<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทย ลุ้น17 ส.ค.นี้ ศาลเคาะให้บริหารแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63-นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทยว่า ขณะนี้ยืนยันว่าการบินไทยมีความพร้อมมากที่จะเข้ายื่นเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทย ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากยื่น1-2สัปดาห์จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งขั้นตอนนั้นจะเปิดให้เจ้าหนี้ของการบินไทยทั้งหมดหากไม่เห็นด้วยก็มาคัดค้านต่อศาลภายใน 3เดือน

อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า แผนฟื้นฟูที่คณะผู้ทำแผนฟื้นฟูฯยื่นนนั้นจะได้รับความเห็นชอบจากศาลล้มละลายกลางแน่นอน ซึ่งขั้นตอนจากนั้นก็จะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร และเดินตามแผน คาดว่าใน3-5ปี จะสามารถฟื้นการบินไทยให้กลับมายืนเป็นสายการบินแห่งชาติแบบเต็มภาคภูมิแน่นอน

สำหรับสาเหตุที่มีความมั่นใจว่าจะได้รับความเห็นชอบจากศาลฯให้เป็นผู้บริหารแผน เนื่องจากกลุ่มเจ้าหนี้มากกว่า 70 -80 %ให้การสนับสนุนให้การบินไทยบริหารแผน ซึ่งเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้ ส่วนเจ้าหนี้ที่ไม่เห็นด้วยให้บริหารแผนมีประมาณ 20-30%เท่านั้น อย่างไรก็ตามการบินไืยยังคงเดินหน้าทำความเข้าใจกับเจ้าหนี้ ทั้งเจ้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเครื่องบิน เจ้าหนี้สหกรณ์ เจ้าหนี้หุ้นกู้ ซึ่งการบินไทยได้จัดเจ้าหนี้ที่โทรหาผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 2,000 รายเข้าใจว่าหากให้คณะผู้บริหารแผนดำเนินการจะทำให้การบินกลับมาได้ เพราะมีความชำนาญทางธุรกิจ และผู้บริหารแผนแต่ละคนก็มีความชำนาญเฉพาะด้าน

&amp;ldquo;ในวันที่ 17 ส.ค.ทางคณะผู้ทำแผนก็ต้องชี้แจงต่อศาลถึงเหตุที่จะเข้ามาบริหารว่า การบินไทยมีหนี้สินและจะมีแนวทางการฟื้นฟูอย่างไรบ้าง, ชี้ช่องทางให้ศาลฯเห็นว่าทางรอดในการที่จะเข้ามาบริหารแผนอย่างไรบ้าง คณะผู้บริหารแผน 6 คน ประกอบไปด้วย พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยศริน ,นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ,นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ,นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ,และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และผม ที่จะเข้ามาดำเนินการบริหารแผนฟื้นฟู เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งอดีต รมว. และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยบริหารแผนฟื้นฟูให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้การบินไทย กลับมาเข้มแข็ง สามารถกลับมาประกอบการได้หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และทั่วโลกมีวัคซีนออกมาป้องกันแล้ว&amp;rdquo;นายชาญศิลป์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 โดยมีพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการบริษัท เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นจำนวนมากเข้าร่วมและให้ความสนใจสอบถามสถานะทางการเงินและแนวทางการฟื้นฟูกิจการของบริษัท โดยรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นฯ รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2562 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้ รวมทั้งสิ้น 184,046 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 15,454 ล้านบาท หรือ 7.7% รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่ลดลงรวม 15,767 ล้านบาท (8.6%) สำหรับค่าใช้จ่ายรวม 196,470 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 12,088 ล้านบาท (5.8%) สาเหตุหลักเกิดจากค่าน้ำมันที่ลดลง 5,421 ล้านบาท (9.0%) เนื่องจากราคาน้ำมันลดลง 8.2% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมน้ำมันลดลงจากปีก่อน 6,580 ล้านบาท (4.6%) ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยขาดทุนจากการดำเนินงานจำนวน 12,424 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 3,366 ล้านบาท (37.2%)

นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการประมาณการเงินตอบแทนความชอบในการทำงาน จำนวน 2,689 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้รับรู้ค่าชดเชยเพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 4) ที่กำหนดอัตราค่าชดเชยเพิ่มเติมกรณีนายจ้างเลิกจ้างสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย จำนวน 400 วัน และมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน จำนวน 634 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 273 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 4,439 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 12,017 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 448 ล้านบาท (3.9%) โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,042 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 5.52 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.19 บาทต่อหุ้น (3.6%)

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์ รวมจำนวน 256,665 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 12,056 ล้านบาท (4.5%) มีหนี้สินรวม เท่ากับ 244,899 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 3,366 ล้านบาท (1.4%) และส่วนของ ผู้ถือหุ้นมีจำนวน 11,766 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 8,690 ล้านบาท (42.5%)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73130</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์  ตรีนุชกร, แผนฟืนฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200801/image_big_5f256415c68e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;ปล่อยวางลั่นใครดูแผนฟื้นฟูบินไทยเป้าหมายก็คือแก้วิกฤตเหมือนกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากที่ได้มีการหารือร่วมกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ,นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในแนวทางแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทยจำกัด(มหาชน) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(25 พ.ค.)ขณะนี้ได้ข้อสรุปในเรื่องของผู้ที่จะเสนอขอเปลี่ยนมติ ครม.ในเรื่องของผู้รับผิดชอบดูแลแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทย จากเดิม มติ ครม. เมื่อวันที่19 พ.ค.ให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบแผนฟื้นฟูกิจการเปลี่ยนมาเป็น กระทรวงการคลัง โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับที่จะเป็นผู้เสนอ ครม.ในการเปลี่ยนมติ ครม. เองในวันที่ 26พ.ค.นี้ เพื่อยุติปัญหาที่ คลังไม่ยอมทำเรื่อง ขอเปลี่ยนมติ ครม.

&amp;ldquo;ซึ่งทั้งนี้ในเรื่องดังกล่าว ยอมรับว่าผมมีความสบายใจมากขึ้นเพราะการทำงานจะได้ชัดเจนมากขึ้น และยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด ว่ากระทรวงคลังจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือ กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ เพราะหากทุกคนร่วมมือที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง &amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

อย่างไรก็ตามมั่นใจว่ากระทรวงคลังก็มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหมือนที่กระทรวงคมนาคมตั้งใจ เพคราะการแก้วิกฤตเป็นเป้าหมายที่จะทำเหมือนกัน


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าส่วนกรณีทีมีกระแสข่าวว่า ตนเดินออกจากวงประชุมการหารือ(วอล์กเอ้าต์)ในครั้งนี้ก่อนที่จะได้ข้อสรุปนั้นในเรื่องนี้ขอยืนยันว่าไม่เป็นไปตามข่าวแต่อย่างใด เมื่อหารือได้ข้อสรุปและจบก็ออกมา เพียงแต่ในวงมีการหารือต่อ ขณะเดียวกัน ตนมีกำหนดการที่จะประชุมทางไกล กับคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (กรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา-หนองคาย) (J C ครั้ง ที่ 28 ) รัฐบาลจีน จึงออกมาเพื่อไปประชุม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แผนฟืนฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8be3c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่อุ้ม!&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยครม.ไฟเขียวให้การบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟู ภายใต้อำนาจศาลล้มละลายกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.63-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)แบบเต็มคณะ จากนั้นเวลา 12.10 น.นายกฯแถลงภายหลังการประชุมครม.ผ่านไลฟ์สดเพจไทยคู่ฟ้าว่า ขอแจ้งให้ทราบการตัดสินใจในเรื่องของการบินไทย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ตนรู้ว่าจะช่วยรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทุกคนได้อย่างไร ในส่วนของปัญหาเรื่องนี้ทุกคนทราบดีอยู่แล้วที่มีหนี้สินต่างๆมากพอสมควร ซึ่งก็มีอยู่ 3 ทางเลือกด้วยกัน คือ 1.การหาเงินให้การบินไทยดำเนินการต่อไป 2.ปล่อยให้เข้าสู่สถานการณ์ล้มละลาย และ3.เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูของศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาการฟื้นฟูไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนัก เพราะมีข้อกฎหมายอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างพ.ร.บ.แรงงานและพ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ ดังนั้น วันนี้เราจำเป็นต้องหามาตรการที่เหมาะสม และรัฐบาลได้มีการพิจารณาร่วมกันในคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และครม.แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราทุกคนตัดสินใจว่าเราจะเลือกทางที่ 3 เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูของศาล ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และจะต้องมีการดำเนินการอีกหลายขั้นตอนต่อไป เพื่อแก้ปัญหาภายในองค์กร และเรื่องประกอบการต่อไป เพื่อให้ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างที่พวกเราคาดหวังไว้ ผมอยากให้ทุกคนกลับไปคิดดูว่า เรามีการบินไทยเพื่ออะไรในช่วงที่ผ่านมา และการบินไทยควรที่จะเป็นองค์กรที่จะสร้างชื่อเสียง และรายได้ให้กับคนไทย และมีความสามารถในการแข่งขัน เข้มแข็งในตัวเองได้อย่างไร นี้คือพื้นฐานในการตัดสินใจของผม และนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันนี้ &amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกล้า ที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูโดยการยื่นขอเข้ากระบวนการต่อศาล ซึ่งได้มีการหารือกันอย่างรัดกุมในรายละเอียดต่างๆทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเองรู้สึกว่าการที่ตัดสินใจเข้าสู่แผนการฟื้นฟูโดยไม่ปล่อยให้การบินไทยเข้าสู่สถานะล้มละลาย ซึ่งอาจจะทำให้พนักงานมากกว่า 2หมื่นคนต้องถูกลอยแพ พวกเราคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น คงไม่อยากเห็น ฉะนั้นรัฐบาลยืนยันว่าจะสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้แม้จะไม่ได้รับเงินจากรัฐบาล จึงขออนุญาตให้การบินไทยเข้าไปอยู่ภายใต้การคุ้มครองของศาลและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งของศาล ซึ่งศาลจะมีการพิจารณาแต่งตั้งมืออาชีพมาบริหารจัดการการฟื้นฟูการบินไทย ผมเองและพี่น้องประชาชนทุกคนคงคาดหวังเช่นเดียวกัน ว่าเมื่อมีมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการแล้ว การบินไทยจะสามารถกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติที่คนไทยเคยภาคภูมิใจ และกลับมาเป็นองค์กร ที่ช่วยสร้างความรุ่งเรืองให้กับประเทศไทยได้ ด้วยวิธีการนี้เป็นวิธีการเดียวที่การบินไทยจะยังคงสามารถประกอบกิจการและดำเนินการต่อได้ พนักงานการบินไทยจะมีงานทำต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันการปรับโครงสร้างของการบินไทยหลายๆอย่างที่ควรจะสำเร็จนานแล้วก็จะเกิดขึ้นได้ด้วยในการเข้าสู่มาตรการฟื้นฟู นั่นคือการตัดสินใจของผมและเป็นทิศทางที่รัฐบาลจะยึดมั่นปฏิบัติต่อกรณีของการบินไทย ส่วนในอดีตต่างๆจะเป็นไปตามที่ศาลกำหนด และคาดว่าจะแจ้งให้ทุกท่านทราบในโอกาสต่อไป ซึ่งตนได้ให้กระทรวงคมนาคมและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวถึงรายละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวอีกว่าการบินไทยถือว่าเป็นทูตที่ดีทางวัฒนธรรมที่ช่วยโปรโมทประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า60 ปี ผ่านการทุ่มเทการทำงานของคนมากมาย จากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน วิศวกร ช่าง พนักงานภาคพื้นรวมถึงพนักงานอื่นๆของการบินไทย ตนหวังเช่นเดียวกับคนไทยทุกคนว่าการช่วยเหลือให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งศาลลจะช่วยให้การบินไทยกลับมาเป็นสายการบินที่มีความแข็งแกร่งได้อีกครั้ง ขอบคุณอีกครั้ง นี่คือการตัดสินใจของตนและครม.ในวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66332</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ., บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาลล้มละลาย, แผนฟืนฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81fc7ef204.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
