<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมถกความคืบหน้าแผนฟื้นฟู &#039;ขสมก.&#039; วันนี้ ลุ้นคนกรุงได้นั่งรถเมล์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาความคืบหน้าแผนฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีการพิจารณาของคณะทำงานฯ ในการปรับแผนแนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลให้มีความชัดเจน และเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากในการประชุมวันนี้ ผ่านการพิจารณาของนายศักดิ์สยามแล้วนั้น ขสมก จะนำแผนฟื้นฟูดังกล่าว เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. พิจารณา ก่อนเสนอไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) &amp;nbsp;แล้วจึงเสนอไปยังคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม จะสามารถเสนอไปยัง ครม. ได้เมื่อใดนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาพัฒน์ฯ ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุอีกว่า สำหรับแผนฟื้นฟู ขสมก. เมื่อผ่านการพิจารณาอนุมัติจาก ครม.แล้วนั้น ขสมก.จะเริ่มทยอยรับรถโดยสารไฟฟ้า (EV) ล็อตแรก จำนวน 400 คัน หลังจาก ครม.อนุมัติใน 3 เดือน และครบ 2,511 คันใน 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟู ขสมก. โดยในปัจจุบัน ขสมก. มีรถวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 2,900 กว่าคัน และใน ต.ค. 2564 จะปลดระวาง จำนวน 70 กว่าคัน ขณะที่ มูลค่าหนี้สะสมของ ขสมก.นั้น คาดการณ์ว่า ณ วันที่ 31 ก.ย. 2564 (สิ้นปีงบประมาณ 2564) ขสมก.จะมีหนี้สะสม เป็นวงเงินประมาณ 1.32 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา โดยมีนายศักดิ์สยาม เป็นประธานนั้น ที่ประชุมได้มีข้อเสนอให้ดูสัญญาเพิ่มเติม เนื่องจากในปัจจุบันแผนดังกล่าว จะนำรถร่วมเอกชนเข้ามาให้บริการด้วย โดยทั้ง 2 ฝ่าย ต้องเจรจาในการจ้างเช่าวิ่งตามระยะทางร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมในครั้งนั้น ยังได้มีการพิจารณาการขอเงินอุดหนุนจากภาครัฐ (PSO) เนื่องจากที่ผ่านมา ขสมก.ได้เสนอของบประมาณเพื่อขออุดหนุน จำนวน 9,000 ล้านบาท แต่ทางกระทรวงคลัง สภาพัฒน์ฯ และสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นว่าควรปรับปรุงรายละเอียดของแผนฟื้นฟู ขสมก.ในบางประเด็นให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงที่ประชุมยังระบุอีกว่า หากการจัดทำแผนฟื้นฟู ขสมก. ล่าช้า จะทำให้ ขสมก.มีผลประกอบการขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109122</URL_LINK>
                <HASHTAG>แผนฟื้นฟู ขสมก., โครงการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า (อีวี)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7b6cc80884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยามเตรียมเคาะแผนฟื้นฟู ขสมก.ก่อนส่งสภาพัฒน์ เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ในวันที่ 1 เม.ย. 2564 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่ง โดยมีตนเป็นประธาน เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟู ขสมก. อาทิ เรื่องอัตราค่าโดยสาร และการบริหารจัดการระบบเดียวกัน (Single Management)

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาและได้ข้อสรุปแล้ว ขสมก. จะรวบรวมข้อมูล และเสนอแผนลงทุนไปยังคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) พิจารณาภายใน เม.ย. 2564 และเมื่อสภาพัฒน์ฯ อนุมัติแผนฟื้นฟู ขสมก. หรือตอบความคิดเห็นกลับมาแล้ว จึงจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในขณะนี้ ขสมก.ได้จัดทำแผนลงทุนของแผนฟื้นฟู ขสมก. แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่ง ในวันที่ 1 เม.ย. 2564 จากนั้น เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. พิจารณาในวันที่ 8 เม.ย. 2564 ก่อนเสนอไปยังสภาพัฒน์ฯ ภายใน เม.ย.นี้ โดยตั้งเป้าเบื้องต้นว่า จะเสนอไปยังสภาพัฒน์ฯ ได้ก่อนสงกรานต์ 2564 ที่จะถึงนี้ และหากได้รับการพิจารณาอนุมัติหรือตอบกลับมาเมื่อใด จึงจะเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อแผนฟื้นฟู ขสมก. ผ่านการพิจารณาอนุมัติจาก ครม.แล้วนั้น ขสมก.จะเริ่มทยอยรับรถโดยสารไฟฟ้า (EV) ล็อตแรก จำนวน 400 คัน หลังจาก ครม.อนุมัติใน 3 เดือน และครบ 2,511 คันใน 6 เดือน ขณะที่มูลค่าหนี้สะสมนั้น คาดการณ์ว่า ณ วันที่ 31 ต.ค. 2564 ขสมก.จะมีหนี้สะสม วงเงินประมาณ 1.27 แสนล้านบาท และใน ต.ค. 2565 จะมีมูลค่าหนี้สะสมเป็นวงเงินประมาณ 1.32 แสนล้านบาท

&amp;ldquo;ยืนยันว่า แผนฟื้นฟู ขสมก. ที่เตรียมเสนอไปยังหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ ได้แก้ไขปรับปรุงอย่างครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่ก่อนหน้านี้สภาพัฒน์ฯ ไดัมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมมาแล้ว ขณะเดียวกัน หากสภาพัฒน์ฯ ยังต้องการข้อมูลหรือคำถามอื่นใดทในแผนฟื้นฟู ขสมก. นั้น ขสมก. พร้อมตอบทุกคำถาม ส่วนแผนฟื้นฟูนี้ จะเสนอเข้า ครม. และมีผลบังคับใช้ได้เมื่อใด ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาพัฒน์ฯ&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97737</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ศักดิ์สยาม  ชิดชอบ, แผนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604acc8e050e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนฟื้นฟูขสมก.หลุดเป้าเลื่อนส่งมอบรถออกไปอีก 2 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ธ.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รวม.คมนาคม เปิดเผยถึงแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของกระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ฯ (สศช.) ซึ่งประเมินว่า ในปัจจุบันการดำเนินการแผนฟื้นฟูดังกล่าว ได้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งถึงแม้ ครม.จะมีมติเห็นชอบภายใน ธ.ค. 2563 นั้น ขสมก.จะเริ่มทยอยรับรถโดยสารไฟฟ้า (EV) ล็อตแรก จำนวน 400 คัน ในช่วง พ.ค. 2564

อย่างไรก็ตาม จากเดิมจะเริ่มทยอยรับ มี.ค. 2564 และครบ 2,511 คันใน 7 เดือน (ก.ย. 2564) ขณะเดียวกัน หากยังเลื่อนออกไปอีก ก็ขยับกรอบระยะเวลาออกไปอีกด้วย ทั้งนี้ จากความคืบหน้าดังกล่าว ได้เรียนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และนายกฯ ได้สั่งการให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเร่งดำเนินการต่อไป เนื่องจากได้ส่งเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปประมาณเกือบเดือนกว่าแล้ว

&amp;ldquo;ผมก็บอกว่า สิ่งที่เราเสนอไป ไม่ได้ความว่าจะต้องเป็นไปตามที่คมนาคมเสนอทุกเรื่อง เมื่อมีความเห็นมา เราก็มีหน้าที่อธิบายความเห็นเหล่านั้น และรีบเอาความเห็นมา เพราะถ้ารอ ก็เสียโอกาสหลายเรื่อง ทั้ง ขสมก.ขาดทุนสะสมเพิ่มเรื่อยๆ ประชาชนก็ได้ใช้บริการที่ไม่มีคุณภาพ แล้วสร้างมลพิษเกิดขึ้นทุกวันจากสภาพรถ ขสมก. ซึ่งตอนนี้รอความเห็นที่ชัดเจนจาก กระทรวงการคลัง ที่มีคำถามเพิ่มขึ้นอีกในเรื่องการบริหารหนี้ และสภาพัฒน์ฯ ซึ่งเราต้องอธิบายให้ได้ จะให้เราอธิบายเรื่องไหนบ้าง หรืออยากให้ทำอะไรก็บอกมาได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ใช้แบบนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือการศึกษายานยนต์ไฟฟ้า (EV) ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการยานยนต์ไฟฟ้าว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เสนอผลการศึกษาเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า โดยระบุว่า จะใช้ระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านภายใน 15 ปี ขณะที่กระทรวงคมนาคมได้กำหนดไว้ที่ 20 ปี เนื่องจากจะต้องดูเรื่องของระเบียบกฏหมาย แผนการส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าด้วย ทั้งนี้ จากการหารือกัน พบว่า ข้อมูลมีความสอดคล้องกัน&amp;nbsp; แต่คณะอนุกรรมาธิการฯ มีความเป็นห่วงเรื่องที่ไทยอาจจะถูกประเทศอื่นเข้ามาแย่งชิง เนื่องจากต่างประเทศมีความได้เปรียบเรื่องการลงทุนสร้างโรงงาน โดยได้ชี้แจงไปว่า เรื่องการสนับสนุนใช้รถไฟฟ้านี้ นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ส่งเสริมการลงทุน&amp;nbsp;

&amp;quot;ได้เสนอแนะไปยังคณะอนุกรรมาธิการฯ ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อไปแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, พลังงาน, มหาดไทย, คลัง, สิ่งแวดล้อม และกระทรวงศึกษา ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้รายงานว่ามีแผนจะไปอยู่แล้ว นอกจากนี้ ได้ฝากเรื่องของการบริหารจัดการแบตเตอลี่ที่ใช้งานหมดไปแล้ว เนื่องจากมีมลพิษซึ่งจะเป็นปัญหาในภายหลัง รวมถึงให้ไปศึกษาเรื่องของการจัดตั้งกองทุน เพื่อมาช่วยผู้ประกอบการ เนื่องจากมองว่าเรื่องเหล่านี้มีความสามารถไม่เท่าเทียมกันที่จะเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานไฟฟ้า จากข้อมูลพบว่าการเปลี่ยนเครื่อง EV ราคาคันละ 3 แสนบาท ซึ่งต้องดูว่ามีแนวทางใดบ้าง โดยในส่วนของกระทรวงสิ่งที่ทำได้ เช่นการลดค่าทำเนียบและการต่อใบอนุญาตรถ&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น จะเริ่มนำร่องการดำเนินการเปลี่ยนไปใช้ EV กับรถ ขสมก.รวมถึงรถสาธารณะประเภทอื่นด้วย เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท๊กซี่ เป็นต้น แต่จะต้องพิจารณาความพร้อม ขณะเดียวกันคณะอนุกรรมธิการฯ ระบุอีกว่า ประเทศไทยมีบริษัทที่สามารถผลิตแบตเตอรี่ได้แล้ว เช่น รถ ขสมก.มีหลายบริษัทที่สามารถผลิตโดยใช้เวลาทำ 2,500 คันภายใน 1 ปี มีเพียงแค่การนำเข้ามอเตอร์ และแบตเตอรี่เท่านั้น เนื่องจากกังวลว่ากระทรวงคมนาคมจะปิดกั้นการเข้ามาร่วมประมูลของบริษัทไทย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ว่า จะต้องมีการใช้วัสดุในประเทศ (Local Content) อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า50%

สำหรับมาตรการในการดำเนินการเรื่องยานยนต์ไฟฟ้านั้น ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ 1.มาตรการส่งเสริมการ ลงทุนเพื่อสร้าง อุปทาน (Supply) 2.มาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศ (Demand) 3.เตรียมความ พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน 4.การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า 5.การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และ 6.มาตรการอื่นๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86326</URL_LINK>
                <HASHTAG>แผนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6cefeceeed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งเครื่องส่งแผนฟื้นฟู &#039;ขสมก.&#039;เข้าครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมจะนำแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในช่วงสัปดาห์ 2 ของเดือนพ.ย. โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอน สอบถามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น &amp;nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง โดยหลังจากครม.อนุมัติ ขสมก.จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาจัดหารถตามแผนได้ทันที เนื่องจากขณะนี้ ได้มีการจัดทำร่างทีโออาร์คู่ขนานไว้แล้ว ซึ่งตามแผนงาน รถชุดแรก &amp;nbsp;400 คันจะเริ่มเข้ามาภายในเดือนมี.ค.64 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2563 ได้เข้าหารือกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เรื่องแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินกว่า 1.2 แสนล้านบาท โดยภาพรวมทางรมว.คลังไม่มีข้อท้วงติงใดๆ แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คงเข้าครม.ไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งผมได้แจ้งถึงความจำเป็นในการเร่งรัดต่อเลขาฯครม.แล้ว ว่า แต่ละวันขสมก.มีภาระขาดทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งหลังครม.อนุมัติ ขสมก.จะนำร่างทีโออาร์จัดหารถ ขึ้นเว็บไซด์เพื่อรับฟังคำวิจารณ์ได้ทันที&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แผนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f83bdf28c845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพขสมก.กลับลำเห็นด้วยแผนฟื้นฟูชี้ไม่ทำร้ายองค์การ-ประชาชนไม่เสียประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.63 ได้ประชุมร่วมกับนายสุระชัย&amp;nbsp;เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ&amp;nbsp;(ขสมก.) พร้อมคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;และตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม หลังจากที่ได้รับรู้ว่า สหภาพแรงงานฯ ขสมก. แสดงความเห็นคัดค้านการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน ในเส้นทางเดินรถของเอกชน 54 เส้นทางในโครงข่ายรถโดยสารประจำทางร่วมกับ ขสมก. แล้วเกิดความไม่สบายใจ จึงให้ ขสมก. และ ตัวแทนจากกระทรวงคมนาคมเข้าหารือกับสหภาพแรงงานฯ เพื่อทำความเข้าใจและเกิดความคิดเห็นในแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน ได้ข้อสรุปได้ว่า

นายบุญมา กล่าวต่อว่า 1.การจ้างเอกชนมาเดินรถในโครงข่ายเส้นทาง &amp;nbsp;54 เส้นทาง รถ 1,500 คัน เป็นเส้นทางที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการจากคณะกรรมการขนส่ทางบกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางคนละส่วนกับที่ ขสมก. เดินรถ 108 เส้นทาง ไม่ได้ทับซ้อนกัน จะทำให้การเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางของประชาชนมีความสะดวกกับประชาชน และสามารถใช้อัตราค่าโดยสาร 30 บาทตลอดวัน สามารถลดภาระค่ใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนได้ ซึ่งการจ้างเอกชนเดินรถ เป็นสาระสำคัญของแผนฟื้นฟู ขสมก. ที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์การและพนักงาน คือรัฐบาลจะปลดภาระหนี้สินจำนวน 1.2 แสนล้านบาทให้กับองค์การ และสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน

นายบุญมา กล่าวอีกว่า 2.เรื่องคุณภาพการให้บริการ ขสมก.จะกำหนดรายละเอียดเงื่อนไข การเดินรถ การให้บริการ ความรับผิดชอบการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ไว้ในร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) และเงื่อนไขสัญญาชัดเจน ตลอดจนการกำหนดให้วางหลักประกันสัญญาและวางหลักประกันการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งการเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถเมล์ ทั้ง 1,500 คัน ต้องแบ่งรายได้ให้กับ ขสมก. ด้วย โดยมีการแบ่งตามสัดส่วนที่เหมาะสม &amp;nbsp;3.อัตราการจ้างวิ่ง ขสมก. กำหนดการจ่ายเป็นกิโลเมตร (กม.) ตามการเดินรถจริง ตัวเลขจากการศึกษาต้นทุนของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กม. ละ 34.27 บาท เป็นตัวเลขที่นำมากำหนดราคากลาง ที่เหมาะสม

นายบุญมา กล่าวด้วยว่า และ 4.การมีส่วนร่วมของสหภาพแรงงานฯ หลังจากได้ร่วมประชุมกับฝ่ายบริหาร ขสมก. อนุญาตให้สหภาพแรงงานฯ ส่งผู้แทนมาร่วมสังเกตการณ์ในกำหนดรายละเอียดทีโออาร์หรือการทำสัญญาจ้างเอกชนมาเดินรถ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ไม่ทำให้องค์การเสียเปรียบจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชน และองค์การ อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างพนักงานขับรถที่มีของ ขสมก. ที่มีประมาณ 6,300 คนในอนาคต

&amp;ldquo;ขอยืนยันกับสมาซิกและพนักงานการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน เป็นนโยบายของรัฐที่ไม่ส่งผลต่อสภาพการจ้างหรือกระทบต่อสิทธิผลประโยชน์ของพนักงาน และประชาชนผู้ใช้บริการ หาก ขสมก. และกระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการตามแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.63 ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและองค์การ ทั้งนี้สหภาพแรงงานยินดีให้การสนับสนุนเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป&amp;rdquo; นายบุญมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69084</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., แผนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb5ec9e92f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039;จ่อชง ครม.เคาะแผนฟื้นฟู ขสมก.มิ.ย.นี้ย้ำ! โปร่งใส-ตรวจสอบได้ประชาชนได้ประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 มิ.ย.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการการปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตามกรอบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2562โดยการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูในปัจจุบัน จึงถือเป็นการเริ่มต้นนับ 1 ในการยกระดับการให้บริการรถเมล์โดยสารให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยหลังจากนี้ ขสมก. กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะต้องไปพิจารณาว่าจะมีการบริหารหนี้สินอย่างไร พร้อมทั้งกำหนดกรอบในการเริ่มทยอยชำระหนี้ ขสมก.ที่มีอยู่ 2 ส่วน รวมจำนวน 127,786 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้พันธบัตร วงเงิน 64,339 ล้านบาท และหนี้เงินกู้ 63,446 ล้านบาท ก่อนที่จะเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบภายใน มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า หากแผนฟื้นฟูฯ ได้รับการอนุมัติ จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะมีการจัดเก็บค่าโดยสาร 30 บาท/คน/วัน (ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) รถใหม่ปัจจุบันจัดเก็บ 15-20-25 บาท/คน/เที่ยว นอกจากนี้ จะมีการออกบัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเติมเงินปกติ 30 บาท/คน/วัน บัตรผู้สูงอายุ 15 บาท/คน/วัน (ลด 50%) บัตรรายเที่ยว 15 บาท/เที่ยว บัตรรายเดือน (นักเรียน นักศึกษา 630 บาท/เดือน 21 บาท/วัน) บุคคลทั่วไป 720 บาท/เดือน 24 บาท/วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาปัญหาจราจรติดขัด โดย ขสมก.ได้ศึกษาร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)และสถาบันการศึกษา ซึ่งพบว่ามีการทับซ้อนการวิ่งกับรถร่วมแต่ละเส้นทางมีรถหลายสาย จึงมีการกำหนดเส้นทางเดินรถ แบ่งเป็น 108 เส้นทางของ ขสมก. และ 54 เส้นทางของเอกชน รวมถึงเสนอให้มีการพิจารณาก่อสร้างช่องทางการเดินรถเฉพาะรถโดยสารประจำทาง (บัสเลน) ในเส้นทางที่มีความเหมาะสมและมีศักยภาพตั้งแต่ 6 ช่องจราจรขึ้นไป และความถี่ในการปล่อยรถโดยเฉลี่ย 5-10 นาที/เที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รถที่จะนำมาวางให้บริการในอนาคตนั้น จะต้องลดมลภาวะและส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย โดยการใช้รถ NGV และรถ EV ที่ประกอบในประเทศไทย มีสัดส่วนของมูลค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตได้ภายในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตได้ในประเทศไทยทั้งหมด และเป็นรถชานต่ำที่เป็น UNVERSAL DESIGN และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตามกรอบที่ปรับปรุงดังกล่าวในการจัดหารถโดยสารจะมีการเช่ารถ EV จำนวน 2,511 คันโดยจ่ายค่าเช่าตามกิโลเมตร โดยนำมาวิ่งให้บริการ 108 เส้นทางของ ขสมก. ที่จะทยอยการรับรถตั้งแต่เดือน มี.ค.- ก.ย. 2564 และจะจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน โดยจ่ายค่าเช่าตามกิโลเมตรบริการใน 54 เส้นทางของเองชน ที่จะทยอยการรับรถตั้งแต่เดือน พ.ค.- ก.ย. 2564 โดยเป็นรถที่วิ่งเช่าตามระยะทาง เอกชนเสนอราคาต่ำสุดได้สัญญามีอายุสัญญาระยะเวลา 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า แผนฟื้นฟู ขสมก. ฉบับดังกล่าวนั้น มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุนของ ขสมก. อย่างยั่งยืน โดยจะมี EBITDA เป็นบวกในปี 2572 (จากการดำเนินงาน) ปัจจุบัน ขณะที่สัดส่วนของรถ : พนักงานนั้น จากเดิมรถ 1 คัน ใช้พนักงาน 4.65 คน ลดลงเป็นรถ 1 คัน ใช้พนักงาน 2.75 คน รวมถึงหลังจากนี้ ขสมก. จะไม่เป็นภาระต่อภาครัฐ โดย ขสมก. จะขอรับเงินสนับสนุน (PSO) ระยะเวลา 7 ปี กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 2565 - 2571 รวมเป็นเงินประมาณ 9,674 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2572 จะมีผลการดำเนินงานเพียงพอกับรายจ่าย (EBITDA ไม่ติดลบ) ซึ่ง ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ไม่เป็นภาระต่อภาครัฐในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของกระบวนการตามแผนฟื้นฟูฯ หลังจากนี้นั้น หาก ครม. มีมติอนุมัติภายใน มิ.ย. 2563 จะเดินหน้าจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (TOR) ประกาศเชิญชวนเอกชนที่ต้องการรับเช่าในการวิ่งรถให้บริการในจำนวน 108 เส้นทางโดยคาดว่าจะดำเนินการลงนามให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2563 ส่วนการปฏิรูปเส้นทางเดินรถจะไม่ทับซ้อนที่มีเส้นทางหลัก 40 เส้นทาง ต้องใช้เป็นเส้นทางวิ่ง/เส้นทางฟีดเดอร์ 15 เส้นทางรองรับประชาชนเชื่อมกับระบบอื่น เช่นรถไฟฟ้า เรือ รถที่วิ่งทางด่วน 24 เส้นทาง และวิ่งเป็นวงกลม 29 เส้นทาง เชื่อมต่อกับเส้นทางอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพลิกฟื้น ขสมก.ให้กลับมาประกอบการได้อย่างเข้มแข็งไม่เป็นภาระกับงบประมาณรัฐนั้น ตามแผน ขสมก. ในระหว่างปี 2563 -2571 จะขอรับเงินชดเชยจากรัฐอีกไม่เกิน 9,674 ล้านบาท ก่อนที่ผลประกอบการ ขสมก.จะกลับมาเป็นบวกในปี 2572 ขณะที่การจัดการเรื่องทรัพยากรบุคคล ที่ปัจจุบัน ขสมก.มีพนักงาน 13,961 คนในจำนวนนี้ มีจำนวนพนักงานขับรถกว่า 5,000 คน ขณะที่การจัดเช่ารถเมล์ใหม่จะมีลักษณะเช่ารวมคนขับ แต่ ขสมก ก็มีแผนที่จะให้เอกชนที่ได้งานโครงการจัดหารถเมล์ EV นำพนักงานใหม่มาขับรถตามสัญญาร่วมกับพนักงานขับรถของ ขสมก. ไปจนกว่าพนักงานจะทยอยเกษียณอายุ เพื่อไม่ให้กระทบสภาพการจ้าง รวมทั้งการจัดทำโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดจำนวน 5,301 คนใช้วงเงิน 4,560 ล้านบาท โดยในอนาคตหลังการปรับโครงสร้างองค์กรจะทำให้ ขสมก. มีพนักงานคงเหลือเพียง 8,267 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าในโลกปัจจุบันข้อมูลข่าวสารต้องดำเนินการตามหลักธรรมมาภิบาล ต้องมีความโปร่งใส ต้องตรวจสอบได้ ต้องมีส่วนร่วม ทีโออาร์ ที่ร่างขึ้นมาต้องมีการรับฟังความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชนกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดจะไม่มีการปกปิดอะไรเลย แล้วเราจะดูว่าหัวใจเรื่องนี้คืออะไร การบริการที่ดีขึ้น การจราจรได้รับการแก้ไข ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และปัญหาเรื่องมลภาวะ PM 2.5 จะได้รับการแก้ไข สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการ วันนี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินการจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์แก่ ขสมก.และเป็นประโยชน์ในภาพรวมทั้งหมด ซึ่งวันนี้ถือว่า เราเริ่มนับ 1 แล้ว&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า การจัดเช่ารถเมล์ EV นี้ จะมีการกำหนดราคากลางขึ้นโดยคำนวณราคากลาง จากระยะทาง ที่รถเมล์แต่ละคันจะทำการวิ่งในเส้นทาง แต่ละวันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 240 กิโลเมตร เมื่อคูณกับจำนวนรถที่จัดหา 2,511 คัน จำนวนวันและปีที่วิ่งตามสัญญา ก็จะทำให้ได้ราคากลาง ทั้งนี้เบื้องต้นการจัดเช่ารถเมล์ EV จะมีต้นทุนในการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68140</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แผนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede016962ad7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
