<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนโต้สื่อนอกวิจารณ์ปาร์ตี้สวนน้ำอู่ฮั่นสวนกระแสโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อทางการจีนตอบโต้เสียงวิจารณ์ของสื่อต่างชาติและโซเชียลมีเดียทั่วโลก ภายหลังปรากฏภาพเทศกาลดนตรีในสวนน้ำแห่งหนึ่งของเมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสวนทางกับกระแสล็อกดาวน์ทั่วโลกเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ที่มีต้นกำเนิดจากอู่ฮั่น โฆษกจีนชี้แสดงให้เห็นว่าอู่ฮั่นชนะโรคระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ cnn.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายและวิดีโอของเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกที่สวนน้ำอู่ฮั่นมายาบีชซึ่งถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในสัปดาห์นี้ สร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนในต่างแดน และเรียกเสียงวิจารณ์ในแง่ลบจากหลายพื้นที่ที่ผู้คนยังต้องรับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เริ่มพบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีนแห่งนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์นั้นว่าเป็นความไม่รับผิดชอบอย่างเหลือเชื่อ อีกรายกลาวว่าไม่มีทางที่เหตุการณ์นี้จะไม่ก่อให้เกิดการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์แนวชาตินิยม โกลบอลไทมส์ ของจีนตอบโต้เสียงวิจารณ์ของต่างชาติว่าเป็นอาการ &amp;quot;องุ่นเปรี้ยว&amp;quot; ส่วนไชน่าเดลีของทางการจีนกล่าวในบทความหน้าหนึ่งว่า ภาพที่สวนน้ำซึ่งชาวต่างชาติประหลาดใจนั้นสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตในอู่ฮั่นกลับสู่ปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาเห็นรายงานข่าวของเอเอฟพีแล้ว ที่บอกว่าผู้คนในยุโรปและอเมริกาช็อกมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าอู่ฮั่นประสบชัยชนะทางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนตกเป็นเป้าโจมตีจากทั่วโลกนับแต่โควิด-19 แพร่กระจายไปในประเทศต่างๆ จนถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้วทั่วโลกมากกว่า 22 ล้านคน และเสียชีวิตเกือบ 800,000 คน จีนปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่าจีนปกปิดการแพร่ระบาดในช่วงแรกและจัดการกับสถานการณ์ได้แย่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75089</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนโต้สื่อนอก, สวนน้ำอู่ฮั่น, แพร่ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e9ee0b9029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอต้านหนัก ดัตช์เลื่อนฆ่ามิงค์10,000ตัว หลังพบคนงานฟาร์มติดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้พิพากษาดัตช์สั่งเลื่อนแผนการของรัฐบาลที่จะฆ่ามิงค์ในฟาร์มเลี้ยงราว 10,000 ตัว ที่มีรายงานคนงานในฟาร์มติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากมิงค์ หลังกลุ่มสิทธิสัตว์ยื่นคัดค้านในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเนเธอร์แลนด์มีคำสั่งให้ฆ่ามิงค์ในฟาร์มเลี้ยงมิงค์ หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วมีรายงานคนงานในฟาร์มเลี้ยงมิงค์อย่างน้อย 2 คนในเมืองไอน์โฮเฟนภาคใต้ของประเทศ ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าคนงานจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากมิงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีอาวุโส 2 คนของดัตช์แถลงว่า คำสั่งฆ่ามิงค์ที่ฟาร์มเลี้ยงมิงค์ภาคใต้ของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคโควิด-19 มีกำหนดจะเริ่มฆ่ามิงค์ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอลิเซ ฟาน เดน บอสช์ โฆษกกระทรวงเกษตรดัตช์ เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทางการมีแผนจะฆ่ามิงค์ราว 10,000 ตัว โดยไม่รวมลูกมิงค์ที่เกิดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ แม่มิงค์ตัวหนึ่งคลอดลูกครั้งละราว 4-6 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและกระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์กล่าวในจดหมายที่ยื่นต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธ เตือนว่า ไวรัสโคโรนาสามารถกระจายตัวอยู่ในฟาร์มมิงค์เป็นเวลานาน ทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนและสัตว์ การฆ่ามิงค์เป็นมาตรการที่ยากลำบาก รัฐบาลจะให้เงินชดเชยกับเจ้าของฟาร์ม และกรรมาธิการสงเคราะห์สัตว์จะกำกับดูแลให้ใช้วิธีการฆ่าที่มีความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลเศรษฐกิจพิเศษของดัตช์ สั่งให้เลื่อนการฆ่ามิงค์ออกไปก่อน เนื่องจากจะมีการไต่สวนเรื่องนี้ในวันจันทร์ หลังกลุ่มสิทธิสัตว์ 2 กลุ่มยื่นคัดค้านเรื่องนี้ต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เออร์วิน เฟอร์มูเลน โฆษกกลุ่ม &amp;quot;สิทธิสัตว์&amp;quot; หนึ่งในกลุ่มที่ยื่นคัดค้านการฆ่ามิงค์กับศาลให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นโอเอสว่า ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลอยู่เสมอว่า ไวรัสโคโรนาในตัวมิงค์ไม่ได้เป็นอันตรายด้านสุขภาพต่อมนุษย์ การตัดสินของรัฐบาลที่ให้ฆ่ามิงค์ ดูเหมือนว่ารัฐบาลต้องการสร้างความนิยมต่อประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ามิงค์, เนเธอร์แลนด์, แพร่ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea593e04fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;5จี&#039;เกี่ยวอะไร ผู้ดีเตือนข่าวปลอม โยงเสาโทรคมนาคมแพร่ไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลัวไวรัสจนสมองฝ่อ รัฐบาลอังกฤษเตือน ทฤษฎีสมคบคิดโยงเสาส่งสัญญาณระบบ 5 จี แพร่กระจายไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นข่าวปลอมที่เป็นเท็จทั้งเพและเป็นอันตรายต่อสังคม ภายหลังมีเสาส่งสัญญาณหลายต้นโดนวางเพลิงในหลายเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีประจำคณะรัฐมนตรีของอังกฤษ กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับ &amp;quot;ทฤษฎี&amp;quot; ที่ว่าเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมระบบ 5 จี อาจมีส่วนต่อการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 ว่า &amp;quot;นั่นเป็นเรื่องเหลวไหว เป็นเรื่องเหลวไหลที่ยังอันตรายด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนว่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์หลายต้นถูกลอบทำลายและพนักงานโทรคมนาคมหลายคนถูกกลั่นแกล้งที่เมืองเบอร์มิงแฮม ภาคกลางของอังกฤษ และที่เมืองเมอร์ซีย์ไซด์ ทางเหนือของอังกฤษ ส่งผลเสียหายต่อการเชื่อมต่อสัญญาณในช่วงยามที่ประชาชนกำลังต้องพึ่งพาการติดต่อสื่อสารยิ่งกว่าช่วงเวลาไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท บีที ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ กล่าวว่า เสาส่งสัญญาณของบริษัทในเมืองเบอร์มิงแฮมต้นหนึ่งถูกวางเพลิงได้รับความเสียหายมากพอสมควร เสาต้นนี้ส่งสัญญาณระบบ 2 จี, 3 จี และ 4 จี สำหรับลูกค้านับหมื่นราย แต่ไม่สามารถส่งสัญญาณระบบ 5 จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเฟน พาวอิส ผู้อำนวยการด้านการแพทย์แห่งชาติของสำนักงานบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) กล่าวว่า ความคิดเกี่ยวกับทฤษฎี 5 จี เป็นข่าวปลอมที่ไม่มีข้อสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายต่อการตอบสนองฉุกเฉินต่อโรคระบาดครั้งนี้ เรื่องราว 5 จีนี้เป็นเรื่องไร้สาระและเหลวไหลอย่างสิ้นเชิง เป็นข่าวปลอมชนิดที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มล็อบบี้ของผู้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสหราชอาณาจักร อาทิ EE, O2, Vodafone และ Three กล่าวว่า พวกเขาตระหนักเกี่ยวกับข่าวลือผิดๆ ที่โยงระบบ 5จี กับการระบาด และรู้ว่ามีพนักงานโทรคมนาคมถูกข่มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท Vodafone ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับสองของโลก กล่าวว่า การโจมตีพวกนี้กำลังเป็นประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิค เจฟฟรี ผู้บริหารของ Vodafone ประจำอังกฤษ กล่าวว่า เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ใครบางคนต้องการสร้างความเสียหายต่อเครือข่ายเชื่อมต่อสื่อสารที่จำเป็นต่อหน่วยงานฉุกเฉิน, เอ็นเอชเอส และคนอื่นๆ ในประเทศ ระหว่างช่วงเวลาล็อกดาวน์ที่ยากลำบากนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, สัญญาณ 5 จี, อังกฤษ, แพร่ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e898db6eedc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบลเยียมฟันโทษจำคุก 2 ปี ถุยน้ำลายใส่ตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;น้ำลายกลายเป็นอาวุธยุคไวรัสระบาด ทางการเบลเยียมตั้งบทลงโทษผู้ที่ถ่มน้ำลายใส่เจ้าพนักงานบังคับใช้กฎหมาย สูงสุดถึงขั้นจำคุก 2 ปี ระบุถือเป็น &amp;quot;การโจมตีด้วยสารอันตราย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเบลเยียมเรียกหยุดตรวจคนใช้รถบนถนนแฟรงคลิน รูสเวลต์ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันอังคาร โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เบลเยียมหลายรายว่า บทลงโทษนี้ ซึ่งถูกนำมาบังคับใช้เรียบร้อยแล้วที่เมืองแอนต์เวิร์ปในสัปดาห์ที่ผ่านมา จะใช้ลงโทษบุคคลใดก็ตามที่ตั้งใจถุยน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ความผิดเรื่องการถ่มน้ำลายถูกระบุไว้ในรายการใหม่เรื่องพฤติกรรมที่ถือเป็นการละเมิดกฎข้อบังคับที่ทางการเบลเบียมส่งไปยังสำนักงานอัยการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสเตียน เดอ วัลเคเนียร์ หัวหน้าสำนักงานอัยการเมืองลีแอช กล่าวว่า การจงใจถุยน้ำลายหรือไอใส่บุคคลอื่นโดยตรง แล้วบอกว่าคุณกำลังติดเชื้อไวรัสอยู่ด้วยนั้น อาจจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี หมวดหมู่ที่ว่านี้รวมถึงการขัดคำสั่งตำรวจ และการขู่โจมตีโดยใช้สารอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเบลเยียมได้รับคำแนะนำให้พิจารณาตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นระบบสำหรับการกระทำความผิดลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตอฟ อาร์ตส์ โฆษกสำนักงานอัยการแอนต์เวิร์ป กล่าวว่า เกิดเหตุการณ์ถุยน้ำลายใส่ตำรวจแล้วหลายกรณี พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เจ้าหน้าที่ได้รับบันทึกเป็นประจำ แต่ในช่วงเวลาที่ไวรัสโคโรนาระบาดนี้ การดำเนินการอย่างทันทีทันใดถือเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้เล่าว่า เมื่อวันจันทร์ มีหนุ่มวัย 19 ปีโดนคุมขังนาน 1 วัน หลังจากขัดขืนการจับกุมของตำรวจที่สวนสาธารณะในเมืองแอนต์เวิร์ป ฐานละเมิดกฎข้อบังคับใหม่ที่ห้ามการรวมตัวกันในที่สาธารณะ ทันทีที่โดนจับใส่กุญแจมือ เขาก็ถุยน้ำลายไปทางเจ้าหน้าที่หลายนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจเผชิญกับเหตุการณ์คล้ายกันแบบนี้ 6 ครั้งในเมืองนี้ ระหว่างการตรวจตราบนท้องถนน, สวนสาธารณะ หรือเรียกพาหนะหยุดตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลถึงวันจันทร์ เบลเยียมมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วถึง 11,899 ราย เสียชีวิต 513 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61587</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก 2 ปี, ถ่มน้ำลาย, เบลเยียม, แพร่ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82f89f1b683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กาบอง&#039;ห้ามนักท่องเที่ยวชมกอริลลา หวั่นแพร่ไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักงานอุทยานแห่งชาติกาบองประกาศเมื่อวันจันทร์ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าชมกอริลลาในป่า เนื่องจากกลัวว่ากอริลลาจะติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กอริลลาในอุทยานแห่งชาติอีวินโดของกาบอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาบองประเทศในดินแดนแอฟริกากลาง แม้มีการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกาบองเพียงรายเดียว แต่ยังมีความกลัวที่หลงเหลืออยู่จากการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาครั้งใหญ่เมื่อปี 2538 ที่คร่าชีวิตกอริลลาไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในป่าภาคเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสเตียน เชอมัมเบลา แห่งสำนักอุทยานแห่งชาติกาบอง แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมว่า เราตัดสินใจปิดกิจกรรมท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกอริลลาในอุทยานแห่งชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นของการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 จากมนุษย์ไปสู่สัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชอมัมเบลาเผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ไวรัสนี้ที่แพร่เชื้อจากการหายใจที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ แพร่เชื้อได้ง่ายมากไปสู่ &amp;quot;ลิงใหญ่&amp;quot; เนื่องจากกอริลลาและชิมแปนซีเป็นลิง 2 สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับมนุษย์มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกาบองออกมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยสั่งปิดโรงเรียน, บาร์และไนท์คลับทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังทางการยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกในประเทศ เป็นชายวัย 27 ปี ที่เดินทางกลับจากฝรั่งเศสเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาบองมีป่าเกือบ 80% ของพื้นที่ประเทศ และจัดตั้งโครงการถิ่นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอุทยานแห่งชาติหลายแห่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยนำรายได้มาใช้ปกป้องสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชอมัมเบลาบอกว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ การที่มนุษย์ไปสัมผัสกอริลลาถือว่าเป็นภัยคุกคาม ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานจะต้องกักตัว 14 วัน ก่อนเข้าไปทำงานในพื้นที่ใกล้กับกอริลลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60100</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาบอง, การิลลา, แพร่ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70ec399d7de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
