<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เพจหมอรายงาน&quot; แพทย์อังกฤษ ใช้ยาพื้นๆราคาถูกๆ  รักษาผู้ป่วยโควิด อาการหนัก ได้ผลดีเหลือเชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp;
18มิ.ย.63-เพจแพทย์ไทยไอเดียสุด รายงานความคืบหน้าวงการแพทย์ในประเทศอังกฤษว่า ค้นพบว่ายา Dexamethasone ซึ่งเป็นยาสเตียรอยด์ ใช้รักษาอาการอักเสบที่ใช้กันทั่วไป &amp;nbsp;และใช้กันมานานแล้ว &amp;nbsp;ทำให้ผู้ป่วยโควิด ที่มีอาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มีอาการดีขึ้น และรอดชีวิต &amp;nbsp;และยาดังกล่าวอาจได้ผลดีในการรักษามากกว่ายา &amp;nbsp;remdesivir &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ใช้กันอยู่ใน ปัจจุบัน ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เปิดเผยครั้งแรก​ !!! ... ข่าวล่ามาแรง แซงทางโค้ง วิจัยมาใหม่ล่าสุดกำลังจะตีพิมม์ &amp;hellip; ยาพื้น ๆ ราคาถูก ๆ ใช้กันทั้งโลกอาจจะกลายเป็นยาวิเศษ​ เพราะพบว่า &amp;ldquo;ช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อ Covid19 ถึง 1 ใน 3&amp;rdquo; &amp;hellip; ดูไม่น่าเชื่ิอ​ แต่ก็กำลังจะจริง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไนไทยก็ใช้กันมาเยอะพอควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลวิจัยเบื้องต้น​ ที่กำลังจะตีพิมม์หลังการตรวจสอบ​ และตรวจทาน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหัวหน้าทีมแพทย์ของประเทศอังกฤษเปิดเผยว่า ยา Dexamethasone ที่ช่วยชีวิตคนไว้มากนั้น อาจจะเป็นการศึกษาที่สำคัญที่สุดในช่วงมี Covid19 เสียด้วยซ้ำไป โดยมีส่วนช่วยลดอัตราการตายในผู้ติดเชื้อที่อาการหนักถึงขนาดใช้ Oxygen และเครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษได้รีบออกประกาศว่า ยาตัวนี้ได้รับการ approved ให้ใช้ได้ โดยนักวิจัยกำลังจะรีบตีพิมม์บทวิจัยเป็นทางการให้ไวที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Martin Landray, ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย Oxford ผู้ที่เป็นแกนนำทำวิจัยที่ชื่อ RECOVERY ได้กล่าวว่า &amp;ldquo;ผลการวิจัยบอกว่า ผู้ติดเชื้อที่ต้องใช้ Ventilators หรือใช้ Oxygen ที่ได้รับยา dexamethasone มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น แถมราคาถูกอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Dr. Mark Wurfel อายุรแพทย์มหาวิทยาลัย Washington กล่าวว่า ยาตัวนี้ทำให้ ยาใหม่ remdesivir ปลิวออกไปไกล ออกทะเลไปเลย ในแง่ผลการรักษา (ความคุ้มค่า)
ารวิจัย RECOVERY เปรียบเทียบ ผลการรักษาระหว่าง ผู้ติดเชื้อ 2100 คนที่ได้รับการสุ่มเลือกให้ได้ใช้ กับอีก 4100 คนที่ไม่ได้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Dr. Thomas McGinn หัวหน้าทีมแพทย์ของกลุ่ม Northwell Health, New York&amp;rsquo;s largest healthcare system ขแงนิวยอร์ค ในสหรัฐระบุว่า ปกติจะใช้ดูเป็นราย ๆ ไป เพราะ Steroid นั้น กดภูมิคุ้มกันคนไข้ ซึ่งอาจจะทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้นได้ (รวมถึงเชื้ออื่นๆ ด้วย) &amp;hellip; จึงต้องให้มีผู้ตรวจทานการวิจัยด้วย &amp;hellip; ถ้าออกมาดี ก็จะได้ใช้อย่างแพร่หลายจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;WHO​ กำลังจะอัพเดทแนวทางวิธีการรักษาผู้ติดเชื้อ​ Covid19​ เพราะว่าผลการศึกษา​ของยา​ Steroid ที่ราคาถูกสำหรับผู้ติดเชื้ออาการหนัก​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Dr Fauci ออกมากล่าวยืนยันว่าเป็นการพัฒนาที่ชัดเจนขึ้นเพื่อเป็น 1 ทางเลือกในการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Dr. Onyema Ogbuagu แพทย์โรคติดเชื้อของมหาวิทยาลัย Yale กล่าวว่า Dexa เป็นยาลดอักเสบจากภาวะต่าง ๆ คล้ายยาเอนกประสงค์ แถมออกฤทธิ์ได้หลายทางอีก สามารถนำยานี้มาช่วยรักษาในโรค ARDS ธรรมดาที่ไม่ได้เกิดจาก Covid19 ได้ด้วย แต่ต้องระวัดาบ 2 คม คือผลข้างเคียงด้วย คือ ลดภูมิ (อาจจะทำให้เพิ่มอัตราการเสียชีวิตในบางการศึกษา) ทำให้เบาหวานแย่ลง มีผลทางด้านจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์ในอังกฤษใช้ยานี้เพียง 10 วัน ก็ดีขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิตไป 35% ในกลุ่มที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ลดอัตราเสียชีวิต 20% ในกลุ่มที่ใช้ Oxygen ช่วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;----------------
สำหรับ &amp;nbsp;ยาDexamethasone (เดกซาเมทาโซน) คือ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ฮอร์โมนหรือยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid) ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันการหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย เช่น โรคข้ออักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย และการอักเสบของดวงตา หรืออาจนำมาใช้รักษาโรคหรือภาวะอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69017</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ยา Dexamethasone, แพทย์อังกฤษ, แพทย์ไทยไอเดียสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeab463a4a07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจหมอเผย 2 มหา&#039;ลัยใหญ่ของสหรัฐ -อังกฤษ ทำวิจัยระบุมาตรการล็อกดาวน์ ช่วยเซฟชีวิตชาวโลก ได้หลายร้อยล้านคน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;9มิ.ย.63-เพจแพทย์ไทยไอเดียสุด/Doc Idea D &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความว่า จาการวิจัยล่าสุดจาก​ 2​ มหาวิทยาลัยใหญ่ของสหรัฐ​ และอังกฤษตี​ ระบุว่า​มาตรการล็อกดาวน์เซฟชีวิตคนได้หลาย​ 100​ ล้านคน​ แต่ก็ระบุว่า​ ตอนนี้อาจจะมีผู้ติดเชื้อไป​ 500​ กว่าล้่านคนได้เช่นเดียวกัน
.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี​ 2​ วิจัยขนาดใหญ่ที่เพิ่งลงใน​วารสาร Nature​ โดยมีสื่อ​ Washington Post​ นำมาสรุปความให้
วิจัยแรกจากสหรัฐ​ the University of California at Berkeley ระบุไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.​ ศึกษาใน​ 6​ ประเทศ​ จีน​ สหรัฐ​ เกาหลี​ ฝรั่งเศส​ อิตาลี​ อิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.​ มาตรการ​ Shut Down​ ช่วยคนสหรัฐไว้​ 60​ ล้านคน​ ช่วยคนจีนไว้​ 285 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.​ ตามดูมาตรการของแต่ละที่รวมกัน​ 1,717 มาตรการ​ ได้ทำเทสต์รวม​ 11​ ประเทศ​ มีการเทสต์ตรวจหาเชื้อ​ไป​ 62 ล้านเทสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.​ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจเทสต์หาเชื้อเลย​ ทำให้คาดการณ์​ว่า​ มีผู้ติดเชื้อจริงอาจจะ​มีมากถึง​ 530 ล้านคน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.​ เวลาในการใช้มาตรการต่างๆ​ นั้นสำคัญมาก​ เริ่มไวได้ผลดีมากกว่าเริ่มช้าชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.​ วิจัยตามวิเคราะห์์ให้ว่า มาตรการไหนช่วยมาก​ ช่วยน้อย​ ... เพื่อให้ประเทศที่เพิ่งเริ่มติดเชื้อ​ ได้ทราบแนวทางดีๆ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.​ มีประเทศมากมายตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าของการปิดเมือง​ หยุดภาคเอกชน​ ว่าคุ้มค่าแคไหน​ อย่างไร​ ในการ Save​ ขีวิตคนไปมากมาย
ฉบับเต็มที่ยาวมากตามอ่านได้ใน https://www.nature.com/arti&amp;hellip;/s41586-020-2404-8_reference.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;วิจัยที่​ 2​ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก​ Imperial College London​ อังกฤษ
1.​ มาตรการ​ Shut​ Down​ เซฟชีวิตคนใน​ 11​ ประเทศไป​ 3.1​ ล้านชีวิต​
2.​ เฉพาะของอังกฤษ​ เซฟไป​ 500000 ชีวิต
3.​ ลดอัตราการติดเชื้อไปถึง​ 82%
4.​ แต่พอมีมาตรการต่างๆ​ อัตราการติดเชื้อในแต่ละประเทศ​ จึงเหลือ​ 3-4% ซึ่งทำให้ไม่เกิด​ Herd​ Immunity
5.​ ให้ระวังว่า​ ถ้าลดมาตรการต่างๆ​ แบบไม่ระวังจะมีผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่​ Wave​ 2​ เพิ่มขึ้นมา
(ผลงานฉบับเต็มดูได้ที่ Estimating the effects of non-pharmaceutical interventions on COVID-19 in Europe) &amp;nbsp; https://www.nature.com/articles/s41586-020-2405-7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68204</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, Imperial College London, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลี, มาตรการล็อกดาวน์, แพทย์ไทยไอเดียสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edef1131fc3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอแนะตรวจหาโควิด -19 ทั้ง&quot;ครู -คนขับรถ- คนทำอาหาร &quot;ก่อนเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27พ.ค.63-เพจ&amp;quot;แพทย์ไทย ไอเดียสุด / Doc Idea D&amp;quot;ได้โพสต์ ความเห็นว่าก่อนเปิดโรงเรียน &amp;nbsp;ควรมีการตรวจเช็คโควิด -19 กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียน ทั้งครู ผู้ดูแลเด็ก คนขับรถ คนทำอาหาร &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
รายงานทางการแพย์ระบุ บุคลากรทางการแพทย์นั้น​ ทั้งเสี่ยงติดเชื้อมาก
รายงานทางการแพย์ระบุ บุคลากรทางการแพทย์นั้น​ ทั้งเสี่ยงติดเชื้อมากที่สุด​ ... ย้อนไปดูอาชีพเสี่ยง​ จำได้ว่ามี &amp;quot;ครู​ คนขับรถโดยสาร​ คนขายอาหาร&amp;quot; ซึ่งล้วนทำงานในที่ความเสี่ยงสูง​ คือโรงพยาบาล​ และโรงเรียน​ (อัพเดท​ 13.30)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะ​ ครูสอนเด็กเล็ก​ และคนขับรถโรงเรียน&amp;quot; ในกราฟฟิกรูป​ 3​ (กรอบ​ และลูกศรแดง)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่่่จะต้องคิดกันให้สะเด็ด​ ก่อนบางโรงเรียนจะเปิดเทอมอีกไม่กี่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.​ จะตรวจ​ Screen​ บุคลากร​ กับนักเรียนกันอย่างไร​ ก่อนเปิดเรียน​ ก่อนกระจาย​ หรือรอกระจายในแต่ละโรงเรียนก่อนแล้วค่อย​ Screen​ ที่หลัง​ ?!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.​ ถ้าตรวจเจอ​ &amp;quot;ครู​ เจ้าหน้าที่​ หรือนักเรียน&amp;quot; ไม่สบาย​ หรือมีไข้ใดๆ​ จะต้องทำอย่างไรบ้าง​ กักตัวทันที​ และอื่นๆ รัฐบาลควรมีแนวทางที่เป็นมาตรฐานให้แต่ละ​โรงเรียนหรือไม่​ อย่างไร​ ​?? ไม่งั้น​ พอเจอเด็กมีไข้​มีอาการ​ ก็อาจจจะเก็บเงียบๆ​ เป็นความลับ​ อ้างกลัว​ Panic​ หรืออื่นๆ​ ซึ่งยิ่งทำให้มีความเสี่ยงกระจายได้ทั้งห้อง​ ทั้งโรงเรียน​ แล้วถ้ากฎหมายให้ต้องรายงานทางหน่วยงานราชการเพื่อมาสืบสวนหาผู้ใกล้ชิดทั้งหมด​ จะรายงานกับใคร​ หน่วยงานไหน​ ต้องส่งตรวจกับแพทย์ไหม​ ?!?
.
นโยบายของทั้งโลกอาจจะออกมาคล้ายๆ​ กัน​ คือเด็กเล็กมักไม่ค่อยให้ใส่มาส์ก​ เพราะใส่ก็มีความเสี่ยงในการใส่ผิดๆ​ ถูกๆ​ ความเสี่ยงอาจจะสูงขึ้นอีก​ ทำให้ครูเด็กเล็ก​มีความเสี่ยงมากกว่าครูเด็กโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วนกลับมารายงานทางการแพทย์​นั้น​ ระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์​มี​ % สูงที่จะแต่งงานกันเอง​ จึงทำให้มีปัญหาในการทำงานช่วงโควิดมาก​ เพราะช่วงล็อกดาวน์​ เด็กๆ​ อยู่บ้าน​ พ่อแม่ไปทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และก็มีปัญหาอื่นๆ​ ตามมา
- เสี่ยงติดเชื้อได้ทุกวินาที
- เสี่ยงกระจายเชื้อให้ครอบครัวตนเองมากที่สุด
- ไม่ได้รับสิทธิ์การตรวจ​ Screen​ โดยเฉพาะประเทศที่ไม่สนใจตัวเลข​ Carrier​s​ จริงจัง​ ประเทศที่งบน้อย​ ประเทศที่ไม่อยากรายงานตัวเลขจริง
- บางคนโดนให้ออกจากที่พักอาศัยที่ไปเช่าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- มีปัญหาเครียด​ สุขภาพจิตเสีย​ ดังเห็นข่าวบุคลากรทางการแพทย์ที่เจอเคส​ Covid19​ มามากๆ​ ฆ่าตัวตายเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ถ้าทำงานใน​ โรงพยายาลทั้ง​ 2​ คน​ ก็ไม่มีใครดูลูก​ ทำให้ลูกจะมีปัญหาอีก
- สังคมอาจหวาดระแวงผู้ที่ใส่ชุดฟอร์ม รพ​ (ซึ่งจริงๆ​ ก็มีความเสี่ยงติเชื้อมากสุดในโลก​ อาจจะตรวมถึงมีเชื้อติดมาในชุด​ฟอร์ม รองเท้าได้จริง
- ที่น่าสนใจมากๆ​ คือ​ บุคลากรที่เป็นกลุ่มแม่บ้านทำความสะอาด​ ผู้ช่วยดูแลคนไข้​ ผู้ช่วยต่างๆ​ ในโรงพยาบาล ที่มิใช่แพทย์​พยาบาลนั้น​ ความเสี่ยงสูงมาก​แต่ฐานเงินเดินน้อย​ (ลูกศรแดงอันขวาสุด​ ล่างสุด, Oderlies​)​ และแถมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ​ด้วย​ ... จากวิจัยนั้น​ พอลงสำรวจ​ Screen​ จริงๆ​ ก็เจอติดเชื้อไปแล้วไม่น้อย​ ไม่แพ้แพทย์​ พยาบาลเลย)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอื่นๆ​ ที่จะมาอัพเดทให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;......................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ... กลุ่มอาชีพด้านการศึกษา​ที่ทำงานในโรงเรียน​ มหาวิทยาลัย​
- มีโอกาสความเสี่ยงสูงอันดับรองจากบุคลากรทางการแพทย์
- มีความเสี่ยงกระจายเชื้อสูงทั้งในบ้าน​ หรือโรงเรียน
- เจอนักเรียน​ที่คุมความเสี่ยงยากมาก​ เพราะความรับผิดชอบยังน้อย
- สอนในห้องขนาดเล็ก​ทุกวัน
- ส่วนใหญ่ฐานเงินเดือนไม่มาก​ ถ้าไม่เปิดเทอมนานๆ​ ก็มีความเสี่ยงเรื่องงานอีก
- ต้องดูแลลูก​ ถ้าปิดเมืองเหมือนกัน
- และอื่นๆ​ ที่จะมาอัพเดท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเพจได้ขอเสนอแนวทาง​ ให้มีการตรวจ​ Screen​ บุคลากรทางการแพทย์​ในประเทศ​ไทย​มาพอควร​ (รวมถึงในกลุ่มแพทย์​ไทย​ Fight​ COVID​ ด้วย)​ โดยใช้การผสมผสาน​ทั้ง​ PCR​ และ​ Antibody​ (ได้ผลดีในกรณีโรคเข้ามากระจายนานพอควร​แล้ว และสามารถปิดจุดอ่อน​ PCR​ ได้ )​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงตอนนี้​ จึงเสนอว่า​ &amp;quot;ถ้าจะเปิดเทอม​ไม่ว่ารัฐ​ เอกชน​ หรือ​ Inter ในทุกระดับ​ เราควรมีการตรวจ​ Screen​ บุคลากรในโรงเรียนเพื่อ
- เป็นสวัสดิการให้บุคลากรทางการศึกษาในองค์กร
- เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นของทั้งนักเรียน​ ผู้ปกครอง​ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มาใช้บริการ
- เพื่อเป็นมาตรฐาน​ในการตรวจกลุ่มเสี่ยงอย่างจริงจัง​ เป็นทางการมากขึ้นกว่าเดิม
- เพื่อแสดงออกว่า​ สามารถ​ แบะจริงใจที่จะตรวจหา​ ผู้ติดเชื้อ​ และไม่มีอาการที่จะแฝงตัวในอาชีพเสี่ยงแบบจริงจัง
- เพื่อแสดงออกว่า​ ต้องการหาอัตราการติดเชื้ิอจริงๆ​ ในกลุ่มเสี่ยง​ (Infection​ Attack​ Rate)​ เพื่อเป็นฐานข้อมูล​ (Big​ Data)​ ในการทำนโยบายที่ถูกต้องจริงๆ
- และปัญหาอื่นๆ​ ที่จะมาอัพเดทเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่ทำการ​ Screen​ แบบวางแผนในการหา​ตัวเลข​&amp;quot;อัตราการติดเชื้อจริง​&amp;quot; ที่ทั่วโลกยอมรับ​วิธีการ และนำมาคำนวนสถิติได้จริงๆ​ ... ก็คล้ายๆ​ คิดกันเอง​ในวงแคบๆ​ ของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมปล่อยให้บุคลากรที่เสี่ยงทั่งชีวิตตนเอง​ และครอบครัว​ และผู้ป่วยที่มาตรวจใน​ รพ​ แขวนอยู่บนเส้นด้ายมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้อาจจะเริ่มรวมถึง​ สถานการณ์​ในโรงเรียน​ที่ดูแล้ว​ ไม่รู้จะซ้ำรอยกับบุคลากรทางการแพทย์​หรือไม่​ ที่ก็ยังไม่ได้รับการตรวจแบบจริงจังเท่าที่ควร​ รวมถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ​ คนขับรถโดยสารสาธารณะในเมืองใหญ่ๆ​​ บุคลากรในสายการบินทั้งใน​ และนอกประเทศ​ ผู้ขายอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราน่าจะตรวจ​ และมีหนังสือรับรองอะไรบ้างไหม​ ?!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มทำสักนิด​ ทำ​ รายงานผลเป็นทางการมากขึ้น​ ตัวเลขจริงกระโดดบ้าง​ ประขาชนเข้าใจเป็นส่วนใหญ่​ ถือว่าโอเค​กว่า​ ตัวเลขน้อย​ คนคาใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67094</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ครู -คนขับรถ-คนทำอาหาร&quot;, ตรวจหาโควิด-19, เปิดเทอม, แพทย์ไทยไอเดียสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece2879ebe70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
