<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระเตือนเชื้อโควิดแพร่เชื้อในอากาศและมีชีวิตอยู่นานถึง16ชั่วโมงแนะใส่หน้ากากเสมอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 2563 &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์อัพเดทข่าวสถานการณ์โควิด19ลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว Thira Woratanarat ระบุว่า
สถานการณ์ทั่วโลกล่าสุด 29 ตุลาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มสูงถึง 502,680 คน รวมแล้วตอนนี้ 44,697,006 คน ตายเพิ่มอีก 7,287 คน ยอดตายรวม 1,177,796 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้จะทะลุ 45 ล้าน...เพิ่มหนึ่งล้านคนในสองวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา ติดเพิ่ม 76,262 คน รวม 9,104,697 คน ตายเพิ่มเกือบพันคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย เกิน 8 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว ติดเพิ่ม 49,912 คน รวม 8,038,765 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 28,629 คน รวม 5,468,270 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 16,202 คน รวม 1,563,976 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5-10 ตอนนี้ ฝรั่งเศส สเปน อาร์เจนตินา โคลอมเบีย สหราชอาณาจักร และเม็กซิโก ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวันคาดว่าอีก 3 วัน สหราชอาณาจักรจะติดเชื้อเกินล้านคน และอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ 10 อันดับแรกของโลกจะเกินล้านกันทั้งหมด อิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ สวีเดน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ติดเพิ่มกันหลายร้อย ส่วนจีน และออสเตรเลีย ติดเพิ่มกันหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม และนิวซีแลนด์ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ติดเพิ่มอีก 1,406 คน ตายเพิ่มอีก 25 คน ตอนนี้ยอดรวม 49,072 คน ตายไป 1,172 คน อัตราตายตอนนี้ 2.4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดที่อเมริกามีการทำ workshop วิชาการแพทย์เพื่อสรุปหลักฐานวิชาการเกี่ยวกับการแพร่เชื้อทางอากาศของไวรัสโรค COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมเรารู้ว่ามีโอกาสติดเชื้อจากละอองฝอยน้ำลาย น้ำมูก เสมหะ จากการไอจามได้ ซึ่งพวกนี้เป็นละอองฝอยขนาดใหญ่ (droplet) มักจะกระจายไปไม่ไกลเกิน 2 เมตร
แต่ปัจจุบันมีหลักฐานวิชาการชัดเจนแล้วว่า ไวรัสสามารถแพร่กระจายไปในอากาศ (aerosol) และลอยอยู่ได้นานหลายชั่วโมง เคยมีการศึกษาแล้วพบว่าอยู่ได้นานถึง 16 ชั่วโมง แถมยังไปไกลกว่า 2 เมตรได้อีกมาก โอกาสการติดเชื้อนั้นมักมาจากการสูดอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปในร่างกาย โดยขึ้นอยู่กับปริมาณไวรัสที่อยู่ในอากาศ ปริมาณไวรัสที่ร่างกายเรารับเข้าไป รวมถึงระยะเวลาที่เราสัมผัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างๆ คนอื่น แล้ว ข้อมูลล่าสุดจึงตอกย้ำเราให้เห็นถึงความสำคัญของพฤติกรรมการทำงานวิถีใหม่ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง การใส่หน้ากากเสมอ แม้จะอยู่ในที่ทำงาน ยิ่งหากเป็นการทำงานในห้องที่อยู่ร่วมกันเป็นระบบปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง การปรับระบบงานในที่ทำงาน ให้บางคนสามารถทำที่บ้าน หรือทำงานทางไกล แทนที่จะมาแออัดในที่ทำงานกันทั้งหมดก็สลับกันมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม การประชุมทางไกล ช่วยลดความเสี่ยงในการประชุมร่วมกันหลายชั่วโมงไปได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ การติดตั้งพัดลมระบายอากาศ รวมถึงการทำความสะอาดสถานที่ทำงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และอาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ฆ่าเชื้อ เช่น การใช้แสง UV ซึ่งจะช่วยลดปริมาณไวรัสโรค COVID-19 ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสำคัญมากคือ ธุรกิจห้างร้าน สถานที่ทำงานต่างๆ ควรดำเนินการตามมาตรฐานควบคุมป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หมั่นตรวจตราบุคลากร หากใครมีอาการไม่สบาย ให้หยุดงาน และรีบไปตรวจ ส่วนที่ใดที่มีการรับคนต่างด้าว ก็ควรขึ้นทะเบียนและส่งไปตรวจคัดกรอง COVID-19 ก่อนรับเข้าทำงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, แพร่เชื้อในอากาศ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
