<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 มหา&#039;ลัย เข้าร่วมกลุ่มวิจัยระดับแนวหน้าของโลก  ตามแผนพัฒนาของอว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63-นายพีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานเพื่อการปฏิรูปอุดมศึกษาในแบบพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทยว่า &amp;nbsp;คณะทำงานเริ่มศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหาและระดมแนวคิดและความเป็นไปได้ภายใต้กฎหมายอุดมศึกษา เพื่อปฏิรูปการอุดมศึกษาไทยอีกครั้ง ในยุคการผันผวนของเทคโนโลยี ซึ่ง อว.จะสนองนโยบายรัฐบาลด้วยการพลิกโฉมอุดมศึกษาเพื่อการเรียนการสอนการวิจัยแนวใหม่ ที่ตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 และเพื่อให้มหาวิทยาลัยไทยหลุดจากกับดักหรือกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ โดยมี นายรัฐชาติ มงคลนาวิน เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรัฐชาติ มงคลนาวิน กล่าวว่า ตามที่ พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 มาตรา 24 กำหนดให้ อว.จัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาตามจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศและเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาได้ใช้ความสามารถและศักยภาพอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ได้มีการหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้ว คือ 1.กลุ่มการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global &amp;amp; Frontier Research) ซึ่งมี โจทย์วิจัยที่สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติและติดอันดับโลกได้ โดยมีมหาวิทยาลัยที่เสนอขอเข้าร่วมกลุ่มนี้ประมาณ 10 กว่าแห่ง 2.กลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (Technology/ Innovation) ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างผู้ประกอบการและต่อยอดสู่ SMEs สตาร์ทอัพ เพื่อไปพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่อไป มีมหาวิทยาลัยขอเข้าร่วม 15 แห่ง &amp;nbsp;และ 3.กลุ่มการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based and Community) ที่จะยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทยให้ไปเติมเต็มศักยภาพในพื้นที่ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ผสมผสานกับภูมิปัญญญาไทย &amp;nbsp;มีมหาวิทยาลัยขอเข้าร่วมซึ่งส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎ 35 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐชาติ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม อว. จะขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยทั้ง 3 กลุ่มด้วยระบบงบประมาณด้านการอุดมศึกษาตามมาตรา 45(3) แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ภายใต้กรอบวงเงิน 10,250 ล้านบาท ในส่วนของงบลงทุนและงบเงินอุดหนุนเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและการผลิตกำลังคนระดับสุงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ ภายใต้โครงการพลิกโฉมระบบการอุดมศึกษาของประเทศ &amp;nbsp;โดยมีการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาเพื่อพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (UTAC) เพื่อพิจารณาข้อเสนอจากมหาวิทยาลัย ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 จะเน้น 7 กิจกรรม ในโครงการ คือ 1.ปฏิรูประบบบริหารจัดการ กำกับดูแล และพัฒนาระบบอุดมศึกษา ในภาพรวมให้ตอบโจทย์ประเทศ 2.ปฏิรูปกลไกการเงินและงบประมาณการอุดมศึกษา 3. พัฒนาและปรับปรุงระบบนิเวศให้เอื้อต่อการผลิตและพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพสูง &amp;nbsp;4. วางแผนการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาและความต้องการในการพัฒนาประเทศ 5. ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา เสริมสร้างความรู้และทักษะทางอาชีพให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต &amp;nbsp;6. พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษา และ 7. สร้างเสริมและการเคลื่อนย้ายบุคลากรศักยภาพสูงเพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55131</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., 10มหาวิทยาลัยเข้ากลุ่มวิจัยระดับโลก, พีระพงศ์ ทีฆสกุล, รัฐชาติ มงคลนาวิน, แบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccabf942b49b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
