<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะแพทย์จุฬาฯแจงไม่เกี่ยวข้องกับความเห็น &#039;หมอธีระ&#039; ยันสนับสนุนให้คนไทยฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 เมย. เพจเฟสบุ๊คโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;โดยอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเรียนให้ทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบว่า ข้อมูลเหล่านั้นเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลของอาจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนั้นเพียงผู้เดียว มิใช่เป็นความเห็นทางวิชาการขององค์กรของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรา และเรายังยืนยันที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผู้เชี่ยวชาญต่อสาธารณชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยมีสุขภาพที่ดี ดังที่เราได้ปฏิบัติเสมอมาผ่านแหล่งข้อมูลหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในนามองค์กรของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เรายังสนับสนุนให้คนไทยทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยถ้วนหน้า เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ลงวันที่ 10 เมย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ประกาศ ดังกล่าวออกมาภายหลังที่รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาให้ความเห็นกล่าวหาว่าประสิทธิภาพวัคซีนโควิด 19 ที่ไทยนำเข้าให้บริการมีประสิทธิภาพต่ำมาก หรือคิดเป็นเพียง 2% เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99128</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอธีระ, ออกแถลงการณ์, แพทย์จุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60726b604c7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพทย์จุฬาฯ&#039;ห่วงเคสปทุมฯสะท้อนไม่ตระหนักติดเชื้อ ย้ำหน้ากาก100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ทั่วโลก 15 กุมภาพันธ์ 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้อัตราการติดเชื้อรายวันลดลงกว่าเดิม ไปเทียบเท่ากับช่วงตุลาคมปีที่แล้ว ประมาณ 1 ล้านคนต่อ 3 วัน เป็นผลมาจากการที่หลายต่อหลายประเทศในยุโรปตัดสินใจล็อคดาวน์ยาวนาน และยังไม่ตัดสินใจคลายล็อค แต่เร่งระดมฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เฉกเช่นเดียวกับหลายประเทศเช่น นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย พอพบเคสติดเชื้อไม่กี่ราย ก็ตัดสินใจ hit hard hit early ล็อคดาวน์ระยะสั้นในเมืองนั้น และเร่งตรวจคัดกรอง มาตรการดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดทำให้เห็นภาพการชะลอตัวของการระบาดในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการระบาดลงไปได้อีก และจะเห็นชัดในมีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้มีประเทศที่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วทั้งสิ้น 60 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 283,777 คน รวมแล้วตอนนี้ 109,345,591 คน ตายเพิ่มอีก 6,840 คน ยอดตายรวม 2,409,978 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 103,421 คน รวม 28,090,926 คน ตายเพิ่มอีก 5,603 คน ยอดตายรวม 492,038 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 11,434 คน รวม 10,916,172 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 24,759 คน รวม 9,834,513 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 14,185 คน รวม 4,071,883 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 10,972 คน รวม 4,038,078 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล สหรัฐอาหรับอีมิเรตส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มแบบทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง&amp;nbsp; สิงคโปร์ และเวียดนาม ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์สถานการณ์ของเรา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;60 ประเทศได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว โดยมีประเทศที่ใช้วัคซีน Pfizer/Biontech ไปประมาณ 57 ประเทศทั่วโลก ฉีดไปแล้ว 25.19 ล้านคน Moderna 27 ประเทศ ฉีดไปแล้ว 23.11 ล้านคน รวมแล้วสองชนิดฉีดไปราว 50 ล้านคน จากจำนวนคนที่ได้วัคซีนไปแล้วทั้งสิ้น 87 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้นแม้วัคซีนทั้งสองชนิดจะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิเย็นจัด ก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรค หากวางแผนบริการจัดการไว้ล่วงหน้าได้ดี เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ต่างก็นำไปใช้ เพราะมีสรรพคุณในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้สูงสุดในบรรดาทุกวัคซีนที่มีขณะนี้
สำหรับสถานการณ์การระบาดนั้น หากลองเหลียวดูปทุมธานี พบว่าน่าเป็นห่วง เพราะมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวานนี้ตรวจเชิงรุกไป 684 คน พบว่ามีติดเชื้อ 41 คน คิดเป็นประมาณ 6% ถือว่าสูงมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเมื่อกลางปีที่แล้วประมาณ 10 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าสังเกตคือ ด้วยความชุกของการติดเชื้อที่สูงเช่นนี้ แต่กลับไม่มีการตรวจพบในระบบบริการทางการแพทย์เลย แปลง่ายๆ คือ ไม่มีคนเดินเข้ามาตรวจเองเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ข้างต้น อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะสะท้อนถึงภาวะที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ตระหนักถึงโอกาสที่ตนเองจะติดเชื้อ บางคนอาจมีอาการคล้ายหวัดแต่ไม่ได้เอะใจ ไม่ได้ไปตรวจรักษา และอาจส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อไปได้เรื่อยๆ ในชุมชนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พอเห็นภาพสถานการณ์เช่นนี้ น่าจะถึงเวลาที่รณรงค์ให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ตระหนักถึงการระบาดที่แฝงในชุมชน และขันน็อตการป้องกันตัวเองให้เข้มแข็ง หมั่นสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายคล้ายหวัด ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคมเปญหน้ากาก 100% จำเป็นต้องทำ ด้วยรักและปรารถนาดี&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93048</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, วัคซีน, แพทย์จุฬา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์จุฬาฯห่วงโควิดวิกฤติมาก! ปลุกคนไทยจำศีล แนะ5สิ่่งที่ศบค.ต้องเร่งทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค. 63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลก 28 ธันวาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอฟริกาใต้ทะลุล้านคนเป็นประเทศที่ 18 ของโลกไปแล้ว เนเธอร์แลนด์จะเป็นประเทศที่ 19 ภายในเดือนหน้าหากไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 418,268 คน รวมแล้วตอนนี้ 81,068,815 คน ตายเพิ่มอีก 6,642 คน ยอดตายรวม 1,770,618 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 162,492 คน รวม 19,542,483 คน ตายเพิ่มอีกถึง 1,262 คน ยอดตายรวม 340,592 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 20,333 คน รวม 10,208,725 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 18,479 คน รวม 7,484,285 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 28,284 คน รวม 3,050,248 คน ทั้งนี้ด้วยประชากรถึง 144.5 ล้านคน อัตราการติดเชื้อเช่นนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีโอกาสแพร่ระบาดยาวนานต่อเนื่องแม้จะมีการนำวัคซีนมาทยอยฉีดไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็อาจยังเห็นผลได้ยากในด้านการควบคุมโรค มาตรการป้องกันส่วนบุคคลจำเป็นต้องเคร่งครัดมาก และการระงับการเดินทางและการพบปะกันถือว่าจำเป็นสำหรับสถานการณ์เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 8,822 คน รวม 2,559,686 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมา และเกาหลีใต้ ติดเพิ่มหลายร้อยถึงเฉียดพัน ส่วนจีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมา&amp;nbsp;เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 606 คน ตายเพิ่มอีก 22 คน ตอนนี้ยอดรวม 121,886 คน ตายไป 2,601 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงคริสต์มาสต่อปีใหม่ ยอดการติดเชื้อใหม่ของทั่วโลกจะดูลดลงเพราะหลายประเทศไม่ได้รายงานเพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดของเค้า ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์ติดเชื้อจริงนั้นสูงกว่าตัวเลขที่มีพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองสถานการณ์โลก และสถานการณ์ไทยเรา คล้ายกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบาดซ้ำของไทยเราตอนนี้หนักหนาสาหัสครับ มาตรการที่ทำอยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การติดเชื้อไม่ได้มีเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างที่เห็นในระลอกแรกอีกต่อไป เพราะตอนนี้กระจายไปทั่ว ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนมีความเสี่ยงที่จะมีโอกาสรับและแพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบการตรวจคัดกรองก็มีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการจำเป็นของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบการติดตามสอบสวนโรคนั้นแม้จะทำกันอย่างเต็มกำลังก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์ระบาดซ้ำที่เร็ว แรง กระจายไปทั่ว จำนวนมากเช่นนี้ได้ สอดคล้องกับหลายประเทศที่เคยออกมาแชร์บทเรียนให้โลกทราบว่าไม่สามารถรับมือได้จริงๆ เช่น สหราชอาณาจักร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเตรียมไว้กี่ทีม ก็ไม่มีทางเพียงพอ ด้วยสัจธรรมที่ว่า คนติดเชื้อหนึ่งคนนั้นจะมีประวัติการสัมผัสและพบปะผู้คนจำนวนมากถึงหลักร้อยหลักพัน พอมีการระบาดซ้ำ จะมีคนติดเชื้อจำนวนมากหลักร้อยหลักพันหรือมากกว่านั้นในเวลาเดียวกัน การสอบสวนโรคจึงไม่มีทางจะรองรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่จึงเป็นสิ่งย้ำเตือนว่า &amp;quot;โรคระบาดรุนแรงเช่นนี้ ต้องมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคเป็นหลัก&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ประชาชนจำเป็นต้องทำคือ การป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อหรือไม่ให้แพร่เชื้อแก่คนอื่นด้วยการใส่หน้ากาก 100%, การอยู่บ้าน...หยุดเชื้อ...เพื่อชาติ ครั้งที่สอง/ครั้งใหม่/ซ้ำอีกครั้ง, และการสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายให้รีบไปตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐและศบค.ต้องทำคือ เร่งตรวจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้, รายงานรายละเอียดข้อมูลไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในทุกพื้นที่ให้ประชาชนได้ทราบเพื่อประเมินความเสี่ยงของตนเองและไปรับการตรวจ, ยุติการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณว่าระบบสาธารณสุขจะเอาอยู่,&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลดละเลี่ยงการโปรโมทการท่องเที่ยวในช่วงระบาดรุนแรงเช่นนี้ พร้อมกับเตือนคนเดินทางท่องเที่ยวให้ท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง (Travel with caution), ประกาศปิดกิจการเสี่ยงต่างๆ และกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มากทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือช่วงเวลาวิกฤติมาก เวลาทองในการคุมการระบาดมีแค่ถึงกลางมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเป็นต้องตัดสินใจช่วยกัน&amp;quot;จำศีล&amp;quot;&amp;nbsp; ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น พร้อมหน้ากาก 100%&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88166</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ศบค., แพทย์จุฬา, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่ไวรัสกระจอก &#039;แพทย์จุฬาฯ&#039; ลั่นต้องสู้ทุกวิถีทางสกัดโควิดระบาดระลอกสอง เพราะจะแรง เร็ว คุมยาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 19 ธันวาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดียมียอดทะลุ 10 ล้านแล้ว ถือเป็นประเทศที่สองของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 692,917 คน รวมแล้วตอนนี้ 75,857,686 คน ตายเพิ่มอีก 12,197 คน ยอดตายรวม 1,677,984 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 236,629 คน รวม 17,805,150 คน ตายเพิ่มอีก 2,911 คน ยอดตายรวม 320,002 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 27,065 คน รวม 10,004,825 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 52,545 คน รวม 7,162,978 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่มอีก 28,552 คน รวม 2,791,220 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 15,674 คน รวม 2,442,990 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และอาร์เจนตินา ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวีเดน โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าพรุ่งนี้เยอรมันน่าจะแซงโคลอมเบียขึ้นเป็นที่ 11 ของโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังไม่ดีขึ้น ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวีเดน เคยเน้นมาตรการที่ไม่บังคับเข้มงวด แต่สุดท้ายแล้วก็ทำให้ประสบปัญหาการระบาดหนัก ล่าสุดทางกษัตริย์ของสวีเดนทรงออกมาชี้แนะว่ามาตรการที่ผ่อนคลายแบบที่เคยทำมานั้นไม่สามารถควบคุมโรคได้ และมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดนมาร์กติดเพิ่มหนักมากขึ้นไปอีก ทำลายสถิติเดิม 4,508 คน นอกจากนี้ใช้เวลาแค่ 5 วันในการมียอดติดเชื้อสะสมแซง 7 ประเทศ ทั้งโอมาน อียิปต์ เอธิโอเปีย ปาเลสไตน์ ตูนีเซีย ฮอนดูรัส และเมียนมาร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ และเวียดนาม ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,116 คน ตายเพิ่มอีก 21 คน ตอนนี้ยอดรวม 114,198 คน ตายไป 2,398 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เป็นวันครบรอบ 9 เดือน นับจากวันที่ 19 มีนาคม 2563 ที่โรงเรียนแพทย์ได้เรียนเสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ตัดสินใจดำเนินมาตรการเข้มข้นเพื่อจัดการการระบาดในระลอกแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราจึงมีตัวเลขติดเชื้ออยู่ระดับหลักพันดังเช่นวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราช่วยกันทั้งประเทศอย่างเต็มที่เพื่อจัดการระลอกแรกได้ แต่ปัจจุบันคงต้องยอมรับกันเสียทีว่าสถานการณ์มีความเสี่ยงมากที่จะเกิดการระบาดซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากมีเคสติดเชื้อในประเทศหลากหลายรูปแบบ หลายเคสหาต้นตอไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการลักลอบเข้าเมืองอีกจำนวนไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดของเคสติดเชื้อที่ตลาดแพปลานั้น หากวิเคราะห์ตามหลักระบาดวิทยาแล้ว เหมือนเป็นปรากฏการณ์ swiss cheese phenomenon คือรูของเนยแข็งมาเรียงตรงกันพอดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งในแง่ของตัวผู้ติดเชื้อที่ดูจะมีประวัติไม่ค่อยได้ใส่หน้ากากป้องกัน ทำอาชีพที่ต้องพบปะคนเยอะทั้งคนงานและคนที่มาซื้อของ นอกจากนี้ในแง่ของเชื้อที่มีนั้นก็มีปริมาณมาก โอกาสแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นย่อมสูง และในแง่ของสิ่งแวดล้อม ที่มีโอกาสแออัด และมีการจับต้องสิ่งของสาธารณะต่างๆ ร่วมกันได้มาก
จำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงานกันมาดูเพิ่มขึ้นจากเดิม และยังไม่รู้ว่าจะจบลงที่ตัวเลขเท่าใด ลักษณะแบบนี้ผมจัดเป็น superspreading event หรือการแพร่ในวงกว้าง ที่ต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วนและเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์เช่นนี้ ควรพิจารณาคัดกรองคนเข้าออกพื้นที่จังหวัด รณรงค์ให้เลี่ยงการเดินทางเข้าออกโดยไม่จำเป็น ใส่หน้ากาก 100% และให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่สังเกตอาการตนเองและสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการเร่งทำการตรวจคัดกรองโควิดวงกว้าง เน้นการตรวจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะจัดการปัญหานี้ ใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสั่งหรือประกาศนโยบายอะไรออกไปในช่วงวิกฤตินั้น ต้องใช้สติ และปัญญาในการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มิฉะนั้นแทนที่จะเกิดผลดี กลับทำให้เกิดภาวะเครียด และโอกาสผิดพลาดสูงขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวัดธรรมดา...เห็นคำนี้ก่อนระลอกแรกมาแล้ว โชคดีที่ทุกคนในประเทศช่วยกันเต็มที่จึงรอดมาได้ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่หวัดธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไวรัสกระจอก...เห็นคำนี้แล้ว เราต้องสู้ทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดระลอกสอง เพราะจะแรง เร็ว คุมยาก ยืนยันว่ามันไม่ใช่ไวรัสกระจอก เห็นชัดๆ ว่าติดไปแล้วเกือบ 76 ล้าน ตายไปแล้วกว่า 1.6 ล้านคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#โควิดไม่ใช่โรคประจำถิ่น #การติดเชื้อไม่ใช่เรื่องปกติ #ยึดติด0ไม่ได้แต่เลี่ยงการนำความเสี่ยงสู่ประเทศได้ #ไม่ใช่เน้นโกยเงินแลกเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกท่านครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;


	ส่อหนัก! ตลาดกลางกุ้ง &amp;#39;สมุทรสาคร&amp;#39; พบติดโควิด 19 เพิ่มรวม 13 ราย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87298</URL_LINK>
                <HASHTAG>แพทย์จุฬา, โควิด19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์จุฬาฯค้านเปิดประเทศ เตือนหายนะโควิดรอบ2มาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 63 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลกล่าสุด 28 กันยายน 2563... อินเดียทะลุหกล้าน ทั่วโลกตายเกินล้านแล้ว...เมื่อวานติดเพิ่มไปอีก 238,597 คน รวมแล้วตอนนี้ 33,273,627 คน ยอดตายรวม 1,001,543 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา ติดเพิ่ม 34,866 คน รวม 7,319,216 คน&amp;nbsp; อินเดีย ติดเพิ่ม 82,835 คน รวม 6,073,348 คน ตายเพิ่มเกินพัน บราซิล ติดเพิ่ม 14,318 คน รวม 4,732,309 คน รัสเซีย ติดเพิ่ม 7,867 คน รวม 1,151,438 คน เป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องกันถึง 15 วันแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5-10 แต่ละประเทศยังคงลำดับเดิม โคลอมเบีย เปรู เม็กซิโก สเปน อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ ติดกันหลักพันถึงหมื่นกว่าคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายประเทศในยุโรป ทั้งฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหมื่นกว่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดว่าฝรั่งเศสจะแซงแอฟริกาใต้ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10 ภายใน 14 วันหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเมียนมาร์ ติดเพิ่มกันหลักร้อยถึงหลายร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และออสเตรเลียติดเพิ่มกันหลักสิบถึงเฉียดร้อย ในขณะที่ฮ่องกง เวียดนาม และนิวซีแลนด์ก็ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ยังรุนแรงต่อเนื่อง ติดเพิ่มไปอีกถึง 743 คน ตายเพิ่มอีก 28 คน ตอนนี้ยอดรวมถึง 10,734 คน ตายไปมากถึง 226 คน อัตราตายตอนนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 2.1% แล้ว พรุ่งนี้จะมียอดรวมแซงมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากดูอัตราการเสียชีวิตในประเทศที่มียอดติดเชื้อสะสมมากสุด 10 อันดับแรก พิสัยกว้างตั้งแต่ 1.6-10.5% เลยทีเดียว ที่สูงสุดตอนนี้คือเม็กซิโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากดูข้อมูลย้อนหลังสำหรับกลุ่มประเทศที่แง้มประตู มักจะเกิดการติดเชื้อในประเทศภายใน 4-6 สัปดาห์ และส่วนใหญ่จะมีปัญหาการระบาดซ้ำภายใน 2-6 สัปดาห์หลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ของเรา...แง้มประตูตอนปลายกรกฎาคม และพบเคสติดเชื้อในประเทศ ณ 6 สัปดาห์หลังจากนั้น ในขณะที่มีหลายเคสที่มีข้อมูลสงสัยว่าน่าจะมีการติดเชื้อภายในประเทศ แต่ทุกรายที่ได้ทราบกันก็ยังไม่มีข้อมูลสืบไปถึงต้นตอการติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...การจะตรวจพบว่ามีการติดเชื้อในประเทศแพร่ต่อกันมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียวคือ จำนวนการตรวจที่ต้องตรวจในวงกว้างมากกว่าที่จะไปเจาะตรวจเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพราะรูปแบบการแพร่เชื้อในระลอกสองจะหาต้นตอไม่ค่อยได้ ดังนั้นรัฐจึงควรจัดบริการตรวจคัดกรองที่หลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเมือง และรณรงค์ให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจได้ในทุกสิทธิการรักษาพยาบาล ไม่ควรจำกัดเฉพาะการมีประวัติเสี่ยงและมีอาการที่สงสัย เนื่องจากคนติดเชื้อมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีอาการใดๆ หรือมีอาการน้อยๆ คล้ายหวัด แต่สุดท้ายกลุ่มเหล่านี้ก็สามารถแพร่เชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ปัจจุบัน รัฐควรจัดบริการตรวจ COVID-19 ให้เหมือนการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีได้แล้วครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำคัญที่สุดคือ หากหลงไปตัดสินใจรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนเยอะ พร้อมลดเวลากักตัวจาก 14 วันเหลือ 7 วัน...ก็รอรับหายนะระบาดซ้ำได้ ไม่ช้าก็เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอถึงเวลานั้นจริงๆ...ยากครับที่จะเอาอยู่ ขอเรียนตรงๆ ไว้ล่วงหน้า&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78823</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, เปิดประตู, แพทย์จุฬา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความคิดโง่ๆ! &#039;หมอธีระ&#039;ค้านสุดตัว&#039;ทราเวล บับเบิล&#039; เดิมพันชีวิตคนไทยทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 -&amp;nbsp; รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ความคิดโง่ๆ คือ การที่คิดว่าเราเนื้อหอม มีคนมากมายมาต่อคิวเพื่อขอทำสัญญาเข้ามาสุงสิงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงคือ เค้าตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ไม่สามารถทำให้อยู่ในสถานการณ์แบบเราได้ จะติดต่อกับคนอื่นก็ล้วนไม่ปลอดภัย เลยมาติดต่อกับเราเพราะเราปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือ การทำสัญญาแบบ&amp;quot;เธอเชื่อใจฉัน ฉันเชื่อใจเธอ เราจะไม่กักกัน&amp;quot; นั้น มันยุติธรรมต่อคนของเราจริงหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวที่เราเห็นแทบทุกวันคือ อาชญากรรม ทำร้าย ข่มขืน ฆ่า ยังเกิดได้กับคนในครอบครัวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือการเดิมพันชีวิตคนทั้งประเทศด้วยการเชื่อใจ โดยดูตัวเลขที่รายงาน และเชื่อใจระบบการตรวจของเค้า แลกกับให้เค้าเชื่อเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรฐานด้านการตรวจ การเคารพระเบียบวินัยกฎกติกามารยาท และการไม่โป้ปดมดเท็จนั้น อาจมีความแตกต่างกันมากในแต่ละคน แต่ละพวก แต่ละฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทำสัญญาโดยผลดีผลเสียเกิดแค่ระดับบุคคล คงไม่สนใจออกมาค้าน แต่นี่เดิมพันด้วยชีวิตคนทั้งหมด เรื่องแบบนี้ไม่ควรยินยอมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเจอเรื่องเชียร์แข่งรถขณะเกิดโรคระบาดในสังคม เราเคยได้ยินเรื่องหน้ากากล่องหนในยุคหวัดธรรมดา เราเคยเจอเรื่องยาเสพติดรักษาสารพัดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังสร้างวิกฤติไม่พออีกหรือ?&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69996</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทราเวลบับเบิล, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, เปิดประเทศ, แพทย์จุฬา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed44c75460f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์จุฬาฯเล่าประสบการณ์รักษาผู้ป่วยโควิด ให้นอนคว่ำ พบการหายใจดีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป้วยโควิด ที่ถูกจัดท่าให้นอนคว่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.63 ทีมแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ ที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน Facebook Live Streaming ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ &amp;nbsp;&amp;ldquo;COVID Grand Round On the webcast&amp;rdquo; ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ &amp;quot;Management in severe COVID: interactive case discussion&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.โอฤภาส พุทธเจริญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.โอฤภาส พุทธเจริญ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ ให้ข้อมูลว่า ในเคสผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรง เพศชาย อายุ 59 ปี มีอาชีพเป็นเซียนมวย &amp;nbsp;มีประวัติไปสนามมวยมาก่อน &amp;nbsp;มีอาการปวดเมื่อยตามตัว เป็นไข้ มีน้ำมูกใส เหมือนเป็นหวัด จึงได้มาที่รพ.จุฬาฯ เพื่อมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp; &amp;nbsp;และพบว่าเป็นโรคเบาหวานด้วย &amp;nbsp;จากการซักประวัติอีกรอบ โดยดูจากการเอกซเรย์ปอด ในครั้งแรกก็ยังสรุปไม่ด้ว่าได้รับเชื้อหรือไม่ &amp;nbsp;หรืออาจจะเพราะเชื้อน้อยมาก จากนั้นมีการติดตามมาตรวจซ้ำแบบ PCR ด้วยเสมหะ พบว่าผลเป็นบวก มีปริมาณเชื้อ CT (ถ้าบริมาณเชื้อน้อยค่า CT ก็จะสูงขึ้น แต่หากเชื้อมากค่า CT ก็จะน้อยลง) อยู่ที่ 26.39 ซึ่งมีความสำคัญในการติดตามรักษา ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยรายนี้ที่ทำการรักษาในเวลา 32-35 วัน ก็ตรวจ PCR เป็นลบ ไม่พบเชื้อแล้ว สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจและย้ายออกจากห้อง ICU &amp;nbsp;ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีในการรักษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผศ.นพ.โอฤภาส กล่าวต่อว่า สำหรับในบางกรณีผู้ป่วยที่มีอาการโควิด-19 รุนแรงอาจจะอายุน้อยกว่า 65 ปี ในส่วนของการใช้ยารักษา ยังไม่มีผลสรุปแน่ชัดว่ายาตัวไหนดีที่สุด ซึ่งยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยรุนแรง คือ Remdesivic, Favipiravir, HCQ&amp;amp;CQ, Protease inhibitors, Ribavirin, IFN, Convalescent plasma และ IVIG และการรักษาควบคู่ไปการใช้เครื่องช่วยหายใจ และอื่นๆ &amp;nbsp;ย้ำว่าคนไข้ที่มีอาการน้อยอาจจะไม่ต้องกินยาจะหายได้เองเพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 5 คน จัดท่านอนให้ผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.นพพล ลีลายุวัฒนกุล อายุรแพทย์โรคปอดและเวชบำบัดวิกฤติ กล่าวเสริมว่า ในการรักษาแบบอื่นๆ สำหรับคนไข้โควิด-19 วัย 59 ปี รายแรกที่ได้รับการทำ Prone Position คือให้คนไข้นอนคว่ำ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการหายใจ และปอดมีการเปิดเยอะขึ้น ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์จำนวน 5 คน โดย 4 คนจะอยู่บริเวณด้านข้าง และอยู่ตรงบริเวณศีรษะ1 คน ที่มีความสำคัญในสั่งการ เมื่อทำการพลิกตัวเสร็จแล้วต้องจัดท่านอนให้เรียบร้อย ซึ่งผลของของการทำใน 2 วัน วันละ 16 ชั่วโมง ทำให้ค่า PF ratio &amp;nbsp;เพิ่มสูงขึ้นเกิน 200 &amp;nbsp;ดังนั้นที่กำหนดรักษาในโรงพยาบาลจุฬาฯ จะทำการ Prone 16 ชั่วโมง และหงาย 4 ชั่วโมง จะหยุดก็เมื่อค่า PF ratio &amp;nbsp;มากกว่า 150 อย่างน้อย 4 ชั่วโมงขณะนอนหงาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.นพพล ลีลายุวัฒนกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ทั้งนี้ในการทำ Prone Position ก็อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น อาทิ เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือการบีบอัดเส้นประสาท ฯลฯ และที่สำคัญคือการจัดท่า โดยเฉพาะตรงส่วนคอ มีความสำคัญมาก และไม่ควรทำในคนไข้ที่มีอาการช็อก มีภาวะเลือดออกเฉัยบพลัน &amp;nbsp;คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดต้นคอภายใน 2 สัปดาห์ หรือมีการตั้งครรภ์ เป็นต้น ทั้งนี้มีข้อมูลในการรักษาด้วยการทำ Prone Position ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่อู่ฮั่น ประเทศจีนจำนวน 12 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม &amp;nbsp; 1. กลุ่ม 7 รายที่ใช้การทำ &amp;nbsp;Prone (มี 3 รายใช้ ECMO ด้วย) 2.กลุ่ม &amp;nbsp;5 ราย ที่ไม่ได้ทำ Prone และมี 2 รายที่เสียชีวิต จากการศึกษานี้อาจจะช่วยให้ปอดเปิดเยอะขึ้น ซึ่งยังต้องทำการศึกษาต่อไป&amp;rdquo; นพ.นพพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สามารถติดตามย้อนหลังได้ที่ &amp;nbsp;https://www.facebook.com/medicine.chulalongkornuniversity
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64050</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรักษาผู้ป่วยโควิด-19, แพทย์จุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea16da0b8101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
