<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท็กซี่ติดไวรัสอูฮั่นเล่าทั้งน้ำตาหลังหายดีหวังภาครัฐเยียวยาเรื่องรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;พญ.อนุตรา รัตน์นราทร แพทย์อายุรกรรมโรคปอด สถาบันบำราศนราดูร กล่าวถึงแท็กซี่รายแรกที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกภายในประเทศ ที่รักษาหายแล้ว ว่าเป็นชายไทยอายุ 50 ปี รับนักท่องเที่ยวชาวจีน แล้วรู้สึกผิดปกติ มีไข้ ไอมาก จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตามสิทธิ ผลตรวจพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จึงมีการส่งต่อมายังสถาบันบำราศวันที่ 28 ม.ค. มีไข้ต่ำ และมีความกังวล แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดเพราะตอนนั้นยังไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา แล้วมีการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้หลังจากให้การรักษาตามอาการแล้ว 2-3 วัน คนไข้อาการดีขึ้น จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้อ 31 ม.ค. ตอนนี้หายดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคนขับแท็กซี่ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอ ว่า ขอบคุณแพทย์ พยาบาลที่รักษาตนจนหายป่วย ตอนนี้รู้สึกแข็งแรงมากวิ่งรอบกระทรวงสาธารณสุขยังได้ เป็นโอกาสที่ดีเหมือนมาฟิตร่างกาย ความรู้สึกวันแรกน้ำตาไหล เพราะไม่คิดว่าเราจะป่วย เพราะเราทำงานเลี้ยงครอบครัว พอติดเชื้อความรู้สึกวันแรกก็ได้ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร ให้กำลังใจ โทรมาหาทุกวัน บอกอย่าเครียด ให้ทำใจสบาย ถ้ากินได้นอนหลับ ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ก็มาเยี่ยมเพราะเป็นห่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากเพื่อนแท็กซี่ และคนขับรถสาธารณะ ที่มีการคลุกคลีกับนักท่องเที่ยว วอนให้ทุกคนหันมาดูแลตัวเอง ไม่ใช่หาเงินอย่างเดียว แต่พอมีอะไรเกิดขึ้นมา รายได้หดหายเหมือนกับตน ถ้าไม่หายครอบครัวจะแย่ อย่างไรก็ตาม ของตนดีที่ครอบครัวไม่ติด เพราะทุกครั้งที่คนในบ้านป่วย โดยเฉพาะไข้หวัดจะแยกของใช้กัน รับประทานอาหารต้องใช้ช้อนกลาง ครอบครัวเลยไม่มีใครติด เพื่อไม่ให้ครอบครัวเราเป็นส่วนแพร่เชื้อสู่ภายนอก ที่ผมตนป่วยไม่ออกไปคุยกับคนนอกบ้านเลย เพื่อไม่ให้ใครมาโทษเราว่าเป็นตัวแพร่เชื้อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แท็กซี่กล่าวอีกว่า แม้ว่าติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ฯ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับนักท่องเที่ยว หรือชาวจีนแต่อย่างใด เพราะก็เหมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกันทั่วโลก การตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่ อู่ข้าวอู่น้ำก็คือนักท่องเที่ยว จึงไม่มีความรู้สึกแย่อะไร ตนดูข่าวในห้องแยกโรค ก็ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวจีนที่เมืองอู่ฮั่นทุกวันว่าให้สู้ๆ เพราะขนาดตนยังสู้จนหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วอนเพื่อนๆ ที่ขับรถสาธารณะ โดยเฉพาะแท็กซี่ซึ่งเป็นด่านแรกที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว ท่านอย่าลืม อยู่บนรถติดไฟแดงบางครั้งเป็นชั่วโมง 10 นาที 20 นาที แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าของเราคนนั้นปลอดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าดูแล้วเขาไม่ปลอดภัยให้ส่งหน้ากากอนามัยให้เขาเลย ส่วนตัวเราเองขอวิงวอนเลยว่าใส่หน้ากากอนามัยเถอะ จับพวงมาลัยเมื่อไหร่ ให้ใส่หน้ากากอนามัยเลย เราจะได้มีความรู้สึกดี&amp;rdquo; คนขับแท็กซี่กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมวิงวอนภาครัฐให้พิจารณาดูแลคนขับรถสาธารณะที่ต้องหยุดงานเพราะเรื่องนี้จะมีการชดเชยการขาดรายได้. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56362</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อนุตรา รัตน์นราทร, สถาบันบำราศนราดูร, แท็กซี่, แพทย์อายุรกรรมโรคปอด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a706603752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
