<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงกระทรวงเกษตร! พปชร.-ปชป.แบ่งชามข้าวไม่ลง/หึ่งเข็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นรื้อรัฐธรรมนูญทำได้ &amp;nbsp; เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป แต่ต้องแยกกับประเด็นจัดตั้งรัฐบาล เผยนายกฯ ต้องมีหน้าที่ดูรายชื่อ ครม. &amp;nbsp;ฟิตทำท่าชกมวยบอกพร้อมลุยเวทีสภา &amp;ldquo;ประชาธิป่วน&amp;rdquo; ไม่เลิก อ้างไม่พอใจท่าที &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; และ พปชร.ที่ไม่ให้คำตอบที่แน่ชัด สั่งเลื่อนเคาะมติร่วม-ไม่ร่วมรัฐนาวาออกไปไร้กำหนด แฉที่แท้ 2 พรรคต่อรองเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ ไม่ลงตัว ด้าน &amp;ldquo;ชทพ.&amp;rdquo; งอนชามข้าวถูกแย่ง ขู่พร้อมไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ 7 พรรคยังมึนไม่สะเด็ดน้ำส่งใครชิงเก้าอี้ผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ ให้ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็น ส.ส. หลังตรวจสอบแล้วไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และประกาศให้นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม พ้นจากการเป็น ส.ส. โดยรับรองให้ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งผู้ที่ได้รับการประกาศรับรองเป็น ส.ส.ใหม่ สามารถเข้ารับหนังสือรับรองจา ก กกต.ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จึงถือว่าขณะนี้มี ส.ส.ครบ 500 คนแล้ว ซึ่ง ส.ส.ใหม่ทั้ง 3 คนสามารถร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้หลังการปฏิญาณตน
นายแสวงยังชี้แจงถึงข้อสังเกตว่าพรรค อนค.ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเกือบ 8 หมื่นคะแนน แต่ทำไมไม่ได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มเติม ว่าการจัดสรรเป็นไปตามกฎหมาย ที่ได้นำคะแนนดิบของเขต 8 ไปรวมกับคะแนนดิบเดิมทั้งประเทศแล้วนำมาคำนวณใหม่ เมื่อมีคะแนนใหม่มาเติม จึงทำให้ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น ส่วนพรรคไทรักธรรมที่พ้นสภาพก็แพ้ไปแค่ 0.33 เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทุกคะแนนมีค่า
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบคำถามก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาว่า ทำไปตามระเบียบ และได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่พูดถึงการตั้ง ครม.ชุดใหม่ เพราะขั้นตอนต่อไปคือการเลือกนายกฯ ซึ่งใครจะได้เป็นก็เป็นเรื่องของสภา ส่วนกรณีที่พรรค ปชป.ยื่นเงื่อนไขขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในการร่วมกับพรรค พปชร.จัดตั้งรัฐบาลนั้น คิดว่าไม่ใช่การตั้งเงื่อนไขกับตนเอง แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ที่ต้องดำเนินการต่อไป เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงก็ต้องแก้ไขกฎหมายบ้าง ก็ต้องไปว่ากัน เรื่องนี้ต้องแยกประเด็นกับการร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะเราทุกคนต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพพอสมควร อย่าลืมว่าประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ ทุกคนต้องปรับตัวเองกันบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการประชุมสภาที่ผ่านมา รวมถึงกระแสข่าวการต่อรองตำแหน่ง มองเห็นความวุ่นวายทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า แล้วสื่อมวลชนมองเห็นความวุ่นวายหรือไม่ ไม่ต้องมาถาม ถ้าสื่อเห็นว่ามันวุ่น ก็ว่าวุ่น หากเห็นว่าไม่วุ่น ก็เห็นว่าไม่วุ่น เรื่องเหล่านี้มันอยู่ที่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร.จะช่วยต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ ที่ยังไม่ลงตัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องหารือกันต่อไป ปัญหานี้เป็นเรื่องของนายกฯ คนต่อไป ซึ่งทุกพรรคต้องมาพูดคุยกันเพื่อแก้ไขปัญหา ว่าจะหาทางออกอย่างไร ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่เราจะทำให้การเมืองดีขึ้นอย่างไร เพราะการปฏิรูปการเมืองขึ้นอยู่กับพรรคการเมือง มิเช่นนั้นทุกอย่างจะกลับไปที่เก่า จึงขอเวลาหน่อยก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชุมสภาทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาคิดว่ายังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นบรรยากาศแบบสภาไทย สภาไทยเป็นแบบนี้มั้ง ผมไม่ได้กลุ้มใจอะไรกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น เพราะผมยังไม่ได้ไปอยู่กับพวกเขา วันนี้มี 2 อย่าง คือ 1.จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าให้ได้ เพื่อสืบสานงานต่อ ส่วนข้อ 2 ให้กลับไปดูเหตุผลข้อที่ 1 ขอสื่ออย่าซักมาก เพราะเดี๋ยวผมจะพลาด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สมมุติว่าได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องสมมุติ เพราะยังไม่รู้เลย คิดว่าการเป็นนายกฯ ต้องถือกฎหมายทุกตัว ใช้อำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสมและถูกต้อง ทั้งนี้ หากได้เป็นนายกฯ อีก ก็ต้องดูว่าจะทำงานได้หรือไม่ ทุกคนต้องเคารพกติการ่วมกัน โดยเฉพาะกติกาทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองต้องเคารพกติกาและกฎหมาย มิเช่นนั้นเมื่อเกิดปัญหา นายกฯ ก็โดนด้วย
ขอดูรายชื่อ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะมีส่วนพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูเอง รอให้แต่ละพรรคเขาเสนอเข้ามา แล้วค่อยไปประชุมร่วมกัน ส่วนที่พรรค พปชร.ให้อำนาจในการตัดสินใจว่าจะให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ร่วมใน ครม.ชุดใหม่ด้วยหรือไม่นั้น ส่วนตัวยังไม่รู้เรื่องนี้ ขออย่าเพิ่งยกชื่อกันมาเลย เพราะคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องดูรายชื่อของแต่ละพรรคที่เสนอมา จากนั้นจึงพูดคุยกับพรรคร่วมว่าเห็นชอบด้วยกันหรือไม่ ถ้ามีพรรคใดพรรคหนึ่งไม่เห็นด้วยแล้วจะไปกันได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าหน้าตาของพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ คิดว่าเอาอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ทำท่าชกมวย พร้อมกล่าวว่า ถ้าอยู่ก็ต้องให้ไหว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกติกา การทำงานในสภาไม่ใช่ศึก ทำไมต้องบอกว่าเป็นศึก ต้องมองว่าสภามีไว้เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญของสภา แต่การที่เถียงกันไปมาเป็นบทบาททางการเมืองเท่านั้น ก็ว่ากันไป ส่วนจะสู้ไหวหรือไม่ก็ไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตรปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล โดยกล่าวสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;โอ๊ย ไม่มี ไม่คุย ไม่เกี่ยว&amp;rdquo; และเมื่อถามได้แสดงความดีใจกับ น.ส.จิตภัสร์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.ในฐานะหลานสาวหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า หลังจากนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมแกนนำพรรคเดินทางไปส่งเทียบเชิญพรรค ปชป. และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อวันที่ 27 พ.ค.เป็นการเชิญมาร่วมรัฐบาลเท่านั้น ยังไม่ได้หารือหรือต่อรองเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างที่มีข่าวออกมา จากนี้ต้องให้เกียรติกับทั้ง 2 พรรคในการตัดสินใจด้วย ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น จะมีการหารือกันในลำดับต่อไป ซึ่งทุกอย่างยังมีเวลา แต่เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะทุกฝ่ายยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป.กล่าวถึงการพูดคุยระหว่างแกนนำพรรค พปชร.กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. ว่าไม่มีประเด็นเรื่องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล แต่เป็นการพูดคุยถึงหลักทำงาน ซึ่ง ปชป.แจ้งไปว่า 1.พรรคจะยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้งภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.จะยึดนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนที่ต้องขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ และ 3.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่มีการต่อรองทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 17.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค ปชป.และ ส.ส.พรรครวม 81 คน ที่อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ซึ่งก่อนการประชุม นายวรัญชัย โชคชนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ถืองูเห่าสีเขียวปลอม พร้อมป้ายคัดค้านไม่ต้องการให้พรรค ปชป.ไปร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปชป.เลื่อนประชุม!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาปรากฏว่าคณะ กก.บห.และแกนนำพรรคได้ติดตามการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะในประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์แถลงถึงการขอแก้รัฐธรรมนูญของพรรคในการร่วมรัฐบาลกับ พปชร.ว่าไม่ใช่เงื่อนไขกับการโหวตเลือกนายกฯ รวมถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่าจะขอเป็นคนตรวจรายชื่อ ครม.ที่จะร่วมรัฐบาลในอนาคตด้วยตนเอง เป็นเหตุให้การประชุมล่าช้ากว่า 1 ชั่วโมง และเริ่มประชุมได้เมื่อเวลา 18.10 น. โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจาก กก.บห.พรรคให้ไปประสานเจรจากับพรรคการเมืองต่างๆ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าขอเลื่อนการประชุมร่วมของพรรคออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เป็นเหตุให้ ส.ส.หลายคนที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุต่างสอบถามถึงที่มาที่ไปของการเลื่อนดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่ม กก.บห.และ ส.ส.หลายคนต่างเห็นพ้องว่า หาก พปชร.ไม่มีเอกภาพ และไม่รักษาคำพูด บิดพลิ้วข้อตกลง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นหลักและเป็นมติของพรรค ก็คงร่วมงานกันไม่ได้ เช่นเดียวกับการเสียมารยาททางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถือวิสาสะทุบโต๊ะขอตรวจรายชื่อของพรรคการเมืองต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวถึงการเลื่อนประชุมว่า เป็นปัญหาภายในของพรรค พปชร. ไม่เกี่ยวกับพรรค เพราะ พปชร.ไม่มีความชัดเจนในตัวเอง ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงไม่สามารถให้คำตอบกับเงื่อนไขที่พรรคเสนอได้ แต่ที่ไม่สบายใจที่สุดคือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ระบุว่าจะมีส่วนร่วมในการคัดตัวรัฐมนตรีจากพรรคต่างๆ ซึ่งคิดว่าเป็นก้าวก่าย ครอบงำ ชี้นำพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่เห็นด้วยกับท่าทีแบบนี้ รวมถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราจึงมีมติให้เลขาธิการพรรคไปประสานงานพูดคุยกับแกนนำ พปชร. หากจะให้ ปชป.ร่วมรัฐบาลต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย จะให้พวกผมเข้าใจว่าอย่างไร แสดงว่าเขากำลังปฏิเสธข้อเสนอของพรรคทั้งหมดใช่หรือไม่ จึงอยากให้ประชาชนจับตามองว่าเกมต่อไปของการจัดตั้งรัฐบาลขั้ว พปชร.จะเป็นอย่างไรต่อไป ความผิดทั้งหมดไม่ใช่ของ ปชป. แต่เป็นของแกนนำตั้งรัฐบาลที่มีปัญหาภายในพรรคตัวเอง&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวสั้นๆ ว่า ไม่ทราบว่าเลื่อนการประชุมไปเป็นเมื่อไหร่ รอกรรมการบริหารพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศแถลงว่า หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมีคำสั่งเลื่อนประชุมออกไป เนื่องจากหลังที่ พปชร.ขอเชิญ ปชป.ร่วมทำงาน และคุยหลักการทำงานร่วมกันไว้ ซึ่งพรรคก็รอคำตอบชัดเจนจาก พปชร.แต่เมื่อถึงเวลา 17.00 น. พปชร.ไม่ได้ให้คำตอบมาว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร ไม่ได้เกี่ยวกับโควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ตกลงกันไม่ลงตัว และหากจะเลือกนายกฯ ล่าช้า ก็คงต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามปกติ เพราะไม่ได้เกิดจาก ปชป. ทั้งนี้ พรรคได้แจ้งรายละเอียดไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าไม่มีการแจ้งกลับมาก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน แต่ถ้ามีการติดต่อกลับมาก็ค่อยว่ากันอีกทีในวันที่ 29 พ.ค. ส่วนเรื่องอื่นๆ ควรให้ พปชร.เป็นฝ่ายพูด รวมทั้งเสถียรภาพในการตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หาก พปชร.ยังไม่มีการติดต่อกลับมาก่อนการเลือกนายกฯ พรรคพร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่ นายราเมศตอบว่า กระบวนการตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน และพรรคได้เริ่มต้นนับหนึ่งตั้งแต่ทำหน้าที่ในกระบวนการนิติบัญญัติอยู่แล้ว และหลังจากนี้จะทำหน้าที่ เช่น ตั้งกระทู้ถามหรือออกกฎหมาย ตามกระบวนการนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายมาในการทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งพรรคเคยทำหน้าที่เหล่านี้มาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้การประชุมปชป.ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากปัญหาโควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เดิมเป็นของ ปชป. โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาฯ ปชป. จะนั่งในตำแหน่งดังกล่าว แต่ พปชร.เห็นว่าไม่เหมาะสม จึงขอโควตาคืนจาก ปชป. แลก รมว.ศึกษาฯ แต่ยังตกลงกันไม่ได้ ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ก็ยอมรับว่าปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้คือโควตา รมว.เกษตร ฯ จริง นอกจากนี้มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ให้ส่งรายชื่อโควตา รมต.ตำแหน่งละ 3 คนด้วย เพื่อให้นายกฯ พิจารณาเลือก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ตามหากเจรจาไม่ได้ พปชร.ก็พร้อมที่จะเดินหน้าโหวตนายกฯ โดยอาศัยเสียงจาก ส.ว. 250 เสียง รวมกับกลุ่มพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พรรคละ 1 คน 10 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคประชาชนปฏิรูป 1 คน, พรรคชาติพัฒนา 3 คน, พรรคภูมิใจไทย 51 คน ก็จะได้เสียงเกิน 375&amp;nbsp;เสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.และเลื่อนการประชุมไม่มีกำหนด เนื่องจากเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะขอเป็นคนตรวจรายชื่อ ครม.ที่จะร่วมรัฐบาลในอนาคตด้วยตัวเองก่อนว่า ต้องให้เวลากับพรรคประชาธิปัตย์พูดคุยกันภายในก่อน โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างความเข้าใจถึงการทำงาน และการที่พรรค พปชร.จะเสนอรายชื่อ ครม.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาในรายละเอียด เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำในการสร้างผลงานของทุกพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้ และพรรค พปชร.เข้าใจว่าเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพูดคุยเรื่องของการจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ยังไม่ลงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทาบทามเชิญเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพิ่งผ่านพ้นไป เวลา 24 ชั่วโมง อาจจะเร็วเกินไปในการที่จะตัดสินใจ พรรค พปชร.รอได้ เพราะในที่สุด เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีคำตอบและเข้าใจในการทำงานในรูปแบบที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำ ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่าง ไม่เหมือนที่ผ่านมา เวลานี้ยังคงมีการพูดคุยของบรรดาแกนนำพรรค พปชร.กับพรรคที่จะร่วมทำงานอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี อย่าเพิ่งมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะล้มหรือไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นเพียงการเริ่มต้นและยังมีเวลาเดินหน้าจัดรัฐบาลต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลกล่าวว่า ส่วนการที่พรรค พปชร.ยังไม่ได้ไปเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการเหมือนพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยนั้น เมื่อถึงเวลาก็คงจะมีการทาบทามอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน และขณะนี้ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามการพูดคุยก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าเมื่อการประสานพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลได้ข้อยุติทุกอย่าง แกนนำของพรรค พปชร.จะนำเรื่องแจ้งให้กับที่ประชุมกรรมการบริหารของพรรคได้รับทราบถึงผลการพูดคุยทั้งหมดต่อไป
ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำพรรค ชทพ. กล่าวถึงความชัดเจนในการเข้าร่วมรัฐบาล หลังมีความเห็นกลับไปกลับมาว่า อย่าเพิ่งงง แต่ขอให้กลับไปดูในเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ซึ่งระบุว่าหลังจากได้หารือกับ ส.ส.พรรคแล้วมีความเห็นตรงกัน จะลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ ไปในทิศทางเดียวกันกับพรรค พปชร. ขอย้ำว่าเป็นการเลือกประธานสภาฯ เพราะได้เห็นชอบกับชื่อของนายชวน หลีกภัย และในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ หัวหน้าพรรคก็ตอบเรื่องการโหวตเลือกนายกฯ ว่าเรื่องนี้พรรคยังไม่พูดถึง&amp;nbsp;
ชทพ.เดือดถูกแย่งเก้าอี้
&amp;ldquo;เราไม่เคยพูดอย่างทำอย่าง ไม่เคยที่วันนี้พูดอย่างหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้พูดอีกอย่างหนึ่ง เราพูดชัดเจนมาโดยตลอด แต่ผู้ที่ได้รับฟังข่าวอาจคิดไปต่างๆ นานาว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เลยกลายเป็นหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสาม ยืนยันว่าสิ่งที่เราพูดเราทำเป็นไปตามที่พูดและทำทุกอย่าง&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าในทางการเมืองแล้วเมื่อมีมติโหวตเลือกประธานสภากับพรรค พปชร. ย่อมหมายความว่าจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน นายวราวุธกล่าวว่า ในสถานการณ์การเมืองปกติก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่วันนี้การทำงานการเมืองมีอะไรหลายอย่างแปลกไป ไม่เหมือนในอดีตที่โตมา เพราะมีน้อยมากที่ประธานสภาฯ ไม่ได้มาจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการถึงการจัดตั้งรัฐบาลนั้น เราได้ยื่นคำเสนอไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคำสนองนั้น มาจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับกลับมา ต้องดูเหตุการณ์กันต่อไปว่าสิ่งที่เราเสนอไปนั้นจะได้รับการตอบรับอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราเป็นพรรคขนาดเล็ก มีแค่ 10 ที่นั่ง เสียงไม่ได้ดังมากมาย เรียกว่าเราเจียมเนื้อเจียมตัว หากเข้าไปทำงานแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนให้กับประเทศชาติได้ เราก็ไม่เดือดร้อนที่จะเป็นรัฐบาล เราเป็นมาทุกสถานะแล้ว สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่เคยเป็นคือฝ่ายกลางเหมือนที่นายนิกร จำนง ผอ.พรรคได้กล่าวไป&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายกลางนั้นเปรียบเสมือนฝ่ายค้านอิสระใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า อารมณ์ประมาณนั้น เพราะถ้าทำงานแล้วไม่เกิดประโยชน์ เราก็ไม่เดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า แกนนำ ชทพ.ต่างรู้สึกว่าจนถึงขณะนี้พรรค พปชร.ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องโควตารัฐมนตรีของพรรค ขณะที่พรรค ปชป.กับ ภท.ได้กระทรวงใหญ่ แต่ของพรรค ชทพ.กลับมีข่าวว่าผู้ใหญ่นอกพรรค พปชร.จะเอาโควตาเก้าอี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะให้กับพรรคไปให้กับนายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.แล้วเปลี่ยนเอาเก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมฯ มาให้แทน ทำให้แกนนำพรรคไม่พอใจอย่างมาก และอาจตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงกระแสข่าว 7 พรรคการเมืองเตรียมเสนอชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชิงตำแหน่งนายกฯ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันของทั้ง 7 พรรคว่าจะเสนอบุคคลใด หากดูตามข้อกฎหมาย มีเพียงแค่พรรค พท. และ อนค.ที่สามารถเสนอบุคคลชิงตำแหน่งนายกฯ ได้ เพราะมี ส.ส.ในพรรคอย่างน้อย 25 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ แต่ตามเงื่อนไขไม่สามารถเสนอรายชื่อได้ ส่วนกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะเสนอชิงตำแหน่งไม่ได้นั้น ในแง่ข้อกฎหมายกำลังศึกษาอยู่ แต่เท่าที่ดูคุณสมบัติไม่น่ามีปัญหา นายธนาธรยังคงเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ เรื่องดังกล่าวยังคงต้องนำไปพิจารณาหารือร่วมกันทั้ง 7 พรรคให้รอบด้านก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้พรรคจะเรียกประชุม ส.ส. เพื่อเตรียมพร้อมในวันโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งจะมีการตั้งวิปชั่วคราวเพื่อซักซ้อมความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งการลงคะแนน การรักษาเวลา การอยู่ในที่ประชุม จะมีการกำชับเพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อม 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พท.แจ้งถึงสาเหตุที่พรรคเตรียมยื่นญัตติต่อประธานสภาฯ ขอให้เก็บบัตรลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เอาไว้ตรวจสอบว่าเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมที่ต้องกระทำโดยลับหรือไม่ รวมทั้งต้องการนำมาตรวจสอบกรณีงูเห่าด้วย เพื่อจะได้มาวางมาตรการอื่นป้องกันในอนาคตในสภาวะที่เสียง ส.ส.ปริ่มน้ำกันทั้งสองขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า หากพบว่ามี ส.ส.ของพรรคคนใดเป็นงูเห่า จะขอยุติบทบาทในพรรค และลาออกจากการเป็นสมาชิกทันที เพราะรู้สึกละอายและรับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37076</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อรองเก้าอี้กระทรวงเกษตร, รัฐบาลเสียงข้างน้อย, รื้อรัฐธรรมนูญทำได้, สถานการณ์เปลี่ยนไป, หนังสือพิมพ์, แบ่งชามข้าวไม่ลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced4950b69db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
