<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนจัดสรรวัคซีนก.ค.10 ล้านโดส เร่งฉีดเข็มสองภูเก็ตให้ได้ 70% ภายในเดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่า&amp;nbsp; สำหรับเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเดือน ก.ค. โดยกำหนดเป้าหมายไว้ 10 ล้านโดส ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรให้ผู้ที่จองวัคซีนล่วงหน้าในระบบหมอพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง และพิจารณาให้ กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดสภายในเดือน ก.ค. และจะพิจารณาให้ จ.ภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่สองอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายใน ก.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับวัคซีน 10 ล้านโดสในเดือน ก.ค. จะมีการจัดสรรให้จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ร้อยละ 30 ได้แก่ กทม. (รวม ทปอ.และประกันสังคม) 2.5 ล้านโดส&amp;nbsp; สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี 6 แสนโดส และจังหวัดที่มีแผนเปิดท่องเที่ยวได้แก่ จ.ภูเก็ต 2 แสนโดส, จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาด ร้อยละ 25 หรือ 2.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนโดส โดยมี 23 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) พังงา และกระบี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เหลืออีก 49 จังหวัด จะได้รับการจัดสรรร้อยละ 35 หรือ 3.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 7 หมื่นโดส โดยจะมีการเก็บไว้เป็นส่วนกลาง องค์กรภาครัฐ และสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดอีกร้อยละ 10 หรือ 1 ล้านโดส ซึ่งการจัดสรรขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผู้ผลิตส่งมอบและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การระบาดของโรค&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มกรอบการจัดสรรวัคซีนจาก 100 ล้านโดสภายในปี 64 เป็น 150 ล้านโดสภายในปี 65 เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค หรือกรณีอื่นใดที่ต้องมีการใช้วัคซีนเพิ่มเติม ขณะนี้ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการจองวัคซีนแล้ว 105.5 ล้านโดส ดังนั้น จึงต้องเตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดส โดยให้ภาครัฐจัดหาวัคซีนวัคซีน ดังต่อไปนี้ ซิโนแวค 28 ล้านโดส วัคซีนโควิดอื่นๆ ประมาณ 22 ล้านโดส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนและสถานการณ์ของเชื้อกลาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106804</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc567324a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FETCO ประเมินหุ้นขาขึ้นลงแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 ชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2564&amp;nbsp; นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยภายในงาน &amp;ldquo;โครงการตลาดทุนพบภาครัฐครั้งที่ 1/64 กระทรวงสาธารณสุขพบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน&amp;rdquo; ว่า หลังการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชน พบว่าภาครัฐมีความชัดเจนเรื่องแผนการจัดหาวัคซีนให้ทุกคนภายในประเทศ ระยะเวลาการฉีด รวมถึงไม่ปิดกั้นการนำเข้าวัคซีนของภาคเอกชน และความคืบหน้าในการเปิดแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต, สมุย ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยยังมีอัพไซด์รออยู่ เนื่องจากประเด็นหลายอย่างดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนและการเปิดประเทศเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงกำลังการผลิตวัคซีนในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อาจต้องปรับทบทวนมุมมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 64 ขึ้น จากเดิมที่คาดไว้ระดับ 1,600 จุด แต่ต้องรอประเมินกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ด้วย

&amp;ldquo;ผลจากการหารือร่วมกัน ถือว่าภาครัฐมีแผนที่ชัดเจน แต่ก็ต้องติดตามว่าภาครัฐจะได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ เพราะคาดเดาได้ยากว่าจะเจออุปสรรค์อะไรบ้าง อีกทั้ง ประเทศไทยมีภาพพจน์ด้านการปฏิบัติที่ล่าช้าไปบ้างบางเรื่อง รวมถึงยังต้องรอดูว่าเมื่อเปิดประเทศได้แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมาหรือไม่&amp;rdquo;

นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ปิดกั้นภาคเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 แต่จากการหารือกับผู้ผลิตวัคซีนเกือบทุกรายพบว่าเขาไม่ยินยอมที่จะขายให้แก่ภาคเอกชนโดยตรง แต่หากภาคเอกชนรายไหนติดต่อผู้ผลิตและนำเข้ามาได้บอกมาเลยตนเองพร้อมจะหาทางออกเรื่องใบอนุญาตการนำเข้าวัคซีนให้

ขณะที่ ความคืบหน้าการปลดล็อคผลิตภัณฑ์จากกัญชานั้น ในด้านกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา หากเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนเชื่อว่าคนในสภาผู้แทนราษฏรจะต้องตอบสนองต่อความต้องการแน่นอน โดยปัจจุบันเริ่มมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนแล้วหลัก 100 ราย ถือว่ายังมีจำนวนไม่เยอะมาก ส่วนวัตถุประสงค์หลักของภาครัฐที่ผลักดันตรงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางทำมาหากินของเกษตรกรมากขึ้นและใช้ในทางการแพทย์ รวมถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97733</URL_LINK>
                <HASHTAG>FETCO, ตลาดหุ้น, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60628835723ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;ถก&#039;ศบศ.&#039;หงุดหงิดหลังแผนฉีดวัคซีนไม่ได้ดั่งใจ แถมถูกวิจารณ์มาตรการเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) หรือ ศบศ. ครั้งที่ 1/2564 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงต้นของการประชุม ศบศ. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายผู้เข้าร่วมประชุมว่า วันนี้ทุกคนที่มาร่วมประชุมล้วนเป็นหลักในการบริหารช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ จึงขอให้ร่วมกันรับฟังข้อเสนอว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันต้องดูความปลอดภัยจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วย หลายอย่างต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังเป็นประธานการประชุม ศบศ. เพียง 50 นาที และมอบหมาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมต่อ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ถึงโพเดียมที่เตรียมไว้ให้แถลงข่าว แม้ขณะนั้นผู้สื่อข่าวและช่างภาพจะยังมาไม่ถึง ว่า ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เราต้องดูทั้งเรื่องของปัญหาสุขภาพ และเรื่องของเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน ทั้งสองอย่างต้องเดินหน้าไปด้วยกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของวัคซีน ได้รับรายงานว่าวันนี้มีการนำวัคซีนเข้ามาอีกยี่ห้อหนึ่ง คือ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงเข็มเดียว ถือเป็นสินค้าในภาวะฉุกเฉินก่อนในขณะนี้ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ไปจำกัดใครทั้งสิ้น วันนี้ก็ได้เน้นย้ำในเรื่องของการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามแผนที่เรามีวัคซีนเข้ามาในประเทศ ทั้ง 3 ยี่ห้อ ประกอบด้วย แอสตราเซเนกา ซิโนแวค และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ก็จะทยอยดำเนินการฉีด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เข้ามาเพียงแค่ 200,000 โดส แล้วก็จะเข้ามาอีก 800,000 โดส เป็น 1 ล้านโดส ภายใน 2 เดือนนี้ ซึ่งอย่าลืมว่าทั้งหมดเราจะมีวัคซีนเพียงแค่ 2 ล้านโดส ซึ่งก็เหมือนกับประเทศอื่นที่จะทยอยเข้ามา การแข่งขันทางการค้าค่อนข้างสูง แต่หลังจากเดือนเมษายนแล้วจะเข้ามาอีกมากพอสมควร ประมาณเดือนละ 10 ล้านโดส ดังนั้นเราต้องเร่งรัดในเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งจะต้องมีการกำหนดว่าจะฉีดที่ไหนอย่างไร และกลุ่มใดบ้าง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ท้องถิ่น สาธารณสุขจังหวัด และจังหวัด ที่สำคัญต้องหาข้อมูลว่าประชาชนยินดีจะฉีดหรือไม่ หลายคนไม่อยากฉีด ไม่กล้าฉีด แต่ถ้าเรานับจำนวนฉีดวัคซีนวันนี้เราก็ฉีดได้สอดคล้องกับวัคซีนที่มีอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง คือวันนี้เรามีมาตรการช่วยเหลือประชาชนไปมากพอสมควรหลายอย่าง แต่ก็ไม่ใช่เป็นการไปแจกเงิน แต่เป็นการทำให้ทุกคนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ สนับสนุนห่วงโซ่เรื่องการใช้จ่ายในสังคม ซึ่งตามไปถึงผู้ผลิต นำสู่ถึงวัตถุดิบ ถ้าคนไม่มีกำลังซื้อก็ต้องทำแบบนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเสริมธุรกิจใหม่ของเราในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ทุกคนต้องช่วยกันในเรื่องของการลงทุนใหม่ ลงทุนภายในประเทศ การออมเงินของเรามีเพิ่มขึ้นหลายแสนล้าน ไม่ใช่ไม่มีสตางค์ คนมีสตางค์เราก็มี แต่ต้องช่วยเอามาใช้จ่าย ช่วยกันลงทุนบ้าง รัฐบาลเองก็มีเงินจำกัดอยู่แค่นี้ คืองบประมาณแผ่นดินและเงินในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งก็ต้องเร่งลงทุนไป ถึงคาดการณ์ว่าถ้าเราช่วยกันแบบนี้ทุกภาคส่วน หอการค้า ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล ธุรกิจเอกชน ร่วมมือกันในทุกมิติ เราน่าจะดันจีดีพีของประเทศให้ขึ้นถึงร้อยละ 4 ได้ ในปีนี้และปีหน้า เราตั้งเป้าหมายไว้ เราต้องทำลายอุปสรรคตรงนี้ให้ได้ ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่อาจสามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้ทั้งหมด แต่อยากให้ทุกคนพยายามทำความเข้าใจกับผมหน่อย ว่าผมพยายามทำอย่างเต็มที่ ในการใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง ไม่มีเงินให้ก็ไม่ชอบ พอให้ก็บอกว่าแจกเงิน แล้วมันจะไปทางไหน ดังนั้นเวลาจะเสนอแนวทางอะไรก็ขอเสนอวิธีการที่เหมาะสมให้ผมดูด้วย วันนี้ในส่วนนี้เราก็ต้องใช้จ่ายไป เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ภาคการผลิตก็สามารถดำเนินการได้ ไม่เช่นนั้นก็จะตกงานกันหมด ทั้งหมดคือวัตถุประสงค์ตรงนี้ ไม่ได้ให้ใครมารักผม เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำแบบนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องหาเงินให้ได้มากยิ่งขึ้นว่าจะทำอย่างไร ถ้าเราไม่สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมดนั่นแหละประเทศไทย มันไปไม่ได้ ทั้งที่เรามีศักยภาพเยอะพอสมควร คนไทยไม่ใช่ไม่เก่ง เพียงแต่สิ่งที่เรารับรู้รับทราบในวันนี้ เป็นเรื่องของอุปสรรค ความขัดแย้ง จนทุกอย่างไปไม่ได้หมด ผมไม่ได้โทษใคร กรุณาเข้าใจด้วย ผมไม่ได้โทษประชาชน และผมไม่อยากจะโทษใครทั้งสิ้น แค่นี้นะ ขอบคุณ&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินกลับขึ้นไปยังห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า เป็นเวลาประมาณ 5 นาที ก่อนที่จะเดินกลับเข้ามาร่วมประชุม ศบศ. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีอารมณ์หงุดหงิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มี.ค. โดยเฉพาะเรื่องแผนการฉีดวัคซีน ที่ยังมีการทวงถามและความไม่ชัดเจนในส่วนของภาคเอกชน รวมทั้งมาตรการการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยแบ่งความเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในโครงการให้เงินช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรการเยียวยา, ศบศ., แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d6d16f21df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางแผน &#039;วัคซีนโควิด-19&#039; เปิดไทม์ไลน์คนไทยกลุ่มไหนได้ฉีดก่อน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด &amp;#39;วัคซีนโควิด-19&amp;#39; ก็มาถึงประเทศไทย แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค จำนวน 200,000 โดส &amp;nbsp;และวัคซีนแอสตราเซนเนกา &amp;nbsp;จำนวน 117,000 โดส ซึ่งมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 10 :05 น. ของวันที่ 24 ก.พ.นี้ &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมจัดกิจกรรมรับมอบ &amp;ldquo;วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย&amp;rdquo; โดยมีนายกรัฐมนตรีเดินทางไปร่วมรับด้วยที่คลังสินค้าการบินไทยด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครได้ฉีดวัคซีนโควิด-19ล็อตแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนดังกล่าวทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. วางแผนฉีดให้กับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บุคคลที่มีโรคประจำตัว อาทิ&lt;/p&gt;


	โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี เป็นต้น
	โรคหัวใจและหลอดเลือด
	โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 ที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต
	โรคหลอดเลือดสมอง
	โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
	โรคเบาหวาน
	โรคอ้วน ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตร.ม.


&lt;p&gt;3.ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งได้มีการจัดสรรตามพื้นที่ซึ่งจะมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่ควบคุม และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมด 13 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร จำนวน 7 หมื่นโดส, กทม.(ฝั่งตะวันตก) จำนวน 6.6 หมื่นโดส, ปทุมธานี จำนวน 8 พันโดส, นนทบุรี จำนวน 6 พันโดส, สมุทรปราการ จำนวน 6 พันโดส, ตาก (อ.แม่สอด) จำนวน 5 พันโดส, นครปฐม จำนวน 3.5 พันโดส, สมุทรสงคราม จำนวน 2 พันโดส, ราชบุรี จำนวน 2.5 พันโดส, ชลบุรี จำนวน 4.7 พันโดส, ภูเก็ต จำนวน 4 พันโดส, สุราษฎร์ธานี (อ.เกาะสมุย) จำนวน 2.5 พันโดส และ เชียงใหม่ จำนวน 3.5 พันโดส รวม 183,700 โดส และเหลือสำรองสำหรับควบคุมการระบาดและบุคลากรในโรงพยาบาลที่รักษาผุ้ป่วยโควิด-19 จำนวน 16,300 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาจัดสรรจำนวนวัคซีนให้แต่ละกลุ่มเป้าหมายตามสถานการณ์และบริบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนการเข้ารับการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อให้การเข้ารับวัคซีน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขได้วางต้นแบบให้บริการแก่โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ จำนวน 8 ขั้นตอน คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลงทะเบียน (ทำบัตร)&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดกรอง ซักประวัติ ลงนามใบยินยอมการรับวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอรับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พักสังเกตอาการ 30 นาที สแกน Line Official account &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ซึ่งทางโรงพยาบาลจะต้องจัดเตรียมห้องปฐมพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมเผื่อผู้ที่มารับวัคซีนมีอาการแพ้ หรือเกิดผลข้างเคียงจะได้ให้การดูแลอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีจุดตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมรับการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงพยาบาลจัดทำประเมินผลความครอบคลุมการฉีดวัคซีน และอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนแล้ว 30 วัน โรงพยาบาลจะติดตามอาการ เพื่อให้แน่ใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าทุกคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้วปลอดภัยรวมถึงประสิทธิภาพในการป้องกันโรค และจะมีการรับใบนัดฉีดเข็มที่ 2 หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้วประมาณ 3-4&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์


&lt;p&gt;วัคซีนซิโนแวคเหมาะกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ควรฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้กับคนที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และแนะนำให้ฉีดในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี ว่า &amp;quot;เนื่องจากการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยนั้น ข้อมูลผลการศึกษาการฉีดวัคซีน ซิโนแวต ในผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยังมีจำนวนน้อย จากการศึกษาในระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 3 มีผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี อยู่เกือบร้อยละ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทางคณะกรรมการ จึงอนุญาตให้ฉีดในภาวะฉุกเฉิน กับผู้ที่มีอายุ 18 ถึง 59 ปี ซึ่งก็เช่นเดียวกัน เหตุผลที่ไม่ให้ฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็เพราะยังไม่มีข้อมูลในการศึกษาในกลุ่มอายุดังกล่าว ในทางปฏิบัติจึงจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้ และในอนาคตข้างหน้าเมื่อมีข้อมูลการฉีดในผู้สูงอายุมากเพียงพอ ก็จะขยับการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุต่อไปในวันข้างหน้า หรือในระยะเวลาอันใกล้ มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะขยับอายุขึ้นไป เมื่อมีข้อมูลมากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ที่มีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า และมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ หรือป่วยเป็นโรคโควิด-19 และเกิดอันตรายได้สูง อย่างเช่นคุณหมอที่จังหวัดมหาสารคาม ก็สามารถให้วัคซีนได้ แต่จะต้องประเมินประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีนมากกว่าอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น โดยแพทย์ต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้เจ้าตัวทราบ และหากเจ้าตัวยินดีรับความเสี่ยง ยินยอมที่จะฉีดวัคซีน ก็สามารถทำได้โดยความเห็นส่วนตัว ในระยะเวลาอันใกล้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ ก็จะมีเพิ่มขึ้นและคงจะได้ฉีดกันทุกคน อดใจรอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ได้เข็มแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะสามารถฉีดวัคซีนเป็นเข็มแรกของประเทศไทยได้เพราะเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งต้องมีกระบวนการประเมินความเสี่ยง โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นขั้นตอนตามวิธีการสากล ไม่ใช่วิธีปฏิบัติต่อบุคคลใดเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกฯจะได้รับวัคซีนที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ คือไม่ใช่ซิโนแวค เพราะซิโนแวคมีข้อจำกัดเรื่องอายุ แต่เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งคือแอสตร้าเซนเนก้า โดยผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนเป็นผู้จัดหามาให้ก่อน ส่วนจะฉีดเมื่อไหร่นั้น ต้องรอให้ นพ.โสภณ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด และเมื่อนายกฯฉีดวัคซีนแล้วก็สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ประเทศไทย พ.ศ.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซิโนแวค &amp;nbsp;: วัคซีนของบริษัท ไซโนแวค ไบโอเทค จำนวน 2 ล้านโดส ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.64 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 200,000 โดส &amp;nbsp; วันที่ 24 ก.พ. 64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 800,000 โดส &amp;nbsp; เดือนมี.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1,000,000 โดส เดือนเม.ย.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แอสตราเซนเนกา : &amp;nbsp;วัคซีนของบริษัท แอสตร้าเซเนก้า จำนวน 26 ล้านโดส ช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6,000,000 โดส เดือนมิ.ย.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนก.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนส.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แอสตราเซนเนกา &amp;nbsp;: วัคซีนของบริษัท แอสตร้าเซเนก้า จำนวน 35 ล้านโดส ช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนก.ย.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนต.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนพ.ย.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5,000,000 โดส เดือนธ.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93989</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไหนได้ฉีดก่อน, ขั้นตอนการฉีดวัคซีน, ซิโนแวค, บิ๊กตู่, วัคซีนล็อตแรก, วัคซีนแอสตราเซนเนกา, วัคซีนโควิด, วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย, วัคซีนโควิดล็อตแรก, เข็มแรก, แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034d42d22faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
