<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้โมเดลผบ.ทบ.สหรัฐคุมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ เผย &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ทรงชื่นชมแผนรับมือโควิด-19 พร้อมพระราชทานกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ &amp;quot;ศบค.&amp;quot; พบผู้ป่วยใหม่อีก 2 ราย กลับจากอินเดีย-อินโดนีเซีย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; หัวเราะโดนถล่มไม่สวมหน้ากากอนามัยร่วมงานเลี้ยงวันชาติสหรัฐ ก่อนขอโทษทำการ์ดตกเอง &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ยก &amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-คำสั่ง ศบค.&amp;quot; คุมโควิด คณะ ผบ.ทบ.สหรัฐชี้ใช้เป็นโมเดลปฏิบัติคณะอื่น &amp;quot;กองทัพ&amp;quot; สั่งคุมเข้มต่างด้าวทะลักเข้าชายแดนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 8 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายข้อราชการตามช่วงระยะเวลาของรัฐบาล เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ สิ่งที่รับสั่งลงมาเรื่องแรกคือทรงชมเชย ขอบคุณทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุข และทุกคนที่ได้ร่วมทำงานด้วยกันแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งวันนี้ได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานภายนอก ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของประเทศไทย ซึ่งพระองค์พระราชทานกำลังใจเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้อรถพยาบาลที่เป็นลักษณะของรถเคลื่อนที่ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการพัฒนาไว้ 1 คัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพิ่มเติม เพื่อให้ครบเขตการให้การบริการที่สามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เราต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคของรัฐบาล ข้าราชการ ธุรกิจ เอกชน สมาคมผู้ประกอบการทั้งหลาย ต้องทำงานร่วมกัน และหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ซึ่งเราทราบดีว่างบประมาณมีแค่ไหน อย่างไร เราต้องเตรียมงบประมาณตรงนี้ไว้เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีการแพร่ระบาด และวันนี้งบเยียวยายังพอมีเหลืออยู่ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในก้อนแรก และก้อนที่สอง งบสาธารณสุขก็ยังมีอยู่ ไม่อยากให้ทุกคนห่วงกังวล แต่เราเตรียมการไว้ หากไม่มีก็ยังสามารถใช้ในแผนงานอื่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้รักษาตัวให้ดีในช่วงนี้ เพราะเรากำลังเดินหน้าการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการเปิดกิจการต่างๆ ต่อไป ถ้าไม่ช่วยกันระวังก็ไปไม่ได้ ก็ต้องหยุดเหมือนเดิม และย้อนกลับมาที่เดิมใหม่ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น เรื่องใดก็ตามที่พูดออกมาในสื่อหรือโซเชียล หน่วยงานก็ได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว ขอให้รับฟังการชี้แจง เราต้องไม่สร้างความขัดแย้งซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง หรือบางเรื่องมันทำให้เกิดประเด็นขึ้นมา และทำให้เกิดปัญหากับประเทศชาติ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิดรายวันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศยังคงเป็นศูนย์ราย ภาพรวมในประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,197 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 260 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 2 ราย รวมรักษาหายป่วยแล้ว 3,074 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 65 ราย และไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย
&amp;#39;อนุทิน&amp;#39;ขอโทษการ์ดตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย รายแรกเป็นเพศชาย เดินทางกลับจากอินเดีย อายุ 31 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 23 มิ.ย. เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ในกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกัน 6 ราย ซึ่ง 2 รายเป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ป่วยรายนี้ ผู้ป่วยรายนี้ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 26 มิ.ย.ไม่พบเชื้อ และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 ก.ค. ผลพบเชื้อ โดยผู้ป่วยไม่มีอาการ ส่วนรายที่สองเป็นคนไทย เดินทางกลับจากอินโดนีเซีย เพศชาย อายุ 39 ปี อาชีพนักเผยแพร่ศาสนา เดินทางถึงไทยวันที่ 24 มิ.ย. และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จ.ชลบุรี ก่อนหน้านี้พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อเดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกัน 4 ราย ผู้ป่วยรายนี้ตรวจหาเชื้อในวันที่ 29 มิ.ย.ไม่พบเชื้อ และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 5 ก.ค. ผลพบเชื้อ ซึ่งรายนี้ไม่มีอาการเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์ทั่วโลกจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 11,950,044 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5,962 ราย รวมเสียชีวิต 546,622 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย รัสเซีย เปรู ส่วนประเทศไทยคงที่อยู่ในอันดับที่ 99
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีคนไทยในอังกฤษเรียกร้องผ่านสถานทูตต้องการเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากมีความกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าทางสถานทูตจะเป็นผู้พิจารณา? ซึ่งทุกคนจะต้องมีการพิจารณาอยู่แล้ว จะมีทีมงานพิจารณาว่าจะเร่งดำเนินการทางกลับประเทศไทย วันนี้การเดินทางที่มาประเทศไทยวันละสองเที่ยวบินอาจไม่เพียงพอ จึงเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ปรากฏภาพนายอนุทิน และรัฐมนตรีบางคนไม่สวมหน้ากากอนามัยร่วมงานเลี้ยงวันชาติสหรัฐอเมริกา นายอนุทินปฏิเสธตอบคำถามพร้อมกับหัวเราะ โดยบอกเพียงว่า? &amp;quot;ดรามาเยอะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังการประชุม ครม.ว่า ผมได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานดังกล่าว เป็นงานที่จัดขึ้นในสถานที่ปิด ไม่ใช่โรงแรม มีการตรวจเข้มตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขก่อนเข้างาน อีกทั้งมีการจำกัดจำนวนและเวลาของผู้เข้าร่วมงาน ในช่วงร่วมงานได้สวมใส่หน้ากาก แต่ได้ถอดหน้ากากในช่วงถ่ายภาพ และจังหวะช่วงที่จำเป็นของสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวขอน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน ยอมรับผมเองการ์ดตก ดังนั้นจึงขอโทษที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างไม่ดี และขออภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ขอให้ประชาชนอย่าการ์ดตกเหมือนตนเอง&amp;quot; นายอนุทิน?กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ชี้แจงกรณี ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะจะเดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.นี้ ว่าตลอดเวลาที่มีข่าวในเรื่องนี้ ทางกองทัพบกพยายามจะให้สำนักงานเลขาฯ ออกข่าวชี้แจง แต่ยังไม่ทราบยังมีข่าวคือเราต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริง ต้องพูดกันด้วย fact และมีเหตุผลว่าคืออะไร และมีเหตุผลอะไรที่ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐและคณะมาประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ประการแรก ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐมาเพียงแค่วันเดียวคือวันที่ 9 และเดินทางกลับในวันที่ 10 เพื่อมาลงนามในการแถลงวิสัยทัศน์ร่วมระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เดือน พ.ย.2562 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐมาเยือนประเทศไทย และพบกับนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม ได้มีการลงนามว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ หรือ Joint Vision statement 2020 ระหว่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐและของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมา
แจงยิบปม ผบ.ทบ.สหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในข้อตกลงดังกล่าว เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนกำลังพลที่ไปฝึก เช่นขณะนี้มีกองร้อยทหารราบของกองทัพบกไทย โดยจัดกำลังหลักจากกองทัพภาคที่ 2 เดินทางไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค. อยู่รัฐฮาวายสหรัฐอเมริกา ไปฝึกร่วมกับกองพลทหารราบที่ 25 จำนวน 152 นาย โดยกระบวนการในการเดินทางเป็นข้อตกลงระหว่างกัน ซึ่งกำลังพลของกองทัพบกไทยทั้งหมดต้องกักตัว 14 วัน ตามที่ ศบค.กำหนด และดำเนินการเช่าเครื่องเหมาลำ เพื่อเดินทางไปสหรัฐ และเมื่อเดินทางกลับมาต้องกักตัวอีก 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เช่นเดียวกันคณะของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐอเมริกา ไม่เคยปฏิเสธที่จะไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือกฎใดๆ ทั้งสิ้น ที่จะเป็นการยกเว้นหรือขอยกเว้น ไม่เคยมี โดยระหว่างการติดต่อสื่อสารกันและทำกำหนดการร่วมกัน ถามแต่ว่าจะให้ทำอะไรขอให้บอกมา ซึ่งเรื่องนายกรัฐมนตรีและทาง ศบค.ได้มีการประชุมกับกองทัพบก เพราะเป็นแขกของกองทัพบก และเราก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง ซึ่ง ผบ.ทบ.สหรัฐไม่ได้ปฏิเสธ รวมถึงคณะทั้ง 10 คนก่อนจะเดินทางมา swop (ตรวจสอบ) 3-4 ครั้ง และปฏิบัติตามระเบียบที่มีการหารือกันโดยตลอด ไม่มีการฝ่าฝืนแม้แต่ข้อเดียว แต่ทุกอย่างต้องมีความจริงต้องพูดกันด้วย fact ซึ่งมีระเบียบ 2 ข้อที่เกี่ยวข้อง คือมาตรา 9 ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปี 2548 ฉบับที่ 12 ว่าด้วยผู้มีเหตุยกเว้นหรือกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนดหรืออนุญาต หรือเชิญผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักรตามความจำเป็น โดยอาจกำหนดเงื่อนไขและข้อตกลงและเวลาได้&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 2.ตามคำสั่ง ศบค.ที่ 7/2563 คือมีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้เท่าความจำเป็นโดยกำหนดเงื่อนไข ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวทุกประการ 1.มีหนังสือรับรองเดินทางว่าเป็นบุคคลเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร 2.มีใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง ก่อน 72 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบัน ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะอยู่ระหว่างการเดินทาง และคาดว่าจะแวะเติมน้ำมันที่เกาะกวม และประเทศญี่ปุ่น ก็จะต้องมีการตรวจเชื้อโควิดทุกครั้ง ซึ่งปัจจุบันผลการทดสอบจะรู้ผลไม่เกิน 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ ผบ.ทบ.สหรัฐเดินจากวอชิงตัน ดี.ซี. และแวะที่รัฐฮาวาย ตรวจเยี่ยมกองร้อยทหารราบของไทยที่ฝึกอยู่ เนื่องจากเป็นปีที่ 2 ที่กองทัพไทยได้ส่งกองร้อยทหารราบไปฝึก 3.มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 โดยวิธีการตรวจ rt -pcr และ 4.มีแผนกำหนดการเดินทางชัดเจน และมีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุข และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าติดตามตลอดเวลา และคณะต้องไม่เกิน 10 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประชุมหารือในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่น่าจะแสดงความยินดีและเราน่าจะมีความภูมิใจที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจ แม้จะมีบางคนที่รู้สึกต่อ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าเราสามารถควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะเข้ามาในช่วงนี้ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ นอกเหนือจากนี้คณะ ผบ.ทบ.สหรัฐถือเป็นคณะแรกที่เดินทางมาเยือน และเราไม่สามารถปิดประเทศได้ เราต้องมีการค้าและคณะทูตานุทูต ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเช่นเดียวกัน เราต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ แม้ว่าทั่วโลกกำลังประสบภัยเช่นเดียวกัน แต่คณะ ผบ.ทบ.สหรัฐนี้จะเป็นคณะตัวอย่างที่จะปฏิบัติตามกฎ ระเบียบอย่างเคร่งครัด&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
เข้มต่างด้าวลอบเข้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ยังมีข้อกำหนดว่าคณะผู้ที่เดินทางมาจากสหรัฐ เมื่อมาถึงท่าอากาศยานจะต้องมีการตรวจเชื้อโควิด-19 จากคณะแพทย์กระทรวงสาธารณสุข และมีการติดตามคณะโดยตลอด ร่วมกับคณะแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมถึงเจ้าหน้าที่การบินไทย เพื่อดูเป็นโมเดลตัวอย่างว่าในอนาคตต่อไปในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากมีคณะอื่นมาเยือน จะได้ปฏิบัติถูกว่าเรามีระเบียบอย่างไร และตรวจเสร็จแล้วก็จะขึ้นรถแยก โดยรถจะมีฉากกระจกกั้นระหว่างพลขับของไทยและคณะของผู้ที่มาเยือน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะสัมผัสกันไม่มีแน่นอน ส่วนกระเป๋าสัมภาระจะถูกพ่นยาฆ่าเชื้อ เดินทางไม่มีการออกนอกเส้นทาง รวมถึงการรับประทานอาหารในโรงแรมทุกมื้อ ยกเว้นในวันที่ 10 ก.ค. จะต้องไปเยี่ยมคำนับนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งผมดูแล้วถ้าเราจั่วหัวข่าวให้ในเชิงสร้างสรรค์ ผมว่าประเทศก็คงน่าอยู่ ไม่เกิดข้อขัดแย้งถกเถียงกันมาก ถ้ามีการปฏิเสธไม่ทำเป็นอีกเรื่อง และผมได้ยินมาเป็นอาทิตย์ เป็นสัปดาห์ และผมเองก็ไม่สบายใจ&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวนายกรัฐมนตรีขอให้เลื่อนกำหนดการนี้ออกไป แต่ทางสหรัฐไม่เลื่อน พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า นายกฯ ไม่เคยบอกให้เลื่อน บอกแต่ว่าหากมาต้องปฏิบัติตามกฎ เพราะนายกฯ รับทราบว่าการฝึกเป็นการฝึกต่อเนื่อง รวมถึงการแลกเปลี่ยน เช่นในเดือน ก.ย.ปีนี้ เราจะต้องส่งนักบิน 2 นายไปทำงานที่สหรัฐกับกองทัพบกสหรัฐเป็นเวลา 2 ปี ขณะเดียวกันสหรัฐก็ส่งนักบินแบล็กฮอว์กมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์การบินทหารบกในฝูงบินแบล็กฮอว์ก ในเวลา 2 ปีเช่นกัน และเราส่งนายทหารจากกรมทหารราบที่ 112 หรือกรมสไตรเกอร์ไปปฏิบัติงานที่สหรัฐ 2 ปีเช่นกัน และสหรัฐก็ส่งคนของเขามาปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน นี่คือความสัมพันธ์ที่ประเทศไทยจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ การลงนามต่างๆ เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศความเข้าใจอันดี และไม่มีอะไรที่จะทำให้ต้องวิตกกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า สหรัฐต้องการที่จะมาใช้พื้นที่ของไทยเพื่อตั้งเป็นฐานทัพหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ไม่ใช่ เช่นเรากับสิงคโปร์มีพื้นที่ฝึกที่จ.กาญจนบุรีมานานแล้ว และลงนามเซ็นสัญญากันทุก 3 ปี และ 5 ปี โดยใน 1 ปีต้องมองว่ากองทัพสหรัฐเข้ามาฝึกร่วมกับมิตรประเทศในรหัสของคอบร้าโกลด์ และมีกี่ประเทศที่เข้าร่วม และแต่ละครั้ง นอกเหนือจากการพัฒนาหลักนิยมหรือการฝึกฝนของกำลังพลของกองทัพบกยังได้ในเรื่องการท่องเที่ยวชื่อเสียงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันไม่ได้มีการมาตั้งฐานทัพ แต่มีการฝากอุปกรณ์ในช่วงที่มีการฝึกเท่านั้น อย่าสร้างอะไรที่เป็นประเด็นความขัดแย้งในภูมิภาค&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุมผู้นำเหล่าทัพ ครั้งที่ 5/2563 ร่วมกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.,พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ในฐานะหัวหน้าทีมโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวขอบคุณเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ คลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มีการกำชับในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ ให้กองกำลังชายแดนมีการนำลวดหนามขึงแนวชายแดน และเฝ้าตรวจอย่างเข้มงวด เพราะกังวลสถานการณ์ในอนาคต หากมีการเข้ามามากขึ้น และเดินทางเข้ามาส่วนกลาง ซึ่งทาง ผบ.ทบ.ก็กำชับ ทภ.3 ให้ดูแลสถานการณ์การเข้า-ออกชายแดนอยู่แล้ว โดยระหว่างนี้กำลังตรวจสอบจำนวนคนที่เข้ามา และจะรีบดำเนินการแก้ไขไม่ให้ลุกลาม ส่วนจะมีนายหน้าทำเป็นกระบวนการในการนำคนต่างด้าวเข้ามาหรือไม่ ทาง กกล.ชายแดนและ ตร.ก็ได้ร่วมมือในการติดตามอยู่ รวมถึงชายแดนภาคใต้ที่อาจจะมีปัญหาโรฮีนจา ซึ่งก็เฝ้าระวังตามกำลังอย่างเต็มความสามารถ&amp;quot; หัวหน้าทีมโฆษกกองทัพไทยกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70890</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา, พระราชทานกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนรับมือโควิด-19, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05d5de7de09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
