<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CRCเข้าซื้อหุ้น&#039;แฟมิลี่มาร์ท&#039;เต็ม100%ประกาศลุยโมเดลใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 63 - นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท Japan FamilyMart Co., Ltd. (JFM) มาตั้งแต่ปี 2555 โดยถือหุ้นในนามบริษัท เอสเอฟเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (SFMH) ในสัดส่วน 50.65% และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) (RBS) ในสัดส่วน 0.35% และในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มในนามของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) ในสัดส่วน 49% จำนวน 5,757,500 หุ้น ทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นเต็ม 100% ในบริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด (CFM)

สำหรับในช่วงเวลากว่า 8 ปีของการบริหารธุรกิจร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาโมเดล และขยายกิจการแฟมิลี่มาร์ทให้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความสะดวกสบายในรูปแบบของสินค้าและบริการที่ครบครันและมีเอกลักษณ์ พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกพื้นที่ และตอกย้ำการเป็น Lifestyle &amp;amp; Food Destination โดยเพิ่มเมนูอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่ม และกาแฟสด Arigato รวมถึงพื้นที่ Open Space สำหรับพบปะสังสรรค์หรือทำงานร่วมกัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

ขณะเดียวกันต้นปีที่ผ่านมายังได้เปิดตัวบริการสะดวกซัก 24 ชั่วโมงด้วยเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ และล่าสุดกับการเปิดตัว 2 โมเดลใหม่ ได้แก่ แฟมิลี่มาร์ทคอนเทนเนอร์ (Food Drink Container Mart) ที่มีดีไซน์ทันสมัย สีสันสะดุดตา และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ กดสะดวกทุกเวลา (Vending Machine) เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย และตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรแกร็บ ประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าที่แฟมิลี่มาร์ทให้ส่งตรงถึงบ้าน ผ่านแอปพลิเคชั่นแกร์บมาร์ท พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายจากบัตร The 1 ได้อีกด้วย

&amp;ldquo;การเข้าถือหุ้นแฟมิลี่มาร์ทเต็ม 100% ในครั้งนี้ เป็นการสอดคล้องกับกลยุทธ์ของเซ็นทรัล รีเทล ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเซ็นทรัลรีและเซอร์วิสแพลตฟอร์ม เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก โดยปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีสาขาทั้งสิ้นประมาณ 1,000 สาขา และยังคงมีแผนที่จะขยายสาขาของร้านสะดวกซื้ออย่างต่อเนื่อง ตามยุทธศาสตร์ 5 พร้อมของเซ็นทรัล รีเทล ที่มุ่งมั่นขยายการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคตของธุรกิจ และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายญนน์ กล่าวปิดท้าย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเซ็นทรัล, ซื้อกิจการ, บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC), แฟมิลี่มาร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece5d310166c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท ให้พนักงานมีปัญหาสุขภาพหยุดรับเงินเดือนเต็ม ส่วนกลุ่มที่แข็งแรงจะได้โด๊ปวิตามินซีเสริมภูมิต้านทาน พร้อมมอบประกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 2563 ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท และมัทสึโมโตะคิโยชิ ออกมาตรการดูแลพนักงานกลุ่มเสี่ยงพิเศษ ในการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากขณะนี้ นอกเหนือจากมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงสุดในการบริการลูกค้า อีกหนึ่งนโยบายหลักสำคัญ บริษัทฯ มีความห่วงใยสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ จึงได้มีนโยบายและมาตรการปกป้องความปลอดภัยของพนักงานทุกภาคส่วนเพิ่มเติม ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พนักงานกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ พนักงานตั้งครรภ์, พนักงานพิการ และพนักงานผู้มีบุตรอายุไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งทำงานในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ให้ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from home) ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม &amp;ndash; 12 เมษายน 2563 โดยได้รับค่าจ้าง 100 % พร้อมสวัสดิการทุกอย่างของบริษัทฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พนักงานที่มีโรคปอดอักเสบ หรือ โรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง สามารถยื่นเอกสารทางการแพทย์เพื่อขออนุญาตทำงานที่บ้าน &amp;nbsp;โดยได้รับค่าจ้าง 100 % พร้อมสวัสดิการทุกอย่างของบริษัทฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำหรับพนักงานในส่วนบริการหน้าร้านทุกคน จะได้รับวิตามินซี เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานช่วยให้ร่างกายแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. บริษัทฯ มอบประกัน Covid-19 ให้กับพนักงานทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในประเทศไทย บริษัทฯ ห่วงใยใส่ใจในสุขภาพของพนักงานมาโดยตลอด ได้จัดหาหน้ากากอนามัย พร้อมเจลแอลกอฮอล์ให้กับพนักงานทุกคน เพราะสุขภาพพนักงานของเราเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่บริษัทฯ คำนึงถึง เรามุ่งมั่นหาวิธีที่จะทำให้พนักงานของเราทุกคนปลอดภัยมีสุขภาพที่ดี ควบคู่ไปกับการให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60755</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ดูแลพนักงาน, ท็อปส์, มัทสึโมโตะคิโยชิ, แฟมิลี่มาร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79ba3498887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา&#039;เซ็นทรัล&#039;ลุยสมรภูมิสะดวกซัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.พ. 63 -นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ผู้บริหารท็อปส์เดลี่และแฟมิลี่มาร์ท เปิดเผยว่า ในยุคนี้ร้านสะดวกซื้อต้องมีการชูจุดแข็ง โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย เพื่อทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงสร้างบรรยากาศและบริการภายในร้านก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มองว่าจะถึงดูดลูกค้าได้เช่นกัน ทำให้นับจากนี้ ท็อปส์ เดลี่ และแฟมิลี่มาร์ท จะเป็นมากกว่าร้านสะดวกซื้อ แต่ต้องเป็นสถานที่ให้ลูกค้าสามารถมาใช้บริการได้หลากหลายในเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดการประเดิมด้วยเปิดตัวบริการสะดวกซักหรือเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ซึ่งจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ด้านบริการ ที่จะมารองรับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่ชอบซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่ต้องลงทุนมาก นับว่าปลดล็อคข้อจำกัดเรื่องพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่คอนโด อพาร์ทเมนท์ ประกอบกับการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เลือกเวลาใช้บริการได้ตามสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจับมือกับ 3 พาร์ทเนอร์ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านธุรกิจสะดวกซัก 24 ชั่วโมง ได้แก่ คลีนโปรเอ็กซเพรส, เดอะ เอ็ม โซล ลอนโดรเมท และอ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย ซึ่งมีจุดเด่นที่เครื่องซักผ้ามีความทันสมัย ใช้งานง่าย ประหยัดเงิน สะดวกรวดเร็ว ซักสะอาด อุปกรณ์ได้รับการฆ่าเชื้อและมีพนักงานทำความสะอาดทุกวัน มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด มีพื้นที่นั่งรอ และฟรีไวไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันระหว่างการรอลูกค้าสามารถใช้เวลากับการช้อปปิ้งสินค้า ดื่มกาแฟในร้าน แฟมิลี่มาร์ท และท็อปส์เดลี่ โดยปัจจุบันนำร่องเปิดให้บริการที่แฟมิลี่มาร์ท 4 สาขา ในกรุงเทพและพัทยา ได้แก่ สาขาประชาราษฎร์บำเพ็ญ 11, รามอินทรา ซอย 34, พัทยาสราญชล ซอย 2, นาจอมเทียน ซอย 2 สำหรับค่าบริการซัก และอบ เริ่มต้นที่ 40 บาท และในอนาคต ท็อปส์ เดลี่ และแฟมิลี่มาร์ท มีแผนขยายบริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ซัก-อบ จบที่เดียว ตลอด 24 ชม.เพิ่มอีกกว่า 20 สาขา ทั้งที่กรุงเทพฯ พัทยา สมุย ขอนแก่น เพื่อรองรับความต้องการและการขยายตัวของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภาพรวมของธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญยังมีความคึกคัก และคาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้จุดแข็งในด้านทำเลของร้านค้าปลีกอย่างแฟมิลี่มาร์ทและท็อปส์เดลี่ ทำให้ธุรกิจสะดวกซักสามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วในทำเลที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ร้านค้าปลีกก็จะได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ลูกค้าเองก็สามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่วินวินทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท็อปส์เดลี่, เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป, แฟมิลี่มาร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d1fef48589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามขายเบียร์สด ในร้านสะดวกซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจาออกประกาศสำนักนายกฯ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้เครื่องจ่ายในร้านสะดวกซื้อทุกประเภท ปิดประตูมอมเมาเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2561 เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง กำหนดวิธีการหรือลักษณะห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการใช้เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่หรือบริเวณร้านค้าสะดวกซื้อ พ.ศ.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในร้านค้าสะดวกซื้อ อันเป็นการจูงใจให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ทำให้เด็ก เยาวชนและประชาชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย ก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุ และอาชญากรรมโดยรวมของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การกำหนดวิธีการหรือลักษณะห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (8) และมาตรา 30 (6) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 ในประกาศฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;rdquo; หมายความว่า อุปกรณ์ หรือหัวจ่าย หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ระบบหรือกลไกจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สามารถบริโภคได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร้านค้าสะดวกซื้อ&amp;rdquo; หมายความว่า ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าหรือบริการโดยตรง เพื่อความสะดวกและสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีลักษณะของสถานประกอบการขายสุราของผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุรา ประเภทที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการใช้เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณ ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(1) ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโดยบุคคลธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(2) ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโดยนิติบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(3) ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโดยได้รับความยินยอมให้ใช้สิทธิในการประกอบกิจการจากผู้ให้สิทธิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2561 ลงนามโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ร้านสะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ท และร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้นำเบียร์สดเข้ามาจำหน่าย โดยระบุว่าเป็นการทดลองตลาด แต่หลังจากกระแสคัดค้านในสังคมออนไลน์เข้มข้นขึ้นทุกขณะ นอกจากนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติว่า การขายเบียร์สดผ่านเครื่องกด เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้านสะดวกซื้อทั้งสองค่ายจึงประกาศยกเลิกการจำหน่ายเบียร์สดดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้านสะดวกซื้อ, ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แฟมิลี่มาร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd864abbd89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
