<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มังกร สามเสน&#039; ผู้เสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจก่อน&#039;ปรีดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการเศรษฐกิจ&amp;rdquo; &amp;ldquo;แผนเศรษฐกิจ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;นโยบายเศรษฐกิจ&amp;rdquo; สุดแท้แต่ผู้คนจะนิยมใช้คำใด แต่จุดมุ่งหมายก็เป็นไปเพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับคนในประเทศโดยรวมทั้งสิ้น แม้ว่าแนวทางที่จะนำไปสู่ความกินดีอยู่ดีนั้น จะแตกต่างกันตามสำนักเศรษฐศาสตร์ที่สมาทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนับตั้งแต่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดยคณะราษฎร ถือเป็นการ &amp;ldquo;ปฏิวัติ&amp;rdquo; เปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมไปในแทบทุกด้าน และด้านหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ &amp;ldquo;เศรษฐกิจ&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็น 1 ในหลัก 6 ประการ ของคณะราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กระนั้น ผู้คนทั้งหลายมักเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ &amp;ldquo;ปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475&amp;rdquo; นั้น มาจากเค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูญธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) ซึ่งถือเป็นความเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกนั้น ถูกเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 โดย &amp;ldquo;นายมังกร สามเสน&amp;rdquo; คหบดีที่มีธุรกิจหลากหลาย อาทิเช่น ค้าข้าว ค้าไม้ ทำโรงสี และอุตสาหกรรมต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดแรก ถือเป็นนักการเมืองคนสำคัญที่โลดแล่นอยู่บนเวทีการเมืองในช่วงแรก หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นานนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการศึกษาและชีวิตครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายมังกร สามเสน เกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2431 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 ปีกุน ณ บ้านปากคลองสามเสน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร เป็นบุตรชายคนแรกของนายเก็งซัน สามเสน และนางปอ สามเสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้ารับการศึกษาภาษาไทยเบื้องต้นในโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร จนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงธรรมการ ต่อมาได้ศึกษาภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่โรงเรียนวัดชนะสงคราม นอกจากนี้ นายมังกร สามเสน ยังได้ศึกษาภาษาจีน โดยจ้างครูชาวจีนมาสอนที่บ้านเป็นการพิเศษ จากนั้นได้เข้าศึกษาในโรงเรียนกฎหมาย เพื่อศึกษาวิชากฎหมาย และสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2451 ขณะที่มีอายุได้ 20 ปี [3]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมังกร ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ &amp;nbsp;6 มกราคม พ.ศ. 2490 สิริรวมอายุได้ 59 ปี มีการตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม และมีการฌาปนกิจในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2490&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่การงานและตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว นายมังกร สามเสน ได้เริ่มต้นอาชีพด้วยการรับราชการเป็นพนักงานอัยการ จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2451 ต่อมาได้ย้ายไปเป็นพนักงานแพ่ง จังหวัดพิจิตร ในปี พ.ศ. 2453 และย้ายไปดำรงตำแหน่งยกกระบัตร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งยกกระบัตร จังหวัดกาญจนบุรี และเพชรบุรี ตามลำดับ ก่อนจะลาออกจากราชการ เพื่อประกอบอาชีพส่วนตัว โดยตำแหน่งทางราชการสุดท้ายคือ &amp;ldquo;ยกกระบัตร จังหวัดเพชรบุรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อลาออกจากราชการแล้ว นายมังกรได้เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวด้วยการเป็นทนายความ ในครั้งแรกนั้น นายมังกรร่วมกับมิสเตอร์ปรุ๊ก ทนายความชาวต่างประเทศ เปิดสำนักงานอยู่ด้วยกัน ต่อมาภายหลัง นายมังกร สามเสน ได้แยกตัวออกมาตั้งสำนักงานทนายความเป็นของตัวเอง โดยตั้งสำนักอยู่บริเวณบ้านปากคลองสามเสน และดำเนินกิจการเรื่อยมา จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2486 จึงได้ล้มเลิกกิจการไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมังกรยังมีกิจการอื่นๆ อีกมาก ทำให้ชื่อของนายมังกรเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจคนสำคัญแห่งยุคสมัย ซึ่งนายมังกรได้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมหลายชนิด ประกอบด้วย กิจการค้าไม้และทำป่าไม้ ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร กิจการโรงงานอัดน้ำมันมะพร้าว ที่ปากคลองสามเสน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2462&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตำแหน่งทางการเมืองนั้น นายมังกรเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการแต่งตั้งขึ้นภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายมังกร ถือเป็น 1 ใน 3 คน จาก &amp;ldquo;กลุ่มพ่อค้าไทย&amp;rdquo; ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิกทั้ง 3 คน ที่เรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;กลุ่มพ่อค้าไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย นายมังกร สามเสน นายมานิต วสุวัต และนายซุ่นใช้ คูตระกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับถาวร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 นายมังกรก็ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 เรื่อยมา จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2482 ก็มีเหตุให้สิ้นสุดสมาชิกภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาร่วม 7 ปี ที่นายมังกรดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้สร้างสีสันให้กับสภาผู้แทนราษฎรอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีแนวคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงคนเดียว (จากจำนวน 3 คน) ที่เหลืออยู่ของ &amp;ldquo;กลุ่มพ่อค้าไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานที่สำคัญในทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากนายมังกรเป็นพ่อค้าที่อยู่ในระดับกลาง ผลงานที่สำคัญทางการเมืองของท่าน จึงมักจะมีความเกี่ยวเนื่องกับประเด็นทางเศรษฐกิจ ซึ่งนายมังกรมีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมาตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในสมัยนั้น รัฐบาลมีลักษณะเป็นรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อำนาจได้รวมศูนย์อยู่ที่พระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ และขุนนางผู้ใหญ่ ขณะที่นายมังกรเองก็เป็นพ่อค้าระดับรองๆ ลงมา ไม่ใช่พ่อค้าใหญ่ในประเทศแต่ประการใด โดยในปี พ.ศ. 2471 นายมังกร &amp;nbsp;ได้ทำหนังสือรายงานเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ถึงปัญหาการแข่งขันระหว่างพ่อค้าข้าวชาวจีนกับพ่อค้าข้าวชาวตะวันตก ส่งผลให้ราคาข้าวของสยามถูกตัดราคาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แต่กระนั้น ข้อเสนอของนายมังกรไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2473 นายมังกรได้เสนอให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงระบบตลาดการรับซื้อข้าว แต่ก็ไม่ได้รับการสนองอีกเช่นเคย โดยในที่ประชุมคณะอภิรัฐมนตรีได้มีความเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้าของราษฎร ก็มีแต่รัฐบาลโซเวียตกับรัฐบาลญี่ปุ่น&amp;rdquo;&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นดังนั้น ส่งผลให้นายมังกร สามเสน มีภาพลักษณ์ที่อยู่ในฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แล้วนั้น นายมังกรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้เสนอ &amp;ldquo;โครงการเศรษฐกิจ พาณิชยการ กสิกรรม และอุตสาหกรรม&amp;rdquo; โดยมีการเสนอญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ถือเป็นโครงการเศรษฐกิจ/แผนเศรษฐกิจ แผนแรกภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาที่นายมังกรนำเสนอนั้น ในส่วนแรกได้สะท้อนข้อมูลของประเทศในขณะนั้น อาทิเช่น จำนวนประชากร ลักษณะอาชีพ เป็นต้น ส่วนต่อมาได้นำเสนอปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายมังกรได้สรุปข้อตกต่ำทางเศรษฐกิจเอาไว้ 6 ประการ ประกอบด้วย (1) อาชีพของราษฎรถูกบีบจนหมดกำลัง (2) สยามขาดพ่อค้าที่เป็นคนไทย (3) สยามขาดโรงงานอุตสาหกรรม (4) สยามยังไม่มีธนาคารของประเทศ (5) สยามบกพร่องในความช่วยเหลืออุดหนุนตัวเอง และ (6) เงินสยามสูงมาก เป็นเหตุให้ราคาสินค้าตกต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการเศรษฐกิจของนายมังกรยังเสนอแนวทางสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจของชาติเอาไว้ โดยเสนอไว้ 19 ประการ ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ตั้งธนาคารของชาติขึ้น (2) ขอให้ตั้งบริษัทรับซื้อของดิบ (3) ตั้งบริษัทกสิกรรมขึ้น (4) ตั้งบริษัทรับจ้างไถนาสูบน้ำ (5) ตั้งบริษัทคอกสัตว์ (6) ตั้งบริษัทโรงงานโรงสี (7) ตั้งบริษัทค้าไม้ (8) ตั้งบริษัททอกระสอบป่าน (9) ตั้งโรงงานทอผ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;


respin88&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(10) โรงงานทำถ้วยชาม (11) ตั้งบริษัทยาสูบ (12) ตั้งบริษัททำน้ำตาล (13) ตั้งบริษัทบดแป้งสาลี (14) สินค้าน้ำมันมะพร้าวและละหุ่ง (15) ตั้งโรงทำกระดาษ (16) ควรตั้งกองทุนอุดหนุนศิลปวิทยา (17) วางหลักสูตรการศึกษาของนักเรียนให้ช่วยเศรษฐกิจ (18) ควรออกกฎหมายช่วย และ (19) วางหลักทางราชการส่งเสริมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเสนอของนายมังกร จะเห็นได้ว่า มีข้อบางประการสอดคล้องกับข้อเสนอเค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูญธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) หรือข้อเสนอบางประการได้นำไปสู่การเกิดขึ้นจริงในภายหลัง อาทิเช่น การตั้งธนาคารแห่งประเทศไทย การตั้งโรงงานยาสูบ การตั้งบริษัทข้าวไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าข้อเสนอของนายมังกรไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ต่อมาเมื่อมีการเสนอเค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูญธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) นายมังกรได้แสดงความคิดเห็นไว้ในลักษณะที่เห็นด้วยกับแนวทางของหลวงประดิษฐ์มนูญธรรม แต่ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด โดยนายมังกรต้องการให้รัฐบาลมีบทบาทในการจัดการเศรษฐกิจ แต่ไม่ต้องการให้รัฐบาลมีบทบาทแบบสหกรณ์ครบรูปตามแนวทางของหลวงประดิษฐ์มนูญธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายมังกรในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างดุเดือดอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
และนายมังกรยังได้เป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ อาทิเช่น กรรมาธิการควบคุมนโยบายจำกัดแร่ กรรมาธิการควบคุมนโยบายจำกัดยาง กรรมาธิการสภาเศรษฐกิจ เป็นต้น ประเด็นดังกล่าวจึงทำให้นายมังกร สามเสน สามารถมีข้อมูลในการอภิปรายรัฐบาลได้อยู่สม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมังกรยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ &amp;ldquo;นายถวัติ ฤทธิเดช ฟ้องร้องคดีพระปกเกล้าฯ&amp;rdquo; โดยยื่นคำฟ้องกับนายมังกร เหตุเกิดเมื่อนายถวัติ ฤทธิเดช ยื่นฟ้องร้องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวต่อสภาผู้แทนราษฎร ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2476 โดยอ้างว่าพระปกเกล้าหมิ่นประมาทตน เพราะในบันทึก &amp;ldquo;พระบรมราชวินิจฉัยเค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม&amp;rdquo; ที่มีการแจกจ่ายระหว่างเกิดวิกฤตการณ์เรื่องเค้าโครงการเศรษฐกิจเมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2476 นั้น มีข้อความตอนหนึ่งพาดพิงถึงผู้นำกรรมกรรถรางว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่กรรมกรรถรางหยุดงานนั้น หาใช่เกิดการหยุดเพราะความเดือดร้อนจริงจังอันใดไม่ ที่เกิดเป็นดังนี้นั้นก็เพราะมีคนยุให้เกิดการหยุดงานขึ้น เพื่อจะได้เป็นโอกาสให้ตั้งสมาคมคนงาน และตนจะได้เป็นหัวหน้า และได้รับเงินเดือนกินสบายไปเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นายมังกรได้ส่งคำฟ้องกลับคืนมา โดยอ้างว่าขัดต่อมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2475 ที่ระบุว่า &amp;ldquo;องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ต่อมา นายถวัติ ฤทธิเดช ได้ถอนฟ้องและทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุที่นายมังกรมีการอภิปรายในสภาฯ ที่ดุเดือด ดังนั้น เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการกวาดล้างศัตรูทางการเมืองครั้งสำคัญ เหตุการณ์ในครั้งนี้รู้จักกันในชื่อ &amp;ldquo;กบฏพระยาทรงสุรเดช&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กบฏ 18 ศพ&amp;rdquo; โดยมีการจับกุมนายมังกรไปด้วย ส่งผลให้นายมังกรหมดบทบาททางการเมืองลงอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา.
-----------
ข้อมูล : สถาบันพระปกเกล้า&amp;nbsp;
ผู้เรียบเรียง : ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, เค้าโครงเศรษฐกิจ, แผนเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24bf8396e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
