<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039;ออกมาย้ำจุดยืนจี้ยกเลิก&#039;แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.2563 &amp;nbsp;โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ &amp;quot;ไอลอว์&amp;quot; &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเอง iLaw ระบุว่า ขอยืนยันข้อเสนอยกเลิก&amp;quot;แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&amp;quot; &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ เตรียมบรรจุเพื่อพิจารณาโดยรัฐสภาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เป็นร่างที่มีข้อเสนอครอบคลุมการแก้ปัญหาการเมืองที่มีอยู่รอบด้านมากที่สุด หนึ่งในนั้น คือ การเสนอให้ ยกเลิก &amp;quot;แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&amp;quot; และ &amp;quot;แผนปฏิรูปประเทศ&amp;quot; ที่เพิ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรก ​แม้ชื่อของแผนการเหล่านี้จะฟังดูสวยหรู แต่เบื้องหลังทั้งผู้เขียน ผู้อนุมัติประกาศใช้ และผู้ตีความบังคับใช้ กลับเป็นองคาพยพของ คสช. ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;rdquo; หรือจะเรียกให้ถูกต้องคือ &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ คสช.&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งประเด็นในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่สมควรถูกแก้ไขหรือยกเลิก แม้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตอกย้ำความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติว่า จะเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความต่อเนื่อง แต่เวลาไม่นานหลังการประกาศใช้ในปี 2561 ก็แสดงให้เห็นชัดว่ายุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้ไม่สามารถป้องกันประเทศจากวิกฤติต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83580</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ยกเลิกแผน, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, แผนปฏิรูปประเทศ, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac9e8976bb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.เสนอยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศใน รธน. เหตุยังไปไม่ถึงไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนนิการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ ประจำเดือนม.ค. ถึงเดือนมี.ค. 2563 โดยการพิจารณารายงานการปฏิรูปด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ส.ว. ตั้งคำถามถึงความจริงใจในงานปฏิรูปว่า การทำงานปฏิรูปที่ผ่านมาคนทำงานอยากเปลี่ยน แต่คนที่ไม่ต้องการให้เปลี่ยนคือ ผู้บริหารระดับสูง เพราะไม่อยากสูญเสียอำนาจ ดังนั้นการปฏิรูปที่คืบหน้าต้องปรับโครงสร้างอำนาจใหม่ อย่างไรก็ดีจากการรับฟังข้อเสนอแนะของส.ว. ผู้ที่นำรายงานเสนอต่อวุฒิสภารู้สึกอย่างไร หรือมองเป็นเพียงวาทกรรม พิธีกรรมเท่านั้น หรือให้คุณค่ากับแผนการปฏิรูปหรือไม่ ซึ่งหากให้คุณค่าต้องเร่งรัด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยตามเรื่องปฏิรูปในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ หากไม่ ต้องปรับกระบวนการกำกับงานปฏิรูปใหม่ ให้เป็นรูปธรรม มากกว่าการรายงานโดยข้าราชการ ผ่านสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นรูปเล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ส.ว. อภิปรายว่า ส.ว.รู้สึกถึงการปฏิรูปผ่อนคลายความเร่งด่วนของงานปฏิรูปประเทศ และรู้สึกว่างานปฏิรูปนั้นทำจริงจังหรือเร่งด่วนหรือไม่ ทั้งนี้ มีบางกระแสต้องการให้ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพราะรู้สึกว่าไปไม่ถึงไหน แต่งานปฏิรูปยังต้องการให้เกิดขึ้น แต่ไม่ต้องการให้เขียนไว้ในกลไกปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ตนมีข้อเสนอต่องานปฏิรูปด้านสาธารณสุข ทั้งในด้านการรู้เท่าทันโรคและผลักดันเทคโนโลยีสู้โควิด-19 หากทำได้ ถือว่าการปฏิรูปยังจำเป็น แต่หากทำไม่ได้ต้องยอมรับว่าประชาชนไม่ต้องการการปฏิรูปในรูปแบบที่เขียนไว้ในกลไกรูปแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย อภิปรายด้วยว่า&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขมีโอกาส แต่ไม่ทำ โดยเฉพาะเร่งสร้างศักยภาพกับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัยวัคซีน ทั้งนี้ ตนมีสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทั่วโลก ประจำวันที่ 8 กันยายน พบว่ามีผู้ติดเชื้อ 27 ล้านรายและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8.9 แสนคน โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้จีดีพีไตรมาสสองของสหรัฐถูกกระทบถึงร้อยละ 32.9 มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์อเมริกัน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดผลร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจ หากไม่เร่งหาวัคซีนเพื่อป้องกัน ทั้งนี้ประเทศไทยโชคดีมีเทคโนโลยีใหม่ ชื่อว่า เอ็มอาร์เอ็นเอ กับมหาวิทยาลัยเพนซีวาเนีย ซึ่งทุกประเทศทั่วโลกแย่งเพื่อใช้สูตรเบื้องต้นเพื่อทดสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยติดต่อกับบริษัทในต่างประเทศได้สำเร็จ แต่ต้องวางเงินมัดจำ 1ล้านยูเอสดอลลาร์ ซึ่งประเทศไทยมีเงินสำหรับวัคซีน 1,000 ล้านบาท ครม.อนุมัติหลักการและเตรียมเงิน 1,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถนำเงิน 30 ล้านบาทเพื่อไปวางมัดจำได้ เนื่องจากกลัวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินสอบ เพราะนำเงินที่เป็นภาษีประชาชนไปวางในสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ เพราะวัคซีนเป็นเรื่องไม่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกลัวระบบตรวจสอบที่จำเป็นแต่มีผลข้างเคียง ทำให้ไม่มีใครกล้าวางเงิน แม้จะเป็นเรื่องสุจริต เพราะระบบไม่เอื้อ แต่สุดท้ายมีผู้ใจบุญโอนเงิน 30 ล้านบาทไปให้ไม่เกี่ยวกับระบบราชการหรือตรวจสอบ ดังนั้นต้องปฏิรูป ผ่านมติครม. ทำช่องทางพิเศษ เพื่อเปลี่ยนแปลงการอนุมัติงบประมาณสำหรับโรคอุบัติใหม่ คาดว่า 2027 โคโรน่าไวรัสลำดับที่ 8 จะทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่อีก เพราะโรคอยู่ในระบบนิเวศน์ หากคนเที่ยวป่า กินสัตว์ป่า รับรองหนีไม่พ้น และหากไม่เร่งพัฒนาวัคซีนจะพบความทุกข์ร่วมกันอีกครั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย อภิปราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76811</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมวุฒิสภา, ด้านสาธารณสุข, ปฏิรูปสาธารณสุข, แผนปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8bf369f5fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมสับแผนปฏิรูปประเทศ แค่วาทกรรมภาพสวยหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้าน-ปชป.รุมสับแผนปฏิรูปประเทศ ล้มเหลวแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ ภาพสวยหรูปฏิบัติไม่ได้จริง &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ซัดแค่เครื่องมือสืบอำนาจ คสช. ชี้ &amp;quot;บิ๊กตู่-กองทัพ&amp;quot; ควรถูกปฏิรูปมากสุด เลขาฯสภาพัฒน์ยันรับข้อเสนอชง ครม.ปรับให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เรื่องรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวนกล่าวว่า วันนี้มีผู้อภิปรายเรื่องดังกล่าวรวม 18&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน แบ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวน 12 คน และ ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลจำนวน 6 คน ขอความร่วมมือให้อภิปรายแบบกระชับเวลา หลังจากที่การอภิปรายวันที่ 26 มิ.ย. นำเสนอประเด็นอภิปรายอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ญัตติที่เสนอเข้ามาจำนวน 8 ญัตติ ว่าด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและเกษตรกรให้ได้รับการพิจารณาและไม่ตกค้าง&amp;nbsp;
น.ส.จิราพร&amp;nbsp;สินธุไพร&amp;nbsp;ส.ส.ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;อภิปรายว่า แผนการปฏิรูปของรัฐบาล&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมมนตรี&amp;nbsp;ทำให้เกิดความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก&amp;nbsp;คนจนเพิ่มขึ้นเป็นกว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;มีเพียงคน&amp;nbsp;1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถือครองสินทรัพย์มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ&amp;nbsp;จึงตอกย้ำให้เห็นว่าไทยอยู่ในภาวะรวยกระจุกจนกระจาย&amp;nbsp;มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่บิดเบี้ยว&amp;nbsp;เพราะพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่ในระดับบน&amp;nbsp;เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มเจ้าสัว&amp;nbsp;แต่ผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;คนยากจนไม่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;แผนปฏิรูปประเทศฉบับนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เลย&amp;nbsp;การปฏิรูปจึงเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า&amp;nbsp;รายงานปฏิรูปเป็นเพียงภาพที่บอกเท่านั้น แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้ จึงมีคำถามว่าแผนปฏิรูปนี้สำคัญจริงหรือไม่ การที่ต้องมารายงานสภาทุก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน แสดงว่าความสำคัญต้องเป็นจริง แต่เมื่อถึงเวลาการรายงาน กลับมีการปฏิรูปเพียงไม่กี่กระทรวงเท่านั้น และแผนปฏิรูปครั้งนี้จะทำได้จริงหรือ เพราะเป็นแผนปฏิรูปของข้าราชการ ไม่ใช่ปฏิรูปของประชาชน การปฏิรูปที่มอบนโยบายแบบผู้ใหญ่ใจดี ผู้ใหญ่รู้ดี ไม่มีทางสำเร็จได้ แผนปฏิรูปจะต้องสัมพันธ์กับแผนแม่บท โครงการปฏิรูปต้องไม่ทับซ้อนกับกระทรวงและจังหวัดที่จะทำกันทุกปี ต้องระบุปัญหาสำคัญเร่งด่วนว่าคืออะไร และวัดผลความสำเร็จภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;2 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;อภิปรายว่า เท่าที่อ่านแผนปฏิรูปของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ละเรื่องมีการเขียนไว้อย่างสวยหรู แต่ไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะแผนปฏิรูปเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริต ทุกวันนี้หลายกรณีไม่สามารถหาคำตอบหรือตรวจสอบได้ อาทิ เรื่องอุทยานราชภักดิ์ การทำธุรกิจของบุตรชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่ตั้งอยู่ในค่ายทหาร และ พล.อ.ปรีชายอมรับว่ามีจริง&amp;nbsp;แต่เอาผิดไม่ได้ รวมถึงเรื่องนาฬิกา 22&amp;nbsp;เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเห็นว่าการตรวจสอบภาครัฐไม่ว่าคดีไหนก็จะออกมาในทางเดียวกันหมด คือ โปร่งใส ไม่มีทุจริต และบุคคลที่ถูกตรวจสอบก็ได้เป็น ส.ว.กันถ้วนหน้า&amp;nbsp;ถ้าเปรียบการปฏิรูปเหมือนการรีโนเวทบ้าน แต่หน้าบ้านมีขยะเน่าเหม็นไปหมด โดยไม่คิดเคลียร์ขยะและอุดรอยรั่วบนหลังคาบ้าน จะเรียกว่ารีโนเวทอย่างไร&amp;rdquo; นายรังสิมันต์ระบุ
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำการปฏิรูป ควรเป็นบุคคลที่ควรถูกปฏิรูปมากที่สุดภายใต้แผนปฏิรูปที่เสนอ เพื่อไม่ให้เกิดภาพของรัฐซ้อนรัฐ หรือซูเปอร์รัฐบาล เนื่องจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีนั้นถูกกำกับโดยแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้น ส.ส.ที่ถูกรับเลือกให้เป็นรัฐมนตรีจะทำหน้าที่เพียงดูเรื่องงบประมาณเท่านั้น ซึ่งคือการลดทอนคุณค่าของ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง นอกจากนั้นแผนงานปฏิรูปเป็นเพียงการสร้างอุตสาหกรรมปฏิรูปที่ได้ผลลัพธ์ คือกระดาษกองใหญ่ ขณะที่การตรวจสอบการปฏิรูป แม้ระบุว่าจะต้องรายงานต่อรัฐสภา และเมื่อมีกฎหมายที่ต้องออกเพื่อปฏิรูปให้ใช้การประชุมร่วมรัฐสภา ที่ให้ ส.ว.ร่วมด้วย คือกระบวนการให้ ส.ว. เข้าครอบงำการทำงานของฝ่าย ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;องค์กรที่ควรปฏิรูปมากที่สุดคือกองทัพ ปฏิรูปให้กองทัพเคารพสิทธิของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ไม่ใช่ใช้อำนาจรัฐประหารทุกๆ 4-6 ปี ซึ่งการปฏิรูปประเทศเป็นผลพวงมาจากรัฐประหาร ปี 2557 ดังนั้น การปฏิรูปยุค คสช. เป็นข้ออ้างจากการรัฐประหาร และเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ไม่ให้ความสำคัญกับประชาชน ทำให้ระบบรัฐประหารฝังตัวในรัฐธรรมนูญรับรองให้การรัฐประหารมีความถูกต้อง&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา&amp;nbsp;15.10&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดว่าแผนปฏิรูปประเทศต้องออกมาภายใน 1 ปี หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องเร่งรัดทำแผนปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องยาก และได้รับการต่อต้านในบางส่วน จึงต้องกลั่นกรองบางเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ก่อน ส่วนเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ต้องออกกฎหมาย และระเบียบรับรอง เช่น รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเรื่องที่ยาก ใช้เวลาหลายขั้นตอน ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม รายงานต่างๆ ที่จะนำเสนอต่อสภาทุก 3 เดือน จะมีการปรับเอกสารให้อ่านง่ายขึ้น และให้เห็นความคืบหน้า ขณะเดียวกันเว็บไซต์สภาพัฒน์ จะเปิดให้เห็นถึงความก้าวหน้าทั้งหมด ส่วนข้อเสนอแนะของสมาชิกในวันนี้ จะนำเสนอให้ที่ประชุม ครม. รับทราบ เพื่อนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นประธานการประชุมได้สั่งปิดการรับทราบรายงานดังกล่าวในเวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาพสวยหรูปฏิบัติไม่ได้จริง, หนังสือพิมพ์, แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ, แค่วาทกรรมภาพสวยหรู, แค่เครื่องมือสืบอำนาจ, แผนปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d14cf9770455.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ถูกใจก็เชิญแก้!&#039;มีชัย&#039;แจงแผนปฏิรูประเทศ รัฐบาลไหนคิดว่าของตัวเองดีกว่าเปลี่ยนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61-ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงขั้นตอนดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ว่า ไว้ทำควบคู่ไปกับนโยบายของแต่ละรัฐบาล แผนปฏิรูปตอนนี้เป็นโครงกว้างๆ เรื่องการใช้เงินงบประมาณไปทำที่ตั้งข้อสังเกตว่าใช้เงินเยอะนั้น ยังต้องไปทำแผนปฏิบัติการรายโครงการก่อนถึงจะรู้ว่าใช้เงินเท่าไร แต่ละรัฐบาลต้องดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่รองรับมาจากยุทธศาสตร์ชาติ ถ้ารัฐบาลไหนเห็นว่าดีกว่าก็เปลี่ยนได้ โดยบางเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายบางเรื่องไม่เกี่ยวกับกฎหมาย เช่น ร่างกฎหมายกองทุนการศึกษา ถ้าไม่พอใจก็ต้องแก้กฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธา่นกรธ., มีชัย ฤชุพันธุ์, รัฐบาลหน้า, เปลี่ยนได้, แก้ไขกฎหมาย, แผนปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a560e6c6da29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้า!ฟังอีกที&#039;วิษณุ&#039;เผยเกษียณอายุราชการ63ปีแค่แผนปฏิรูปยังไม่มีผลบังคับใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแผนการปฏิรูปประเทศกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาถึงการยืดการเกษียณอายุราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี ว่า ยังไม่มีผลบังคับใช้ว่าข้าราชการจะต้องเกษียณอายุราชการในอายุ 63 ปี เพราะเป็นเพียงการประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเมื่อประกาศใช้แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปศึกษาถึงความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่มีกำหนดเวลาว่าจะต้องใช้เวลาศึกษานานเพียงใด และกรอบเวลาที่กำหนดในแผนปฏิรูปสามารถพิจารณาทบทวนได้ ซึ่งการศึกษานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นได้ โดยในแผนการปฏิรูปมุ่งเน้นให้พิจารณาในตำแหน่งที่มีความสำคัญก่อน&amp;quot;รองนายกฯกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6815</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, ยังไม่มีผลบังคับใช้, รองนายกรัฐมนตรี, เกษียณอายุราชการ 63 ปี, แผนปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180209/image_big_5a7d6bfa7fc2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
