<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมการแพทย์&#039; แจงหนุ่มป่วยโรคลมชัก ไม่ได้ฉีดวัคซีนแพ้แล้วตายที่สถานีกลางบางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand ชี้แจงกรณีข่าวปลอมพบผู้เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ โดยระบุว่า&amp;nbsp;ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง พบผู้เสียชีวิต หลังจากฉีควัคชีนป้องกันโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วเสียชีวิตนั้น ทางสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติเดิมของผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักอยู่ก่อนแล้ว และขาดยาติดต่อกันมา 5 เดือน ช่วงหลังฉีดและสังเกตอาการเป็นปกติ แต่เมื่อมีอาการชักเกร็งที่บริเวณรอรถกลับบ้านได้มีการปฐมพยาบาล และส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีตามลำดับ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์ อาการโดยรวมปกติดี และตอนนี้ผู้ป่วยได้มีการอัดคลิปวิดีโอยืนยันว่าอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีน เพราะฉะนั้นข่าวที่ระบุว่าผู้ป่วยเสียชีวิตนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่ www.dms.go.th หรือโทร 02-590-6000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของเรื่องนี้คือ : อาการชักของผู้ป่วยรายดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีน และผู้ป่วยยังไม่เสียชีวิต จากประวัติเดิมของผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักอยู่ก่อนแล้ว และขาดยาติดต่อกันมา 5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก กรมการแพทย์ ระบุว่า แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันโควิดแล้วเสียชีวิตนั้น &amp;quot;ไม่เป็นความจริง&amp;quot; ประวัติเดิมของผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักอยู่ก่อนแล้วและขาดยาติดต่อกันมา 5 เดือน &amp;nbsp;เมื่อมีอาการชักเกร็งที่บริเวณรอรถกลับบ้าน (ช่วงหลังฉีดและสังเกตอาการเป็นปกติ) ได้มีการปฐมพยาบาลและส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์ อาการโดยรวมปกติดี บ่นอยากกลับบ้านแล้ว แต่แพทย์กำลังอยู่ระหว่างการปรับขนาดของยากันชักให้เหมาะสมอยู่ เพราะฉะนั้น ข่าวที่ว่าผู้ป่วยเสียชีวิตนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&amp;nbsp;กรุณาอย่าเผยแพร่หรือแชร์ข่าวเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เฟซบุ๊กกลุ่ม Bangkokbusclub Cafe : รวมมิตรเรื่องรถเมล์ ระบุว่า ชายคนดังกล่าวเป็นพนักงาน สาย 62 ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-อนุสาวรีย์ชัยฯ เขตการเดินรถที่ 4 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีโรคประจำตัวเป็นลมชัก ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เสียชีวิตตามที่โลกโซเชียลฯ ส่งต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104597</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, กรมการแพทย์, ข่าวปลอม, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, สถานีกลางบางซื่อ, เฟกนิวส์, แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b22021d28a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวังโรคผิวหนังกำเริบ ช่วงสภาพอากาศเปลี่ยน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิของอากาศเริ่มต่ำลง อากาศเย็นและแห้ง ทำให้ผิวหนังแห้ง ลอก หยาบกร้าน มากกว่าปกติ ซึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหามากในผู้สูงอายุที่มีภาวะผิวแห้งอยู่แล้ว และในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังจะทำให้อาการกำเริบ เช่น คัน แห้งแสบแดง โรคผิวหนังที่พบบ่อยในช่วงฤดูหนาวได้แก่ โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการที่ผิวหนังแห้ง ภาวะผิวแห้ง อาจทำให้เกิดผื่นคัน พบมากในเด็ก ผู้สูงอายุ เนื่องจากผิวที่แห้งทำให้ไวต่อการระคายเคืองต่อน้ำ สบู่ หรือสารเคมีต่างๆ มักถูกกระตุ้นจากการอาบน้ำอุ่น ทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้น วิธีการดูแลที่อยากแนะนำ คือ อย่าอาบน้ำร้อนเกินไป ให้อุ่นพอประมาณ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ที่สำคัญหลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ป่วยโรคผิวหนังควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง หากมีอาการแสบ คัน หรือผื่นลอกขึ้น อาจจะต้องมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เช่น 1.โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคือง มักจะมีอาการมากที่มือ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานบ้าน จะมีอาการผื่นแดงคัน &amp;nbsp;แห้งแดงแตกที่มือ ดูแลเบื้องต้นโดยการใส่ถุงมือป้องกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีต่างๆ หรือแม้กระทั่งน้ำโดยตรง และทาครีมบำรุงผิวบ่อยๆ 2.โรคภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก มักจะมีอาการผิวแห้ง ผื่นแดง คัน กำเริบในช่วงอากาศหนาวจากภาวะผิวแห้ง ซึ่งเด็กบางคนไม่ได้อาบน้ำในช่วงอากาศที่เย็น ทำให้แบคทีเรียที่ผิวหนังเพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคกำเริบ การดูแลผิวในเด็กเน้นการใช้ครีมบำรุง ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.โรคเซบเดิม ผื่นแพ้ต่อมน้ำมัน จะมีอาการผื่นแดงลอกเป็นขุยที่บริเวณไรผม ร่องแก้ม ข้างจมูก รูหู มักมีอาการกำเริบในช่วงที่อากาศเปลี่ยน ร่วมกับสาเหตุอื่นๆ เช่น พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลควรปรับพฤติกรรมและใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ทาครีมบำรุงบ่อยๆ และมาพบแพทย์ตามนัด 4.กลุ่มโรคไวรัสหลายชนิด ที่มีการแพร่กระจายได้มากในช่วงฤดูหนาว เช่น โรคสุกใส จะมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มใสตามตัว หรือโรคหัดซึ่งจะพบในเด็กมีอาการไข้สูง ไอมาก ตาแดง และผื่นตามมา ไวรัสเหล่านี้ติดต่อทางทางเดินหายใจ การดูแลผิวในฤดูหนาว คือ ไม่อาบน้ำอุ่นเกินไป ใช้สบู่ที่อ่อนโยน ทาครีมบำรุงบ่อยๆ ถ้าผิวแห้งมากควรทาน้ำมัน และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52198</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช, แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def8f74e3fa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การดูแลผิวหนังผู้สูงวัย ปัญหาใกล้ตัวต้องใส่ใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันโรคผิวหนังแนะวิธีดูแลผิวในผู้สูงอายุจากปัญหาโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย เช่น ผิวแห้ง ผื่นคันจากอาการแพ้ ผมร่วงและคันศีรษะจนถึงมะเร็งผิวหนัง หากมีตุ่ม ก้อนเนื้อ แผลเรื้อรัง หรือพบว่าไฝมีขนาดใหญ่ขึ้น สีเปลี่ยน มีเลือดออก ควรรีบพบแพทย์ผิวหนังทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคมอย่างรวดเร็ว ร่วมกับมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและการแพทย์ที่ทันสมัยมากขึ้น จึงทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืน โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีสุขภาพแข็งแรง ยังทำงานได้เหมือนหนุ่มสาว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะมีอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิม แต่ร่างกายมีการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะผิวหนังจะพบมีการเหี่ยวย่น ตกกระ มีจุดด่างดำและจุดขาว ดังนั้นการดูแลผิวที่ถูกวิธีจึงจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากโรคผิวหนังส่วนใหญ่มีอาการเรื้อรังทำให้ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ซึ่งการหมุนเวียนทดแทนเซลล์ผิวหนังเก่าจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าจะหลุดลอกและเปลี่ยนแปลงเซลล์ใหม่ในเวลา 4 สัปดาห์ แต่วงจรนี้จะเพิ่มเป็น 2 เท่าในผู้สูงอายุ ทำให้ผิวหนังแห้งเป็นขุย มีสะเก็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหมออธิบายว่า ช่วงวัยรุ่นผิวจะค่อนข้างมันพอเข้าสู่วัยกลางคนผิวเริ่มเสื่อมรูขุมขนขยายกว้างขึ้นมีริ้วรอย และเมื่อถึงวัยสูงอายุริ้วรอยจะเห็นชัดขึ้นผิวหนังหย่อนคล้อยมีร่องแก้ม ร่องใต้ตา ผิวแห้งเป็นขุยและคัน เพราะผิวเสื่อมสภาพ ไขมันใต้ผิวน้อยลง ส่งผลให้ความต้านทานของผิวต่อสภาพอากาศน้อยลง แพ้สิ่งต่างๆ ได้ง่าย และจะต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม พฤติกรรมของแต่ละบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรคผิวหนังในผู้สูงอายุที่พบได้บ่อย เช่น ผิวแห้ง ผื่นคันจากอาการแพ้ ผิวหนังตกกระ กระเนื้อ กระนูน กระสีน้ำตาล ผมร่วงและคันศีรษะ มะเร็งไฝมะเร็งผิวหนัง สำหรับวิธีดูแลผิวในผู้สูงอายุ คือหลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่ร้อนเกินไป ผู้ที่ผิวแห้งมากอาจไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ ไม่ควรขัดผิว และอาจลดการอาบน้ำลงเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ถนอมผิว ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด รับประทานอาหารครบห้าหมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากมีตุ่ม ก้อนเนื้อ แผลเรื้อรัง หรือพบว่าไฝมีขนาดใหญ่ขึ้น สีเปลี่ยน มีอาการปวดหรือมีเลือดออก ควรพบแพทย์ผิวหนังทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40943</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.มานัส โพธาภรณ์, แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b219cc6c3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
