<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน&#039;ผอ.สามเสน&#039;กับพวกรับแป๊ะเจี๊ยะ ประพฤติชั่วร้ายแรง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย. 62 &amp;ndash; ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp; แถลงว่า จากกรณีกล่าวหานายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กับพวกว่าทุจริตเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 2 ราย เพื่อแลกกับการเข้าเรียน ซึ่งทางสำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับเรื่องมาจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนนั้น พบข้อเท็จจริงว่า นายวิโรฒ และนายภูสิทธิ์ ประยูรอนุเทพ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้ปกครองรวม 6 ราย เป็นเงิน 1,440,000 บาท และมีการเบียดบังเงินดังกล่าวนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังพบว่า นายวิโรฒ นายภูสิทธิ์ และนายประเจิน โชติพงศ์กุล ครูชำนาญการพิเศษ (หัวหน้างานรับนักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย) ได้ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีฝายบริหารงานบุคคลการเงินและสินทรัพย์ 1โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยออกใบเสร็จรับเงินว่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยได้รับเงินบริจาค โดยให้ลงวันที่ย้อนหลัง แล้วนำเงินสดบางส่วนเข้าฝากเพื่อปกปิดการกระทำความผิดของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า การกระทำของนายวิโรฒและนายภูสิทธิ์ กรณีรับเงินบริจาคโดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินแล้วเบียดบังเป็นของตนเองโดยทุจริต รวมทั้งข่มขืนใจเจ้าหน้าที่การเงินฯ ในการออกใบเสร็จรับเงินนั้น มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147,148,157,162(1) (4)ประกอบมาตรา 83 มาตรา 90 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายประเจิน กรณีร่วมกันข่มขืนใจจ้าหน้าที่การเงินฯ มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,157,162 (1)(4) ประกอบมาตรา 86มาตรา 90 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น สำนักงานป.ป.ช. ยังได้มีการศึกษาและออกมาตรการป้องกันการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ และมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว และให้มีการยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) กรณีนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานปีการศึกษา 2560 ซึ่งมีการกำหนดการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษก็ได้หลายกรณี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริต, ป.ป.ช., ผอ.รร.สามเสน, ผิดวินัยร้ายแรง, วรวิทย์ สุขบุญ, แป๊ะเจี๊ยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81be17ab64a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยรับ นร.ปี 62 ไร้ปัญหา ย้ำใครทำผิด เรียกแป๊ะเจี๊ยะพักราชการ! สอบ รถตู้ ร.ร.เตรียมอุดมฯ ไม่พบผิดปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2562 ไประหว่างวันที่ 22-27 มีนาคมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนการรับนักเรียนเข้ามายังสพฐ.แต่อย่างใด ซึ่งตนกำชับมาตลอดว่า ห้ามมีการทุจริตการรับนักเรียนเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เพราะใครที่เกี่ยวข้องและทำผิดในเรื่องนี้จะต้องโดนโทษทางวินัยอย่างแน่นอน หรือมีการเรียกรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนก็จะต้องโดนสั่งพักราชการไว้ก่อนอีกด้วย ส่วนแนวปฎิบัติการรับนักเรียนฉบับใหม่ได้รับทราบว่า ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามได้ดีเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ ตนยังได้ทำความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ ป.ป.ช.ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมสังเกตการณ์การรับนักเรียนได้ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้รับทราบว่า ป.ป.ช. ได้เข้าไปสังเกตการณ์การรับนักเรียนที่โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก จ.พิษณุโลก โดยได้รับความร่วมมือและสรุปข้อมูลอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ ตนคิดว่า การรับนักเรียนปีนี้เป็นเรื่องดีที่ ป.ป.ช. ได้เข้ามามีส่วนร่วมและให้ข้อคิดเห็นถึงหลักเกณฑ์การรับนักเรียนว่าจุดใดยังเป็นข้อบกพร่องของเกณฑ์การรับนักเรียนที่ผ่านมา เพื่อทำให้เราปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติการรับนักเรียนให้ถูกต้องโปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; และเมื่อเร็วๆ นี้มีตัวแทนสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้เข้ามาพบตนเพื่อรายงานกรณีรถตู้ปริศนาจำนวน 2 คันที่จอดทิ้งไว้ภายในโรงเรียน โดยข้อสรุปจากการหารือพบว่า รถตู้ดังกล่าวมีผู้ให้การสนับสนุนโรงเรียนมอบให้แก่สมาคมฯ อย่างถูกต้อง ขณะนี้ทางสมาคมฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องเอกสารในการจดทะเบียน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด ต้องขอขอบคุณทางสมาคมฯ ด้วยที่ให้การสนับสนุนดูแลโรงเรียนด้วยดีมาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่นักเรียนทุกคนได้รับค่าใช้จ่ายรายหัวเท่ากับนักเรียนโรงเรียนอื่นๆ ถือว่าสมาคมฯ ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มคุณภาพการศึกษาโรงเรียน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สอดคล้องกับการรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานเขตพื้นที่การมัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กทม. ไม่พบความผิดปกติเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล &amp;rdquo; เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32299</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ม.44 #การเมืองไทยโพสต์ #ปลดล็อกการเมือง, บุญรักษ์  ยอดเพชร, รถตู้รร.เตรียมอุดมฯ, รับนักเรียนปี2562, เลขาฯ กพฐ., แป๊ะเจี๊ยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f66764bcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;เชื่อเกณฑ์รับนร.ใหม่สกัดแป๊ะเจ๊๊ยะได้ผล  ชี้ยุคนี้มีคนจับตาไม่กล้าทำอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.พ.62- &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; เชื่อ เกณฑ์รับ นร. ใหม่สกัดแป๊ะเจี๊ยะได้ผลมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ชี้ ปัจจุบันนี้มีคนช่วยตรวจสอบมาก คงไม่มีใครกล้าจ่ายเงิน แลกที่นั่งอีก&amp;nbsp; ส่วนประเด็นข้อเสนอให้ผู้บริหาร รร. ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินนั้น เป็นอำนาจของป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มีมติแก้ไขประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562 ซึ่งปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษลดเหลือ 4 ข้อ จากเดิม 7 ข้อ ได้แก่ 1.นักเรียนที่อยู่ในความอนุเคราะห์ของผู้บริจาคที่ดินเพื่อจัดตั้งโรงเรียน เนื่องจากเป็นข้อผูกพันเดิมของโรงเรียน 2.นักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส 3.นักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติ หรือ ผู้ประสบภัยพิบัติ ที่ต้องการได้รับการสงเคราะห์ดูแลเป็นพิเศษ และ4.นักเรียนที่เป็นบุตรราชการครู และบุคลากรของโรงเรียน ส่วนที่ตัดออก 3 ข้อ ได้แก่ 1.นักเรียนที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกเท่ากันในลำดับสุดท้าย 2.รับนักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจ หรือคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย และ 3.นักเรียนที่อยู่ในอุปการะของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ.ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนทราบว่า กพฐ.มีการหารือและพยายามที่จะปรับแก้หลักเกณฑ์การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ ให้เป็นไปตามที่ ป.ป.ช.เสนอ แต่ขณะนี้ทาง สพฐ.ยังไม่ได้ส่งประกาศหลักเกณฑ์การรับนักเรียนปี 2562 มาให้ตนเซ็นลงนาม ซึ่งมติเกณฑ์รับนักเรียนใหม่นั้น ตนยังไม่เห็นทั้งหมดว่ายกเลิกหลักเกณฑ์ในข้อไหนไปบ้าง แต่คิดว่าก็เป็นเรื่องดีที่เราจะทำให้การรับนักเรียนโปร่งใสมากขึ้น อีกทั้งในเรื่องที่ให้นักเรียนที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีสิทธิให้ศึกษาต่อในระดับชั้น ม.4 โรงเรียนเดิมทุกคน ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือว่าเป็นการเพิ่มสิทธิให้กับนักเรียน และที่ผ่านมานักเรียนที่จบ ม.3 และไม่ได้เรียนต่อโรงเรียนเดิมก็เหมือนกับถูกไล่ออกจากโรงเรียนตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกณฑ์รับนักเรียนเกณฑ์ใหม่จะสกัดปัญหาเรื่องเงินแป๊ะเจี๊ยะได้แน่นอนหรือไม่นั้น ผมมองว่า คำว่าแน่นอนมันใช้ไม่ได้ในยุคนี้&amp;nbsp;แต่คงสกัดได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งไม่ต้องห่วง เพราะปัจจุบันนี้มีคนช่วยกันตรวจสอบจำนวนมาก คงไม่มีใครกล้าจ่ายเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียน ส่วนประเด็นที่มีคนค้านการตัดข้อผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงเรียนออกไปด้วยนั้น ประเด็นนี้ผมไม่ทราบต้องไปถาม สพฐ. แต่นโยบายของผมการรับนักเรียนจะต้องดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรม&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าวและว่า สำหรับประเด็นที่นักวิชาการเสนอแนะให้ผู้บริหารโรงเรียนต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินนั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของป.ป.ช.ที่จะพิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28897</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, นโยบายรับนักเรียน, แป๊ะเจี๊ยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5baca8fca93ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อ.สมพงษ์&quot;แนะจับตานโยบายใหม่รับนร.ทำได้จริงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-อ.สมพงษ์ ผิดหวังไม่ยกเลิกทั้งหมดเงื่อนไขรับนักเรียนทั้งหมด 7ข้อ ชี้ต้องจับตาโรงเรียนจะปฎิบัติตามนโยบายหรือไม่ ส่วนปัญหาแป๊ะเจี๊ยะจุดอ่อนสำคัญอยู่ที่ผู้บริหารโรงเรียน แนะผอ.รร.ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มีมติแก้เกณฑ์รับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 โดยยกเลิกเงื่อนไขพิเศษ เด็กฝากผู้มีอุปการคุณ โควตาของโรงเรียนคู่สัญญา และคะแนนสอบเท่ากันลำดับสุดท้าย สนองมาตรการล้างแป๊ะเจี๊ยะ ส่วนผู้บริจาคที่ดินสร้างโรงเรียน เด็กยากจน และลูกครูยังต้องคงไว้ ว่า ตนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะคิดว่าหากจะแก้ไขปัญหาแป๊ะเจี๊ยะ จะต้องยกเลิกเงื่อนไขพิเศษทั้ง 7 ข้อ แต่ก็เข้าใจดีว่าโรงเรียนต้องดูแลชุมชนและผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีนโยบายลงมาแล้ว แต่หากฝ่ายปฏิบัติไม่ทำตาม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงหมดหวังกับการปฏิรูปการศึกษา&amp;nbsp; เพราะเรื่องเท่านี้ยังทำไม่ได้ เราก็ไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาได้สำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็จะต้องเร่งยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง ให้มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ยกเลิกการกำหนดค่าใช้จ่ายรายหัวเท่ากันหมดทั่วประเทศ ให้ครูเก่งๆ สอนในโรงเรียนขนาดเล็กและกลาง สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนโรงเรียนขนาดเล็กและกลาง เพราะตราบใดที่เราไม่สามารถทำให้โรงเรียนมีคุณภาพใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยะได้ นอกจากนี้ควรกระจายอำนาจให้สถานศึกษา ตัดสินใจกำหนดแนวทางการรับนักเรียนที่ชัดเจน และรับผิดชอบต่อการรับเด็ก ไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวเหมือนกันทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จุดอ่อนที่สุดของปัญหาการรับนักเรียนอยู่ที่ผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งเราก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า มีผู้บริหารโรงเรียนบางแห่งเรียกรับเงินจากการรับนักเรียนจริง ผมขอเสนอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน&amp;rdquo;อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28790</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นโยบายรับนักเรียนใหม่, สมพงษ์ จิตรระดับ, แป๊ะเจี๊ยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be19680d892f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออก ผอ.สามเสน มติเอกฉันท์ 6 เสียง มีผลทันที สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10เม.ย.61-เมื่อเวลา 9.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร เป็นวาระพิเศษ โดยมีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาการดำเนินการทางวินัย นายวิโรฒ &amp;nbsp;สำรวล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยวิทยาลัย กรณีมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ เรียกรับเงิน 4 แสนเพื่อแลกกับการรับเด็กเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่ง ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลเบื้องต้น ว่ามีความผิดจริง &amp;nbsp;ซึ่งโทษวินัยมีอยู่ 2 กรณี คือ ไล่ออก กับ ปลดออกจากราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ก่อนการประชุม นายธนรัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางกลับว่า ตนมาในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายวิโรฒ ได้เดินทางมารายงานที่ประชุม กศจ.กทม. เกี่ยวกับผลงานและคุณงามความดีตลอดชีวิตราชการที่นายวิโรฒเคยประกอบมา และไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาและขอความเมตตาจาก กศจ.กทม. อีกทั้งนายวิโรฒจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ด้วย ส่วนผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กศจ.กทม. ตนไม่ขอก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายการุณ กล่าวภายหลังการประชุม กศจ.กทม. วาระพิเศษ ว่า ตามที่มีหนังสือคำสั่ง สำนักงานศธจ. กรุงเทพฯ ที่ 008/2561 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น &amp;nbsp;วันนี้ (10 เม.ย.) ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายวิโรฒมีผล ถูกไล่ออกจากราชการ โดยพิจารณายึดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2536 ที่ระบุว่า การทุจริตต่อหน้าที่ราชการกำหนดไว้มาตรฐานโทษ คือ ต้องไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น และแม้ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กทม.เขต 1 จะนำผลงานของนายวิโรฒที่ได้เคยทำคุณงามความดีมาตลอดชีวิตราชการให้ กศจ.ประกอบพิจารณาด้วยนั้นก็ไม่สามารถนำมาอ้างได้ เพราะเราต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันโดยยึดมติ ครม.ฉบับดังกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งการพิจาณาโทษนายวิโรฒโดยไล่ออกจากราชการจะมีผลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ.ในฐานกรรมการ กศจ.และเลขานุการ กศจ.กทม. กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาโทษวินัยเฉพาะนายวิโรตเพียงรายเดียว ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีก 2 รายนั้นคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงได้สรุปผลการลงโทษทางวินัยมาแล้ว &amp;nbsp;แต่ยังต้องรอผ่านการพิจาณาจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการ กศจ.กทม.ก่อน.จากนั้นถึงจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กศจ.ใหญ่ ที่มี ปลัด ศธ.เป็นประธาน ต่อไป &amp;nbsp;สำหรับมติการพิจารณาโทษไล่ออกจากราชการนั้นเป็นมติเอกฉันท์ 6 เสียง จากกรรมการในที่ประชุม ได้แก่ &amp;nbsp;ปลัด ศธ. เป็นประธาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;และตนในฐานะตัวแทนจากสำนักงานปลัด ศธ. &amp;nbsp;แต่ตัวแทน สพฐ.ได้ขอออกจากที่ประชุมระหว่างลงมติ เนื่องจากเป็นตัวแทนจาก อกศจ.จึงไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน ทั้งนี้นายวิโรฒสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายชนะ วงศ์มุสิก ศิษย์เก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะของ ผอ.ร.ร.สามเสนวิทยาลัย กล่าวภายหลังทราบผลการพิจารณาโทษนายวิโรฒโดยไล่ออกจากราชการว่า ต้องขอชื่นชมการทำของ กศจ.กทม.ที่พิจารณาโทษอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรม โดยไม่มีการช่วยเหลือกันถือว่าเป็นผลดีกับการศึกษา เพราะส่งผลให้การรับนักเรียนเข้าเรียนปีนี้มีความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ เพราะมีการขึ้นบัญชีสำรองไว้และให้เรียกตามลำดับในบัญชี ไม่ใช่ ผอ.โรงเรียนมีอำนาจเรียกใครก็ได้เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งมีคนโทรมาขอบคุณตนที่ออกมาต่อสู้เรื่องนี้ อย่างไรก็ตามตนไม่ได้โกรธเคืองหรือมีอคติกับ ผอ.สามเสนฯ แต่ในฐานะศิษย์เก่าเมื่อพบว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ในการเรียกรับผลประโยชน์ ก็ต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสังคม ทั้งนี้ตนไม่ได้ต่อต้านการบริจาคเงินให้โรงเรียนแต่ต้องเป็นการบริจาคที่โปร่งใสและมีใบเสร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6830</URL_LINK>
                <HASHTAG>รร.สามเสนวิทยาลัย, วิโรฒ สำรวล, แป๊ะเจี๊ยะ, ไล่ออก ผอ.รร.สามเสนฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3289984da9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออก ผอ.สามเสน มติเอกฉันท์ 6 เสียง มีผลทันที สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10เม.ย.61-เมื่อเวลา 9.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร เป็นวาระพิเศษ โดยมีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาการดำเนินการทางวินัย นายวิโรฒ &amp;nbsp;สำรวล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยวิทยาลัย กรณีมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ เรียกรับเงิน 4 แสนเพื่อแลกกับการรับเด็กเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่ง ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลเบื้องต้น ว่ามีความผิดจริง &amp;nbsp;ซึ่งโทษวินัยมีอยู่ 2 กรณี คือ ไล่ออก กับ ปลดออกจากราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ก่อนการประชุม นายธนรัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางกลับว่า ตนมาในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายวิโรฒ ได้เดินทางมารายงานที่ประชุม กศจ.กทม. เกี่ยวกับผลงานและคุณงามความดีตลอดชีวิตราชการที่นายวิโรฒเคยประกอบมา และไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาและขอความเมตตาจาก กศจ.กทม. อีกทั้งนายวิโรฒจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ด้วย ส่วนผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กศจ.กทม. ตนไม่ขอก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายการุณ กล่าวภายหลังการประชุม กศจ.กทม. วาระพิเศษ ว่า ตามที่มีหนังสือคำสั่ง สำนักงานศธจ. กรุงเทพฯ ที่ 008/2561 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น &amp;nbsp;วันนี้ (10 เม.ย.) ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายวิโรฒมีผล ถูกไล่ออกจากราชการ โดยพิจารณายึดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2536 ที่ระบุว่า การทุจริตต่อหน้าที่ราชการกำหนดไว้มาตรฐานโทษ คือ ต้องไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น และแม้ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กทม.เขต 1 จะนำผลงานของนายวิโรฒที่ได้เคยทำคุณงามความดีมาตลอดชีวิตราชการให้ กศจ.ประกอบพิจารณาด้วยนั้นก็ไม่สามารถนำมาอ้างได้ เพราะเราต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันโดยยึดมติ ครม.ฉบับดังกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งการพิจาณาโทษนายวิโรฒโดยไล่ออกจากราชการจะมีผลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ.ในฐานกรรมการ กศจ.และเลขานุการ กศจ.กทม. กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาโทษวินัยเฉพาะนายวิโรตเพียงรายเดียว ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีก 2 รายนั้นคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงได้สรุปผลการลงโทษทางวินัยมาแล้ว &amp;nbsp;แต่ยังต้องรอผ่านการพิจาณาจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการ กศจ.กทม.ก่อน.จากนั้นถึงจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กศจ.ใหญ่ ที่มี ปลัด ศธ.เป็นประธาน ต่อไป &amp;nbsp;สำหรับมติการพิจารณาโทษไล่ออกจากราชการนั้นเป็นมติเอกฉันท์ 6 เสียง จากกรรมการในที่ประชุม ได้แก่ &amp;nbsp;ปลัด ศธ. เป็นประธาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;และตนในฐานะตัวแทนจากสำนักงานปลัด ศธ. &amp;nbsp;แต่ตัวแทน สพฐ.ได้ขอออกจากที่ประชุมระหว่างลงมติ เนื่องจากเป็นตัวแทนจาก อกศจ.จึงไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน ทั้งนี้นายวิโรฒสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายชนะ วงศ์มุสิก ศิษย์เก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะของ ผอ.ร.ร.สามเสนวิทยาลัย กล่าวภายหลังทราบผลการพิจารณาโทษนายวิโรฒโดยไล่ออกจากราชการว่า ต้องขอชื่นชมการทำของ กศจ.กทม.ที่พิจารณาโทษอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรม โดยไม่มีการช่วยเหลือกันถือว่าเป็นผลดีกับการศึกษา เพราะส่งผลให้การรับนักเรียนเข้าเรียนปีนี้มีความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ เพราะมีการขึ้นบัญชีสำรองไว้และให้เรียกตามลำดับในบัญชี ไม่ใช่ ผอ.โรงเรียนมีอำนาจเรียกใครก็ได้เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งมีคนโทรมาขอบคุณตนที่ออกมาต่อสู้เรื่องนี้ อย่างไรก็ตามตนไม่ได้โกรธเคืองหรือมีอคติกับ ผอ.สามเสนฯ แต่ในฐานะศิษย์เก่าเมื่อพบว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ในการเรียกรับผลประโยชน์ ก็ต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสังคม ทั้งนี้ตนไม่ได้ต่อต้านการบริจาคเงินให้โรงเรียนแต่ต้องเป็นการบริจาคที่โปร่งใสและมีใบเสร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6829</URL_LINK>
                <HASHTAG>รร.สามเสนวิทยาลัย, วิโรฒ สำรวล, แป๊ะเจี๊ยะ, ไล่ออก ผอ.รร.สามเสนฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3289984da9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออก&quot;วิโรฒ&quot; ผอ.รร.สามเสนผิดวินัยร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คกก.สอบสวนวินัยร้ายแรงระบุ ผอ.สามเสน ชี้ &amp;ldquo;วิโรฒ&amp;rdquo; มีความผิดอย่างชัดเจน ด้าน &amp;ldquo;บุญรักษ์&amp;rdquo; รอผลสรุปข้อมูลอย่างเป็นทางการ เตรียมให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามมาตรการใหม่ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรณีรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 เมื่อปี 2560 &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ประธานคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงฯ ได้รายงานผลสรุปโดยวาจาอย่างไม่เป็นทางการให้ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. รับทราบว่า &amp;nbsp;ผลสอบนายวิโรฒ มีความผิดอย่างชัดเจน แต่ผลสรุปความผิดอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำเอกสาร เพื่อเสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้นในกรณีถือเป็นความผิดชัดเจนและโดนสอบวินัยร้ายแรง โดยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้นสังกัดของนายวิโรฒ ได้พิจารณาใช้แนวทางการปฏิบัติตามหนังสือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการให้นายวิโรฒ ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนในขั้นตอนการพิจารณาโทษทางวินัยของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร ก็ยังคงดำเนินไปตามกระบวนการ ซึ่งโทษวินัยร้ายแรงมีอยู่ 2 กรณี คือ ไล่ออก กับ ปลดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของผู้ปกครองที่มีการจ่ายเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนจะถือว่ามีความผิดฐานติดสินบนด้วยหรือไม่ เพราะ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินในการรับนักเรียนและระบุว่า การบริจาคเงินหรือแป๊ะเจี๊ยะถือว่ามีความผิดเพราะเป็นการติดสินบน นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนยังไม่ทราบในข้อกฎหมายดังกล่าวว่าจะมีผลย้อนหลังด้วยหรือไม่ แต่หากเป็นการรับนักเรียนในปีการศึกษานี้ผู้ปกครองมีความผิดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญรักษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp; สำหรับกรณีของนายวิโรฒ หากประธานสอบวินัยฯ ส่งผลสรุปข้อมูลอย่างเป็นทางการมาถึงตน ในฐานะ เป็นหน่วยงานต้นสังกัดนายวิโรฒ ก็จะดำเนินการตามมาตรการของ คสช. คือ ให้ออกจากราชการ ไว้ก่อน ระหว่างรอผลสรุปโทษวินัยอย่างเป็นทางการจาก กศจ. &amp;nbsp;เพราะเรื่องนี้เป็นที่สนใจของสังคม.
------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6350</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ผอ.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, รับเงินใต้โต๊ะ, วิโรฒ สำรวล, แป๊ะเจี๊ยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3289984da9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
