<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยแจ้งจัดประชุมเจ้าหนี้ผ่านระบบออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64 รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่าเนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงพบผู้ป่วยติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนในคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากเดิมที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นการประชุมเจ้าหนี้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting)โดยจัดขึ้นในวันและเวลาเดิม วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น.

นอกจากนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังได้ขยายระยะเวลาให้เจ้าหนี้สามารถลงมติล่วงหน้าได้ถึงวันที่&amp;nbsp; 7 พฤษภาคม 2564 โดยเจ้าหนี้จะได้รับแจ้งรายละเอียดจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผ่านทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ และ ท่านสามารถอ่านประกาศเกี่ยวกับการประชุมออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ของกรมบังคับคดี LED.go.th

สำหรับขั้นตอนการพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ เป็นขั้นตอนสำคัญตามกฎหมาย การบินไทยจะไม่สามารถดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อไปได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนและความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ทั้งหลายที่เพียงพอตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด การบินไทยขอขอบพระคุณเจ้าหนี้ทุกท่านที่กรุณาสละเวลาพิจารณาและดำเนินการเพื่อลงมติยอมรับแผน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบินไทยจะได้รับแรงสนับสนุนจากทุกท่านเพื่อก้าวผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่ของบริษัทในครั้งนี้ และจะสามารถกลับมาร่วมธุรกิจกับคู่ค้าทั้งหลาย ให้บริการแก่ลูกค้า และประกอบกิจการอย่างแข็งแกร่งได้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101738</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, เจ้าหนี้การบินไทย, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073b95f0fa17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นกแอร์อ้างเหตุโควิดแจ้งขอเลื่อนส่งแผนฟื้นฟู </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2564 นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่านกแอร์ได้ยื่นต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอขยายเวลาะการส่งแผนฟื้นฟูกิจการ ออกไปอีก 1เดือน โดยจะยื่นแผนฟื้นฟูให้ศาลฯ พิจารณาในวันที่ 15 เม.ย. 2564 จากเดิมที่ศาลฯ กำหนดให้ต้องยื่นให้ศาลฯ พิจารณาในวันที่ 15 มี.ค.นี้ สาเหตุที่นกแอร์ไม่สามารถยื่นแผนฟื้นฟูได้ทันตามกำกรอบเวลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การะบาดของโรคโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงไป มีการกลายพันธุ์ของโรค และเกิดการระบาดซ้ำ รวมทั้งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการทราเวล บับเบิล และมาตรการวัคซีนพาสปอร์ตยังคงมีปัญหาไม่เอื้อต่อการเดินทางของ นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลักของสายการบินนกแอร์ เพราะแม้ว่าจะมีการยกเว้นการกักตัวบินเข้าไทย แต่เมื่อกลับประเทศจีจะต้องมีการกักตัวอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของโรคโควิดที่กลายพันธุ์ และมาตรการต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้นกแอร์ไม่มั่นใจ เกี่ยวกับกระแสเงินสดที่จะนำมาใช้ในการเริ่มชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟู เพราะหากสถานการณ์เป็นแบบนี้ การหารายได้เพิ่มเข้ามาคงทำได้อยาก ดังนั้นนกแอร์จำเป็นจะต้องปรับแผนการหารายได้ในแผนฟื้นฟูใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดรับกับสถาณการณ์ วันนี้จึงยังส่งแผนฟื้นฟูให้ศาลพิจารณาไม่ได้ ต้องขอเลื่อนไปก่อนอีก 1 เดือน เพื่อทบทวนแผนแผนหารายได้ใหม่&amp;rdquo;นายวุฒิภูมิ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังไม่มั่นใจว่าวันที่ 15 เม.ย.64 จะยื่นแผนฟื้นฟูต่อศาลฯทันหรือไม่ หากยื่นไม่ทันนกแอร์มีสิทธิ์ขอเลื่อนได้อีก 1 ครั้งเป็นเวลา 1 เดือนซึ่งเป็นการขอเลื่อนครั้งสุดท้าย คือ จะยื่นในวันที่ 15พ.ค.อย่างไรก็ตาม นกแอร์มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจระหว่างนกแอร์อยู่แผนฟื้นฟูจะไม่สะดุด เนื่องจากได้ขอวงเงินกู้ฉุกเฉินกับผู้ถือหุ้นไว้แล้ว เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ นกแอร์ ยังอยู่ระหว่างแจรจากับนักลงทุน และสถาบันการเงิน เพื่อขอกู้เงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมไว้ใช้ในการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเช่าซื้อเครื่องบินเพิ่มกับรายใหม่ กรณีที่เจ้าหน้าเครื่องบินรายเดิมไม่ต่อสัญญาเช่า ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำการบินของนกแอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96144</URL_LINK>
                <HASHTAG>วุฒิภูมิ จุฬางกูร, สายการบินนกแอร์, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f4321294f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยขาดทุน1.4แสนล. ลุ้นทำแผนฟื้นฟูทัน2มีค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การบินไทยขาดทุนอ่วม 1.4 แสนล้านบาท ผลพวงไวรัสโควิดระบาดผู้โดยสารลดลงจากปีก่อน 76.1% ตลาดหลักทรัพย์พิจารณาถอนหุ้นออกจากตลาดภายใน 7 วัน ก่อนขึ้นเครื่องหมาย SP &amp;quot;ชาญศิลป์&amp;quot; ลุ้นทำแผนฟื้นฟูส่งทัน 2 มี.ค. คาดครึ่งปีหลังปี 64 ทยอยกลับมาทำการบินได้ คลังชี้ต้องปรับโครงสร้างไม่ให้เทอะทะเหมือนอดีต ยอมรับความเจ็บปวดทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายชาย เอี่ยมศิริ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กระทบอุตสาหกรรมการบินโลกอย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในเส้นทางบินระหว่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ลดลง 73.7% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ลดลง 78.5% และมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 5.87 ล้านคน ลดลงจากปีก่อน 76.1% สำหรับด้านการขนส่งสินค้า อัตราส่วนการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (Freight Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 58.6% สูงกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ย 53.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชายกล่าวว่า ในปี 2563 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 48,311 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 96,430 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 48,119 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 141,180 ล้านบาท โดยบริษัทมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และส่วนใหญ่เป็นตัวเลขทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบกับกระแสเงินสด จำนวน 91,978 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องบินและสินทรัพย์สิทธิการใช้และอุปกรณ์การบินหมุนเวียน จำนวน 82,703 ล้านบาท ผลขาดทุนสำหรับการป้องกันความเสี่ยงของกลุ่มรายการของฐานะสุทธิจำนวน 5,227 ล้านบาท สำรองเงินชดเชยพนักงานในโครงการร่วมใจจากองค์กร Mutual Separation Plan (&amp;ldquo;MSP A&amp;rdquo;) จำนวน 3,098 ล้านบาท ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จำนวน 895 ล้านบาท ผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 จำนวน 261 ล้านบาท กำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัท&amp;nbsp; สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 206 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายบุคลากร โดยขอความร่วมมือผู้บริหารและพนักงานสมัครใจร่วมโครงการลาหยุดโดยไม่รับเงินเดือนและค่าตอบแทน (Together We Can) นอกจากนี้ มีโครงการ &amp;quot;ร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร&amp;quot; 2 โครงการ ได้แก่ โครงการร่วมใจจากองค์กร Mutual Separation Plan (&amp;ldquo;MSP A&amp;rdquo;) และโครงการลาระยะยาว (&amp;ldquo;LW20&amp;rdquo;) เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้บริษัทสามารถดำรงเงินสดในมือให้เพียงพอในการดำเนินกิจการระหว่างที่ไม่มีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินธุรกิจการบินปกติและจากแหล่งเงินทุนอื่น ประกอบกับการชะลอการลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้าง ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการและความปลอดภัย และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายคงที่จากปีก่อนได้ถึงประมาณ 15,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริษัทมีการหารายได้จากการให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้า การจัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยกลับบ้าน และรายได้จากกิจการอื่นๆ อาทิ ฝ่ายครัวการบิน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้บริษัทฟื้นฟูกิจการ และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนตามที่บริษัทเสนอ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงประกาศคำสั่งศาลให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ขณะนี้คณะผู้ทำแผนอยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการโดยศาลล้มละลายกลางอนุญาตให้ผู้ทำแผนยื่นส่งแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในวันที่ 2 มีนาคม 2564 และเมื่อได้ยื่นส่งแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทและศาลล้มละลายกลางจะพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) ในวันที่ 25 ก.พ.64 เนื่องจาก ตลท.อยู่ระหว่างพิจารณาว่าบริษัทเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนกรณีส่วนผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ โดยจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการ หรือภายในวันที่ 8 มีนาคม 2564 และขึ้นเครื่องหมาย SP ในวันที่ 25 ก.พ.64 และขึ้นเครื่องหมาย NP ในวันที่ 1 มี.ค.64 เหตุผลจากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินปี 2563 ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต.อาจสั่งการให้บริษัทแก้ไขงบการเงินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหยุดทำการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า THAI Futures วันที่ 25 ก.พ.2564 เนื่องจาก ตลท.หยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ THAI เป็นการชั่วคราว เวลาเปิดซื้อขายหลังจากหยุดทำการซื้อขาย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะเปิดทำการซื้อขาย THAI Futures อีกครั้ง เมื่อ ตลท.เปิดให้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ THAI
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย (THAI) เปิดเผยกับ &amp;quot;อินโฟเควสท์&amp;quot; ว่า บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถส่งแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทันกำหนดภายในวันที่ 2 มี.ค.64 และจะมีการจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อโหวตรับแผนฟื้นฟูในขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญศิลป์กล่าวว่า ไม่หนักใจกับท่าทีของเจ้าหนี้ เพราะในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้มีการหารือและเจรจากับเจ้าหนี้ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหนี้หลัก ได้แก่ เจ้าหนี้หุ้นกู้ เจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้ภาครัฐ และเจ้าหนี้ผู้ให้เช่าเครื่องบิน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ รวมถึงการพูดคุยกับกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และเจ้าหนี้ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าการบินไทยจะกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท นายชาญศิลป์คาดว่า ในครึ่งปีหลังปี 64 จะทยอยกลับมาทำการบินได้ โดยในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะกลับทำการบินราว 10-20% ของการให้บริการในช่วงปกติ และในปี 65 จะเพิ่มขึ้นเป็น 30-60% จากนั้นในปี 67-68 จะกลับมาทำการบินได้ 70-80% เชื่อว่าใช้เวลาประมาณ 5 ปี กว่าจะกลับมาเหมือนเดิม คนมั่นใจที่จะบิน เราก็เติบโตตามสภาพ และมีแผนการตลาดเข้ามา หลังยื่นแผนฟื้นฟูในวันที่ 2 มี.ค. เราจะเปิดแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน บริษัทได้ทยอยดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร โดยเฉพาะการปรับลดจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับการแผนธุรกิจ ทั้งนี้ ในปี 62 บริษัทมีจำนวนพนักงาน 2.9 หมื่นคน ซึ่งในปี 63 ปรับลดเหลือ 2 หมื่นคน และในปี 64-65 คาดจำนวนพนักงานจะปรับลดลงเหลือ 1.3-1.5 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า 3 หน่วยงานคือ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมพิจารณาแนวทางฟื้นฟูกิจการ THAI ที่ส่วนหนึ่งจะมีกระบวนการแปลงหนี้เป็นทุน และการตัดลดหนี้ (Hair cut) โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าการบินไทยจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ เพราะหลังการแปลงหนี้เป็นทุน ก็จะมีการเพิ่มทุนใหม่ จึงต้องมองว่าขณะนี้ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน มีสถานะมั่นคงเพียงพอที่จะเข้ามาถือหุ้น THAI ในส่วนที่จะมีการเพิ่มทุนใหม่ หรือหากเปิดให้กลุ่มทุนในประเทศเข้ามาถือหุ้น ก็อาจทำให้โครงสร้างทุนของการบินไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นภาคเอกชนเต็มตัว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มทุนในประเทศสนใจเป็นเจ้าของการบินไทยอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวว่า ในที่สุดการบินไทยจะต้องปรับโครงสร้างองค์กรไม่ให้ใหญ่เทอะทะเหมือนในอดีต จึงต้องยอมรับความเจ็บปวดกันทุกฝ่าย แต่เชื่อมั่นว่าการบินไทยยังมีแนวทางรอดและจะกลับมาผงาดในธุรกิจอีกครั้ง เพราะแบรนด์การบินไทยยังได้รับความเชื่อมั่นในตลาดค่อนข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ณ วันที่ 3 ก.ค.63 กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ THAI สัดส่วน 47.86% จากเดิมถืออยู่ 51.03% ทำให้พ้นจากสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่รายงานข่าวจาก THAI เปิดเผยอีกว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานพนักงานบริษัท การบินไทย (สร.พบท.) ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัท 20 ข้อ โดยประเด็นสำคัญคือ ให้การบินไทยหันมาทำการบินในประเทศมากขึ้น พร้อมทั้งยุบหรือควบรวมบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เพราะมีผลประกอบการขาดทุนสะสมมาก และเป็นภาระของบริษัท นอกจากนั้นยังมีข้อเรียกร้องอื่นๆ ได้แก่ ห้ามบริษัทเปิดให้พนักงานเดิมสมัครกลับเข้ามาทำงานใหม่ในตำแหน่งต่างๆ (Re-Launch) ห้ามแยกหน่วยธุรกิจหรือฝ่ายใดๆ เพื่อขายกิจการออกไป การกำหนดโครงสร้างอัตราเงินเดือนใหม่ต้องไม่กระทบสิทธิของพนักงานระดับ 1-7 และต้องไม่ต่ำกว่าราคาอัตราเงินเดือนของกลุ่มธุรกิจการบินในระดับสากล ห้ามมิให้มีการเลิกจ้างพนักงานระดับ 1-7 เพราะจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเลิกจ้างอย่างมาก เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94284</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, การบินไทยขาดทุน, ถอนหุ้นออกจากตลาด, ผู้โดยสารลดลง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนฟื้นฟู, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6037a8e57b36e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บินไทย&#039;เลื่อนยื่นแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2564 พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งดำเนินการโดยคณะผู้จัดทำแผนรวม 6 คน และบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับที่ปรึกษาด้านกฏหมาย ที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจการบิน และที่ปรึกษาทางด้านการเงิน โดยการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ประกอบด้วยแผนหลัก 2 ส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้แก่ 1. แผนธุรกิจ ประกอบด้วยแผนในการจัดหารายได้ ลดรายจ่าย ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ตลอดจนปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการตามแผนงานไปแล้วบางส่วน อาทิ โครงการขอความร่วมมือพนักงานลาหยุดโดยไม่รับค่าตอบแทน โครงการเสียสละเพื่อองค์กร เพื่อลดต้นทุนด้านบุคลากร เป็นต้น โดยในส่วนของแผนธุรกิจนี้ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ เกือบสมบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แผนการเงิน ประกอบด้วย แผนการปรับโครงสร้างหนี้และโครงสร้างทุน ซึ่งบริษัท การบินไทยฯ มีเจ้าหนี้จำนวนมาก การชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูฯ จึงต้องเป็นธรรมกับเจ้าหนี้ทุกฝ่าย โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้เพื่อให้มั่นใจว่า หนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูฯ นั้นเป็นหนี้ที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันจำเป็นต้องจัดทำแบบจำลองทางการเงิน เพื่อกำหนดรูปแบบการปรับโครงสร้างทุน โครงสร้างหนี้ และการจัดสรรการชำระหนี้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเสนอให้เจ้าหนี้พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้พิจารณาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ ตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกของบริษัทฯ ซึ่งเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ และช่วยงานทางด้านการเงินและการบัญชีของบริษัทฯ ในการจัดทำโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างเงินทุนและผู้ถือหุ้น การวิเคราะห์กระแสเงินสด วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงิน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของการบินไทย เพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ รวมถึงการนำเสนอแผนฟื้นฟูฯ ในส่วนทางการเงินแก่เจ้าหนี้และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางและหลักการทางการเงินถูกต้องและเชื่อถือได้ โดยมีกรอบงบประมาณการว่าจ้างไม่เกิน 60 ล้านบาท และมีระยะเวลาในการทำงานจนกว่าศาลจะให้ความเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูฯ โดยบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินดังกล่าว จะไม่มีหน้าที่ติดต่อหาแหล่งเงินทุนใหม่ให้กับบริษัทฯ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณีที่มีข่าวเรื่องการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน โดยมีค่าตอบแทนสูงถึง 630 ล้านบาท นั้น จึงไม่เป็นความจริง ในส่วนขอบเขตการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือผู้ลงทุนรายใหม่ จะดำเนินการว่าจ้างหลังจากแผนฟื้นฟูฯ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลแล้ว เนื่องจากเจ้าหนี้ของบริษัท การบินไทยฯ มีจำนวนมาก มีหลายกลุ่ม และเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน คณะผู้ทำแผนจึงได้เร่งหารือกับเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ เพื่อให้แผนฟื้นฟูฯ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยเร็วที่สุด ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหนี้หลายกลุ่ม ได้รับเสียงตอบรับในทางที่ดี ส่วนใหญ่เห็นชอบในหลักการของแผนฟื้นฟูฯ และให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ อนึ่ง เพื่อให้แผนฟื้นฟูฯ ในส่วนของแผนทางการเงินมีความสมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะผู้ทำแผนจึงได้พิจารณา ขยายระยะเวลาในการยื่นแผนฟื้นฟูฯ ต่อศาล ออกไปอีกประมาณ 1 เดือน ตามกรอบของกฏหมาย โดยสามารถยื่นแผนฟื้นฟูฯ ได้ประมาณ ปลายเดือน กุมภาพันธ์ หรือ ต้นเดือน มีนาคม 2564 ภายหลังจากที่ผู้ทำแผนได้ยื่นแผนฟื้นฟูฯ แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะส่งสำเนาแผนฟื้นฟูฯ ให้เจ้าหนี้ได้พิจารณา และลงมติในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1.5 เดือน และเมื่อเจ้าหนี้ให้ความเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูฯ แล้ว จะเป็นขั้นตอนของศาลที่จะพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อแผนฟื้นฟูฯ เป็นขั้นตอนสุดท้าย พนักงาน และฝ่ายบริหารการบินไทยทุกคน มีความมุ่งมั่นและพร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีความท้าทายต่างๆ ในการทำธุรกิจเกิดขึ้น ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังร่วมมือลดค่าใช้จ่าย และหารายได้เพิ่มให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งเจ้าหนี้ คู่ค้า และลูกค้าของการบินไทย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การบินไทยจะสามารถจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ให้สำเร็จไปได้ด้วยดี คณะผู้ทำแผนมีความตั้งใจและมั่นใจว่าการฟื้นฟูฯ ของการบินไทยจะได้รับการยอมรับและประสบผลสำเร็จ โดยเจ้าหนี้ทุกรายจะได้รับชำระหนี้อย่างเป็นธรรม บริษัท การบินไทยฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถกลับมาให้บริการด้านการบินอย่างเต็มรูปแบบได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91147</URL_LINK>
                <HASHTAG>แผนฟื้นฟู, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffb070b230c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บินไทยแจงยื่นแผนฟื้นฟูฯได้ตามกำหนดเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวจากแหล่งข่าวต่างๆ เกี่ยวกับการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน และมีผลกระทบต่อการจัดทำแผนฟูฯ นั้น บริษัท การบินไทยฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามขั้นตอน ที่ศาลล้มละลายกลาง กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีกระบวนการหลายเรื่องที่จำเป็นต้องอาศัยที่ปรึกษา และ ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา เพราะ ต้องเร่งรัดจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ในเวลาที่จำกัด อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีปริมาณหนี้ และเจ้าหนี้จำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้บริษัทฯ ขอให้ทุกภาคส่วน เชื่อมั่นว่าคณะผู้ทำแผนฟื้นฟูฯ ฝ่ายบริหาร และพนักงาน ร่วมมือกันในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ โดยขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เพื่อให้สามารถยื่นแผนต่อศาลล้มละลายกลางได้ทันตามกำหนดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89707</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f9e892985.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บินไทย&#039;เลื่อนยื่นแผนฟื้นฟูไป 2 ก.พ.64หลังเจรจาเจ้าหนี้ไม่จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้ ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งมีการจัดกลุ่มเจ้าหนี้และการกำหนดเงื่อนไขในการชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ทั้งลดหนี้ยืดหนี้ ส่วนผู้ถือหุ้น อาจจะเป็นการลดทุน ซึ่งอยู่ในกระบวนการเจรจา ให้มีความสมบูรณ์เพื่อนำไปประกอบการจัดทำแผนฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปและยื่นแผนฟื้นฟูกิจการเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันที่ 2 ก.พ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้า บริษัทฯ จะยื่นศาลเพื่อขอขยายเวลาออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมกำหนดจะยื่นแผนฟื้นฟู วันที่ 2 ม.ค. 2564 และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟู ในช่วงกลางหรือปลายเดือน มี.ค. 64 และศาลล้มละลายกลางประชุมเพื่อรับแผน ใน เม.ย.-พ.ค. 64 จากนั้นจะเข้าสู่การปฏิบัติตามแผนฟื้นฟู ซึ่งตามกฎหมาย มีระยะเวลาในการดำเนินการแผนฟื้นฟู 5 ปี และขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้งๆ ละ 1 ปี หรือรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวต่อว่า มั่นใจว่าการเลื่อนส่งแผนฟื้นฟูฯ แต่จะไม่กระทบต่อการฟื้นฟูกิจการ พร้อมมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะตาม เมื่อเสนอแผนฟื้นฟูฯ ให้ศาลพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์ คาดว่า ในเดือนมีนาคมจะสามารถประชุมเจ้าหนี้ได้ หลังจากนั้นในเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้า จะนำส่งแผนให้ศาลพิจารณาอนุมัติ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งผู้บริหารแผนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนการบริหารกระแสเงินสดในขณะนี้ การบินไทย ยืนยันว่า ยังมีกระแสเงินสดเหลือไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้า จากการหารายได้เพิ่มเติม เช่น การขายทรัพย์สิน และการขายสินค้าของบริษัท แต่หากไม่สามารถดำเนินการตามกำหนดการได้ คาดว่าจะมีผลกระทบเรื่องกระแสเงินสดแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งวันในระหว่างทำแผนฟื้นฟู บริษัทได้ทำแผนด้านธุรกิจอื่นๆ ควบคู่ ไปด้วย ทั้งแผนการบิน การปรับโครงสร้างองค์กร และบริษัทได้พยายามในการสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ในช่วงที่ไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ โดยนำทรัพยากรที่มีออกมาหารายได้ เป็นการดิ้นรนทุกวิถีทาง ซึ่งการประมาณการรายได้ต่างๆ ทำค่อนข้างยาก เนื่องจากมีปัจจัยโควิด-19 ระลอกใหม่ และเชื่อว่า บริษัทจะสามารถปรับตัวได้ และคาดว่า ในไตรมาส 3-4/64 วัคซีนจะเข้ามา ซึ่งบริษัทพร้อมทำหน้าที่ในการขนส่งวัคซีน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88000</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fdf60c59d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพฯขสมก.ร้องนายกฯไฟเขียวแผนฟื้นฟูหลังล่าช้ามานาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.63 นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธ.ค. นี้ เวลา 09.30 น. ตนพร้อมสมาชิก 300 คน จะไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้เร่งรัดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว แผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (ฉบับปรับปรุง) ยังไม่ผ่าน ครม. สักที และ รอเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณามาหลายครั้งแล้ว ทำให้เกิดความล่าช้าในดำเนินการตามแผนฟื้นฟู ซึ่งส่งผลให้รถโดยสาร (รถเมล์) ขสมก. ที่ให้บริการอยู่ปัจจุบัน 3,000 คัน มีสภาพเสื่อมโทรมลงทุกวัน รวมทั้งสัญญาเหมาซ่อม มีระยะเวลาเพียง 3 เดือน ทำให้คู่สัญญาผู้รับเหมาซ่อมไม่กล้าลงทุน ส่งผลให้การซ่อมบำรุงรถยนต์โดยสาร อาจไม่เป็นไปตามสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขสมก. อาจต้องมีการปลดระวางรถเก่าจำนวนมาก และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางขององค์การประมาณ 30 เส้นทาง และในบางเส้นทาง ขบ. ได้อนุญาตให้เอกชนเข้ามาเดินรถแทน ขสมก. แล้ว ส่งผลให้เส้นทางเดินรถของ ขสมก. ลดลง และประชาชนได้รับความเดือนร้อนที่บางเส้นทางอาจมีรถเมล์ให้บริการไม่เพียงพอได้ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แผนฟื้นฟู (ฉบับปรับปรุง) ผ่านความเห็นชอบของ ครม. โดยเร็ว หาก ครม. ไม่ให้ความเห็นชอบ ขอให้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.63 ต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญมา กล่าวต่อว่า สำหรับ มติ ครม. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 เห็นชอบในหลักการของแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.สำหรับดำเนินการตามกลยุทธ์ และแนวทางต่าง ๆ ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการฯ ดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคม และ ขสมก. เร่งจัดทำรายละเอียดและดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งแผนฟื้นฟูกิจการฯ กำหนดให้ ขสมก. จัดหารถโดยสารใหม่ (รถเมล์) รวม 3,000 คัน ดังนี้ ซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน ซื้อรถเมล์ไฟฟ้า (อีวี) 25 คัน ซื้อรถโดยสารปรับอากาศระบบดีเซลและไฟฟ้า (ไฮบริด) 1,453 คัน เช่ารถไฮบริด 400 คัน เช่ารถเอ็นจีวี 300 คัน และปรับปรุงรถเก่า 323 คัน ซึ่งต่อมาองค์การได้จัดซื้อรถใหม่เอ็นจีวี 489 คัน คงเหลือ 2,188 คัน และซ่อมบำรุงรถเก่า 323 คัน ต่อมา ขสมก. ได้ขอปรับปรุงแผนฟื้นฟู ซึ่งมีสาระสำคัญแตกต่างจากแผนเดิม ประกอบด้วย 1.ขอเช่ารถเมล์ไฟฟ้า จากเอกชน 2,511 คัน 2.ขอจ้างเอกชนมาเดินรถจำนวน 1,500 คัน และ 3.จะจัดเก็บค่าโดยสาร 30 บาท/คน/วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86964</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญมา ป๋งมา, ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.), แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8aea09cbcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
