<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6มีนาลุ้นศาลฎีกาฯสั่งพิจารณาคดีลับหลังแม้วหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 มี.ค.61 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา &amp;nbsp;09.30 น. วันที่ 6 ม.ค.นี้ &amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรก ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีลับหลังจำเลยตามกฎหมายใหม่ ในคดีที่ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทุจริตออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพสามิต โดยฟังคำสั่งว่าศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรื้อฟื้นคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาพิจารณาลับหลัง เนื่องจากจำเลยหลบหนี เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ มาตรา 28 ระบุกรณีที่ศาลออกหมายจับจำเลย แต่ถ้าไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือนนับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะมาต่อสู้คดีเมื่อใดก็ได้ ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;
ทำให้คดีของนายทักษิณที่ถูกจำหน่ายออกจากสารบบของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) อาจนำมาพิจารณาใหม่ได้ มีคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 2 คดี คือ 1.คดีทุจริตออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรสามิต ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ เป็นจำเลย ซึ่งนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 5 ต.ค. 2551 ปรากฏว่าจำเลยได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้วไม่มาศาล พฤติการณ์มีเหตุควรสงสัยว่าจำเลยจะหลบหนีจึงให้ออกหมายจับจำเลย และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว และ 2.คดีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณกับพวกรวม 27 คน เป็นจำเลย นัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 11 ต.ค. 2555 แต่นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล พฤติการณ์สงสัยว่าจำเลยที่ 1 จะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 และให้จำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ชั่วคราว
&amp;nbsp;
ทั้ง 2 คดี อัยการสูงสุดได้มีคำร้องขอให้ศาลฎีกา อม. มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว และมีคำสั่งให้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ก่อนหน้านี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ตั้งองค์คณะ 9 คน พิจารณาการฟื้นคดีทุจริตออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรสามิตแล้ว ซึ่งในวันที่ 6 มี.ค.นี้ ถ้าองค์คณะพิจารณาเห็นว่าคำร้องดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ก็จะมีคำสั่งรับคำร้องอนุญาตให้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปตามกฎหมายใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีคดีที่ ป.ป.ช. กับอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เคยร่วมกันสอบสวนและยื่นฟ้องนายทักษิณ 2 คดี คือ 1.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน) ที่ คตส.โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณกับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ซึ่งนายทักษิณ จำเลยที่ 1 หลบหนีไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และ 2.คดีทุจริตการอนุมัติให้เงินกู้แก่รัฐบาลสหภาพพม่า จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการจัดซื้ออุปกรณ์กิจการโทรคมนาคมจากบริษัทในเครือชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (Exim Bank) ที่ คตส.โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ เป็นจำเลย ซึ่งในวันที่ศาลนัดพร้อมจำเลยไม่มาศาล ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีและออกหมายจับจำเลย
&amp;nbsp;
ทั้ง 2 คดี ป.ป.ช.ได้มีคำร้องขอให้ศาลฎีกา อม. มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว และมีคำสั่งให้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยแล้วเช่นเดียวกันกับทางฝั่งอัยการสูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, พิจารณาคคดีลับหลัง, ศาลฎีกาฯ, แปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคม, แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86368bdddf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
