<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่1ล้านไม่แฟร์! อดีตเมีย&#039;สามารถ พยัคฆ์อรุณ&#039;ขึ้นศาล ฟ้องแบ่งสินสมรส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 - ที่ศาลเเพ่งมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่ น.ส.วลัยทิพย์ ภพธีรธรรม อดีตภรรยานายสามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตนักมวยแชมป์โลก เจ้าของฉายา &amp;ldquo;นักชกหน้าหยก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ยื่นฟ้องนายสามารถ ในคดีฟ้องแบ่งสินสมรส และเคลียร์ภาระหนี้สินที่มีร่วมกัน โดยในวันนี้ น.ส.วลัยทิพย์ พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วลัยทิพย์ กล่าวว่า หลังจากจดทะเบียนหย่า ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2560 ตอนแรกเหมือนจะตกลงกันรู้เรื่อง ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่หลังจากหย่าแล้วนายสามารถอดีตสามีกลับคำ ทำให้ไม่สามารถแบ่งสินสมรสกันได้ลงตัว ที่อ้างว่าไม่มีเงินแล้วทำไมไม่คุยกัน แถมยังบอกกับตนเองว่าให้ไปฟ้องเอาทรัพย์สินได้เลย แม่ของภรรยาอีกคนได้เตรียมทนายไว้แล้ว พี่ไม่ได้เสียเปรียบ หนี้สินที่มีก็เป็นการกู้ร่วมกันมาทำค่ายมวยด้วยกัน คนเรามันเลิกกันแล้วก็ควรจะเคลียร์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางก็เคยเชิญเรามาไกล่เกลี่ยกัน แต่นายสามารถไม่เคยมา ส่วนทนายที่ส่งมาไกล่เกลี่ยก็พูดออกมาว่านายสามารถบอกมาว่าไม่สามารถตกลงอะไรกันได้ นอกจากจะจ่ายเงินแค่ 1 ล้านบาท บ้านที่เป็นชื่อตนในขณะนี้จะให้ตนออกไปโดยได้เงินแค่ 1 ล้านบาท ทั้งที่เราสร้างมาด้วยกัน อยากทำบ้านทำค่ายมวยก็เป็นชื่อกู้รวมกัน ทุกสิ่งอย่างทำแบบนี้ไม่มีใครรู้สึกว่ามันแฟร์ มันไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง วันที่ 22 ส.ค. 2560 นายสามารถบอกกับตนเองว่าต้องการขายค่ายมวย ที่ร่วมกู้ สร้างมาด้วยกัน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ที่มีร่วมกัน แล้วนำเงินที่เหลือมาแบ่งกัน แต่หลังจากนั้นก็มีการกลับคำไม่ยอมขายค่ายมวย และต้องการดำเนินการต่อเพียงคนเดียว ตนเองจึงได้ฟ้องต่อศาลตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมาศาลได้นัดเพื่อไกล่เกลี่ย 3-4 ครั้ง แต่อดีตสามีไม่เคยเดินทางมาเลย ส่งเพียงทนายความมาดำเนินการโดยเสนอเงินให้เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น และพยายามหลบหน้าตน ไม่สามารถติดต่อได้ ตนเองรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะหนี้สินที่กู้แบงก์มาก็ยังเป็นชื่อกู้ร่วมกัน โดยที่อดีตสามีไม่ยอมไปติดต่อธนาคารเพื่อเคลียร์เรื่องนี้แต่อย่างใด ในวันนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ต้องพบหน้ากันกับอดีตสามี ตนเองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเคลียร์กันลงตัวหรือไม่ แต่ก็อยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เพราะยืดเยื้อมาเกือบ 2 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธงรัช วราสุวรรณ ทนายความ กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่อหย่ากันแล้ว สามารถที่จะตกลงแบ่งสินสมรสกันได้ แต่เมื่อไม่สามารถทำตามข้อตกลง จำเป็นต้องฟ้องตามกฎหมาย เพื่อแบ่งตามสิทธิส่วน เงื่อนไขเป็นอย่างไรขอให้คุยในคดี โดยหลังจากที่เราฟ้องคดีนี้เเล้ว นายสามารถยังได้ฟ้องร้องอีกคดีซึ่งเป็นหนี้สินตัวเดียวกัน เป็นทรัพย์สินนอกสมรส ซึ่งเรามองว่าเป็นการฟ้องซ้ำในคดีที่เราเป็นโจทก์อยู่ วันนี้ศาลจึงกำหนดนัดพร้อมทั้งสองคดีเราก็ต้องดูว่าในวันนี้จะมีแนวโน้มอย่างไรหรือจะดำเนินการสืบพยานไปเลย ทรัพย์สินที่ฟ้องจะเป็นที่ดินใน จ.ขอนแก่น ที่นายสามารถยื่นฟ้องแย้งเข้ามาด้วย ที่เราฟ้องคือขอให้แบ่งสินสมรส หากมีการขายที่โจทก์ใช้ที่เหลือก็แบ่งกันเท่านั้นเอง ที่ดินที่ผิดพลาดก็คือที่ใน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ดินส่วนตัวและเป็นชื่อของมารดา น.ส.วลัยทิพย์ แต่นายสามารถมองว่าเป็นสินสมรสอยู่ 30% ก็ต้องไปว่ากันในศาล ก็ต้องดูว่าวันนี้ศาลจะสั่งไกล่เกลี่ยอีกรอบหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายสามารถไม่ได้มาด้วยตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43942</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องศาล, ศาลแพ่งมีนบุรี, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, อดีตเมีย, แบ่งสินสมรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cf5a9bc117.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
