<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดโลกทะลุ174ล้านคน! ห่วงไทยติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลก 7 มิถุนายน 2564... ทะลุ 174 ล้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 314,886 คน รวมแล้วตอนนี้ 174,028,795 คน ตายเพิ่มอีก 6,881 คน ยอดตายรวม 3,742,979 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล โคลอมเบีย อาร์เจนตินา และรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 5,849 คน รวม 34,210,223 คน ตายเพิ่ม 161 คน ยอดเสียชีวิตรวม 612,363 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 101,232 คน รวม 28,909,604 คน ตายเพิ่ม 2,445 คน ยอดเสียชีวิตรวม 349,229 คน อัตราตาย 1.2%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 39,637 คน รวม 16,947,062 คน ตายเพิ่มถึง 775 คน ยอดเสียชีวิตรวม 473,404 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 5,070 คน ยอดรวม 5,712,753 คน ตายเพิ่ม 25 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,998 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกี ติดเพิ่ม 5,386 คน รวม 5,287,980 คน ตายเพิ่ม 96 คน ยอดเสียชีวิตรวม 48,164 คน อัตราตาย 0.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน และมองโกเลีย ที่ยังหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ภาพรวมสถานการณ์ของโลกนั้น จำนวนการติดเชื้อเฉลี่ยรายวันเกินสี่แสนคนต่อวัน พอๆ กับช่วงปลายตุลาคมปีที่แล้ว ส่วนจำนวนการเสียชีวิตเฉลี่ยรายวันต่ำกว่าหมื่นคนต่อวัน พอๆ กับช่วงพฤศจิกายนปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูสถิติเปรียบเทียบแต่ละสัปดาห์ พบว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาทั่วโลกมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มรายสัปดาห์ ลดลง 16% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และมีจำนวนผู้เสียชีวิตรายสัปดาห์ ลดลง 12%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองดูสถิติในภูมิภาคเอเชีย 48 ประเทศ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่ามี 16 ประเทศ ที่มีจำนวนการติดเชื้อรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า โดยไทยก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ โดยเพิ่มราว 6% ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตรายสัปดาห์ ลดลงนิดหน่อย ประมาณ 2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ตอนนี้ไทยเรามียอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 27 แต่จำนวนการติดเชื่อใหม่ต่อวันของเมื่อวาน ติดอันดับ 10 จำนวนผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่างการดูแลรักษา หรือ active case ติดอันดับ 9 และจำนวนผู้ป่วยรุนแรงหรือวิกฤติ ติดอันดับ 6 ของเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนย้ำว่า วันนี้หากไปในที่ที่มีคนเยอะๆ ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัวไว้ล้างมือบ่อยๆ พกปากกาส่วนตัวไปด้วย เจอคนอื่นๆ พยายามพูดคุยน้อยๆ สั้นๆ อยู่กันห่างๆ ระวังการใช้สุขาสาธารณะ เลี่ยงการกินดื่มในที่ที่มีคนเยอะ รวมถึงร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า กลับถึงบ้าน อย่าเพิ่งไปคลุกคลีกับคนในบ้าน ไปอาบน้ำอาบท่าก่อน ด้วยรักและห่วงใย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105514</URL_LINK>
                <HASHTAG>174ล้าน, ติดเชื้อ, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604577b122b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกติดเชื้อทะลุ171ล้านแล้ว! ย้ำคนไทย4พื้นที่ต้องระวังเคร่งครัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลก 31 พฤษภาคม 2564 ทะลุ 171 ล้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 388,746 คน รวมแล้วตอนนี้ 171,006,874 คน ตายเพิ่มอีก 7,837 คน ยอดตายรวม 3,556,019 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และรัสเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 7,604 คน รวม 34,042,922 คน ตายเพิ่ม 124 คน ยอดเสียชีวิตรวม 609,544 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 153,485 คน รวม 28,046,957 คน ตายเพิ่ม 3,129 คน ยอดเสียชีวิตรวม 329,127 คน อัตราตาย 1.2%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 43,520 คน รวม 16,515,120 คน ตายเพิ่มถึง 789 คน ยอดเสียชีวิตรวม 461,931 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 8,541 คน ยอดรวม 5,666,113 คน ตายเพิ่ม 44 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,402 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกี ติดเพิ่ม 6,933 คน รวม 5,242,911 คน ตายเพิ่ม 134 คน ยอดเสียชีวิตรวม 47,405 คน อัตราตาย 0.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี อุรุกวัย เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน เบลารุส และยูเครน ที่ยังหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาเลเซียเมื่อวานติดเพิ่ม 6,999 คน ลดลงกว่าวันก่อน แต่เสียชีวิตเพิ่มยังสูงถึง 79 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรานั้น การระบาดยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากรวมยอดรายงานวันนี้ จะแซงประเทศมาเซโดเนียเหนือ ขึ้นเป็นอันดับที่ 82 ได้ และจะแซงไนจีเรียขึ้นเป็นอันดับที่ 81 ได้ภายในสัปดาห์นี้ ถ้าการระบาดไม่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เน้นย้ำให้ระวังการติดเชื้อแพร่เชื้อในที่ต่างๆ ต้องป้องกัน ระมัดระวังอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง สถานที่ทำงาน รวมถึงสถานประกอบกิจการค้าขายและบริการที่มีคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ ตลาด โรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง สถานพยาบาล และสถานที่ลักษณะอื่นๆ ที่ให้บริการวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ขนส่งสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถปรับอากาศ รถตู้ เครื่องบิน รถไฟ รถไฟฟ้า ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ที่อยู่อาศัยที่มีคนจำนวนมาก เช่น ชุมชนแออัด หอพัก อพาร์ตเมนท์ แฟลต คอนโด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดเชื้อในบ้านนั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ การออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว ไว้ล้างมือบ่อยๆ หลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ พบปะคนน้อยๆ สั้นๆ และอยู่ห่างจากคนอื่นมากๆ เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร โรงอาหาร หรือศูนย์อาหาร ซื้อกลับไปแยกกินเองคนเดียวจะดีกว่า ระวังสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนกดชักโครก ล้างมือทุกครั้ง ใส่หน้ากากเสมอขณะใช้สุขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหลังจากกลับมาถึงบ้าน อย่าเพิ่งไปคลุกคลีกับคนในบ้าน ให้ไปอาบน้ำอาบท่าก่อน และคอยสังเกตอาการตนเองและสมาชิกในบ้าน หากไม่สบาย ควรแยกจากคนในบ้าน แล้วรีบไปตรวจรักษา&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604577b122b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดโลกทะลุ159ล้านคน! เตรียมใจศึกในไทยยาวไม่จบพ.ค.นี้แน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ทั่วโลก 10 พฤษภาคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สายๆ จะทะลุ 159 ล้าน โคลอมเบียมีจำนวนติดเชื้อรวมเกินสามล้านคนเป็นประเทศที่ 12 แล้ว สถานการณ์น่าห่วง ติดเพิ่มวันละกว่าหมื่นเจ็ดพันคน ตายเกือบห้าร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 650,067 คน รวมแล้วตอนนี้ 158,945,630 คน ตายเพิ่มอีก 10,179 คน ยอดตายรวม 3,306,035 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล อเมริกา โคลอมเบีย และตุรกี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 20,702 คน รวม 33,475,283 คน ตายเพิ่ม 240 คน ยอดเสียชีวิตรวม 595,811 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 366,499 คน รวม 22,662,410 คน ตายเพิ่ม 3,748 คน ยอดเสียชีวิตรวม 246,146 คน อัตราตาย 1.1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 34,162 คน รวม 15,184,790 คน ตายเพิ่มถึง 934 คน ยอดเสียชีวิตรวม 422,418 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 9,128 คน ยอดรวม 5,777,087 คน ตายเพิ่ม 115 คน ยอดเสียชีวิตรวม 106,392 คน อัตราตาย 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกี ติดเพิ่ม 15,191 คน รวม 5,031,332 คน ตายเพิ่ม 283 คน ยอดเสียชีวิตรวม 43,029 คน อัตราตาย 0.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับญี่ปุ่นนั้น ติดเพิ่มเกือบเจ็ดพันคนต่อวันแล้ว ที่น่าห่วงคือจำนวนคนเสียชีวิตเกินร้อยคนต่อวันติดต่อกันมา 2 วันแล้ว เคยคาดประมาณว่าเค้าจะเข้าช่วงพีคในสัปดาห์ที่ 1-2 ของเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ในระลอกที่สาม ญี่ปุ่นเคยติดเชื้อต่อวันสูงสุด 7,855 คน ณ วันที่ 9 มกราคม 2564 หวังใจว่าจะสามารถควบคุมได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อยู่ระดับหลักร้อยถึงพันกว่า หลายประเทศกดลงมาอยู่หลักร้อย ยกเว้นเบลารุส คาซักสถาน ยูเครน ที่ยังหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อยถึงเกือบพัน ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ และฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เวียดนามระลอกสี่ตอนนี้ติดเพิ่มมากสุดเท่าที่เคยเป็นมา 102 คน ยอดติดเชื้อรวม 3,332 คน ยอดเสียชีวิตรวม 35 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ลาวกำลังเผชิญการระบาดที่หนักหน่วงทีเดียว เริ่มเพิ่มสองหลักต่อวันมาตั้งแต่ช่วง 21 เมษายน 2564 ไปถึงสามหลักในวันที่ 26 เมษายน 2564 ล่าสุดเมื่อวานติดเพิ่ม 69 คน และมีรายงานเสียชีวิตเมื่อวานนี้ 1 คน ยอดรวมตอนนี้ 1,302 คน ยอดเสียชีวิตรวม 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ส่วนกัมพูชานั้น ครั้งนี้ถือว่าเป็นระลอกแรกของเค้า แค่หนักหน่วงมาก ติดหลายร้อยคนต่อวันตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวาน 520 คน ยอดติดเชื้อรวม 19,237 คน ยอดเสียชีวิตรวม 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสถานการณ์ของไทยในปัจจุบัน ทั้งการระบาดภายในประเทศที่รุนแรง กระจายทั่วไป และยังไม่สามารถควบคุมได้ ผนวกกับการระบาดในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ ทั้งกัมพูชา เวียดนาม ลาว เมียนมา และมาเลเซีย คงสามารถพิจารณาได้ว่าวิกฤติ และยากต่อการจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ...หากมีการเตรียมระบบการตรวจคัดกรองโรคที่มีศักยภาพ ทำได้มาก ครอบคลุม และต่อเนื่อง ในลักษณะที่เข้าถึงบริการได้โดยทั่วทุกคน ดังที่เคยกระตุ้นเตือนมาตั้งแต่ปีที่แล้วก่อนการระบาดระลอกสอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ...หากมีอาวุธป้องกันที่ดี มีประสิทธิภาพสูง และปลอดภัย ไม่มีข้อกังขา หลากหลาย ปริมาณมากพอ และเป็นทางหลักที่ไว้ใจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจะลดโอกาสที่จะต้องเผชิญภาวะเช่นนี้...หากมีนโยบายและมาตรการที่เน้นสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นหลัก ดำเนินการอย่างเคร่งครัดเข้มข้นตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองไปข้างหน้า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เตรียมใจไว้ว่า ศึกนี้ยาวครับ ไม่ใช่พฤษภาคมแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้มีพลังกายพลังใจป้องกันตัวและสมาชิกในครอบครัวอย่างเคร่งครัด...หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว และจิตใจที่แข็งแกร่งสนับสนุนกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ดูแลน้องๆ ลูกหลาน ให้มีกำลังใจเรียนที่บ้าน หาเรื่องพูดคุย สอนคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ เพราะโอกาสไปที่สถานศึกษาในตอนนี้น่าจะลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการล็อกดาวน์ระดับภาคหรือพื้นที่นั้นจำเป็นต้องทำ หากสถานการณ์ระบาดยังเป็นไปเช่นนี้แบบควบคุมไม่ได้ ปัจจัยที่ต้องตัดสินใจทำคือ เงื่อนเวลาที่ระบบสุขภาพจะรับไหวโดยเฉพาะกทม.และปริมณฑล เหลือเวลาอีกไม่มากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดองค์การอนามัยโลก ได้อัพเดตข้อมูลเมื่อปลายเมษายนที่ผ่านมา เน้นย้ำว่า โควิด-19 นั้นติดผ่านทางอากาศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ภายในห้องภายในอาคาร ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี&amp;nbsp; ดังนั้นใครที่ไปตามที่ต่างๆ หรือไปทำงาน เรื่องหน้ากากนั้นจำเป็นต้องใส่ตลอดเวลา เจอคนน้อยๆ สั้นๆ อยู่ห่างกันเยอะๆ &amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102377</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ล็อกดาวน์, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604577b122b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพทย์จุฬาฯ&#039;เตือนรับมือ4จุดหลักเสี่ยงระบาดหนัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสถานการณ์ทั่วโลก 26 เมษายน 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดียทะลุ 17 ล้านแล้ว และยังทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดติดเพิ่มเกินสามแสนห้าหมื่นคน ระบบสุขภาพของประเทศอินเดียรับไม่ไหว จำนวนเสียชีวิตต่อวันตอนนี้สูงที่สุดในโลก คงต้องเอาใจช่วย เป็นกำลังใจให้ควบคุมได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 736,576 คน รวมแล้วตอนนี้ 147,763,730 คน ตายเพิ่มอีก 10,072 คน ยอดตายรวม 3,121,769 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 34,360 คน รวม 32,824,013 คน ตายเพิ่ม 269 คน ยอดเสียชีวิตรวม 586,148 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;เห็นชัดเจนว่าหลังมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย รวมถึงระบบการบริหารจัดการ และวงที่ปรึกษาในการต่อสู้กับโรคระบาด การคุมการระบาดของเค้าดีขึ้นมาก และมีการเลือกใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและมีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 354,531 คน รวม 17,306,300 คน ตายเพิ่ม 2,806 คน ยอดเสียชีวิตรวม 195,116 คน อัตราตาย 1.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 32,572 คน รวม 14,340,787 คน ตายเพิ่มถึง 1,188 คน ยอดเสียชีวิตรวม 390,797 คน อัตราตาย 2.7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 24,465 คน ยอดรวม 5,498,044 คน ตายเพิ่ม 145 คน ยอดเสียชีวิตรวม 102,858 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 8,780 คน รวม 4,762,569 คน ตายเพิ่ม 332 คน ยอดเสียชีวิตรวม 108,232 คน อัตราตาย 2.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกีกดการระบาดได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดเพิ่มสามหมื่นกว่าคนต่อวันแล้ว หลังจากที่ประกาศล็อคดาวน์ช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งขณะนั้นติดเชื้อสูงถึง 5-6 หมื่นต่อวันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์จะมียอดรวมเกินล้านคนในวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน เวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์การระบาดของไทยเรา... ด้วยสถานการณ์ระบาดที่กระจายไปทั่ว ทุกเพศทุกวัย หลายหลายอาชีพ การควบคุมแบบไล่ปิดไปแต่ละที่แต่ละแห่งแต่ละกิจกรรมนั้น จะไม่เพียงพอในการจัดการแล้ว อย่างมากก็ได้เพียงบรรเทาอาการบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมานั้นจะเป็นการปะทุตามที่ต่างๆ เหมือนน้ำที่บรรจุในภาชนะที่มีรูมากมาย ปิดรูไปหลายรู แต่รูที่เหลืออยู่นั้นก็จะมีน้ำรั่วไปทางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือหากผู้ใหญ่จะอธิบายให้เด็กๆ ลูกหลานเราได้เข้าใจสถานการณ์ ก็เปรียบเหมือนเล่นเกมส์เอาค้อนทุบหัวตัวตุ่นนั่นเอง จะหยุดตัวตุ๋นไม่ให้โผล่มาได้ มีสองทางคือ ปิดรูให้หมด หรือปิดสวิทช์เกมส์ ส่วนการจะเอาตัวตุ่นออกไปจากสนามนั้นคงทำไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ตัวตุ่นแพร่พันธุ์ไปมากและอยู่ใต้ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ประชาชนอย่างเราต้องเตรียมรับมือคือ การระบาดถัดจากนี้น่าจะมีการปะทุใน 3-4 จุดหลัก ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง &amp;quot;ที่ทำงาน&amp;quot; ที่ยังมีการเปิดทำการแบบ on-site อยู่ ไม่ว่าจะเป็นแบบออฟฟิศ ห้าง ร้าน สถานประกอบกิจการเล็กกลางใหญ่และโรงงานต่างๆ โดยจะมีโอกาสแพร่เชื้อติดเชื้อกันได้หากป้องกันไม่ดีพอ ทั้งระหว่างกระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายหรือบริการ ระหว่างคนทำงานกันเอง หรือคนทำงานกับลูกค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการประชุม หรือระหว่างการพักกลางวัน พบปะกินข้าวด้วยกัน นั่งกินข้าวในร้านอาหารหรือโรงอาหารร่วมกัน ใช้ของใช้ร่วมกัน แชร์ของกินร่วมกัน สุขาสาธารณะ/ที่ทำงาน รวมถึงการนัดพบปะกันหลังเลิกงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;ร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร&amp;quot; ทั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรืออยู่ที่อื่นๆ&amp;nbsp; อาจเกิดการระบาดจากการแพร่เชื้อติดเชื้อในหมู่ผู้ประกอบกิจการเอง เช่น การร่วมกันทำอาหารด้วยกัน หรืออยู่กันแออัดใกล้ชิด หรือระหว่างคนให้บริการและลูกค้า หรือจากลูกค้าที่ติดเชื้อไปสู่ลูกค้าก็ตาม หากป้องกันไม่ดีพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม &amp;quot;ขนส่งสาธารณะ&amp;quot; เป็นไปตามสัจธรรมคือ หากมีการติดเชื้อกระจายไปทั่ว แล้วไม่มีการหยุดเพื่อตัดวงจรการระบาดต่อเนื่อง จะมีโอกาสเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อใดและที่ไหน ขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่ รถตู้ รถเมล์และรถเมล์ปรับอากาศ รถไฟ เรือ เครื่องบิน ฯลฯ โดยเฉพาะช่วงที่มีคนใช้บริการมาก ย่อมมีความเสี่ยงสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสี่ ที่จะมีโอกาสเกิดมากขึ้น หากป้องกันไม่ดี คือ &amp;quot;ในบ้านและที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ&amp;quot; ตราบใดที่ยังมีการดำเนินชีวิต ออกไปทำงานของสมาชิกในครอบครัว ย่อมมีโอกาสเสี่ยงที่จะนำพาเชื้อมาสู่สมาชิกในครอบครัว หรือคนที่อยู่อาศัยในที่เดียวกัน เช่น หอพัก อพาร์ตเมนท์ คอนโดมิเนียม ชุมชนที่อยู่กันอย่างแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิเคราะห์ข้างต้น ประเมินตามธรรมชาติของการใช้ชีวิตของคน ภายใต้ข้อกำหนดในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคงพอจะเข้าใจได้ว่า สถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ เราคงต้องร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของเราและสมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่บ้าน...หากทำได้ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ใช้เวลาสั้นๆ ใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า จะช่วยป้องกันได้ดีขึ้น พกเจล หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว ล้างมือบ่อยๆ ทุกครั้งหลังจับสิ่งของสาธารณะ ระวังเรื่องสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหารหรือโรงอาหารหรือศูนย์อาหาร ซื้อกลับไปจะปลอดภัยกว่า เลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวพบปะสังสรรค์ คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรหยุดงาน แล้วไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกนี้หนักหนามาก คนที่ได้รับผลกระทบจะมีจำนวนมากและยาวนาน หากใครพอจะมีกำลัง ความรู้ ทักษะ หรือทรัพยากร ที่จะแบ่งปันช่วยเหลือกันและกัน ก็ขอให้ช่วยตามสมควร ประคับประคองให้เราทุกคนอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน... นี่คือสำนวนโบราณ ที่ยังเป็นจริงเสมอ เป็นกำลังใจให้ทุกคน ด้วยรักและห่วงใย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100736</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปะทุ, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพทย์จุฬาฯ&#039;ห่วงอย่าปล่อยโควิดกลายพันธุ์ในไทย! ย้ำมีวินัยรักษาระยะห่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. 64 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถ้าจะกลัวเรื่องสายพันธุ์...ต้องถามตัวเองว่าขณะนี้ยังมีวินัยรักษาระยะห่างหรือไม่....เท่านั้นก็พอครับ
การที่กล่าวถึงสายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่จากอังกฤษ&amp;nbsp; และอย่างที่องค์การอนามัยโลกก็ออกมาเตือน ไวรัสกลายพันธุ์คู่ชอง อินเดีย และเราก็ทราบแล้วว่าฟิลิปปินส์เป็นกลายพันธุ์คี่ คือ 3 และมีอีกหลายท่อนที่เปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมไปยังมโหฬาร ทั้งนี้ทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากการปล่อยให้มีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางจนกระทั่งไวรัสมีการผันแปรของรหัสพันธุกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาที่รองรับเรื่องการ ผันแปรของรหัสพันธุกรรม ว่ามีผลจริงๆ&amp;nbsp; คือต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการผันแปรดังกล่าวส่งผลทำให้เกิดมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงหรือที่เรียกว่า Functional mutations เช่นรายงานจากประเทศจีนในเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 ผู้ป่วยติดเชื้อ 11 ราย มีการผันของรหัสพันธุกรรมในตำแหน่งต่างๆของยีนของไวรัส อู๋ฮั่น อย่างน้อย 33 แห่งและเมื่อนำไวรัสไปศึกษาในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่ามีการเพิ่มจำนวนได้มากกว่าเดิมเป็น 100 เท่า หรือทำการศึกษาในหนูแฮมสเตอร์ หรือ ในตัวมิ้งค์ ที่มีการติดเชื้อ โควิด-19 จากคน และมีการแปรรหัสพันธุกรรมจนเป็นลักษณะเฉพาะตัวของมิ้งค์ และทำให้เกิดโรคได้หลายอวัยวะ เป็นต้น และมิ้งค์รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ที่ติดเชื้อจากคนก็สามารถส่งเชื้อกลับมายังคนได้ แต่ในปัจจุบันอาการอย่างน้อยมากหรือไม่รุนแรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การผันของรหัสพันธุกรรมของไวรัสในท่อนต่างๆ แม้จะอยู่ใน assemblage หรือ clade หรือที่ชอบเรียกว่า &amp;ldquo;สายพันธ์ุ&amp;rdquo; เดียวกัน ส่งผลให้มีการติดเชื้อซ้ำซ้อนครั้งที่สองได้แม้ว่าห่างกันจากการติดเชื้อครั้งแรกเพียงหกสัปดาห์โดยการติดเชื้อครั้งที่สองมีความรุนแรงกว่าครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสรุปว่าติดได้เก่งขึ้น หรือรุนแรงขึ้น จำเป็นที่ต้อง พิจารณาถึงปัจจัยร่วมอย่างอื่น ในจุดผันแปรย่อยๆของยีนของไวรัสทั้งหมดด้วย และต้องประกอบกับลักษณะของมนุษย์ที่ติดเชื้อแต่ละบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยด้อยที่ทำให้เปราะบาง และมีการให้การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ทันท่วงทีหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตัวที่&amp;rdquo;ร้ายกาจที่สุด&amp;rdquo;ที่ทำให้ควบคุมไม่อยู่คือพฤติกรรมไม่ระวังตนเอง มีการแพร่ การรับเชื้ออย่างง่ายดาย ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอาจจะที่สุด ที่ทำให้แพร่ระบาดวิบัติ&amp;nbsp; การผันแปรรหัสพันธุกรรม จะนำไปสู่การติดเชื้อใหม่ได้ การฉีดวัคซีนไม่ได้ผล และอาจส่งผลไปทำให้การตรวจหาเชื้อกระบวนการพีซีอาร์ไม่เจอด้วย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99903</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลายพันธุ์, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607ce645d7e10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอนนี้ไม่ปลอดภัย! &#039;หมอธีระ&#039;เตือนเลี่ยงตะลอนเที่ยวห่วงระบาดหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ทั่วโลก 5 เมษายน 2564...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดียทะลุแสนต่อวัน ทำลายสถิติเดิมในระลอกแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 567,390 คน รวมแล้วตอนนี้ 131,894,407 คน ตายเพิ่มอีก 7,358 คน ยอดตายรวม 2,865,483 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 36,249 คน รวม 31,419,597 คน ตายเพิ่ม 258 คน ยอดเสียชีวิตรวม 568,765 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 31,359 คน รวม 12,984,956 คน ตายเพิ่มถึง 1,233 คน จำนวนเสียชีวิตต่อวันมากที่สุดในโลก ยอดเสียชีวิตรวม 331,530 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 103,793 คน รวม 12,587,920 คน จำนวนติดเชื้อต่อวันทำลายสถิติเดิมไปแล้วตามที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 60,922 คน ยอดรวม 4,822,470 คน ล่าสุดประกาศล็อคดาวน์ประเทศเป็นรอบที่สาม เพราะมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ป่วยมีมากเกินกว่าศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะรับไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 8,817 คน รวม 4,580,894 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร อิตาลี ตุรกี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกีติดเชื้อเกินสี่หมื่นต่อวันอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้จำนวนติดเพิ่มต่อวันเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย และฝรั่งเศส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน เมียนมา&amp;nbsp;ไทย สิงคโปร์ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...การระบาดระลอกสองของอินเดียครั้งนี้ดูรุนแรง และมีโอกาสสูงที่จะเกิดการแพร่สู่ประเทศข้างเคียงเป็นทอดๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามธรรมชาติของการระบาดที่เราเห็นตั้งแต่ปีที่แล้ว คงต้องเอาใจช่วยให้เค้าควบคุมได้โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของไทยเรานั้น เป็นที่ชัดเจนว่ามีการแพร่กระจายไปหลากหลายกลุ่มอาชีพ หลายสถานการณ์ หลายสถานที่ และหลายภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอและบุคลากรทางการแพทย์ก็ติดได้ หากไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด และจะเสี่ยงสูงที่จะแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้มาก เพราะบทบาทหน้าที่ที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน และจะน่าหนักใจมากกว่าวิชาชีพอื่น เพราะอาจแพร่ไปสู่ผู้ป่วยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสิตนักศึกษา และคนวัยทำงานก็เช่นกัน จำนวนคนที่เราพบปะในแต่ละวันนั้นเฉลี่ยแล้วมีจำนวนมากกว่าวัยเด็กเล็กและวัยสูงอายุ ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจที่ข่าวช่วงนี้มีการรายงานติดเชื้อในกลุ่มนิสิตนักศึกษาและวัยทำงาน แล้วมีการแพร่ไปยังคนจำนวนมากที่เป็นเพื่อนฝูงที่ไปเที่ยวด้วยกัน พักแรมด้วยกัน เฮฮาปาร์ตี้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำอีกครั้งว่า &amp;quot;ตอนนี้ไม่ปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่เวลาในการตะลอนท่องเที่ยวแล้วนะครับ หากเลี่ยงได้ควรเลี่ยง หากเลื่อนได้ควรเลื่อนครับ อย่าเห็นแก่ส่วนลดโปรโมชั่น ที่จะทำให้เราสุขชั่วครั้งชั่วคราว แต่ลำบากยาวนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำบากในที่นี้คือ จะส่งผลให้ระบาดหนักหน่วง ล้มกันเป็นโดมิโน และฟื้นตัวยากกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำบากในที่นี้คือ ติดเชื้อมาแล้วป่วย หรือเสียชีวิต แพร่ให้สมาชิกในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือถึงโชคดีหายป่วย แต่อาจตกอยู่ในกลุ่มที่มีอาการคงค้างยาวนาน ที่เรียกว่า Long COVID ดังที่เคยอธิบายไปแล้วหลายหนว่ามีโอกาสถึงร้อยละ 20-40&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงได้รับวัคซีนไปแล้ว แต่โปรดจงรู้ไว้ว่า วัคซีนที่ไทยใช้นั้นมีสรรพคุณที่จำกัด ฉีดแล้วยังสามารถติดเชื้อได้และอาจแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ แม้จะป้องกันอาการป่วยแต่ป้องกันได้สรรพคุณไม่สูงมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากกันเถิดนะครับ...ล้างมือบ่อยๆ...อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลดละเลี่ยงการไปกินดื่มในร้าน ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า หากต้องกินดื่มในร้านอาหารก็เลือกร้านที่โปร่งโล่ง คนไม่แออัด และนั่งกินในเวลาสั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยว หากจะกลับบ้านเกิดช่วงเทศกาล ก็ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด และอยู่กับที่บ้าน ไม่ควรตะลอนแม้จะเป็นการจัดงานประเพณีก็ตาม ส่งใจระลึกถึงผู้ใหญ่ที่เคารพก็เพียงพอ หรือโทรไปกราบสวัสดี ดีกว่านำพาเชื้อโรคไปสู่ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายคล้ายหวัด ให้สงสัยโควิดไว้ด้วยเสมอ และรีบไปตรวจรักษา อย่าทู่ซี้ซื้อยากินเองหรือไปทำงานไปเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระมัดระวัง...สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ นวด ร้านอาหารที่แออัด งานแต่งงาน งานบวช งานวัด งานศพ การแสดงชนิดต่างๆ โรงแรมที่พักที่แออัดทึบอากาศไม่ถ่ายเท ฟิตเนส รวมถึงขนส่งสาธารณะต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและปรารถนาดีเสมอ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98344</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604577b122b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ย้ำระบาดรอบนี้ยาว ชู3ยุทธศาสตร์สู้ศึกโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สถานการณ์ทั่วโลก 8 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมเป็นต้นมา แนวโน้มการติดเชื้อต่อวันของโลกค่อยๆ ชะลอตัวลงมาอยู่ในระดับช่วงปลายตุลาคมปีที่แล้วราวเกือบห้าแสนคนต่อวัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการล็อคดาวน์ของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรป ยังไม่ใช่ผลจากการฉีดวัคซีน เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนการฉีดยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมดในแต่ละประเทศ กว่าจะเริ่มเห็นคาดว่าน่าจะเป็นช่วงมีนาคมเป็นต้นไปในบางประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 328,545 คน รวมแล้วตอนนี้ 106,629,569 คน ตายเพิ่มอีก 7,682 คน ยอดตายรวม 2,325,703 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 86,767 คน รวม 27,594,868 คน ตายเพิ่มอีก 1,543 คน ยอดตายรวม 474,669 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 4,109 คน รวม 10,831,279 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 26,845 คน รวม 9,524,640 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 16,048 คน รวม 3,967,281 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 15,845 คน รวม 3,945,680 คน ยอดตายรวมขณะนี้ 112,465 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่องแบบทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง เวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่กัมพูชา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดแอฟริกาใต้ประกาศหยุดแผนการฉีดวัคซีนของ Astrazeneca/Oxford ไว้ แม้จะได้วัคซีนมาหลักล้านโดสแล้วก็ตาม เนื่องจากทราบผลการศึกษาเบื้องต้นที่ชี้ว่า วัคซีนอาจไม่ได้ผลในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการน้อยถึงปานกลางจากไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่ระบาดในประเทศ โดยจะหันไปใช้วัคซีนของ Pfizer/Biontech และ Johnson&amp;amp;Johnson แทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดหาวัคซีนที่มีความหลากหลาย เพื่อให้สามารถมีตัวเลือกในการจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างทันเวลา เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีข่าวว่าทาง Astrazeneca/Oxford ก็กำลังทำการศึกษาวิจัยดัดแปลงวัคซีนให้สู้กับสายพันธุ์แอฟริกาใต้ใหม่ โดยอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง คงต้องเอาใจช่วยและติดตามกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์สถานการณ์ของเรา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียงตำแหน่งของกลยุทธ์ หรือที่เราเรียกว่า Strategic alignment นั้นมีความสำคัญมาก และส่งผลต่อความสำเร็จในการสู้ศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเรียนรู้จากระบาดซ้ำครั้งนี้ว่า หนักหนาสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาอยู่ เพียงพอ...ล้วนเป็นความคาดหวังที่ดูแล้วไม่ใช่ความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุญแจแห่งความสำเร็จในการสู้ศึกระลอกแรกนั้นคือ การสั่งการ และจัดการอย่างเป็นระบบ ทิศทางเดียวกัน และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งประเทศได้พร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ระลอกสองนั้น ใช้แนวทางยืดหยุ่น และให้จัดการกันเองในแต่ละพื้นที่ โดยอาศัยการทำงานของหน่วยงานต่างๆ การตอบสนองจึงอาจไม่เหมือนระลอกแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากใช้ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นแสงสว่างชี้ทาง โดยดูจากบทเรียนการเผชิญการระบาดซ้ำของประเทศต่างๆ จะช่วยให้เราวางแผนจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะรู้ว่าธรรมชาติของการระบาดเป็นเช่นไร โอกาสสำเร็จในการสู้ศึกมีมากน้อยเพียงใด และสู้รบแบบใดจะมีโอกาสแพ้ชนะมากน้อยแตกต่างกันเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่เคยเล่าให้ฟังกันไปแล้วว่า จะสู้สำเร็จ มักต้องมีนโยบายที่เคร่งครัดและทันเวลา ระบบการตรวจคัดกรองที่ครอบคลุมมาก และต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือของประชาชนอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของเราหนักหนากว่าระลอกแรก คุมได้ยาก กระจายเร็ว เพราะอาจไม่บรรลุทั้งสามข้อข้างต้น แต่อย่างไรก็ตาม มาถึงจุดนี้ ต้องให้กำลังใจให้มีสติ และช่วยกันสู้ต่อไป โดยทราบว่าสถานการณ์ถัดจากนี้ เฉลี่ยแล้วน่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 6-8 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์ของระลอกสอง ว่าจะกดเหลือหลักหน่วย หลักสิบ หรือหลักร้อยต่อวัน ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการศึกจะเป็นตัวทำนายหลักสำหรับศึกในครั้งถัดๆ ไป ตามบทเรียนที่เห็นจากต่างประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางการสู้ศึกนี้คงหนีไม่พ้นสามข้อข้างต้น ที่ต้องช่วยกันขันน็อตให้แน่นทั้งเรื่องนโยบาย ระบบตรวจคัดกรอง และความร่วมมือในการป้องกันตัวของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่เป็นห่วงมากคือ การละสายตาไปพยายามมองหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น การแพลมแนวคิด Vaccination passport ที่ลึกๆ คงหวังจะโกยเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศหากมีประวัติได้รับวัคซีนแล้ว แม้จะอ้อมแอ้มว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลานี้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาธิที่หลุดไปจากการควบคุมการระบาดเป็นสิ่งที่น่ากลัวนะครับ บทเรียนจากระลอกนี้ เราเห็นความไม่พร้อม ไม่เพียงพอ และไม่สอดคล้องกันของระบบต่างๆ เรื่องนี้ต้องยอมรับกันเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะสู้ศึกระยะยาวได้ โดยที่ประชาชนในประเทศมีสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิต จำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง &amp;quot;ระบบตรวจคัดกรองที่มีสมรรถนะตรวจได้มาก มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และทำได้ต่อเนื่อง&amp;quot; ไม่ใช่เต็มที่แค่ระดับ 10,000 กว่าตัวอย่างต่อวัน ซึ่งถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;ระบบการดูแลรักษาที่มีทรัพยากรมากเพียงพอ&amp;quot; ทั้งคน เงิน อุปกรณ์ป้องกัน หยูกยา รวมถึงเตียงและสถานที่ โดยมีระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ปลอดภัย ทั้งต่อบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และประชาชน ทั้งนี้ต้องไม่ให้เกิดภาวะที่เกินคาดหมาย และหยุดตรวจเพราะกลัวเตียงเต็ม หรือต้องมาเร่งสร้างรพ.สนามแบบกระทันหัน และมีปัญหาในการเจรจากับพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสาม &amp;quot;วัคซีนป้องกันโรค&amp;quot; ที่มีหลากหลาย มีประสิทธิภาพสูง ปริมาณมากพอ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างถ้วนทั่ว ก่อนหน้าที่จะคิดหามาตรการเพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำในประเทศอย่างการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องไม่ลืมว่า วัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ยัง&amp;quot;ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโรคโควิดอย่างเพียงพอ&amp;quot; แต่ป้องกันการป่วยรุนแรง แม้การป้องกันการป่วยรุนแรงก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100% เลยสักตัวเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีน Pfizer/Biontech และ Moderna ประสิทธิภาพมากสุดคือประมาณ 95% แต่เราไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่เราวางแผนจะใช้นั้น Astrazeneca/Oxford มีประสิทธิภาพแบบ full dose/full dose ประมาณ 63.1% (ช่วงความเชื่อมั่น 51.8-71.7%)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่วัคซีน Sinovac ของจีน ผลการศึกษาระยะที่สาม ยังไม่เห็นการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ แม้จะมีข่าวออกทางสื่อมวลชนหลากหลายประเทศก็ตาม ก็จำเป็นต้องรอดูผลวิจัยโดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การระบาดของไวรัสที่กลายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์สหราชอาณาจักร บราซิล และแอฟริกา ก็ล้วนทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำได้มากขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวัคซีนแต่ละชนิดตอนนี้ก็ยังมีข้อมูลแตกต่างกันไป วัคซีนบางชนิดพบว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนยังได้ผลกับบางสายพันธุ์ แต่วัคซีนบางชนิดกลับไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อยลงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหากไม่มีวัคซีนที่หลากหลายเพียงพอ และไม่มีมากเพียงพอสำหรับคนในประเทศ การเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้จะได้วัคซีนมาก่อนก็ตาม ก็ย่อมมีโอกาสนำพาเชื้อเข้ามาสู่ในบ้านได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่เป็นเพียงการลดความรุนแรงของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือสิ่งที่ประชาชนอย่างเราๆ ควรรู้ และช่วยกันจับตาดูความเคลื่อนไหว เรียกร้องให้เกิดมาตรการที่เน้นสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือ อยู๋ห่างๆ คนอื่นหนึ่งเมตร ลดละเลี่ยงการกินดื่มในร้าน ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า ลดละเลี่ยงการรวมกลุ่มกันสังสรรค์ปาร์ตี้ท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรหยุดเรียนหยุดงานและไปตรวจรักษา ด้วยรักต่อทุกคน และเอาใจช่วยเสมอ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92326</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, วัคซีน, แพทย์จุฬาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
