<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลวิจัยชี้ ไวรัสโควิด-19 อยู่รอดบนผิววัตถุได้นานหลายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลการศึกษาชิ้นใหม่ของนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันในสหรัฐชี้ว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สามารถมีชีวิตอยู่ในฝอยละอองลอยในอากาศได้นานหลายชั่วโมง และอยู่ได้บนพื้นผิววัตถุบางอย่างได้นานหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในสถานีรถไฟใต้ดินของนิวยอร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานผลการศึกษาที่ช่วยย้ำแนวทางในการป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกชิ้นนี้ ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (NEJM) เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2563 โดยเป็นผลการวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิสและพรินซ์ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์ใช้อุปกรณ์ทำละอองเพื่อจำลองฝอยละอองขนาดเล็กจากร่างกายของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาผ่านการไอหรือจาม ละอองฝอยเหล่านี้จะลอยอยู่ในอากาศและจับอยู่บนพื้นผิววัตถุต่างๆ แล้วจากนั้นจึงทดสอบดูว่าไวรัสยังมีความสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีกนานเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 นี้สามารถอยู่รอดได้นอกร่างกายผู้ติดเชื้อในระดับใกล้เคียงกับไวรัสวงศ์เดียวกันที่ก่อโรคซาร์ส ซึ่งหมายความว่าต้องมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นเหตุผลที่ทำไมโรคระบาดใหม่นี้จึงแพร่กระจายได้กว้างกว่าโรคซาร์ส เช่นความสามารถในการแพร่เชื้อระหว่างผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิด-19 ทำให้มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 200,000 คนทั่วโลก เสียชีวิตเกิน 8,000 คน ส่วนซาร์สที่แพร่ระบาดเมื่อปี 2555-2556 มีผู้ติดเชื้อแค่ประมาณ 8,000 คน เสียชีวิตเกือบ 800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบครั้งนี้พบว่า เมื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ปะปนมากับฝอยละอองขนาดเล็กจากการไอหรือจาม ไวรัสในฝอยละอองขนาดเล็กนี้ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้หรือสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่หากละอองนี้ลงจับพื้นผิวที่เป็นพลาสติกและสเตนเลส ไวรัสก็ยังสามารถอยู่ได้นาน 2-3 วัน ส่วนบนพื้นผิวกระดาษแข็งสามารถอยู่ได้ 24 ชั่วโมง แต่บนพื้นผิวที่เป็นทองแดง ไวรัสนี้ยังอยู่ใด้นาน 4 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาชิ้นนี้เคยเผยแพร่ในเว็บไซต์ทางการแพทย์ก่อนการตีพิมพ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยยังไม่ได้รับการตรวจทานจากแวดวงนักวิทยาศาสตร์ รายงานชิ้นนั้นได้รับความสนใจอย่างมากแต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางคนวิจารณ์ว่ากล่าวถึงอันตรายจากไวรัสในละอองลอยมากเกินจริง รวมถึงการตั้งคำถามถึงความแม่นยำในการสร้างละอองลอยที่จำลองการไอหรือจามของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานชิ้นนี้ตอกย้ำคำแนะนำของบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขด้านการป้องกันการติดเชื้อ ที่แนะนำให้รักษาระยะห่างระหว่างคน, หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า, ให้ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และให้หมั่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝอยละออง, วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์, แพร่เชื้อ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e7238fa253ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่ &#039;คนสู่คน&#039; สหรัฐเตือน &#039;จับตา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนชี้ เป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในวงศ์เดียวกับซาร์สที่พบในเมืองอู่ฮั่นของจีน อาจสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ หลังจากพบผู้ติดเชื้อที่เป็นสามีภรรยาและสมาชิกครอบครัวเดียวกัน ด้านสหรัฐออกคำเตือนฉบับใหม่ &amp;quot;จับตา&amp;quot; การระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจีนเฝ้าด้านหน้าตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนานที่ถูกปิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีนที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 1 รายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2563 ระบุว่า ผู้ป่วย 41 คนที่ได้รับรายงานยืนยันนั้น พบว่า 1 คนเป็นผู้หญิงที่อาจติดเชื้อจากสามีของนาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทางการจีนยืนยันครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ว่ามีการระบาดของโรคไวรัสปอดอักเสบจากไวรัสไม่ระบุชนิดที่เมืองอู่ฮั่น ก็ได้ก่อความหวาดกลัวว่าโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) จะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ซาร์สเคยคร่าชีวิตผู้ป่วยในจีน 349 คน และในฮ่องกงอีก 299 คน ระหว่างปี 2545-2546 แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจีนยืนยันว่าโรคนี้ไม่ใช่ซาร์ส แต่เกิดจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับซาร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานยืนยันการแพร่เชื้อไวรัสจากคนสู่คน แต่คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นก็ไม่ตัดความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของจีนมีออกมาไล่หลังข่าวไทยพบนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนรายหนึ่งติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ และทางการอู่ฮั่นก็ยืนยันเช่นกันว่า หญิงคนนี้มาจากเมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ชายคนที่เชื่อว่าแพร่เชื้อสู่ภรรยานั้นทำงานที่ตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนาน ในเมืองอู่ฮั่น ที่ถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดและถูกปิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม แต่ภรรยาของเขาที่ล้มป่วยด้วยนั้นไม่มีประวัติเคยไปที่ตลาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฮ่องกงเมื่อวันพุธ ภายหลังเดินทางไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เมืองอู่ฮั่น ก็กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากคนสู่คน แม้ว่าจะยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชวง ชุกควาน จากศูนย์ป้องกันสาธารณสุขฮ่องกง กล่าวว่า ผู้ป่วยที่อู่ฮั่นมีกรณีที่เป็นครอบครัวเดียวกัน 2 เคส ได้แก่คู่สามี-ภรรยา และเคสของพ่อ ลูกชาย และหลานชาย ที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่เคสหลังนี้แพทย์ในจีนเชื่อกันว่า ชายทั้ง 3 คนน่าจะติดเชื้อจากไวรัสชนิดเดียวกันในตลาดขายอาหารทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า หญิงชาวจีนที่ไทยตรวจพบว่าติดเชื้อและขณะนี้มีอาการทรงตัว ก็ไม่มีรายงานว่าเคยไปที่ตลาดแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงมาเรีย ฟาน แกร์โฮฟ จากดับเบิลยูเอชโอ กล่าวไว้ว่า ไม่น่าประหลาดใจหากจะพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแบบจำกัด โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ติดต่อสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมีรายงานพบผู้ป่วยในไทย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) ได้ออกคำเตือน &amp;quot;จับตา&amp;quot; ระดับ 1 สำหรับผู้ที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น โดยแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังตามปกติและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์และคนป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกคำเตือนคนอเมริกันในจีนเกี่ยวกับการระบาดของโรคปอดบวมที่เมืองอู่ฮั่น โดยอ้างอิงถึงคำเตือนล่าสุดของซีดีซี แนะนำการปฏิบัติตัวของพลเมืองอเมริกันที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์, ตลาดค้าสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และขอให้ผู้ที่เคยเดินทางไปอู่ฮั่นแล้วรู้สึกไม่สบายควรรีบไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นกล่าวเมื่อวันพุธว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุในช่วงวัยกลางคนหรือวัยชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฮ่องกง โรงพยาบาลที่นั่นยกระดับเฝ้าระวังสู่ขั้น &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; และเพิ่มมาตรการเฝ้าตรวจ เช่นตั้งจุดวัดไข้นักเดินทางขาเข้า เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันอังคารด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลเพราะมีไข้หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจหลังเดินทางไปอู่ฮั่น เพิ่มเป็น 71 รายแล้ว โดยพบผู้ป่วยเพิ่ม 7 รายนับแต่วันศุกร์ แต่ 60 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว และไม่พบว่ารายใดติดเชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54643</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนสู่คน, จีน, สหรัฐเตือน, อู่ฮั่น, แพร่เชื้อ, โรคปอดอักเสบ, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f052a5bb66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
