<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก19พ.ค.ลุ้นเจ้าหนี้โหวตเดินหน้าแผนฟื้นฟูการบินไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับ &amp;ldquo;การบินไทย&amp;rdquo; ที่ขนานนามว่าเป็นสายการบินแห่งชาติ หากพูดไปตามเนื้อผ้าดูเหมือนว่าที่ผ่านมาจะเกิดมรสุมรุมเร้า หนี้สินสะสมท่วมหัว แน่นอนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นผลกระทบทำให้การบินไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ เนื่องจากไม่สามารเปิดบินได้ แน่นอนว่าทำให้รายได้หายกำไรหดและสิ่งที่ตามมาคือการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าโควิด-19 กระทบอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก หากได้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากจะทราบกันดีว่า จากวิกฤติโควิด-19 นี้ นับวันยิ่งทวีความรุนแรง แม้เชื้อโรคร้ายตัวนี้จะเล็กจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่อนุภาพสามารถทำลายล้างพลาญอย่างยิ่งใหญ่จนไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ แม้แต่สายการบินในประเทศก็ได้รับผลกระทบจนต้องร้องขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยในการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อที่จะพยุงกิจการให้เดินหน้าต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหนี้เลื่อนโหวตแผนฟื้นฟูการบินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบินไทยหลังบริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทเมื่อวันที่ 27 พฤศภาคม 2563 และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้บริษัทดำเนินการฟื้นฟูกิจการ และตั้งคณะผู้ทำแผนตามที่เสนอเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2563 จนถึงปัจจุบันการบินไทยได้ดำเนินการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และเข้าสู่ขั้นตอนการประชุมเจ้าหนี้ เพื่อโหวตแผนฟื้นฟู ตามกำหนดเดิมตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) ในวันที่ 12 พ.ค.65 และล่าสุดเมื่อเจ้าหนี้ &amp;ldquo;การบินไทย&amp;rdquo; ได้แจ้งเลื่อนการประชุมพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยออกไปเป็นวันที่ 19 พ.ค. 09.00 น. ตามข้อเสนอเจ้าหนี้ 20 ราย ขณะที่มีเจ้าหนี้ขอให้แก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการรวม 15 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการประชุมที่เลื่อนออกไป เจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิลงมติเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการและการขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ ทั้งนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งกำหนดนัดใหม่ให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ทราบ และให้ถือว่าเจ้าหนี้ทุกรายที่เข้าร่วมประชุมและไม่ได้เข้าประชุมได้รับทราบแล้ว โดยในการประชุมจะมีวาระพิจารณา ประกอบไปด้วย การสอบถามเจ้าหนี้ว่ามีความต้องการแก้ไขแผนฟื้นฟูหรือไม่ และเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยอมรับข้อเสนอของการแก้ไขแผนฟื้นฟูหรือไม่รวมทั้งจะมีการเสนอรายชื่อผู้บริหารแผนเพิ่มเติมจากเจ้าหนี้ มีการเสนอจัดตั้งคณะกรรมการเจ้าหนี้ ซึ่งจะเข้ามาเป็นตัวแทนติดตามการฟื้นฟูกิจการ และวาระการลงคะแนนเห็นชอบแผนฟื้นฟูการบินไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเจ้าหนี้โหวตให้แผนฟื้นฟูการบินไทยไม่ผ่านการอนุมัตินั้น จะมีกระบวนการสอบถามให้เจ้าหนี้ตั้งผู้ทำแผนใหม่ และเปิดโอกาสให้ดำเนินการทำแผนฟื้นฟูใหม่ ดังนั้นเมื่อแผนฟื้นฟูไม่ผ่านการอนุมัติในวันที่ 12 พ.ค.นี้ การบินไทยก็ยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนล้มละลายหรือขายสินทรัพย์ใช้หนี้ อีกทั้งมีกระบวนการของศาลล้มละลายกลางที่จะพิจารณาผลประชุมเจ้าหนี้ครั้งนี้ และกำหนดตัดสินในวันที่ 28 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหนี้เลื่อนโหวตแผนเป็น 19พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีกำหนดโหวตแผนฟื้นฟูวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมาปรากฏว่าเจ้าหนี้หลายราย โดยเฉพาะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่มีการเสนอแก้ไขแผนฟื้นฟูการบินไทย ลงมติให้เลื่อนการโหวตพิจารณาแผนฟื้นฟูออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าหนี้หลายราย มีความเห็นตรงกันว่า แผนฟื้นฟูดังกล่าวยังไม่ชัดเจน และเจ้าหนี้อีกหลายรายเพิ่งรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับแผนฟื้นฟู ทั้งนี้ได้กำหนดให้จัดการประชุมเจ้าหนี้ เพื่อโหวตแผนอีกครั้ง ในวันที่ 19 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเจ้าหนี้ทั้ง 20 รายที่ขอให้เลื่อนการประชุมโหวตแผนเจ้าหนี้ออกไปนั้น มีมูลหนี้รวมกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 24.4% จากจำนวนมเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมประชุม มูลหนี้ 1.33 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าผ่านผลิตแห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สหกรณ์ออมทรัพย์ธรรมศาสตร์ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การเภสัชกรรม และสหกรณ์พนักงานการบินไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากเจ้าหนี้โหวตรับแผนฟื้นฟูก็มีความเป็นไปได้ว่า การบินไทยจะสามารถฟื้นฟูได้ในระยะยาว โดยแผนฟื้นฟูกำหนดให้มีการยืดระยะการชำระหนี้ที่เป็นหุ้นกู้ 7 หมื่นล้านบาทออกไป 10 ปีและระยะแรกจะให้มีการพักการชำระหนี้ด้วยรวมถึง ที่ผ่านมาบริษัทการบินไทยได้มีการปรับลดค่าใช้จ่ายตัวเอง โดยลดจำนวนพนักงานลงไปแล้วหลายพันคน และมีเป้าหมายจะให้พนักงานเหลือ 1 หมื่นคนจากทั้งหมด 2 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนฟื้นฟูที่กำหนดให้หาแหล่งเงินใส่เป็นสภาพคล่องให้กับการบินไทย5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้การบินไทยสามารถทำธุรกิจต่อไปได้นั้น ในแผนฟื้นฟูไม่ได้กำหนดให้กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหา แต่เขียนกว้างๆว่า ให้ใครก็ได้เป็นผู้จัดหา โดยกระทรวงการคลังจะเข้าไปช่วยเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นต่างตั้งการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการหาทางออก โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการนัดประชุมเรื่องบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมตัวแทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) บริษัทผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทย (บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด) ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกระทรวงการคลังนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาบริษัทการบินไทย โดยจะให้นำกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีการดำเนินการ คือ ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นบริษัทการบินไทย 47.86% โดยที่กองทุนวายุภักษ์จะขายหุ้นบริษัทการบินไทยให้ บจก.ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ หรือ DAD ตั้งแต่ 2.15% ขึ้นไป ซึ่งจะมีผลทำให้บริษัทการบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งตาม พ.ร.บ.วิธีงบประมาณ พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ และ พ.ร.บ.เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐ และ พ.ร.บ.อื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกระทรวงการคลังและกระทรวงการคมนาคมมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องสถานะของบริษัทการบินไทยที่จะให้กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งตามที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อให้สามารถค้ำประกันเงินกู้ได้ โดยกระทรวงคมนาคมเห็นว่าจะเกิดภาระรายจ่ายแก่ภาครัฐ โดยเฉพาะหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 2 แสนล้านบาท มาเป็นเกือบ 3 แสนล้านบาท ขณะที่วันที่ 5 พ.ค.มีกระแสข่าวว่า กระทรวงการคลังได้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) มีสถานะกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าเป็นวาระเพื่อพิจารณาจร แต่ที่สุดแล้วในการประชุมก็ไม่ได้มีการพิจารณษวาระดังกล่าวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายศักดิ์สยาม ให้ข้อมูลว่าหากกระทรวงการคลังเสนอ ครม.ให้การบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังมีสิทธิดำเนินการได้ แต่การพิจารณาอนุมัตินั้น ครม.จะพิจารณาว่าที่เหตุผลและความจำเป็นที่กระทรวงการคลังเสนอจะทำให้ฟื้นฟูกิจการการบินไทยได้จริงหรือไม่ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม เห็นด้วยที่จะให้การฟื้นฟูการบินไทยจริงจังแบบสถานะเอกชนฟื้นฟูเพื่อให้องค์กรเดินต่อไปได้ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้รัฐไปสนับสนุนเรื่องเงินทุนหรือการเข้าไปค้ำประกันเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องติดตามกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ผลโหวตเจ้าหนี้ของการบินไทยจะออกมาในรูปแบบไหน เรื่องนี้ถือว่าเป็นการวัดใจรัฐบาลพอตัว เนื่องจากมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้านในเรื่องสถานที่จะให้การบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบใด ก็ได้แต่หวังว่าท้ายที่สุดแล้วการกลับมาของการบินไทย สายการบินแห่งชาติ จะกลับมาผหงาดกลับมายืนหนึ่งได้เหมือนเดิมอีกครั้งได้หรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102978</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, เจ้าหนี้การบินไทย, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f3b312e894.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อลหม่าน!! เจ้าหนี้การบินไทยขอเลื่อนโหวตแผนฟื้นฟูไป 19 พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.64-สื่อข่าวรายงานจากกรมบังคับคดี ถึงกรณีการจัดประชุมเจ้าหนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วันนี้ (12 พ.ค.) ผลปรากฏว่า เจ้าหนี้หลายราย โดยเฉพาะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่มีการเสนอแก้แผนฟื้นฟูการบินไทย ลงมติให้มีการเลื่อนโหวตพิจารณาแผนฟื้นฟูการบินไทยออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าหนี้หลายรายมีความเห็นว่าแผนฟื้นฟูการบินไทยยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งมีเจ้าหนี้หลายรายเพิ่งรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับแผนฟื้นฟู ทั้งนี้จะมีการจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อโหวตแผนอีกครั้ง ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยในส่วนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) ซึ่งเป็น1ในเจ้าหนี้ 15 ราย ที่เสนอขอปรับแผนฟื้นฟู ก็ ขอความมั่นใจจากการบินไทย เรื่อง การดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย และ operation ซึ่งการบินไทยก็รับไปปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่เลื่อนการประชุมโหวตแผนเจ้าหนี้ออกไปนั้น เนื่องจากเจ้าหนี้กว่า 20 ราย อ้างการว่าคำขอแก้ไขแผน 15 ฉบับ ไม่สามารถพิจารณาได้ทัน เนื่องจากได้รับกระทันหัน จึงเสนอขอให้เลื่อนโหวตแผนออกไป โดยเจ้าหนี้ 20 รายดังกล่าวนี้ มีมูลหนี้รวมกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 24.4% จากจำนวนมเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมประชุม มูลหนี้ 1.33 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหนี้ 20 รายดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าผ่านผลิตแห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สหกรณ์ออมทรัพย์ธรรมศาสตร์ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การเภสัชกรรม และสหกรณ์พนักงานการบินไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมเจ้าหนี้, เลื่อนโหวต, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f6e28db706.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยกางแผนฟื้นฟูตั้งเป้าเปิดบินไตรมาส3/64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.2564 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 นั้น ในวันที่ 2 มี.ค.64 การบินไทยได้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการจนแล้วเสร็จและได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วตามกำหนดคาดว่าแผนจะผ่านความเห็นชอบภายในเดือน ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่าการบินไทยได้รับผลกระทบจากโควิด เช่นเดียวกับสายการบินอื่นๆ ทั่วโลกที่ประสบปัญหาขาดทุน ขาดสภาพคล่อง และมีกระแสเงินสดเหลือน้อย การบินไทยจึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะหนี้สิน สภาพทางการเงิน ตลอดจนสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจของการบินไทยสามารถสร้างรายได้จนกลับมามีกำไรอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังจากแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยได้รับความเห็นชอบจากศาล รวมถึงสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง พร้อมที่จะกลับมาประกอบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของการบินไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสามารถสร้างรายได้ ตลอดจนทำกำไรได้อย่างยั่งยืน โดยการบินไทยจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนาแบบองค์รวมภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ คือ สายการบินเอกชนคุณภาพสูง ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ด้วยความแข็งแกร่งของอัตลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงประเทศไทยสู่ทั่วโลก และสร้างผลกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะทำให้การบินไทยเกิดกำไรภายในปี68&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวยืนยันว่าไม่มีการผ่อนจ่ายชำระหนี้ แล้วแต่กลุ่มเจ้าหนี้โดยไม่มีการลดมูลค่าหนี้คงค้าง(แฮร์คัต)​ ส่วนการเพิ่มทุนงบการเงิน​ จะต้องมีการเพิ่มทุนอยู่ในแผนมีการระบุว่าต้องกู้หรือไม่​ ประมาณ​ 5 หมื่นล้านบาท​ ซึ่งจะต้องได้ภาย2ปี​​ โดยการเพิ่มทุนเปิดกว้างทั้งภาครัฐและเอกชน​ตอนนี้สถานะเป็นเอกชน ​โดยสถานะการเงินจะหาผู้ร่วมทุนทำได้ลำบากเพราะไม่ได้แฮร์คัตเจ้าหนี้​ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับเจ้าหนี้ โดยในวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะนัดเจ้าหนี้เพื่อหารือถึงแผนพิจารณาต่อไป เบื้องต้นมีลูกหนี้1.3 หมื่นพันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาได้มีการปรับลดขนาดองค์กร โดยวางเป้าหมายที่จะปรับลดจำนวนพนักงานลงจากปี 62 ที่มีพนักงานประมาณ 29,000 คน ซึ่งปัจจุบันที่การบินไทยได้ดำเนินการปรับลดขนาดองค์กรสำเร็จลุล่วงแล้ว ทั้งโดยการลดจำนวนพนักงานที่เป็นพนักงานสัญญาจ้าง พนักงานที่เกษียณหรือลาออก และพนักงานผู้เสียสละเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กรในโครงการร่วมใจจากองค์กร MSP A&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้มีพนักงานอยู่ประมาณ 21,000 คน คาดว่าในปี 64 จะมีพนักงานเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กรในโครงการ MSP B และ MSP C อีกประมาณ 6,000- 7,000 คน ซึ่งจะทำให้มีพนักงานคงเหลือประมาณ 14,000 -15,000 คน ซึ่งเหมาะสมกับแผนธุรกิจของการบินไทยในอนาคต&amp;quot;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ในขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหนี้จะได้รับสำเนาแผนฟื้นฟูกิจการจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เนื่องจากคดีนี้มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวนมาก ทั้งเจ้าหนี้ในประเทศไทยและต่างประเทศ การบินไทยจึงได้รับอนุญาตให้ส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้เจ้าหนี้ในรูปแบบดิจิทัลไฟล์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหนี้และประหยัดทรัพยากร โดยเจ้าหนี้สามารถสแกน QR Code เพื่อเข้าดูและดาวน์โหลดแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยได้จากหนังสือแจ้งวันนัดประชุมเจ้าหนี้ที่จะได้รับจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 64 จะมี​ 9 กลยุทธ​ที่เกิดขึ้น​ โดยรายได้จะมาจากการบิน​ คาร์โก้​ ใน​ ไตรมาส1-2 &amp;nbsp;จะมีการบินเชิงพาณิชย์​ใน​ ไตรมาส3 เปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศไปที่ซูริค​ แฟรงเฟิร์ต ลอนดอน​ ปารีส​ ซูริก บรัสเซล โคเปนเฮเก้น เดลลี​ เฉิงตู​ มะนิลา​ เกาหลี​โตเกียว​ โอซาก้า​ นาริตะ ฮาเนดะ​ ซิดนีย์​ ซึ่งอาจจะมีการปรับลดความถี่​ ส่วนจีนยังอยู่ระหว่างการขอพิจารณา​ &amp;nbsp;โดยมีเป้าไปเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี กล่าวว่า​ภาพรวมจะวางแผนการทำธุรกิจการบิน​จะแยกออกเป็นบริษัทเช่น​ ครัวการบินไทย และคลังสินค้า ซึ่งในส่วนมูลหนี้ของการบินไทยทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 410,000 ล้านบาท (มูลหนี้จริงประมาณ 170,000 ล้านบาท) และมีหนี้ในอนาคตมากกว่าครึ่ง​ เช่น​ ค่าเช่าเครื่องบินใน 2 เดือนขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้​ ว่าต้องปรับหนี้หรือไม่เป็นหน้าที่กรมบังคับคดี คาดว่าจะต้องเสร็จภายในเดือน -ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการปรับลดมูลหนี้จากเจ้าหนี้ทุกรายแต่จะจ่ายเฉพาะเงินต้น รวมถึงไม่จ่ายหนี้ใน 3 ปีแรก และจะขอเพิ่มทุนจำนวน 50,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี เพื่อให้ที่ต้นทุนมาหมุนเวียนในกิจการหรือการกู้เงินเพิ่ม ซึ่งระบุไว้ในแผนการฟื้นฟูฯด้วย โดยทางการบินไทยฯได้จัดส่งแผนฟื้นฟูจำนวน 303 หน้ากระดาษ ให้กับทางกรมบังคับคดี รับแผนฟื้นฟูกิจการจากผู้ทำแผนของไว้แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94789</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e294b5c8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บินไทย&#039; เตรียมชี้แจงแผนฟื้นฟูกิจการวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค. 2564 รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) แจ้งว่า ในเวลา14.00 น.นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จะชี้แจงรายละเอียดแผนฟื้นฟูกิจการ หลังจากที่ช่วงเช้า ตัวแทนบริษัท ได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่กรมบังคับคดี แล้ว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการฟื้นฟูกิจการ โดยเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้รับแผนฟื้นฟูแล้ว จะประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ การบินไทย ได้ขอเลื่อนยื่นแผนฟื้นฟูกิจการมาแล้ว 2 ครั้ง และวันนี้ 2 มี.ค. 64 เป็นเส้นตายที่การบินไทยจะเลื่อนอีกไม่ได้

ทั้งนี้หลังจากยื่นแผนฟื้นฟูกิจการเสร็จแล้ว จะประชุมกับผู้บริหารและพนักงานเพื่อชี้แจงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ ให้พนักงาน รับทราบว่า การบินไทยกำลังจะไปทิศทางไหน พนักงาน จะได้มีส่วนร่วมในแผนฟื้นฟู รวมทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากเจ้าหนี้ด้วย เบื้องต้นคาดว่า การบินไทย จะอยู่ภายใต้การบริหารตามแผนฟื้นฟูกิจการ 5-7 ปี

รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้ผู้บริหารการบินไทย ได้ออกมาชี้แจงต่อผู้แทนฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทฯ ผู้แทนกองทุน ผู้แทนสมาคมสโมสรพนักงานการบินไทย ผู้แทนสหภาพฯ ต่าง ๆ และผู้แทนสหกรณ์ฯ ว่า ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนั้น เพื่อให้การฟื้นฟูสำเร็จลุล่วงจนบริษัทฯ สามารถประกอบกิจการต่อไปได้&amp;nbsp;ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์ทางธุรกิจหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานมากขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการบริหารจัดการต้นทุนให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยบริษัทฯ มีแนวคิดในการปรับโครงสร้างองค์กรโดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการเติบโตด้านต่าง ๆ การเพิ่มขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ การมีขอบเขตการบังคับบัญชาที่เหมาะสม&amp;nbsp; และมีโครงสร้างองค์กรราบและกระชับขึ้น&amp;nbsp;

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้แจ้งผลดำเนินการในปี 2563 ว่าบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวมทั้งสิ้น 48,311 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 96,430 ล้านบาท ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 48,119 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 141,180 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและส่วนใหญ่เป็นตัวเลขทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบกับกระแสเงินสด จำนวน 91,978 ล้านบาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94733</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_60371baa4be85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยแจงยิบแผนปรับโครงสร้างใหม่หวังพลิกฟื้นธุรกิจตามแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.64 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชาคมคน TG ซึ่งมีผู้ร่วมประชุม อาทิ ผู้แทนฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทฯ ผู้แทนกองทุน ผู้แทนสมาคมสโมสรพนักงานการบินไทย ผู้แทนสหภาพฯ ต่าง ๆ และผู้แทนสหกรณ์ฯ ว่า ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนั้น เพื่อให้การฟื้นฟูสำเร็จลุล่วงจนบริษัทฯ สามารถประกอบกิจการต่อไปได้&amp;nbsp;
ทั้งนี้บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์ทางธุรกิจหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานมากขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการบริหารจัดการต้นทุนให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยบริษัทฯ มีแนวคิดในการปรับโครงสร้างองค์กรโดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการเติบโตด้านต่าง ๆ การเพิ่มขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ การมีขอบเขตการบังคับบัญชาที่เหมาะสม (Scope of work and responsibility expansion) และมีโครงสร้างองค์กรราบและกระชับขึ้น (Flatter structure with best-in-class span of control)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้จัดโครงสร้างองค์กรที่เป็นแบบรวมศูนย์สำหรับงานเกี่ยวกับการเงินบัญชี การบริหารงานบุคคล การจัดซื้อ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานและเป็นการใช้ข้อมูลร่วมกัน ส่งผลให้โครงสร้างองค์กรมีความกระชับและมีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น รวมทั้งลดจำนวนผู้บริหารลงจาก 740 อัตรา เหลือประมาณ 500 อัตรา อีกทั้งลดขั้นตอนการบังคับบัญชา จากเดิม 8 ระดับ เหลือ 5 ระดับ ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระดับ 14 ประธานเจ้าหน้าที่ (Chief of) ระดับ 12-13 ผู้อำนวยการ (Director) และกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ระดับ 11-12 หัวหน้าฝ่าย (Head of) ระดับ 10&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหัวหน้ากลุ่มงาน (Team Lead) ระดับ 8-9 และแบ่งออกเป็น 8 สายงาน ได้แก่ 1.สายการพาณิชย์ &amp;nbsp;2.สายปฏิบัติการ 3.สายช่าง 4.สายการเงินและการบัญชี 5.สายทรัพยากรบุคคล 6.ฝ่ายดิจิทัล 7.ฝ่ายขับเคลื่อนองค์กร 8.หน่วยธุรกิจการบิน ทั้งนี้ ภายในหน่วยงานดังกล่าว บริษัทฯ ได้เพิ่มหน่วยงานใหม่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ ฝ่ายขับเคลื่อนองค์กร (Transformation) โดยจะทำหน้าที่ขับเคลื่อน ประสานเชื่อมโยงและรวบรวมความคิดริเริ่มที่มาจากพนักงาน (Bottom Up) เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งขณะนี้มีโครงการริเริ่มแล้วกว่า 600 โครงการ หากดำเนินการตามแผนคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร (Corporate Strategy &amp;amp; Development) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่วางแผน กำหนดทิศทางกลยุทธ์ในภาพรวม การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทฯ และการบริหารจัดการบริษัทในเครือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เปิดโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (Mutual Separation Plan) ให้พนักงานสมัครใจเสียสละเข้าร่วมโครงการและลาออกจากบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการร่วมใจจากองค์กรแผน B (MSP B) เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการลาระยะยาว Leave With 20% Pay (LW 20) ที่พนักงานได้รับเงินเดือนร้อยละ 20 เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 &amp;ndash; 30 เมษายน 2564 และโครงการร่วมใจจากองค์กรแผน C (MSP C)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งสองโครงการจะเปิดรับสมัคร แบ่งเป็น 4 Block ได้แก่ Block ที่ 1 รับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; 2 มีนาคม 2564 Block ที่ 2 รับสมัครตั้งแต่ 2 &amp;ndash; 16 มีนาคม 2564 Block ที่ 3 รับสมัครตั้งแต่ 16 มีนาคม &amp;ndash; 1 เมษายน 2564 Block ที่ 4 รับสมัครตั้งแต่ 1 &amp;ndash; 19 เมษายน 2564 ซึ่งพนักงานที่เข้าโครงการฯ จะได้รับเงินตอบแทนในอัตราเทียบเท่าค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายของพนักงานตามกฎหมาย และยังมีเงินตอบแทนพิเศษเพิ่มเติม&amp;nbsp;
ทั้งนี้ในส่วนของพนักงานที่เข้า MSP B จะได้เงินตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมเท่ากับเงินเดือน 4 เดือน ส่วนพนักงานที่สมัครใจเข้าโครงการ MSP C จะได้เงินตอบแทนพิเศษเพิ่มเติม เท่ากับเงินเดือน 0.5 &amp;ndash; 1 เดือน ตามอายุของพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแบ่งจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นระยะเวลา 12 งวด โดย MSP B Block ที่ 1 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนมิถุนายน 2564 และ Block ที่ 2 - 4 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนถัดไปตามลำดับ ส่วน MSP C Block ที่ 1 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนกันยายน 2564 และ Block ที่ 2 - 4 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนถัดไปตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการทำงานในโครงสร้างองค์กรใหม่นั้น บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง (Customer Centric) โดยนำระบบดิจิทัลมาขับเคลื่อนองค์กร (Digital Driven) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบประกอบการตัดสินใจในทางธุรกิจและสนับสนุนให้เกิดการทำงานข้ามสายงาน โดยพนักงานทุกคนมีทิศทางและเป้าหมายร่วมกัน (Cross-functional teams) ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กรที่กระตุ้นให้พนักงานแสดงความคิดเห็นด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ (Accelerate Productivity and Innovation) เพื่อให้บริษัทฯ สามารถสร้างกำไร ควบคุมค่าใช้จ่าย ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ทั้งในธุรกิจการบินและธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะกลับมาให้บริการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจนสามารถกลับมาเป็นผู้นำในตลาดอุตสาหกรรมการบินได้ ทั้งนี้ การฟื้นฟูกิจการจะประสบความสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหนี้และพนักงานทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93545</URL_LINK>
                <HASHTAG>TG, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9b87d51268b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บินไทย&#039;เลื่อนยื่นแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2564 พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งดำเนินการโดยคณะผู้จัดทำแผนรวม 6 คน และบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับที่ปรึกษาด้านกฏหมาย ที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจการบิน และที่ปรึกษาทางด้านการเงิน โดยการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ประกอบด้วยแผนหลัก 2 ส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้แก่ 1. แผนธุรกิจ ประกอบด้วยแผนในการจัดหารายได้ ลดรายจ่าย ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ตลอดจนปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการตามแผนงานไปแล้วบางส่วน อาทิ โครงการขอความร่วมมือพนักงานลาหยุดโดยไม่รับค่าตอบแทน โครงการเสียสละเพื่อองค์กร เพื่อลดต้นทุนด้านบุคลากร เป็นต้น โดยในส่วนของแผนธุรกิจนี้ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ เกือบสมบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แผนการเงิน ประกอบด้วย แผนการปรับโครงสร้างหนี้และโครงสร้างทุน ซึ่งบริษัท การบินไทยฯ มีเจ้าหนี้จำนวนมาก การชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูฯ จึงต้องเป็นธรรมกับเจ้าหนี้ทุกฝ่าย โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้เพื่อให้มั่นใจว่า หนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูฯ นั้นเป็นหนี้ที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันจำเป็นต้องจัดทำแบบจำลองทางการเงิน เพื่อกำหนดรูปแบบการปรับโครงสร้างทุน โครงสร้างหนี้ และการจัดสรรการชำระหนี้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเสนอให้เจ้าหนี้พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้พิจารณาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ ตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกของบริษัทฯ ซึ่งเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อมาเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ และช่วยงานทางด้านการเงินและการบัญชีของบริษัทฯ ในการจัดทำโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างเงินทุนและผู้ถือหุ้น การวิเคราะห์กระแสเงินสด วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงิน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตของการบินไทย เพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ รวมถึงการนำเสนอแผนฟื้นฟูฯ ในส่วนทางการเงินแก่เจ้าหนี้และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางและหลักการทางการเงินถูกต้องและเชื่อถือได้ โดยมีกรอบงบประมาณการว่าจ้างไม่เกิน 60 ล้านบาท และมีระยะเวลาในการทำงานจนกว่าศาลจะให้ความเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูฯ โดยบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินดังกล่าว จะไม่มีหน้าที่ติดต่อหาแหล่งเงินทุนใหม่ให้กับบริษัทฯ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณีที่มีข่าวเรื่องการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน โดยมีค่าตอบแทนสูงถึง 630 ล้านบาท นั้น จึงไม่เป็นความจริง ในส่วนขอบเขตการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือผู้ลงทุนรายใหม่ จะดำเนินการว่าจ้างหลังจากแผนฟื้นฟูฯ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลแล้ว เนื่องจากเจ้าหนี้ของบริษัท การบินไทยฯ มีจำนวนมาก มีหลายกลุ่ม และเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน คณะผู้ทำแผนจึงได้เร่งหารือกับเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ เพื่อให้แผนฟื้นฟูฯ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยเร็วที่สุด ซึ่งจากการรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหนี้หลายกลุ่ม ได้รับเสียงตอบรับในทางที่ดี ส่วนใหญ่เห็นชอบในหลักการของแผนฟื้นฟูฯ และให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ อนึ่ง เพื่อให้แผนฟื้นฟูฯ ในส่วนของแผนทางการเงินมีความสมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะผู้ทำแผนจึงได้พิจารณา ขยายระยะเวลาในการยื่นแผนฟื้นฟูฯ ต่อศาล ออกไปอีกประมาณ 1 เดือน ตามกรอบของกฏหมาย โดยสามารถยื่นแผนฟื้นฟูฯ ได้ประมาณ ปลายเดือน กุมภาพันธ์ หรือ ต้นเดือน มีนาคม 2564 ภายหลังจากที่ผู้ทำแผนได้ยื่นแผนฟื้นฟูฯ แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะส่งสำเนาแผนฟื้นฟูฯ ให้เจ้าหนี้ได้พิจารณา และลงมติในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1.5 เดือน และเมื่อเจ้าหนี้ให้ความเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูฯ แล้ว จะเป็นขั้นตอนของศาลที่จะพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อแผนฟื้นฟูฯ เป็นขั้นตอนสุดท้าย พนักงาน และฝ่ายบริหารการบินไทยทุกคน มีความมุ่งมั่นและพร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีความท้าทายต่างๆ ในการทำธุรกิจเกิดขึ้น ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังร่วมมือลดค่าใช้จ่าย และหารายได้เพิ่มให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งเจ้าหนี้ คู่ค้า และลูกค้าของการบินไทย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การบินไทยจะสามารถจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ให้สำเร็จไปได้ด้วยดี คณะผู้ทำแผนมีความตั้งใจและมั่นใจว่าการฟื้นฟูฯ ของการบินไทยจะได้รับการยอมรับและประสบผลสำเร็จ โดยเจ้าหนี้ทุกรายจะได้รับชำระหนี้อย่างเป็นธรรม บริษัท การบินไทยฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถกลับมาให้บริการด้านการบินอย่างเต็มรูปแบบได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91147</URL_LINK>
                <HASHTAG>แผนฟื้นฟู, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffb070b230c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปวิน&#039;ปูดข่าวแผนฟื้นฟูการบินไทยเตรียมเอาพนักงานออก15,000คนพร้อมลดเงินเดือน20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2563 นายปวิน &amp;nbsp;ชัชวาลพงศ์พันธ์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Pavin Chachavalpongpun อ้างข้อมูล &amp;nbsp;เรื่องการปฏิรูปการบินไทย ข้อมูล 80% แน่นอนแล้ว เพราะแผนฟื้นฟูจะต้องเขียนแผนให้เสร็จภายใน ธ.ค.นี้ ดังต่อไปนี้
1. พนักงาน ทั้งหมด 26,000 จะเอาออก 15,000 เหลือพนักงาน 10,000 เท่านั้น
2. แผนกย่อยต่างๆ รวมกันเป็น 1 แผนก ในส่วนงานบริการภาคพื้นดิน
3. ภายหลังจากที่ประกาศอย่างเป็นทางการ จะให้พนักงานลาออกได้ โดยให้ 400วัน + 1เดือน&amp;nbsp;
4. เดือนมกราคม ภายหลังจากที่สรุปจำนวนคนเต็มใจออกแล้ว จะมีการเซ็นสัญญาใหม่ และลดเงินเดือนแน่นอน (คาดว่าลดเยอะกว่า 20%)
5. เมื่อจับเซ็นสัญญาใหม่แล้ว จะมีการจิ้มออกอีกรอบ ประเมินจาก sick และ สาย เป็นกลุ่มแรก และถ้าได้ชดเชยก็จะเป็นเงินเดือนใหม่ที่ถูกตัดลด
6. ขาย สนง. ที่หลักสี่ &amp;nbsp;รอศาลอนุมัติ
7. จะเอาเครื่องบินมาลงหลังอาคาร 9 ที่สำนักงานใหญ่ วิภาวดี เพื่อทำเป็นภัตตาคาร&amp;nbsp;
8. ยืนยันไทยสมายล์ ยังอยู่คู่ฟ้าเมืองไทย แต่ไทยสมายล์ไม่มีพนักงานภาคพื้น มีแต่นักบิน แอร์ สจ๊วต &amp;nbsp;และฝ่ายบริหาร โดยพนักงานภาคพื้นและฝ่ายงานเอกสาร admin เป็นคนของการบินไทยทำงานให้ทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80122</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปการบินไทย, ปวิน  ชัชวาลพงศ์พันธ์, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26e16a3ed5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
