<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทยสภาสอบ หมอบอนด์รีวิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แพทยสภาขึงขัง เตรียมเรียกหมอบอนด์เข้าชี้แจงรีวิวผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ชี้เป็นการใช้วิชาชีพไปหาประโยชน์ทั้งที่มีข้อห้าม โทษสูงสุดถึงเพิกถอนใบอนุญาต สุดท้ายแบะท่าอาจแค่ตักเตือนเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวถึงกรณีตำรวจออกหมายเรียก นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือหมอบอนด์ ที่รีวิวสินค้า &amp;quot;คลีโอ&amp;quot; ในเครือข่ายผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ร่วมกับ น.ส.ปวีณา นามสงคราม หรือน้ำผึ้ง เทคมีเอาท์ ภรรยา และนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย โดยคลิปรีวิวดังกล่าว หมอบอนด์ได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการใช้วิชาชีพแพทย์ไปขายของ ไปหาประโยชน์ หรือไปรับรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งถือว่าผิดข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 ข้อ 44 ที่ระบุว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด ถ้าต้องการแสดงตนเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชน จะต้องไม่ใช้คำว่า นายแพทย์ แพทย์หญิง คำอื่นใด หรือกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็น หรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำอย่างใดๆ ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สัมพันธ์กล่าวว่า หากเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น เครื่องบิน รถ ก็คงไม่เป็นอะไร แต่การรีวิวดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยาลดความอ้วน ฟอกขาว พวกนี้กระทำไม่ได้ แต่ก็มีเปิดช่องไว้ในข้อบังคับข้อที่ 45 คือ เมื่อแสดงความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องเปิดเผยด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากธุรกิจนั้น เช่น เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ร่วมทุน เป็นเจ้าของเอง เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าคุณต้องการขายของหรือไม่ สำหรับบทลงโทษในเรื่องจริยธรรมนั้นมี 4 ระดับคือ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมามักจะเป็นการว่ากล่าวตักเตือน เนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้กฎหมายหรือข้อบังคับ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีของหมอบอนด์ก็คงต้องมีการสอบสวน โดยเลขาธิการแพทยสภาจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภาครั้งถัดไป คือช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ร้อง เพื่อตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนจริยธรรม โดยจะสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ลึกซึ้งแค่ไหน มีส่วนรู้เห็นแค่ไหน ว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่ มีสารที่มีปัญหาต่อสุขภาพหรือไม่ คาดว่าไม่น่านาน เพราะค่อนข้างชัดเจน แต่ต้องให้เจ้าตัวเข้ามาชี้แจงด้วย ซึ่งระดับของโทษทางจริยธรรมจะพิจารณาว่าเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากเขาไม่รู้ ไม่ทราบจริงๆ ก็อาจจะเป็นเพียงการว่ากล่าวตักเตือน&amp;quot; นพ.สัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จริงๆ แล้วแพทย์ควรจะรู้ข้อบังคับของแพทยสภาหรือไม่ นพ.สัมพันธ์กล่าวว่า ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจน แต่จะมีกี่คนที่อ่านข้อบังคับ แต่โดยจิตวิญญาณแล้วน่าจะรู้ระดับหนึ่งว่าไม่เหมาะสมในการนำวิชาชีพแพทย์ไปขายผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือไปรับรอง ซึ่งก็ไม่ต่างจากวิชาชีพอื่น เช่น พยาบาล ทันตแพทย์ หรือเภสัชกร ที่มีระเบียบข้อบังคับคล้ายๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในการเรียนก็มีเรื่องจริยธรรมก็น่าจะรู้หรือไม่ โทษจึงไม่ควรเป็นเพียงว่ากล่าวตักเตือน นพ.สัมพันธ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วแพทย์เรียนค่อนข้างหนัก อย่างกฎหมายหรืออะไรที่ไม่เกี่ยวกับแพทย์ก็ต้องเรียนเยอะ ไม่สามารถรู้ได้ทุกแง่ทุกมุม เด็กจบแพทย์ใหม่ปีละ 3,000 คน เชื่อว่ามีไม่ถึง 100 คนที่ทราบ อย่างไรก็ตาม แพทยสภาจะใช้กรณีดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ในการเตือนแพทย์คนอื่นๆ ว่าไม่ควรกระทำในลักษณะเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนไทยเชื่อคนง่าย และยิ่งเป็นหมอก็ยิ่งเชื่อถือ จึงอยากย้ำว่าอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเห็นว่าเป็นหมอ แต่ควรมีการตรวจสอบก่อนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่าน อย.หรือไม่ และหน่วยงานที่รับผิดชอบควรมีคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้ประชาชนโทรศัพท์สอบถาม และควรมีข้อสงสัยว่าส่วนผสมของผลิตภัณฑ์มีอะไรบ้าง มีสารอันตรายหรือไม่ เพราะเวลาขายของจริงอาจมีการใส่ส่วนผสมเกินไปกว่าที่จดแจ้งได้&amp;quot; นพ.สัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข มีการแถลงข่าว โดย นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ได้มีการเฝ้าระวังกรณีการตรวจจับสินค้าเครือข่ายเมจิก สกิน มาตั้งแต่ต้น โดยผลิตภัณฑ์ได้มาจดแจ้งกับ อย.ในปี 2560 และ อย.ได้สุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 กระทั่งมีคำสั่งเพิกถอนเรียกคืนผลิตภัณฑ์จำนวน 266 รายการ และประกาศให้ประชาชนทราบในเดือน มี.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ อย.กล่าวถึงการรีวิวของดารา นักร้อง ว่าการโฆษณานั้น โดยหลักการแล้ว ทุกคำพูด ทุกประโยคต้องได้รับอนุญาต โดยจะต้องไม่มีข้อความเกินจริงทุกคำพูด ไม่เช่นนั้นเป็นความผิด ซึ่งหากตัวดารา นักร้องไม่สะดวกเข้ามาเอง ทางบริษัทต้นสังกัดควรมาขออนุญาตแทน ซึ่งขอเตือนดารา นักร้อง ว่าหากมีการรีวิวผลิตภัณฑ์และเกิดการตายของผู้บริโภคขึ้น จะมีโทษสูงสุดคือการจำคุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวถึงอาหารเสริมลีน ที่มีข่าวผู้ที่กินเข้าไปเสียชีวิตหลายราย โดยกรณีที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 พบผู้ชายอายุ 47 ปี เสียชีวิตที่ จ.ปทุมธานี โดยพี่สาวผู้ตายให้การว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ได้กินยาลดความอ้วนมา 2 เดือน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบผลิตภัณฑ์ Lyn DTOX fS3 (ลีนกล่องสีดำ) และผลิตภัณฑ์ Lyn BLOCK BURN BREAK BUILD (ลีนกล่องสีขาว) จึงได้เก็บผลิตภัณฑ์ลีนทั้งสองรายการไปตรวจสอบว่ามีสารอันตรายหรือไม่ สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ และในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่จาก อย. สสจ.ปทุมธานี ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้สนธิกำลังร่วมกันตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินเข้าไปเสียชีวิต, น.ส.ปวีณา นามสงคราม, นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์, บริษัท เมจิก สกิน จำกัด, รีวิวผลิตภัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอบอนด์, อาหารเสริมลีน, เพิกถอนใบอนุญาต, แพทยสภาขึงขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae71d7b517b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
