<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยสปายรัสเซียแฝงสถานทูตสหรัฐในกรุงมอสโกถึง 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานข่าวของสื่อชั้นนำในสหรัฐและอังกฤษเมื่อวันพฤหัสบดีเผย ชาวรัสเซียที่ต้องสงสัยว่าเป็นจารชนคนหนึ่งเคยทำงานอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโกนานถึง 1 ทศวรรษ ก่อนที่จะถูกไล่ออกอย่างเงียบๆ เมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ว่า รายงานของหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษซึ่งเปิดเผยเรื่องราวนี้เป็นแห่งแรก และของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อ้างแหล่งข่าวหลายรายเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พลเมืองชาวรัสเซียรายนี้ ซึ่งเป็นหญิง ได้รับการว่าจ้างจากหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิส ซึ่งทำหน้าที่อารักขาบุคคลระดับสูงของสหรัฐ แต่การตรวจสอบประวัติของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐตรวจพบพิรุธ โดยพบว่าสตรีรายนี้มักจะพบปะกับสำนักงานข่าวกรองรัสเซีย (เอฟเอสบี) โดยไม่ได้รับอนุญาต อยู่เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกระทรวงกล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า การตรวจสอบพบว่าในบรรดาทุกคนที่พูดคุยกับเอฟเอสบีนั้น หญิงคนนี้ให้ข้อมูลกับหน่วยข่าวกรองรัสเซียมากกว่าที่ควรเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หญิงที่เชื่อว่าเป็นสายลับรัสเซียรายนี้ สามารถเข้าถึงระบบอินทราเน็ตและระบบอีเมลของหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิส ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อาจมีความอ่อนไหว ซึ่งรวมถึงกำหนดการของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสหรัฐ แต่แหล่งข่าวรายนี้ยืนยันกับซีเอ็นเอ็นว่า เธอไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การ์เดียนรายงานว่า หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสพยายามควบคุมเรื่องน่าขายหน้านี้ด้วยการยอมให้เธอออกจากงาน เมื่อครั้งที่รัฐบาลรัสเซียสั่งย้ายบุคลากร 750 คนออกจากสถานทูตสหรัฐ ระหว่างที่สหรัฐและรัสเซียทะเลาะกันทางการทูตสืบเนื่องจากสหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 &amp;quot;ซีเคร็ตเซอร์วิสพยายามซ่อนรอยรั่วนี้ด้วยการไล่ออก&amp;quot; แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวกับการ์เดียนและว่า ซีเคร็ตเซอร์วิสยังไม่ยอมสอบสวนเป็นการภายในเพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วด้วยว่ามีมากถึงขั้นไหน เช่นว่าเธอกล่อมลูกจ้างคนอื่นเพื่อมอบข้อมูลให้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีได้สอบถามกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่าได้เห็นรายงานข่าวนี้หรือไม่ แต่ได้คำตอบว่ากระทรวงจะไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับประเด็นข่าวกรอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ, ซีเคร็ตเซอร์วิส, สถานทูตสหรัฐ, สปายรัสเซีย, แฝงตัวทำงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b646d44b1866.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
