<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คุณหญิงกัลยา&quot; จี้โรงเรียนเขียนโครงการ ยกระดับคุณภาพการศึกษา 1 โครงการ ชิงงบฯโรงเรียนละ 2 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มี.ค.64- ที่หอประชุมคุรุสภา - กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดการประชุมการบูรณาการด้านการศึกษาของ ศธ. เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั่วไทย โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช &amp;nbsp;รัฐมนตรี ศธ. รักษาการรัฐมนตรีว่าการ ศธ. &amp;nbsp;กล่าวนโยบายให้แก่ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) &amp;nbsp;และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทุกจังหวัด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้แผนดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก ศธ.พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสานต่อนโยบายนี้ให้มีความต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำการคัดเลือกโรงเรียนจำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;349 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนคุณภาพของชุมชนจำนวน 183 แห่ง โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมืองจำนวน 77 แห่ง และโรงเรียนขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง (Stand Alone) จำนวน 89 แห่ง เพื่อเสนอของบประมาณในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาในปีงบประมาณ 2565 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในปี 2564 นี้ ตนต้องการคัดเลือกโรงเรียนนำร่องที่สามารถเป็นต้นแบบของโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียน Stand Alone แบ่งเป็น 5 ภูมิภาค จำนวนทั้งสิ้น 15 แห่ง ให้แต่ละโรงเรียนเขียนโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา 1 โครงการเพื่อเสนอของบประมาณปี 2564 ภายใต้กรอบวงเงินโรงเรียนละไม่เกิน 2,000,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 334 แห่ง จะได้รับงบประมาณสนับสนุนโรงเรียนละไม่เกิน 400,000 บาท ภายใน 1 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;วันนี้ถือเป็นวันสำคัญ วันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง และดิฉันตั้งใจทำงานเพื่อเยาวชนและประเทศชาติ เพราะการศึกษาของประเทศไทย ทำให้ดิฉันก้าวมาสู่จุดนี้ จากเด็กนักเรียนโรวเรียนวัดสู่ทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอให้ผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 349 แห่ง ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกของการขับเคลื่อนแผนการศึกษาจังหวัด &amp;nbsp; จะต้องคิดโครงการในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนมาคนละ 1 โครงการ และส่งเข้ามาให้ ศธ.พิจารณา โดยเราจะมีคณะกรรมการคัดเลือกอย่างเหมาะสม แต่หากโครงการไม่ตอบโจทย์ตัวชี้วัดด้านคุณภาพ &amp;nbsp;เราก็จะไม่อนุมัติโครงการให้ &amp;nbsp;ซึ่งการให้โรงเรียนคัดเลือกโครงการเพิ่มคุณภาพการศึกษานั้น &amp;nbsp;ไม่ใช่เพิ่มด้านกายภาพ แต่ต้องการยกระดับคุณภาพผู้เรียน เช่น โรงเรียนคิดโครงการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้เชื่อว่า รมว.ศธ.คนใหม่จจะให้ความสำคัญกับแผนการศึกษาจังหวัด เพราะเป็นแผนงานที่ดี&amp;rdquo;รักษาการ รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายสะท้อน ว่า คุณหญิงกัลยาทำงานเกินหน้าที่ของการเป็นรักษาการ รมว.ศธ.หรือไม่นั้น คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ตนไม่กังวล ซึ่งอะไรที่เราทำได้ก็ต้องทำไปก่อน โดยตนคงไม่อยู่นิ่งเฉยโดยที่ไม่อะไรอะไรเลยไม่ได้ อีกทั้งเรื่องต่างๆ ที่ตนดำเนินการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นแผนการศึกษาจังหวัด หรือเรื่องอื่นๆ ก็เป็นแผนงานเดิม ศธ.ดำเนินการอยู่แล้วและจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนไม่ได้คิดนโยบายอะไรขึ้นมาใหม่ เพียงแต่ขับเคลื่อนนโยบายที่มีอยู่ให้เดินหน้าไปได้เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96129</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, แผนการศึกษาจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f1edb11dd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คุณหญิงกัลยา&quot;ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง&quot;การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4มี.ค.64-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษาการ รมว.ศธ.) กล่าวในงานแถลงข่าวถอดรหัสนโยบายการศึกษา ก้าวใหม่นักเรียนไทย ผ่าน 3 กลไก 5 นโยบาย 7 โครงการ เร่งเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียน วางรากฐานการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต เน้นต้องมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ว่า เมื่อตนเองได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการ รมว.ศธ.ก็ได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้กับผู้บริหาร ศธ. ไปในทันที โดยในปี 2564 จะขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 3 กลไกหลักนั่นก็คือ&amp;quot;ความทันสมัย- เท่าเทียม- และยั่งยืน &amp;quot;เพราะถือเป็นหัวใจในการพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ ส่วนการจะไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษ 21 อย่างแท้จริงนั้น จะต้องเร่งผลักดัน 5 นโยบายสำคัญ คือ 1.เรื่องโค้ดดิ้ง ผ่านคณะกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ และปัจจุบันได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ Coding เพื่อการปฏิรูปประเทศ ภายใต้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2.เรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการการเรียนการสอน : STI (Science /Technology/Innovation)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า 3.เรื่องการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อร่วมสมัย ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน และกระบวนการเรียนการสอนด้วยนวัตกรรมและสื่อการสอนที่ทันสมัย จัดทำคลังข้อมูลดิจิตัล เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับครู 4.อาชีวะเกษตรและประมง ด้วยการยกระดับอาชีวะศึกษาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งระบบ พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเกษตร ถ่ายถอดเทคโนโลยีเกษตรให้กับเยาวชนและชุมชน และ 5.นโยบายการศึกษาพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ศธ.ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะ 7 โครงการเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ ซึ่งจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย 1.โครงการ &amp;ldquo;Coding for All &amp;rdquo; 2.โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ 3.โครงการการขับเคลื่อนโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในกำกับ โดยให้การสนับสนุนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่งทั่วประเทศ 4.โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ 5.โครงการที่นำเอานวัตกรรมมาใช้กับการเกษตรและประมง 6.โครงการด้านการอ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย และ 7.โครงการการศึกษาพิเศษ การศึกษาไทยจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่กรุณาส่งกำลังใจมาให้ในการทำงานเพื่อวางรากฐานทางการศึกษา ท่านรองนายกวิษณุ เครืองาม ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกคน ทั้งนี้ เป้าหมายที่วางไว้จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากปราศจากทุกท่าน โดยดิฉันจะผลักดันนโยบายการศึกษาโดยเน้นไปที่ตัวผู้เรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต ด้วย 3 กลไกเพื่อการพัฒนาคุณภาพคนไทย ด้วย 5 นโยบายสำคัญ และ 7 โครงการต่อเนื่องเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ ของนักเรียนไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติในทุกมิติ&amp;rdquo; รักษาการ รมว.ศธ. กล่าว
พร้อมกับยืนยันว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการบูรณาการการศึกษาจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียน 3 กลุ่ม คือ 1.โรงเรียนคุณภาพของชุมชน 2.โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และ 3.โรงเรียน Stand Alone รวมทั้งนโยบายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95011</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, แผนการศึกษาจังหวัด, โค้ดดิ้ง, โรงเรียนดีสี่มุมเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040b2c04a3cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปลัดศธ.&quot;เผยแม้&quot;ณัฏฐพล&quot;พ้นรมต.แต่เคลื่อนแผนการศึกษาจังหวัดไปแล้ว 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25ก.พ.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้พ้นสภาพจากการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา (รมว.ศธ.) แล้วนั้น โดยในส่วนนโยบายแผนบูรณาการการศึกษาจังหวัดด้วยการสร้างโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ซึ่งถือเป็นนโยบายของนายณัฏฐพล ขณะนี้มีผู้บริหาร ศธ.ระดับ 10 ที่ถูกแต่งตั้งเป็นคณะทำงานแบ่งตามจังหวัดได้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมากว่าแผนการศึกษาดังกล่าวจะยังเดินหน้าต่อหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าในหลักการจะต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเป็นนโยบายที่ดีและมีการดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 70 เนื่องจากได้วางระยะเวลาของการนำแผนการศึกษาจังหวัดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเดือนเมษายนนี้ ดังนั้นเราจะต้องดำเนินการแผนการศึกษาจังหวัดให้เสร็จสิ้น เพื่อวางกรอบแนวทางนำเสนอให้ รมว.ศธ.คนใหม่พิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เท่าที่ทราบขณะนี้นายณัฏฐพลยังไม่ได้ฝากงานในเรื่องใดเป็นเป็นพิเศษ แต่นโยบายแผนการศึกษาจังหวัดเราจะต้องเดินหน้าต่อให้เสร็จสิ้น เพื่อปูแนวทางไว้ให้กับรมว.ศึกษาธิการคนใหม่ และหากรมว.ศึกษาธิการคนใหม่ให้ความสนใจก็สามารถเชื่อมต่อการทำงานได้ทันที ส่วนตัวผมไม่กังวลและย้ำให้ผู้บริหารและข้าราชการที่รับผิดชอบแผนนี้ได้ทำต่อไป ซึ่งทั้งสำนักงานปลัดศธ.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ยังประสานการทำงานกันได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการขับเคลื่อนงานการศึกษาด้านต่างๆไม่มีสะดุดอย่างแน่นอน&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สุภัทร จำปาทอง, แผนการศึกษาจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb666f19b2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;เชื่อมั่นแผนCONNEXT ED รร.ของภาคเอกชน จะปรับตัวให้เข้ากับแผนการศึกษาของจังหวัดได้เป็นอย่างดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานโครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ครั้งที่ 2 นั้น ที่ประชุมมีการหารือถึงแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ โดยเป็นการปรับปรุงสร้างความเข้าใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และภาคเอกชน ให้ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น การต่อยอด ระบบ school management system ที่ได้ดำเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อวัดผลอย่างโปร่งใส &amp;nbsp;และ การพัฒนาบุคคลากรที่จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนให้ครบถ้วน เนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าระบบฐานข้อมูลการศึกษาขั้นพื้นฐานของ ศธ.ยังมีการรวบรวมข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและรอบด้าน ทั้งนี้หากการเก็บข้อมูลโรงเรียนทำได้อย่างเต็มที่ การวางแผนดำเนินการนโยบายต่างๆ ในอนาคตจะมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเนื่องจากถือเป็นการวางฐานการศึกษาที่สำคัญของประเทศในอนาคต และ การทำให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ตนได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมรับทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนแผนการศึกษาระดับจังหวัด ของ ศธ. ที่อาจต้องมีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ ต่างๆ ซึ่งโรงเรียนเหล่านั้นบางส่วนอาจอยู่ในโครงการ CONNEXT ED ด้วย เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถปรับแผนการสนับสนุนให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินการของ ศธ. เนื่องจากเราต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มที่ไม่ใช่เพียงการทำในรูปแบบ CSR เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งทางภาคเอกชนมีความเข้าใจแผนการดำเนินการของ ศธ.เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะมีส่วนร่วม และที่สำคัญทางภาคเอกชนมีความมั่นใจในการร่วมโครงการนี้อย่างเต็ม 100 เนื่องจากมีการดำเนินการไปในทิศทางที่เหมาะสมและเข้มข้นกว่าเดิม ซึ่งเชื่อมั่นว่า จากการสนับสนุนของภาคเอกชนรวมถึงงบประมาณของ ศธ.ที่จะลงไปขับเคลื่อนโรงเรียนให้มีคุณภาพการศึกษาดีขึ้นอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ภาคเอกชนหลายฝ่ายยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับแผนพัฒนาระดับจังหวัดของ ศธ.อยู่บ้าง ว่า อาจส่งผลกระทบไปถึงผู้บริหารสถานศึกษา ครู ชุมชน และส่วนอื่นๆ ซึ่งผมไม่รู้สึกกังวลเพราะว่าผมมีแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายอย่างชัดเจนที่จะยกระดับการศึกษาไทย ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องช่วยเหลือกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่า จะเห็นภาพการขับเคลื่อนแผนดังกล่าวที่ชัดเจนภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83623</URL_LINK>
                <HASHTAG>#CONNEXT ED, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, แผนการศึกษาจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa69f783032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;จึ้&quot;แต่ละจังหวัด&quot;ทำแผนการศึกษาตามบริบทพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
9พ.ย.63-ศธ. เดินหน้ามุ่งเป้าขับเคลื่อนให้แต่ละจังหวัดมีแผนจัดการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ตนเอง &amp;nbsp;ตอบโจทย์การพัฒนาแต่ละจังหวัด &amp;nbsp;ยึดโยงกับการของบประมาณแต่ละปี &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot;เผยจากการลงพื้นที่ทำให้เห็นปัญหาชัด ภูเก็ตพึ่งท่องเที่ยว 97% แต่จัดการเรียนการสอนเนื้อหาเหมือนโรงเรียนในอีสานเปี๊ยบ ย้ำต้องเริ่มปีงบฯ 65 &amp;nbsp;เป็นต้นไป


นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงแผนการจัดการศึกษาระดับจังหวัด เพราะขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังวางแผนปรับระบบการศึกษาไทยใหม่ทั้งหมด ด้วยการมุ่งเป้าขับเคลื่อนการศึกษาในระดับจังหวัด โดยจะยกระดับรายได้จังหวัดจากการศึกษา ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ศธ.กำลังวางแนวทางดำเนินการอยู่ โดยเบื้องต้นนายกฯ เห็นด้วยกับแนวทางนี้ &amp;nbsp;เนื่องจากตนไม่ต้องการให้การพัฒนาการศึกษาเหมือนเป็นการตัดเสื้อโหลให้ทุกคนใส่เหมือนกัน เพราะบริบทของพื้นที่แต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน เช่น จากการลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ทำให้ตนพบว่าภูเก็ตพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึงร้อยละ 97 แต่ขณะที่การเรียนการสอนของโรงเรียนภายใน จังหวัดภูเก็ตกับโรงเรียนในภาคอีสานก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันสอนเนื้อหาเดียวกัน เป็นต้น ดังนั้นต่อจากนี้ไประบบการศึกษาในพื้นที่จะต้องเปลี่ยนใหม่เน้นการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ของจังหวัดตามภาคธุรกิจในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งแผนการดำเนินการในเรื่องนี้จะถูกเชื่อมโยงไปถึงการวางแผนการจัดทำคำของบประมาณปี 2565 ด้วย สำหรับแผนยกระดับจังหวัดด้วยการศึกษานั้นจะเป็นแผนงานที่ผสมผสานการศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงอาชีวศึกษา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรากำลังไล่ยกระดับการศึกษาให้ได้ทุกจังหวัด ซึ่งเบื้องต้นจะมีการนำร่องตัวอย่างการขับเคลื่อนการศึกษาระดับจังหวัดก่อน โดยผมกำลังดูโรงเรียนในพื้นที่ระหว่างโรงเรียนในจังหวัดสมุทรสงครามกับภูเก็ต เพื่อวางแผนปักธงนำร่องการขับเคลื่อนให้ทุกคนเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าการยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษามีแนวทางอย่างไรบ้าง อีกทั้งเราจะต้องใช้อาชีวศึกษาเป็นผู้นำขับเคลื่อนหลัก และโรงเรียนทำหน้าที่เป็นตัวป้อนผู้เรียนเข้าสู่สายอาชีพ หรือหากโรงเรียนไหนต้องการจะแยกตัวเองเพื่อเป็นการเรียนเฉพาะสายสามัญโดยตรงก็สามารถคัดแยกโรงเรียนได้ &amp;quot;
นายณัฏฐพลกล่าวอีกว่า ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่แผนที่จะควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางฐานมัธยมศึกษากับอาชีวะด้วย อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนตามแผนงานนี้จะแบ่งผู้บริหารระดับ 11 ศธ.เป็นผู้นำทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และทีมงานของตนเอง

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83274</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, แผนการศึกษาจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a9a618d01f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;เข็นศธจ.ทำแผนการศึกษาจังหวัด แก้ปัญหารร.ขนาดเล็ก เพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21กซย.63-&amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; ชี้ ศธจ. เปรียบเหมือน &amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; ของแต่ละจังหวัด แนะใช้ข้อมูลขับเคลื่อนทำแผนการศึกษาในพื้นที่ตัวเอง โดยเฉพาะการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก &amp;nbsp;เพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ ย้่ำมีแผนทำงานก่อนกังวลเรื่องงบประมาณ โดยต้องผนึกการทำงานรวมเป็นทีมเดียวกับสพท.ให้ได้

นายณัฏฐพล&amp;nbsp;ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการอบรมพัฒนาผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และรอง ศธจ. ตนได้ไปมอบนโยบาย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายการขับเคลื่อนการศึกษา ซึ่งตนต้องการให้การทำงานของ ศธจ.ได้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองในการดำเนินงานด้านการศึกษาระดับจังหวัด&amp;nbsp;ทำงานตามบริบทของแต่ละจังหวัด โดย ศธจ.จะต้องเข้าใจงานการศึกษาอย่างรอบด้านในพื้นที่จังหวัดของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้รับรู้ถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของปัญหาการศึกษาในแต่ละพื้นที่ เนื่องจาก ศธจ.นั้นเปรียบเหมือนปลัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องข้อมูลการศึกษาจากทุกภาคส่วนในจังหวัดนั้นๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลให้เราสามารถขับเคลื่อนวางแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะความจำเป็นในการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพที่จะทำอย่างไรให้เด็กที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ &amp;nbsp;3 ให้มาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น

&amp;ldquo;ผมอยากให้ ศธจ.ได้ช่วยบริหารจัดการในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งไม่อยากให้การขับเคลื่อนการศึกษาระดับจังหวัด จะต้องมานั่งกังวลกับงบประมาณ ว่า จะนำมาใช้เพียงพอหรือไม่ แต่ผมอยากให้คิดแผนการทำงานออกมาไม่ว่าจะเป็นแผนงานศึกษาเดิมที่เคยมีการดำเนินการไว้อยู่แล้ว หรือหากจะมีการคิดแผนการทำงานขึ้นมาใหม่ก็ได้ เพื่อที่ผมจะได้นำแผนงานเหล่านั้นมาเตรียมจัดงบทำขอประมาณปี 65 ได้ &amp;quot;นายณัฏฐพลกล่าวและว่า&amp;nbsp;ทั้งนี้ขอให้ ศธจ.เชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ และอยากให้มีการพูดคุยทำความเข้าใจร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพราะหากยังแบ่งแยกกันทำงาน เราจะมองไม่เห็นภาพสำเร็จของการศึกษา ดังนั้นจึงขอให้ทั้ง ศธจ.และเขตพื้นที่เป็นทีมเดียวกันในระดับจังหวัดด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78110</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธจ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, แผนการศึกษาจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59fad3b5d8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
