<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนแก้ &#039;ขยะทะเล’   งัดไม้แข็งลดใช้ &#039;พลาสติก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวพะยูนมาเรียมเสียชีวิต และเมื่อผ่าหาสาเหตุก็พบว่า ในตัวของพะยูนน้อยมีขยะพลาสติกที่ระบบทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดปัญหาลำไส้อุดตันและลุกลามไปจนทำให้มันเสียชีวิตในที่สุด และยังตามมาด้วย &amp;quot;ยามีล&amp;quot; พะยูนอีกตัวที่เสียชีวิตด้วยสาเหตุคล้ายกัน ไม่นับก่อนหน้านี้มีวาฬตั้งท้องตายเกยตื้น เมื่อผ่าซากเจอขยะพลาสติกกว่า 20&amp;nbsp; กิโลกรัม เรื่องเศร้าที่เกิดกับสัตว์ทะเลพวกนี้ เป็นผลจากขยะในทะเลที่มีปริมาณมาก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในแชมป์ขยะทะเล ซึ่งไม่ใช่สถิติที่ควรภูมิใจ ขยะพลาสติกกลายเป็นมหันตภัยใหญ่ของประเทศ ซึ่งเวลานี้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ศึกษาที่มาของขยะทะเลและมาตรการจัดการปัญหาขยะทะเลเพื่อใช้กำหนดแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะพลาสติกและขยะอาหารแบบบูรณาการโดยจะใช้เครือข่ายที่มีสมาชิกกว่า 1.2 แสนรายขับเคลื่อนลดขยะอีกทางหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ TDRI สรุปผลการศึกษาที่มาขยะทะเลแล้ว มีการนำเสนอสู่สาธารณะ ส่วนหอการค้าไทยฯ ประกาศแนวทางเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนปี 2562-2563 ที่หอการค้าไทยฯ เมื่อวันก่อน โดยมี ดร.ฮาราลด์ ลิงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และ&amp;nbsp;รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมแสดงจุดยืนผลักดันแก้ปัญหาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กล่าวว่า ปัญหาขยะทะเลมีแนวโน้มส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลปี 2553&amp;nbsp; ปริมาณขยะทะเล 4 แสนตัน แต่ในปี 2562 ขยะทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านตัน นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ รายการขยะทะเลไทย 7 อันดับต้นๆ พบว่าเป็นพลาสติกถึง 12% กล่องโฟม 10% ห่ออาหาร 8% ถุงก๊อบแก๊บ 8% ขวดแก้ว 7%&amp;nbsp; ขวดพลาสติก 7% หลอดดูด 5% เห็นได้ว่าขยะทะเลเกี่ยวข้องกับสินค้าและการบริโภค ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจึงเป็นแนวทางหนึ่งช่วยลดขยะทะเลได้&amp;nbsp; แต่ก็ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ขยะทะเลจำนวนมากสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยว ธุรกิจประมง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะอันตรายใหม่อย่างไมโครพลาสติก ถือเป็นมลพิษชีวภาพและโลหะ กระทบระบบนิเวศสัตว์น้ำและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ในฐานะผู้บริโภค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการศึกษาที่มาขยะทะเลนั้น ประธาน TDRI เผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหล่งที่มาขยะทะเลไทยมาจากบนบก อันดับหนึ่งเป็นการท่องเที่ยวริมชายหาด ชุมชน หรือร้านค้าที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำและริมชายฝั่ง และขยะจากหลุมฝังกลบที่จัดการไม่ถูกต้อง ขยะถูกชะล้างลงแม่น้ำและออกสู่ทะเล นอกจากนั้นขยะยังมาจากเรือประมง เรือขนส่งสินค้า และข้ามพรมแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแชมป์ขยะทะเล ขยะส่วนใหญ่เป็นพลาสติกในรูปแบบต่างๆ การป้องกันและแก้ไขต้องเป็นวาระแห่งชาติรัฐ กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติแล้ว แต่ที่ผ่านมามาตรการที่ใช้ยังไม่มีประสิทธิผล เป็นไม้อ่อน ซึ่งในต่างประเทศจากผลศึกษาพบว่า การใช้มาตรการเชิงสมัครใจลดขยะพลาสติกมีประโยชน์จริงแต่ขาดประสิทธิภาพ กลับมาที่ไทย ภาคเอกชนในสาขาค้าปลีกรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน เป็นสัดส่วนที่น้อยเกินไป และมีไม่กี่รายกล้าเก็บเงินจากผู้บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะกลัวผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปใช้ผู้บริการผู้ค้าปลีกรายอื่นบางรายแถมแต้ม ฉะนั้น มาตรการสมัครใจทำแล้วประชาชนตื่นตัวมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องทำต่อไป รัฐควรออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะหนุนเสริม&amp;quot; ดร.สมเกียรติ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายประเทศใช้ไม้แข็งลดขยะพลาสติก ประธาน TDRI ยกผลศึกษามาคุยต่อว่า ประเทศอังกฤษเก็บเงินค่าใช้ถุงพลาสติกใบละ 2 บาท นิวซีแลนด์ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และหลายประเทศทดลองห้ามใช้ หรือเก็บเงิน โดยท้องถิ่นห้ามใช้ ถือเป็นมาตรการรุนแรง ถือเป็นไม้แข็ง ถ้าฝืนใจใช้แล้วสำเร็จเพราะการแก้ปัญหาต้นทาง ไม่สร้างขยะใหม่เพิ่ม และหาทางกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิลแยกส่วน หรือนำมาเผาผลิตพลังงาน และทำการฝังกลบจะช่วยจัดการขยะครบวงจร แต่สำคัญที่สุดไม่สร้างขยะ ซึ่งแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาจากการลดการผลิตขยะต่างๆ ไม่ใช่สร้างเตาเผาหรือบ่อฝังกลบกำจัดขยะ หรือลดขยะแต่ต้นทาง ไม่ทำให้เกิดขยะเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; กรณีไทยต้องมีหลายมาตรการผสมกัน ไม้แข็ง เสนอเลิกใช้กล่องโฟมใส่อาหารโดยเร็ว เพราะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก โฟมย่อยสลายยาก เสี่ยงต่อสุขภาพ สารเคมีปนเปื้อนสู่ร่างกายผู้บริโภค ส่วนกรณีถุงพลาสติก ต้องเก็บเงินใช้ถุงพลาสติก เริ่มในราคา 1.50-2 บาท เป็นราคาเหมาะสมที่กรมควบคุมมลพิษศึกษาไว้ เริ่มจากโมเดิร์นเทรดหรือการค้าปลีกสมัยใหม่ก่อน เช่น ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ มินิมาร์ท เพราะมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกมากกว่าตลาดสดหรือร้านค้าทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะแรกเพื่อให้ประชาชนปรับตัว เริ่มในราคา 1 บาทก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่อยๆ ปรับจะช้าเร็วพิจารณาได้และมีกลไกให้มัดจำค่าขวด&amp;quot; ดร.สมเกียรติกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธาน TDRI ย้ำว่า มาตรการจากรัฐอย่างเดียวไม่เป็นผลหากไม่มีการรณรงค์ลดขยะตั้งแต่ต้นทางกับประชาชนคัดแยกขยะ ซึ่งกลไกแยกขยะของท้องถิ่นต้องมีประสิทธิผล มีธนาคารขยะกรณีที่ผู้บริโภคเก็บของรีไซเคิลมีรางวัลจูงใจ รวมถึงรณรงค์กับภาคธุรกิจ ลดบรรจุภัณฑ์ที่มากเกินไป นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมและนักวิจัยต้องร่วมกันหาวัสดุใหม่แทนถุงพลาสติก เบื้องต้นอาจเป็นต้นทุน แต่เมื่อเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหาร้ายแรงของประเทศไทย ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง เพื่อให้สิ่งที่รัฐประกาศว่าขยะเป็นวาระแห่งชาติมีผลอย่างแท้จริง งานวิจัยที่มาของขยะทะเลเสร็จสิ้นแล้ว แต่แผนของ TDRI จะศึกษาลงลึกในพื้นที่อีอีซี เพื่อจัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในอีอีซี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการพัฒนาประเทศต้องไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม &amp;quot; ดร.สมเกียรติ&amp;nbsp;กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รศ.ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี ม.หอการค้าไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี ม.หอการค้าไทยและกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นของคณะกรรมการและเครือข่ายร่วมกัน กำหนดจุดยืนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและเป็นความยั่งยืนของประเทศ ทั้งนี้ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานในการขับเคลื่อน 4 แผน ซึ่งจะขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายที่มีสมาชิกกว่า 120,000 ราย เน้นหวังผลในเชิงปฏิบัติและบูรณาการครอบคลุมทั้งประเทศ เราเลือกโฟกัสขยะพลาสติก ขยะอาหารและอาหารเหลือ ซึ่งแหล่งกำเนิดขยะอาหาร ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด โรงแรม ร้านอาหาร ครัวฟู้ดคอร์ด วัด เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแผนงานในปี 62-63 กรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนกล่าวว่า มีการรณรงค์ให้ความรู้เปลี่ยนความคิดเพื่อสร้างจิตสำนึกเรื่องการคัดแยกขยะการจัดการแยกขยะ การลดขยะอาหารและการนำอาหารเหลือไปบริจาคให้ผู้ขาดแคลน โดยรณรงค์เน้น 2 กลุ่มเป้าหมาย คือนักเรียนและนักศึกษา เช่น บรรจุในบทเรียนชุดความรู้ในหลักสูตร ซึ่งจะมีความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป นอกจากนี้จัดทำ Board Game และนำโมเดลโรงเรียนต้นแบบมาเผยแพร่สร้างโครงการนำร่อง เป็นต้นแบบสร้างรายได้เพิ่มมูลค่าจากขยะพลาสติกสู่โรงเรียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้จะรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชนผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวโดยใช้โซเชียลมีเดีย, ผู้ทรงอิทธิพล, ยูทูบเบอร์นำเสนอเนื้อหาการแยกขยะ รวมถึงใช้พระสงฆ์และวัดให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขยายโมเดล เช่น วัดจากแดงเพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สู่ชุมชนอื่น รวมถึงกำหนดนโยบายและแนวทางเป้าหมายในทิศทางเดียวกันลดใช้ถุงพลาสติก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแผนดังกล่าวยังมีการจัดการแยกขยะ เช่น การลงมือแยกขยะลดภาระโลก แยกขยะอย่างจริงจังในภาคเอกชน และชุมชนจัดตั้งถังแยกขยะในจุดที่เหมาะสม กำหนดเวลาการจัดเก็บขยะแต่ละประเภทโดยร่วมมือกับภาครัฐและเครือข่ายต่างๆ แผนนี้จะเนรมิตชีวิตใหม่ให้ขยะพลาสติก หรือ Upcycling โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ จัดทำตัวอย่างเพื่อนำไปสู่การเผยแพร่ ลงมือทำอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ส่วนการลดขยะอาหารในภาคการค้าและบริการ เช่น ให้ความรู้ด้านข้อเสียต้นทุนสูงของขยะอาหารและวิธีการจัดการผ่านสื่อต่างๆ โซเชียลมีเดีย และหลักสูตรการเรียนการสอนนักเรียนนักศึกษาด้านโรงแรม มีการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขององค์กรที่มีการบริหารจัดการขยะอาหารที่มีประสิทธิภาพ ให้ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ทุกบริษัทร่วมมือกันเป็นตัวอย่างให้มีเป้าหมายที่จะได้ร่วมกัน&amp;quot; รศ.ดร.เสาวนีย์ เผย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยะอาหารเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ กรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ข้อมูลเพิ่มว่า แผนนี้จะมีการนำอาหารเหลือที่สามารถบริโภคได้มาจัดการ โดยด้านขนส่งให้องค์กรหรือภาครัฐอุดหนุนบริษัทขนอาหารไปบริจาคผู้ขาดแคลน โดยสนับสนุนค่าขนส่ง เรียกว่า &amp;ldquo;รถส่งต่อสุข&amp;quot; หารถไปรับอาหารบริจาคที่องค์กรต่างๆ แจ้งแล้วนำไปส่งต่อสถานสงเคราะห์ นอกจากนี้ จะสนับสนุนให้มีตู้เย็นชุมชนเพื่อแบ่งปันอาหารเหลือที่มีคุณภาพและบริโภคได้&amp;nbsp; แนวทางนี้จะช่วยลดปริมาณขยะอาหารอีกทางหนึ่ง เพราะหากจัดการขยะอาหารไม่ถูกต้องจะส่งผลกระทบต่อการจัดการขยะโดยรวม แผนดังกล่าวจะนำเข้าสู่การสัมมนาใหญ่หอการค้าไทยทั่วประเทศปลายปีนี้ เป้าหมายใช้ขับเคลื่อนอย่างจริงจังช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกและขยะอาหารอย่างยั่งยืน รวมถึงแก้วิกฤติขยะพลาสติกในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44732</URL_LINK>
                <HASHTAG>TDRI, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ม.หอการค้าไทย, มาเรียม, หอการค้าไทย, เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์, แผนจัดการขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b41f683d38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คืบร่างแผนขยะพลาสติก เล็งเลิกใช้ 7 ชนิด ปี 68 ลดมลพิษ  ปีหน้าห้าม&#039;ไมโครบีด&#039; ส่วนกล่องโฟมปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 27 ธ.ค.นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ได้ประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปี (พ.ศ.2561 &amp;ndash; 2580) พิจารณากำหนดการลด และเลิกใช้ ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง(Single-use Plastic) ที่พบมากในขยะทะเลของประเทศไทยและก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยพลาสติกที่อยู่ในข่ายถูกลดและเลิกใช้รวม 7 ชนิด ประกอบด้วย 1) พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม(cap seal) 2) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภทอ็อกโซ่(oxo) 3) ไมโครบีดจากพลาสติก(Microbead) เลิกใช้ปี 2562 4) ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน 5) กล่องโฟมบรรจุอาหาร เลิกใช้ปี 2565 6) แก้วน้ำพลาสติก(ใช้ครั้งเดียว) และ 7) หลอดพลาสติก เลิกใช้ปี 2568 โดยมีเป้าหมายรวมในการลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง 70 % ในปี พ.ศ.2580 ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดมลพิษจากขยะพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2580) ของประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ปี พ.ศ. 2573 เพื่อสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิจารย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ขอความร่วมมือในการรณรงค์การลด และคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อลดพลาสติกที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและทะเล โครงการ &amp;ldquo;ลดวันละถุง คุณทำได้&amp;rdquo; ปฏิเสธถุงได้บุญด้วยการบริจาคให้สาธารณกุศล ของ บริษัท ซีพี ออลล์จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ผลตอบรับด้วยดี โดยระยะแรกบริจาคให้กับโรงพยาบาลศิริราช เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2561 &amp;ndash; 28 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2561 สามารถลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้จำนวนทั้งสิ้น 155,500,000 ใบ รวมคิดเป็นยอดเงินบริจาค 10,287,956 บาท ระยะที่ 2 บริจาคให้กับโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ระยะที่ 3 บริจาคให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ และผู้ยากไร้ และกิจกรรม &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจลดรับลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; ของ ทส. ประกอบด้วยกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสดทั่วประเทศ และกิจกรรมลดใช้ถุงพลาสติกร่วมกับภาคีความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชน สามารถลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้จำนวน 344,672,263 ใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิจารย์ กล่าวว่า ในส่วนภาครัฐ มีการขับเคลื่อนการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 กำหนดให้ทุกหน่วยงานราชการต้องดำเนินกิจกรรมการลด คัดแยกขยะมูลฝอยภายในหน่วยงาน และกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำหรับประเมินผู้บริหารองค์การ มีเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการทิ้งพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทั้งถุงพลาสติกหูหิ้วและแก้วพลาสติกของหน่วยงาน ร้อยละ 10 และงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานรัฐ &amp;nbsp;โดยเริ่มประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ในวันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25261</URL_LINK>
                <HASHTAG>SDGs, กรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ขยะทะเล, ลดวันละถุงคุณทำได้, วิจารย์ สิมาฉายา, แผนจัดการขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24e5a60ae0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขยะพลาสติก&#039; ปัญหาขบคิดระดับชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะพลาสติกในทะเล เครดิตภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขยะพลาสติกในประเทศไทยติดโผมากเป็นอันดับ 5 ของโลก คิดเป็น 2 ล้านตันของปริมาณขยะทั้งหมด ที่น่ากังวลก็คือ ขยะพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ปีละ 0.5 ล้านตัน ที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบและเผาทำลาย บางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อม แต่ละปีมีขยะพลาสติกไหลลงทะเลจำนวนมาก กลายเป็นแพขยะในทะเลขนาดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติขยะพลาสติกยังเป็นปัญหารุนแรงต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง นำมาสู่การเดินหน้าทำแผนลดขยะ และเพิ่มวิธีรีไซเคิลพลาสติก โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ &amp;nbsp;(กก.วล.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กก.วล. มีมติแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนการบริหารจัดการขยะพลาสติก จำนวน 3 คณะ เมื่อต้นเดือน ส.ค.2561 ประกอบด้วย คณะทำงานด้านการพัฒนากลไกการจัดการขยะพลาสติก เพื่อร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงาน รวมทั้งพัฒนากลไกทางเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย &amp;nbsp;เพื่อจัดการขยะพลาสติก คณะทำงานด้านการส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อร่วมกันสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะพลาสติก และคณะทำงานด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์ขยะพลาสติก เพื่อร่วมกันพัฒนา หารูปแบบและวิธีการเพิ่มอัตราการรีไซเคิลพลาสติก โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ.2570 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงปัญหาขยะพลาสติกว่ายังเป็นเรื่องที่ต้องมีการจัดการอย่างจริงจัง และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางจัดการขยะพลาสติก เมื่อเร็วๆ นี้ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จึงได้จัดเสวนาเรื่อง &amp;#39;แนวทางการบริหารจัดการขยะพลาสติก เพื่อส่งเสริมการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนของประเทศไทยในอนาคต&amp;quot; ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว เมื่อวันก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะพลาสติกสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ โดยเฉพาะขยะทะเลซึ่งสลายตัวกลายเป็นพลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติก &amp;nbsp;ปลากินพลาสติก คนกินปลา เวลานี้ระบบห่วงโซ่อาหารสะสมด้วยไมไครพลาสติก ขยะในทะเลล้วนมาจากบนบก เช่น เกาะสมุยมีปริมาณขยะ 1 แสนตัน ไม่ได้จัดการอย่างถูกต้อง ขยะพลาสติกก็ไหลลงทะเล แม้แต่ขยะลอยเกลื่อนคลองกลางกรุงก็ลงทะเล แม่น้ำสายต่างๆ นำขยะพลาสติกสู่ทะเล 70% ไทยสร้างขยะ 27 ล้านตัน จัดการถูกต้องเพียงครึ่งเดียว ไทยต้องหาทางออกจัดการขยะพลาสติก การสร้างที่ฝังกลบ เตาเผาขยะ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะถูกต่อต้าน แต่ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ ไทยมีบทเรียนหลายโครงการ หากเทคโนโลยีไม่มีประสิทธิภาพจะกระทบความเป็นอยู่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยสร้างขยะ 27 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติก 2 ล้านตัน แต่ละคนสร้างขยะ 1 กิโลกรัม 1 ขีด ต่อวัน เป็นถุงพลาสติก 8-10 ใบต่อวัน ไทยสร้างขยะเปียกมากกว่า 62% &amp;nbsp;ถ้าสามารถจัดการขยะเปียก ผัก ผลไม้ จะมีทางออก แต่ถ้าเลือกฝังกลบหมด เราต้องการพื้นที่อีกมาก ขณะที่นำไปเผาก็ไม่เกิดประโยชน์ กระแสโลกให้ความสำคัญขยะอาหาร ส่วนขยะพลาสติก ขยะในทะเลไหลมาจากแม่น้ำมากที่สุด แม่น้ำโขงเป็นแหล่งกำเนิดขยะพลาสติกในทะเลมากสุดแห่งหนึ่งในโลก จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร &amp;nbsp;ขยะทะเลที่พบอันดับ 1 ถุงพลาสติก ตามด้วยหลอด ฝาพลาสติก ภาชนะบรรจุอาหาร สัตว์น้ำ 200 ชนิด ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ซากวาฬ ปลา เต่า เสียชีวิตพบเศษพลาสติก&amp;quot; ดร.วิจารย์ชี้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพย์กล่าวด้วยว่า ทั่วโลกตื่นตัวปัญหาขยะพลาสติก ออกมาตรการหลายรูปแบบ อย่างชิลีออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก ส่วนอินเดียให้คำมั่น หยุดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง ไต้หวันขยายมาตรการเพิ่มห้ามใช้พลาสติกความหนาน้อย เพราะใช้ครั้งเดียวต้องทิ้ง ในทวีปอเมริกา บราซิลรณรงค์ให้ประชาชนลดใช้ถุงพลาสติก หลายเมืองในสหรัฐห้ามใช้ถุงพลาสติกย่อยสลายไม่ได้ ร้านค้าขายถุงแบบใช้ซ้ำได้ ซึ่งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกไทยต้องศึกษาและวิเคราะห์มาตรการจัดการขยะพลาสติกต่างประเทศ ปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐและเอกชนผนึกกำลังกันลดขยะพลาสติก ทั้งยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือ Cap seal งดนำเข้าโฟม ถุงหูหิ้วเข้าอุทยานฯ &amp;nbsp; ปัจจุบันไทยผลิตถุงพลาสติกหูหิ้ว 45,000 ล้านใบ ใช้ในตลาดสดกว่า 20,000 ล้านใบ ซึ่งมีการตั้งเป้าลดใช้ถุงหูหิ้ว &amp;nbsp;4,000 ล้านใบต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเสวนายังสะท้อนการเร่งจัดการขยะพลาสติกของสหภาพยุโรป สุทธิยา จันทวรางกูร Programme Officer คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) เน้นเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน มอง 4 เรื่อง คือ กระบวนการผลิต บริโภค กำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่ม เพราะปัจจุบันอียูนำเข้าทรัพยากรมากกว่าส่งออก หวั่นเกิดปัญหาวัตถุดิบและนวัตกรรมในการกำจัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุทธิยา จันทวรางกูร ผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนอียูระบุเมื่อ 10 ปีก่อนมีคำว่า Green Economy และ Green Growth แต่ปัจจุบันใช้แนวคิด Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเป็นการเน้นใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดการจัดการขยะดีขึ้น และนำขยะพลาสติกกลับเข้ารีไซเคิล เป็นส่วนหนึ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะที่ระบบนิเวศได้รับผลกระทบน้อยลง อียูหยิบประเด็นขยะพลาสติกออกเป็นแผนปฏิบัติการในปี 61 วันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมาจับมือกับสหประชาชาติเปิดโครงการลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว ปี 58 ตัวเลขนำเข้าพลาสติกของอียู 49 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นบรรจุภัณฑ์เกือบ 40% กลายเป็นขยะต้องเร่งจัดการ ปัจจุบันรีไซเคิลพลาสติก 30% อียูอยากเห็นตัวเลขมากขึ้น รวมถึงพลังงานขยะต้องเพิ่มขึ้น ส่วนฝังกลบให้ลดลง โดยมีกรอบทำงานและข้อบังคับชัดเจน 28 ประเทศสมาชิกอียูต้องนำไปแปลงเป็นกฎหมายและแนวทางปฏิบัติตามวิถีแต่ละชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลยุทธ์อียูมี 4 เสาหลัก คือ จำกัดการใช้พลาสติกและการทิ้งพลาสติก ปรับปรุงกระบวนการผลิต การรีไซเคิล และออกแบบวิธีการ นอกจากนี้ อียูกระตุ้นทุกภาคส่วนในโลกลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว โดยไทยเป็นหนึ่งในผู้ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลติดอันดับโลก ปลายปีนี้จะร่วมดำเนินกิจกรรมลดขยะพลาสติกกับไทย&amp;quot; สุทธิยาเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแนวคิดจัดการขยะที่ฮอตมากในอียูก็คือ การออกนโยบายส่งเสริมให้ออกแบบวัสดุที่มีดีไซน์และคงทนมากขึ้น มีส่วนที่นำมารีไซเคิลใหม่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ มีการโปรโมตสินค้ามือสองให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ปัจจุบันพบร้านขายของมือสองที่อังกฤษ เยอรมนี เบลเยียม มีลูกค้าที่ไม่ใช่กลุ่มคนยากจนเพิ่มขึ้น นี่คือเศรษฐกิจหมุนเวียน แม้มีกรอบเอื้อต่อการผลิตอย่างยั่งยืน ภาคเอกชนลงทุน &amp;nbsp;กฎหมายจูงใจ แต่สิ่งสำคัญสุดคือผู้บริโภค เป็นพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะทางทะเล อียูก็หนักหน่วงไม่แพ้ไทย สุทธิยาเผยว่า 276 ชายทะเล กับ 4 คาบสมุทรของยุโรป มีขยะไหลลง กระทบทรัพยากรธรรมชาติ ผลศึกษาชี้อันดับหนึ่งขวดน้ำ ถัดมาก้นบุหรี่ คัตตอนบัต ถุงขนมก๊อบแก๊บ ถุงพลาสติก ตามลำดับ นำมาสู่แนวทางจัดการขยะแต่ละประเภท ทำให้กลุ่มอียูตั้งเป้าในปี 2568 ต้องมีการแยกขยะที่เป็นขวดออกมาให้หมด และไม่ได้มีแต่นโยบาย ยังมีการมอนิเตอร์ติดตามผล ประเมินทุก 6 ปี ทั้งนี้ เพื่อขันนอตแก้ปัญหาขยะพลาสติก ควบคู่สร้างความตระหนักแก่ประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติก ให้ยั่งยืนเป็นอีกหัวข้อน่าสนใจ มีตัวแทนรับและผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยล้อมวงแลกเปลี่ยน ขายไอเดียใหม่ๆ &amp;nbsp;สุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ไทยมีการผลิตเม็ดพลาสติก 8.5 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็น ส่งออก 5.2 ล้านตัน อีก 3.3 ล้านตันผลิตใช้ในประเทศ และนำเข้าบางส่วน ตัวเลขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ พลาสติกที่ใช้ในประเทศเป็นบรรจุภัณฑ์ 45% เครื่องใช้ไฟฟ้า 15% งานก่อสร้าง 12% และอื่นๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขยะพลาสติก 2 ล้านตัน นำกลับมาใช้ประโยชน์เพียง 25% อีก 75% อยู่ในกองขยะ โดยเฉพาะถุงก๊อบแก๊บขนาดบางเบา ไม่มีมูลค่า ขายไม่มีคนซื้อ กำลังสร้างปัญหาให้สภาพแวดล้อม เพราะเราใช้ถุงหูหิ้ว 45,000 ล้านใบต่อปี &amp;nbsp;กำจัดยาก ย่อยสลายยาก ส่วนแผนจัดการขยะพลาสติกไทย เราชูนโยบายลดตั้งแต่ต้นทาง เลิกใช้ทั้งถุงหูหิ้ว ถุงร้อน ถุงเย็น แก้วน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียว กล่องโฟม และพัฒนานวัตกรรมเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอกชนจะมีบทบาทสำคัญเรื่องนี้ สุดท้ายคัดแยกและกำจัดอย่างถูกวิธี&amp;quot; สุณีย้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ประทรรศน์ สูตะบุตร รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด สภาพอากาศแปรปรวน และขยะตกค้างในทะเล หากจะแก้ปัญหาต้องลดขยะ ลดการเน่าเสียของอาหาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มองว่าพลาสติกไม่ใช่ตัวร้าย จากการศึกษาอุตสาหกรรมพลาสติกใช้พลังงานในการผลิตและขนส่งน้อยลง 80% เทียบกับวัสดุอื่น แถมยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า นวัตกรรมพลาสติกที่ยั่งยืนต้องรีไซเคิลได้ ไม่ใช่หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัท ดาวฯ พัฒนามาตลอด เช่น ถาดใส่อาหารทำให้อาหารเน่าเสียช้าลง ปัจจุบันนวัตกรรมพัฒนาไปถึงขั้นไม่จำเป็นต้องมีถาด ใช้เพียงพลาสติกซีลชิ้นเนื้อ น้ำหนักแค่ 3 กรัม หรือถุงเมล็ดพันธุ์ แม้บาง แต่คุณสมบัติต้านทานการเจาะและฉีกขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก เรายึดหลักใช้น้อย แต่มีประสิทธิภาพดี ปัจจุบันพลาสติกมี 7 ประเภท นอกจากนี้ยังมีพลาสติกย่อยสลายในสิ่งแวดล้อมควรสนับสนุนและพัฒนาต่อไป ส่วนขยะพลาสติกถ้าจัดการดีสามารถทำถนนลาดยางมะตอยผสมพลาสติก ทำอิฐบล็อกตัวหนอน รวมทั้งนำเศษพลาสติกผสมขี้เลื่อยผลิตไม้เทียม หรือทำแท่งพลังงาน แต่ปัญหาหลักพฤติกรรมผู้บริโภคยังจัดเก็บ คัดแยกไม่ถูกต้อง&amp;quot; ผู้บริหารดาวฯ กล่าว และฝากในท้าย การพิชิตเป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน ต้องผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก, วิจารย์ สิมาฉายา, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน, แผนจัดการขยะพลาสติก, ไทยอันดับโลกทิ้งขยะลงทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f87bcace21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
