<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลอด4มาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ จ้างงาน7แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะถก &amp;quot;ศบศ.&amp;quot; นัดแรก หวังต่อลมหายใจ 3-6 เดือน คลอด 4 มาตรการ &amp;quot;เพิ่มแพ็กเกจท่องเที่ยว-จ้างงาน 7 แสนตำแหน่ง-กระตุ้นใช้จ่าย-ช่วย SME&amp;quot; หอการค้าฯ ห่วง 6เดือนไม่ฟื้นตกงานอีก 2 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. นัดแรก? โดย? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มีหลายงานที่ต้องเร่งรัดในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้ฟื้นคืนจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งไตรมาส 1, 2 และ 3 ต้องทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ อย่างน้อยในช่วง 3-6 เดือนจะทำให้ดี เพื่อต่อลมหายใจ และหาช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแผนฟื้นฟูของรัฐให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน กล่าวก่อนการประชุม ศบศ.ว่า ประเด็นหารือจะเป็นมาตรการในภาพรวม แต่ที่น่าสนใจคือเรื่องการจ้างงาน โดยเฉพาะกับแรงงานที่เพิ่งจะสำเร็จการศึกษา หรือเด็กจบใหม่ อย่างไรก็ตาม การมี ศบศ.แล้วอาจไม่จำเป็นที่จะต้องมีการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เนื่องจากองค์ประกอบของที่ประชุมนี้ครอบคลุมทุกภาคส่วนแล้ว ซึ่งต้องรอให้นายกฯ ยืนยันอีกครั้งว่าจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังการประชุม นายสุพัฒนพงษ์เปิดเผยว่า ศบศ. ได้แบ่งแนวทางการดูแลและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือระดับประเทศ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 3 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยจะพิจารณามาตรการเชิงรับที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเร่งด่วน ซึ่งจะมีการรวบรวมมาตรการจากฝ่ายต่างๆ เข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาว และคณะอนุกรรมการรับฟังข้อคิดเห็น ทั้งหมดนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ที่มีนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นประธาน โดยมีปลัดทุกกระทรวง รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเข้ามาติดตามประเมินผลทุกนโยบายที่ขับเคลื่อนหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สองคือ ระดับจังหวัด ให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่ทำงานประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และจะดำเนินการภายใต้งบประมาณ 3 ล้านล้านบาท ที่กำลังรอการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ศบศ.อนุมัติ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.มาตรการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว จะมีการขยายสิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยขยายสิทธิ์จากคนละ 5 คืน เป็น 10 คืน และขยายการสนับสนุนค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินจาก 1,000 บาทต่อคน เป็น 2,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโครงการเราเที่ยวด้วยกันมีการใช้สิทธิ์แค่ 550,000 คืน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 5,000,000 คืน จึงต้องมีการปรับปรุงและขยายสิทธิ์เพิ่มเติม 2.มาตรการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่กระทรวงการคลังดำเนินการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน ให้ รมว.แรงงานเร่งทำมาตรการเสนอ โดยจัดทำเป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลขนาดใหญ่ แต่จากการรวบรวมเบื้องต้นพบว่ามีตำแหน่งที่สามารถจ้างงานได้อีก 600,000-700,000 ตำแหน่ง รองรับจากปัจจุบันที่มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 750,000 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการรวบรวมและจัดแสดงข้อมูลการจัดงานจ๊อบแฟร์ในสถานที่ต่างๆ จากบริษัทจัดหางานและจัดหาบุคลากรเพื่อเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ และ 4.มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย โดยเน้นกลุ่มคนตัวเล็ก หรือพ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย และมาตรการเปิดรับผู้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดให้มีการจัดทำรายละเอียดและเสนอ ศบศ.ในอีก 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบันมีความน่ากังวลอย่างชัดเจน โดยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2563 ติดลบ 12.2% ตัวเลขการว่างงานจึงเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากช่วงก่อนการล็อกดาวน์ จากอัตราการว่างงานเพียง 1% หรือประมาณ 4 แสนคน พุ่งสูงขึ้นเป็น 8 แสนคน หรือ 1.95% ทั้งนี้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือนจนถึงสิ้นปี ธุรกิจเอสเอ็มอีอาจมีการปลดคนงานสูงถึง 2 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องจับตาดูว่า ศบศ.จะจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยขนาดไหน หากมาตรการเศรษฐกิจที่ออกมามีผลสำเร็จ อัตราการว่างงานในช่วงปลายปีไม่ควรถึง 1.5 ล้านคน แต่หากปลายปีเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ก็มีโอกาสที่จะเห็นตัวเลขการว่างงานสูงถึง 2 ล้านคนได้&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74976</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME, กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระตุ้นใช้จ่าย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพ็กเกจท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d39b6397af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
