศจีนระบาดไปตลอดเส้นทางสายไหม (Silk Road) กระจายไปทั่วเอเชีย, ยุโรป &amp;nbsp;และแอฟริกา ในยุโรปเกิดการระบาดในช่วงปลายทศวรรษ 1340&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สันนิษฐานว่าพ่อค้าชาวจีน-มองโกลเป็นผู้นำเชื้อมาแพร่ในยุโรป ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในยุโรปอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ที่อิตาลีมีการระบาดในช่วง ค.ศ.1338-1351 ทำให้ประชากร 2 ใน 3 ของประเทศเสียชีวิต เรียกว่า &amp;quot;Great Mortality&amp;quot; และใน ค.ศ.1400 เกิดการระบาดใหญ่ที่กรุงลอนดอนเรียกว่า &amp;quot;The &amp;nbsp;Great Plague of London&amp;quot; มีคนตายถึง 70% จากจำนวนประชากร 450,000 คน เหลือเพียง 60,000 &amp;nbsp;คน การแพร่ระบาดต่อเนื่องมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียกกันว่า &amp;quot;แบล็กเดธ&amp;quot; (Black Death) การระบาดในยุโรปช่วงนี้มีประชากรตายประมาณ 25 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่ 3 ศตวรรษที่ 19-20 ซึ่งเป็นการระบาดครั้งสุดท้าย เริ่มขึ้นที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ในปี &amp;nbsp;ค.ศ.1855&amp;nbsp;


แทงสล็อต มีการแพร่ระบาดไปทั่วทุกทวีปของโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12 ล้านคน ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค จนใน ค.ศ.1894 Alexandre Emile Jean Yersin แพทย์ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ค้นพบเชื้อก่อโรคคือ เชื้อแบคทีเรีย Bacillus pestis เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ฟันแทะและหมัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการ 3 รูปแบบ คือ กาฬโรคปอด (peneumonic) กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง &amp;nbsp;(bubonic) และกาฬโรคเลือด (septicemic) ซึ่งกาฬโรคทั้ง 3 ชนิดนี้ทำให้เสียชีวิตได้ใน 5-6 วันหลังจากได้รับเชื้อ การติดต่อมาสู่คนเกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่ การถูกหมัดที่มีเชื้อกัด การสัมผัสเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อ และการสูดดมสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของสัตว์ที่ติดเชื้อ ได้มีการตั้งชื่อเชื้อเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบว่า &amp;quot;Yersinia&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากค้นพบแบคทีเรีย &amp;quot;Yersinia pestis&amp;quot; นำไปสู่การคิดวิธีรักษากาฬโรค มีการพัฒนาและทดลองใช้วัคซีนต้านเชื้อกาฬโรคในต่อมน้ำเหลืองเป็นครั้งแรกในปี 1897 ปัจจุบันนี้กาฬโรคสามารถรักษาหายได้หากตรวจพบเร็วโดยใช้ยาปฏิชีวนะต่างๆ ปัจจุบันไม่ค่อยพบการระบาดของโรคนี้ จนในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พ.ศ.2552 มีรายงานการระบาดของกาฬโรคที่เมืองจื่อเคอทัน มณฑลชิงไห่ &amp;nbsp;ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน พบผู้ป่วยเสียชีวิต 3 รายด้วยกาฬโรคปอด&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อโรคนี้อีก 9 ราย ส่วนใหญ่เป็นญาติของผู้เสียชีวิตรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของกาฬโรคในประเทศไทย จากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในพงศาวดารอยุธยา ฉบับวันวลิต &amp;nbsp;พ.ศ.2182 ว่า ก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นมา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ถูกเนรเทศมาจากเมืองจีน ขึ้นสำเภามาลงที่เมืองปัตตานี แล้วย้ายอยู่ตามเมืองท่าชายทะเลต่างๆ เช่น เมืองนครศรีธรรมราช กุยบุรี (ประจวบคีรีขันธ์) เพชรบุรี บางกอก แล้วมาปราบโรคระบาด สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นในปี พ.ศ.1893 ซึ่งตรงกับ ค.ศ.1350 ซึ่งเป็นปีที่มีการระบาดใหญ่ของ Black Death ในยุโรป และจากข้อมูลการระบาดของกาฬโรคในจีนซึ่งร่วมสมัยกันอยู่ โรค &amp;quot;ห่า&amp;quot; ที่พระเจ้าอู่ทองปราบได้ น่าจะเป็น &amp;quot;กาฬโรค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะต่อมาพบว่ากาฬโรคจากเมืองจีนยังได้มีการแพร่กระจายเข้ามาในไทยอีก ในสมัยรัชกาลที่ 5 &amp;nbsp;แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฏในเอกสารเก่า (สำเนาพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ขณะทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ร.ศ.116 พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 14 &amp;nbsp;ร.ศ.116) เรื่องห้ามเรือจากซัวเถาเข้ากรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2440 ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กาฬโรค (คือโรคห่า) ได้เกิดขึ้นที่เมืองซัวเถานั้น&amp;hellip;&amp;hellip;กำปั่นลำหนึ่งลำใดออกจากเมืองซัวเถาและจะเข้ามาในกรุงนี้ ต้องหยุดทอดสมอที่เกาะไผ่ในกำหนดเก้าวันเต็มแล้ว และถ้าแพทย์ได้ตรวจแจ้งว่ากาฬโรค&amp;hellip;&amp;hellip;ไม่ได้มีและได้เกิดในเรือนั้นแล้ว จึงจะยอมให้กำปั่นลำนั้นเดินต่อไปจนถึงที่จอดในกรุงนี้ได้&amp;quot;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายงานการระบาดของกาฬโรคอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยนั้น นายแพทย์ เอช แคมเบล ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล (Principal Medical Officer of Bangkok City) ได้รายงานเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2447 ว่าพบการระบาดเกิดขึ้นที่บริเวณตึกแดงและตึกขาว ซึ่งเป็นโกดังเก็บสินค้าที่จังหวัดธนบุรี บริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดีย สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากหนูที่มีเชื้อกาฬโรคติดมาจากเรือสินค้าที่มาจากเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย แล้วระบาดจากธนบุรีเข้ามาฝั่งพระนคร จากนั้นกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับจังหวัดพระนคร โดยทางบก ทางเรือและทางรถไฟ แต่ไม่มีสถิติจำนวนผู้ป่วยตายที่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี พ.ศ.2456 มีรายงานว่าเกิดกาฬโรคระบาดที่จังหวัดนครปฐม มีคนตาย 300 คน และครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2495 มีรายงานผู้ป่วย 2 รายตาย 1 ราย ที่ตลาดตาคลี นครสวรรค์ ซึ่งถือเป็นรายงานการระบาดของกาฬโรคครั้งสุดท้ายในประเทศไทย จากนั้นไม่มีรายงานกาฬโรคเกิดขึ้นในประเทศไทยจนปัจจุบันนี้.
--------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูล : hfocus.org
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, จีน, แบล็กเดธ, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37df6c1b48c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
