<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แมคลาเรน 765LT สไปเดอร์ ยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ทรงพลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ้นสุดการรอคอย &amp;ldquo;แมคลาเรน 765LT สไปเดอร์&amp;rdquo; จำนวนจำกัดพร้อมให้สั่งจองได้แล้ววันนี้ คอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟและน่าสะสม เพราะผลิตตามคำสั่งของลูกค้าซื้อเพียง 765 คันทั่วโลก พร้อมหมายเลขเฉพาะคันเหมือนกับรุ่นคูเป้ที่จำหน่ายหมดไปแล้วก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยานยนต์เปิดประทุนล่าสุดในซีรีส์ LT เผยมิติใหม่ของประสบการณ์การขับขี่แบบ &amp;ldquo;ลองเทล&amp;rdquo; เพื่อความพิเศษให้การขับขี่ด้วยหลังคาแข็งแบบพับได้ (RHT) ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียว ควบคุมด้วยไฟฟ้า สามารถเลื่อนขึ้น-ลงได้ในเวลาเพียง 11 วินาที ณ ความเร็วสูงสุด 50 กม./ชม. (31 ไมล์/ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับเสียงจากระบบท่อไอเสียไทเทเนียมได้อย่างเต็มที่จากกระจกไฟฟ้าด้านหลังที่ช่วยนำเสียง &amp;ldquo;ซาวนด์แทร็กของลองเทล&amp;rdquo; เข้ามาสู่ห้องโดยสาร แม้ไม่ต้องเปิดหลังคา กำลังเครื่องยนต์ 765PS และ 800Nm จากเครื่องยนต์แมคลาเรน V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ให้อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ใน 2.7 วินาที 0-100 กม./ชม. (62 ไมล์/ชม.) ใน 2.8 วินาที และ 0-200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชม.) ใน 7.2 วินาที อัตราเร่งของ &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา &amp;ndash; อัตราเร่งในขณะเข้าเกียร์เร็วกว่ารุ่น 720S ถึง 15% และมีการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่ตอบโจทย์กว่าเดิมน้ำหนักเบาขึ้นอีก &amp;ndash; น้ำหนักรถรวมเชื้อเพลิง (DIN) อยู่ที่ 1,388 กก. เบากว่า 720S สไปเดอร์ ถึง 80 กก. และหนักกว่าคูเป้ 765LT เพียง 49 กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักยอดเยี่ยมสำหรับรถเปิดประทุน โดยอยู่ที่ 598PS/ตัน เมื่อวัดจากน้ำหนักรถเปล่า ตัวถังทำจากวัสดุน้ำหนักเบาประสิทธิภาพสูงตลอดคัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์ขั้นสูงสำหรับชิ้นส่วนต่าง ๆ &amp;nbsp;ชิ้นส่วนพิเศษที่ช่วยทำให้รถมีน้ำหนักเบา ได้แก่ ระบบท่อไอเสียไทเทเนียม (เบาขึ้น 40% เมื่อเทียบกับท่อเหล็ก) ชิ้นส่วนเกียร์เกรด Formula 1 และกระจกที่บางกว่าเดิมองค์ประกอบแอโรไดนามิกคาร์บอนไฟเบอร์แบบเดียวกับรุ่นคูเป้ - ลิ้นแต่งหน้ารถ พื้นรถด้านหน้า สเกิร์ตข้าง กันชนหน้าและหลัง และดิฟฟิวเซอร์ด้านหลัง - เพิ่มปีกหลังที่ออกแบบมาให้ปรับตามตำแหน่งขึ้น/ลงของหลังคาแรงดาวน์ฟอร์ซสูงสุดในรถประเภทเดียวกัน - สูงกว่ารุ่น 720S สไปเดอร์ ถึง 25% แชสซีที่มีไดนามิกมากขึ้นด้วยสปริงและแดมเปอร์ที่ออกแบบมาสำหรับ LT โดยเฉพาะ หน้ารถกว้างขึ้น ความสูงของช่วงหน้ารถจากพื้นลดลง และมีซอฟต์แวร์พิเศษ Proactive Chassis Control II สำหรับช่วงล่างไฮดรอลิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้ออัลลอยแบบกดอัด (ล้อฟอร์จ) 10 ก้าน ขนาดมาตรฐาน น้ำหนักเบาพิเศษ และยาง P Zero&amp;trade; Trofeo R ผลิตโดย Pirelli พันธมิตรทางเทคนิคของแมคลาเรน การตกแต่งห้องโดยสารแบบมอเตอร์สปอร์ต เบาะนั่งคาร์บอนไฟเบอร์แบบรถแข่ง อุโมงค์กลางคาร์บอนไฟเบอร์ พื้นห้องโดยสารคาร์บอนไฟเบอร์แบบเปลือย และหนังเทียม Alcantara&amp;reg; น้ำหนักเบาทั่วทั้งคัน ระบบเครื่องปรับอากาศและเครื่องเสียงจะไม่รวมอยู่ในตัวรถเพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบา แต่สามารถสั่งทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ชุดตกแต่งพิเศษ MSO Clubsport Pack และชุด MSO LT Black Pack พร้อมตัวเลือก MSO มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมคลาเรน ออโตโมทีฟ ผู้ผลิตยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ซึ่งเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกนับทศวรรษถึงความพิเศษ หรูหรา และสมรรถนะชั้นเลิศ ได้เปิดตัวยนตกรรมรุ่นสำคัญอีกรุ่นหนึ่งในวันนี้ นั่นคือ แมคลาเรน 765LT สไปเดอร์(McLaren 765LT Spider) ต่อยอดจาก &amp;ldquo;765LT ลองเทล คูเป้&amp;rdquo; ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนและจำหน่ายหมดทุกคัน &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; เป็นซุปเปอร์คาร์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่แมคลาเรนเคยรังสรรค์มา เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับรถมากที่สุด &amp;ldquo;แมคลาเรน 765LT สไปเดอร์&amp;rdquo; ได้ผนวกเอา การออกแบบทางวิศวกรรมและคุณลักษณะหลักอื่น ๆ ของแมคลาเรน ลองเทลเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักที่เบา ไดนามิกแบบ การขับในสนาม และแอโรไดนามิกที่ดีที่สุด ทำให้นอกจาก &amp;ldquo;แมคลาเรน 765LT สไปเดอร์&amp;rdquo; จะมีความเป็นเลิศในแบบของรถคูเป้แล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความพิเศษของ LT ได้ด้วย และจะมีการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเพียง 765 คันทั่วโลกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยพลวัตและแอโรไดนามิกแบบรถคูเป้และโครงสร้างหลักที่สมบูรณ์แบบ &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเพียง 49 กิโลกรัม ส่วนใหญ่มาจากหลังคาแบบแข็งและกลไกการเปิดประทุน รวมแล้ว &amp;ldquo;765LT สไปเดอร์&amp;rdquo; มีน้ำหนักเพียง 1,388 กิโลกรัม (น้ำหนักรวมเชื้อเพลิง) ซึ่งเบากว่ารุ่น 720S สไปเดอร์ ถึง 80 กิโลกรัม และเบากว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดประมาณ 100 กิโลกรัม หลังคาแข็งแบบพับได้ (RHT) ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียวและควบคุมด้วยไฟฟ้า สามารถเปิดประทุนได้ในเวลาเพียง 11 วินาที ณ ความเร็วรถสูงสุด 50 กม./ชม. ซึ่งจะช่วยนำเสียงอันน่าทึ่งของระบบไอเสียไททาเนียมแบบ Quad-Exit เข้ามาในห้องโดยสาร เปิดมิติใหม่ให้กับการขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ฟลูวิตต์ &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแมคลาเรน ออโตโมทีฟ เปิดเผยว่า สิ่งที่เราเห็นได้ชัดในขณะที่กำลังเดินหน้าพัฒนาแบรนด์ย่อยของ LT ด้วยการเปิดตัว &amp;ldquo;765LT สไปเดอร์&amp;rdquo; รุ่นใหม่ ก็คือลูกค้าของเราชื่นชอบข้อเสนอแบบซูเปอร์คาร์ของลองเทลที่มอบความตื่นเต้นเร้าใจ สมรรถนะเหนือชั้น และจำนวนผลิตที่ไม่มาก หลังจากที่เราปิดการขาย 765LT คูเป้ ไปได้ทั้งหมด 765 คัน ก็ไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเราประกาศเปิดตัว &amp;ldquo;LT สไปเดอร์&amp;rdquo; ใหม่ ยอดสั่งจองก็หลั่งไหลเข้ามาจนกำลังการผลิตสำหรับปี 2564 นั้นเต็มแล้ว ประสิทธิภาพอันเหลือล้นและไดนามิกของ &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; รุ่นใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วใน 765LT คูเป้ นั้น ได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีก 3 ประการ ได้แก่ ความเสถียรของโครงสร้างตัวถัง MonoCage II-S การออกแบบที่พลิกโฉมวงการของหลังคาแข็งพับได้แบบชิ้นเดียว และความทุ่มเทที่ไม่ลดละของวิศวกรแมคลาเรนในการบรรลุปรัชญาของบริษัทว่าด้วยวิศวกรรมน้ำหนักเบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวถังของคาร์บอนไฟเบอร์ MonoCage II-S ของ &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับตัวถัง Monocoque ของคูเป้ และมีองค์ประกอบพื้นฐานส่วนใหญ่คล้ายกัน เช่น กรอบกระจกหน้ารถที่ไม่ต้องการโครงสร้างค้ำยันเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการช่วยลดน้ำหนักตัวรถ และที่ส่วนท้ายของรถ โครงสร้างซัพพอร์ตจากคาร์บอนไฟเบอร์ก็ถูกผสานเข้ากับแชสซีเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันการพลิกคว่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังคาเปิดประทุนคือส่วนที่สำคัญของโครงสร้างรถ ประกอบด้วยกรอบคาร์บอนไฟเบอร์ที่อยู่ภายในแผงหลังคาแข็งแบบพับได้ ซึ่งเมื่อปิดหลังคาก็จะทำให้เกิดแผงคาร์บอนไฟเบอร์แบบเต็ม นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร เนื่องจากหลังคาเป็นแผงแบบชิ้นเดียวไม่มีโครงตรงกลาง ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น และแผงหลังคาเองก็มีความยาวเพิ่มขึ้นช่วยให้ยอดเสา A ยืดไปข้างหน้าได้มากขึ้น ทำให้รู้สึกกว้าง และเข้า-ออกรถได้คล่องตัว เช่นเดียวกับ LT ทุกรุ่น &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; ใหม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นเลิศในสนามแข่ง แต่คุณสมบัติด้านความอลังการและสุนทรี ก็ทำให้ยนตรกรรมเปิดประทุนคันนี้เป็นรถที่น่าดื่มด่ำและดึงดูดยิ่งกว่าเดิมสำหรับการขับขี่บนท้องถนน แพ็คเกจแอโรไดนามิกขั้นสูงยังคงคล้ายกับในรุ่นคูเป้ แต่ในรุ่น &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; ปีกหลังจะถูกออกแบบมาให้ปรับเปลี่ยนตามหลังคาที่เปิดและปิด และมีการปรับเทียบแดมเปอร์ใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักของรถที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกของ &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; นั้นเทียบได้กับคูเป้ในทุก ๆ ด้าน และยังมีดาวน์ฟอร์ซที่สูงมาก สูงกว่ารุ่น 720S Spider ถึง 25%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขุมพลังแห่งสมรรถนะที่ดุดันของ &amp;ldquo;สไปเดอร์&amp;rdquo; คือเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตรให้กำลัง 765 แรงม้า ทำให้ &amp;ldquo;765LT สไปเดอร์&amp;rdquo; มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ดีที่สุดในยนตรกรรมระดับเดียวกันที่ 598แรงม้า/ตัน วัดจากน้ำหนักไม่บรรทุก และแรงบิด 800Nm อัตราทดเกียร์ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ขับขี่สนุกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อัตราเร่งขณะเข้าเกียร์เร็วกว่า 720S Spider ถึง 15% ช่วยให้ลองเทลรุ่นใหม่นี้ทำรอบได้เร็วที่สุดในรุ่น LT แบบเปิดประทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเร็วมาตรฐานสำหรับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คือ 2.8 วินาที (0-60 ไมล์/ชม. คือ 2.7 วินาที) และ 0-200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชั่วโมง) ใช้เวลา 7.2 วินาที นอกจากนี้ &amp;ldquo;LT สไปเดอร์&amp;rdquo; ใหม่ยังใช้เวลาเพียง 10.0 วินาทีในการวิ่งเป็นระยะทาง 400 ม. (&amp;frac14; ไมล์) โดยเริ่มจับเวลาตั้งแต่รถจอดนิ่ง และความเร็วสูงสุดของรถคือ 330 กม./ชม. (205 ไมล์/ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถเปิดประทุนรุ่นใหม่ที่สุด ขับสนุกที่สุด และทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาจากแมคลาเรนในซีรีส์ &amp;ldquo;ลองเทล&amp;rdquo; ของแบรนด์ พร้อมให้สั่งจองแล้ววันนี้ ณ ตัวแทนของแมคลาเรน ราคาเริ่มต้นที่ 310, 500 ปอนด์* และมีจำหน่ายเพียง 765 คันทั่วโลก ทั้งนี้ได้ปิดรอบการผลิตสำหรับปี 2564 แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113774</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, แมคลาเรน 765LT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d08dc04c9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
