<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯดีเดย์ 7 มิ.ย.กระจายวัคซีน 3 ช่องทาง ลั่นทุกกลุ่มได้รับวัคซีนแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค. ครั้งที่ 7 / 2564 ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม ว่า&amp;nbsp; นายกฯได้สรุปถึงแผนวัคซีนว่า การที่ประเทศไทยประกาศแผนการกระจายวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จะดีเดย์วันที่ 7 มิ.ย. ผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1.ระบบหมอพร้อม ที่ดำเนินการอยู่ 2.การลงทะเบียน ณ จุดฉีด ที่จะเข้ามาเสริม จุดไหนมีวัคซีนเพียงพอจะได้ฉีด หากไม่เพียงพอให้รอคิว 3.การกระจายวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหากประชาชนกลุ่มไหนคิดว่ามีความจำเป็นสามารถเสนอเหตุผลความจำเป็นไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอรับการจัดสรรและสถานที่ฉีดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าฉีดวัคซีนขณะนี้เราอยู่ในระยะที่ 1 ที่มีการทดสอบระบบต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมถึงวันที่ 6 มิ.ย. และระยะที่ 2 คือ วันที่ 7 มิ.ย.จะเริ่มการฉีดวัคซีนทั้งระบบให้กับกลุ่มต่างๆ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว นักกีฬาและนักเรียนที่ต้องไปต่างประเทศ ผู้ประกันตน รวมถึงผู้ที่มีอาชีพซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน เช่น สาธารณูปโภค อาหาร ตลอดจนบุคคลทั่วไป กลุ่มนี้ไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาพูดได้หมด แต่นายกฯยืนยันจะไม่มีการทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.จะได้รับวัคซีนแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวตอนท้ายว่า หลังจากนี้จะมีการปรับรูปแบบการสื่อสารกับประชาชน จากเดิมที่เราอธิบายเรื่องของโรค ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มมีความเข้าใจกันแล้ว จากนี้เราจะนำเสนอชุดข้อมูลเรื่องการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้น.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103694</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, หมอพร้อม, แผนกระจายวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a761c7b6b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.สมชาย&#039;สรุปแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทาง ย้ำวัคซีนที่ดีที่สุดคือได้ฉีดเร็วที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64&amp;nbsp; - นายสมชาย แสวงการ สมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ
ผมขอสรุปให้เข้าใจตรงกันครับ ว่า
ขณะนี้รัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทาง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ระบบหมอพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้วกว่า7.5ล้านคน เริ่มฉีดวันที่7มิย เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 31 พ.ค.นี้ ประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) บริการเสริมการลงทะเบียน ณ จุดบริการ&amp;nbsp; หรือ ออนไซต์ On-site Registration
ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่า วอล์ก อิน (Walk in) เป็นการลงทะเบียน ณ จุดบริการ ที่มีระบบรองรับและแจ้งประชาชนเมื่อเดินทางไปลงทะเบียนว่า มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการในวันนั้นหรือไม่ หากพร้อมฉีด แต่วัคซีนไม่พอในวันนั้นจะให้ลงทะเบียนเพื่อจองคิวนัดฉีดในวันอื่นต่อๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำว่าบริการหลักยังเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม ส่วนการลงทะเบียน ณจุดบริการ ออนไซท์หรือวอล์กอินนั้นจะเป็นการบริการเสริมในช่วงนี้
ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทาง กทม.ได้จัดให้มีการกระจายจุดบริการวัคซีนทั่วพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงาน จำนวน 231 แห่ง และได้เตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลอีก 25 แห่ง ขณะนี้เปิดทดลองระบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 1.เซ็นทรัล ลาดพร้าว 2.สามย่านมิตรทาวน์ 3.เดอะมอลล์ บางกะปิ และ 4.บิ๊กซี บางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3) การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจและนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการอาหารและยา และกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตและเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถยื่นเรื่องต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป
ส่วนการฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชนจะร่วมมือกัน สนับสนุนให้บุคลากรกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว นอกจากนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมใน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิถุนายน-กรกฎาคม 2564) และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 2564
สมาชิกในครอบครัวที่มีอายุ18ปีขึ้นไป ควรฉีดวัคซีนทุกคนตาม3วิธีนี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ได้ฉีดเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103681</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองฉีดวัคซีน, นายสมชาย แสวงการ, หมอพร้อม, แผนกระจายวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a747663ced5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีดปากภท.ไมรู่มี้วัคซีนกี่โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ตบปากเด็กภูมิใจไทย บอกให้ไปคิดเองสมควรพูดหรือไม่ &amp;ldquo;สุชาติ&amp;rdquo; ขย่มซ้ำอย่าแค่โม้เอาเสียงเชียร์ ทะแม่ง! บอกทุกวันนี้ยังไม่รู้วัคซีนมีกี่โดส จะให้วอล์กอินได้อย่างไร &amp;ldquo;ดร.แรมโบ้&amp;rdquo; ไม่พลาดหวดซ้ำ บอกตินายกฯ เท่ากับตำหนิหัวหน้าพรรคตัวเอง &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ได้ทีเสี้ยม &amp;ldquo;ปชป.-ภท.&amp;rdquo; ควรวอล์กเอาต์ออกมา เพราะถูกข้ามหน้าข้ามตาตลอด โฆษกรัฐบาลย้ำแผนกระจายวัคซีน 3 ช่องทาง อภ.แจงรับซิโนแวคเพิ่มอีก 1.5 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องจากประเด็นการวอล์กอินฉีดวัคซีน ที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ดูแลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่เห็นด้วยกับการจัดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า ไม่มีความคิดเห็น แต่สมควรหรือไม่ก็ไปคิดดูกันเอง เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการแสดงความเห็นว่านายกฯ ขวางการเข้าถึงวัคซีน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นฝ่ายดำเนินงานและบูรณาการทำงาน ดังนั้นไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความขัดกันของพรรคร่วมรัฐบาล รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีๆ เรื่องขัดแย้ง ไม่มี เป็นเรื่องของบุคคล&amp;quot; ถามย้ำว่าต้องกำชับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ให้ปรามลูกพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ต้องกำชับ เขาเป็นผู้ใหญ่อยู่แล้ว รู้อยู่แล้วว่าอะไรควรไม่ควร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสมาชิกพรรค พปชร.ก็ออกมาตอบโต้อีกฝ่ายเช่นเดียวกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของโฆษกฯ มีความเห็นอย่างไรก็ว่าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวกรณีนี้ว่า การออกมาพูดแล้วรู้หรือยังว่าจะได้วัคซีนเท่าไหร่ จึงจะเปิดให้วอล์กอิน จะพูดเอามันไม่ได้ คนเป็น ส.ส.ต้องมีวุฒิภาวะในการพูด และไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะเป็นน้องรู้จักกัน แต่การพูดอะไรต้องมีความคิด ต้องรู้ว่าการเปิดฉีดวัคซีนวอล์กอิน ตอนนี้มีวัคซีนในมือเท่าไหร่ เช่น กระทรวงแรงงานได้วัคซีนมา 1.5 แสนโดส แต่มีผู้ประกันตนใน กทม. 3.5 ล้านคน ก็ต้องบริหารจัดการ สมมุติประกาศออกไปให้วอล์กอินได้ทุกคนก็มากันหมด ดังนั้นขอให้นำความจริงมาพูดกัน และไม่ขอก้าวล่วงว่าเรื่องที่นายภราดรออกมามีผู้ใหญ่ภายในพรรครู้เห็นหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าหากเราเป็น ส.ส. ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล การจะพูดอะไรต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง
ติงอย่าพูดเอาเสียงเชียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายภราดร ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ถือเป็นการปกป้องนายอนุทินที่ถูกนายกฯ เบรกเรื่องวอล์กอินหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า จะปกป้องอะไรต้องมีวุฒิภาวะในการพูด และพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูด ขอพูดในฐานะพื้นฐานคนทำงาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามีวัคซีนกี่โดส แล้วจะเปิดให้วอล์กอิน ต้องคิดให้เป็น ถ้าคิดเป็นแล้วก็ต้องพูดเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนแห่ไปหมื่นคน แต่มีวัคซีนแค่ 1,000 คน แล้วจะตอบคำถามคนอีก 9,000 คนอย่างไร คำพูดคำจาต้องมีวุฒิภาวะ ผมไม่อยากพูด ไม่อยากทะเลาะ เพราะรู้จักกันทั้งนั้น แต่ไม่พูดไม่ได้ ไม่ใช่ออกมาพูดเอาคะแนนเสียง พูดโดยให้คนเชียร์ แต่ไม่รู้จุดจบจะเป็นอย่างไร เราทำงานต้องมีแผน สามารถตอบแทนได้หมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวประเด็นนี้ว่า การวอล์กอินอาจเกิดปัญหาตามมาได้ หากมีคนเป็นจำนวนมากเข้ารับการฉีดวัคซีนพร้อมกัน แต่ ณ จุดบริการฉีดวัคซีนในแต่ละวันก็อาจมีวัคซีนไม่เพียงพอได้ อาจทำให้ประชาชนที่เดินทางมาเสียเวลานัดมาใหม่ ยิ่งเกิดความไม่พึงพอใจตำหนิรัฐบาลได้ แต่หากลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ที่ปรับจากการวอล์กอินจะมีระบบรองรับและแจ้งประชาชนเมื่อเดินทางไปลงทะเบียนว่า มีวัคซีนเพียงพอ ณ จุดบริการในวันนั้นหรือไม่ หากพร้อมฉีด แต่หากวัคซีนไม่พอในวันนั้นก็ลงทะเบียนเพื่อนัดฉีดในวันอื่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้นายสิริพงศ์และนายภราดร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเข้าใจนายกฯ ด้วยว่านายกฯ ตั้งใจจริงที่อยากให้ประชาชนเข้าถึงการฉีดวัคซีนให้เร็ว และมากที่สุด และนายกฯ ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาโควิดเป็นอย่างมาก โดยให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติแล้ว&amp;rdquo; นายเสกสกลกล่าว และว่า ต้องช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันมากกว่าจะออกมาตำหนิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแผนการบริหารฉีดวัคซีนให้ประชาชนนั้น นายกฯและนายอนุทินได้วางแผนร่วมกันตลอด ถ้า ส.ส.ทั้งสองยังไม่เข้าใจในรายละเอียดแผนดำเนินการฉีดวัคซีน น่าจะไปสอบนายอนุทินจะทราบเรื่องดี จะได้ไม่ออกมาตำหนินายกฯ เพราะถ้าตำหนินายกฯ ตำหนิรัฐบาล สุดท้ายก็เหมือนตำหนิ รมว.สธ. ตำหนิพรรคตัวเองด้วย เพราะเราเป็นรัฐบาลร่วมกันอยู่ในเรือนาวาลำเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวในเรื่องนี้ว่า สะท้อนให้เห็นถึงความกลับไปกลับมาของรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนสับสนครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งปัญหามาจากความพยายามรวบอำนาจไว้ที่ตนเองของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่เคยมีความเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนทางสาธารณสุข เพราะมัวแต่สนใจแต่หน้าตาของตนเอง
เสี้ยม&amp;ldquo;ปชป.-ภท.&amp;rdquo;วอล์กเอาต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นนัยที่สะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพระหว่างพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักของรัฐบาล กับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสองพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือภูมิใจไทยที่ต้องทำงานแบบโดนข้ามหัวมาตลอด ในสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนต้องการเห็นเอกภาพในการวางแผนร่วมกันเพื่อพาประชาชนข้ามผ่านความเลวร้ายไปให้ได้ ผมคิดว่าการที่ให้วอล์กอินไม่ได้ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทุกองคาพยพของรัฐบาลเข้าไปสนับสนุนทำให้เป็นจริง ก็คงยากแล้วที่พรรคร่วมรัฐบาลจะทำผลงานตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วลองมองย้อนกลับไปในหลายเรื่องโดนกระทำมา ผมแนะนำให้ทั้งสองพรรควอล์กเอาต์ออกมาดีกว่า ไม่ควรไปเดินตามตัวถ่วงประเทศ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของตัวเองลงไปทุกวัน&amp;rdquo;
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมสภากลาโหมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ไปยังหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม โดยภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พ.อ.วีรยุทธ์ น้อมศิริ ผู้ช่วยโฆษก กห. แถลงผลประชุมตอนหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงทุกเหล่าทัพสร้างการรับรู้ในการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในเรื่องการฉีดวัคซีน รวมถึงกำลังพลและครอบครัวด้วย ขณะที่ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้กำลังพล ตอนนี้กระจายไปยังทั่วถึงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรมอบนโยบายต่อแรงงานจังหวัดและสำนักงานในแรงงานต่างประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยระบุว่า ได้เน้นย้ำในเรื่องการบริหารวัคซีน ร่วมกับคณะกรรมการกระจายวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนอย่างทั่วถึง&amp;nbsp; และตรวจคัดกรองเชิงรุกให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงสูงมากที่สุด ส่วนการช่วยเหลือเยียวยายังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนมีอุปสรรคอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เราเตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว โดยเตรียมจุดฉีดไว้ 45 จุดใน กทม.และปริมณฑล 9 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ได้สั่งการให้อธิบดีทุกคนต้องประสานหาวัคซีนเพื่อฉีดให้ทุกคนในสังกัด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง ต้องได้ฉีดวัคซีนทั้งหมด รวมทั้งอธิบายให้ความรู้ว่าวัคซีนไม่ได้น่ากลัว ขอให้เป็นนโยบายเร่งด่วน โดยข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง หากมาทำงานในกรมหรือหน่วยงาน หากยังไม่ได้รับวัคซีนจะไม่ให้เข้าพื้นที่ แต่หากได้รับเข็มแรกแล้วมีหลักฐานมาแสดงก็ให้เข้ามาทำงานได้ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งของกระทรวงทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะไม่ต้องการทำให้สังคมเห็นว่าข้าราชการกระทรวงยุติธรรมขาดความตื่นตัวในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม เพราะหากมีคนติดเชื้อจะเดือดร้อนทั้งกรม การทำงานต่างๆ ในการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกประชาชนจะสะดุดได้
ร่ายแผนฉีดวัคซีน 3 ช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทาง คือ 1. ระบบหมอพร้อม ซึ่งเปิดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน และจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่าวอล์กอิน (Walk in) เนื่องจากหากใช้คำว่าวอล์กอินแล้ว อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าทุกคนที่เดินทางไปจะได้ฉีดในวันนั้น จนอาจเกิดปัญหาตามมาได้
&amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ยืนยันว่าถ้าหากในแต่ละจุดที่บริการมีวัคซีนเพียงพอในแต่ละวัน และมีวัคซีนสำรอง เนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัดอยู่บ้าง รัฐบาลก็มีแผนในการเปิดการฉีดวัคซีนแบบวอล์กอินได้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและความรุนแรงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม มีการระบาดในหลายคลัสเตอร์หลายพื้นที่ เป็นสาเหตุให้นายกฯ จำเป็นต้องตัดสินใจปรับแผนเพื่อให้ทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนบริการหลักยังเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม ส่วนการวอล์กอินจะเป็นการบริการเสริมช่วงนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์, เจ้าหน้าที่ด่านหน้า, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), ทหาร, ตำรวจ, ข้าราชการ, พนักงานด้านการบิน, ครู-อาจารย์ และผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ เป็นต้น โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม.ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็ยื่นเรื่องต่อ สธ.เพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ยังมีนโยบายเตรียมการฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.นี้ นอกจากนี้รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมใน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิ.ย.-ก.ค.64) และฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 2564&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเพจหมอพร้อมเผยจำนวนประชาชนที่จองรับวัคซีน สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง&amp;nbsp; ณ วันที่ 20 พ.ค. เวลา 08.00 น. มีผู้ลงทะเบียน 7,405,567 คน แบ่งเป็น กทม. 810,331 ราย และต่างจังหวัด 6,595,236 คน
นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 05.35 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อภ.ได้รับมอบวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ของซิโนแวคจากประเทศจีนเพิ่มอีก 1.5 ล้านโดส โดยก่อนหน้านี้ได้นำเข้าวัคซีนซิโนแวคมาแล้ว 8 ล็อต รวมวัคซีนที่ อภ.จัดหาได้เข้ามาแล้วทั้งสิ้น 6 ล้านโดส และภายในเดือน มิ.ย.นี้จะนำเข้ามาอีก 3 ล้านโดส โดยปัจจุบันวัคซีนซิโนแวคนี้ได้มีการใช้ทั่วโลกแล้ว 260 ล้านโดส ใน 45 ประเทศ เป็นอันดับ 2 ต่อจากวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103635</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ภูมิใจไทย, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนกระจายวัคซีน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6782a3e81a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
