<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นพบแมลงชีปะขาวชนิดใหม่ของโลกที่น้ำตกสะปันน่าน  ชี้เสี่ยงสูญพันธุ์   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 13 พ.ค. รศ.ดร. บุญเสฐียร&amp;nbsp; บุญสูง&amp;nbsp;อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;เปิดเผยถึงความสำเร็จในการค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวหายาก ชนิดใหม่ของโลก&amp;nbsp;Paegniodes sapanensis&amp;nbsp;ซึ่งเป็นชนิดที่หายาก พบได้น้อย ทั่วโลกพบเพียง 2 ชนิด และพบเฉพาะเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น คือ จีน ฮ่องกง ทิเบต 1 ชนิด เวียดนาม 1 ชนิด (พบเมื่อ ค.ศ. 2004) สำหรับประเทศไทย การค้นพบแมลงชีปะขาวหายากชนิดใหม่ของโลกครั้งนี้&amp;nbsp; พบเป็นครั้งแรก และเป็นชนิดที่ 3 ของสกุล&amp;nbsp;Paegniodes&amp;nbsp; ซึ่งพบได้ที่ลำธารน้ำตกสะปัน อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะวิจัยที่ร่วมกันค้นพบ&amp;nbsp; ได้แก่ รศ.ดร. บุญเสฐียร&amp;nbsp; บุญสูง อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ร่วมวิจัย ประกอบด้วย ดร. ชลกรานต์ อวยจินดา อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีววิทยาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม Dr. Michel Sartori สังกัด Museum of Zoology (MZL) เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส และนายณัฐกันต์ ขันยม นิสิตระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับที่มาของการค้นพบครั้งนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจความหลากชนิดของตัวอ่อนแมลงชีปะขาวในลำธาร อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ภายใต้โครงงานวิจัยนิสิตระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 คือ &amp;nbsp;นายณัฐกันต์ ขันยม พบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีความหลากชนิดของตัวอ่อนแมลงชีปะขาวค่อนข้างสูง งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BDC-PG4-161004)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร. บุญเสฐียร&amp;nbsp; บุญสูง กล่าวว่า แมลงชีปะขาวชนิดใหม่ อยู่ในสกุล&amp;nbsp;Paegniodes&amp;nbsp;Eaton, 1881 วงศ์ Heptageniidae มักเรียกชื่อสามัญทั่วไปวงศ์นี้ว่า แมลงชีปะขาวตัวแบน หรือ หัวโต เนื่องจากส่วนหัวมีขนาดใหญ่และลำตัวแบนชอบเกาะกับก้อนหินบริเวณน้ำไหลได้ดี ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ&amp;nbsp;Paegniodes sapanensis&amp;nbsp;Boonsoong, Sartori &amp;amp; Auychinda, 2021 โดยตั้งชื่อตามสถานที่พบครั้งแรก และเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่แหล่งอาศัยที่พบไว้ ถิ่นกำเนิดของแมลงชีปะขาวชนิดใหม่ สกุล&amp;nbsp;Paegniodes&amp;nbsp;Eaton, 1881 วงศ์ Heptageniidae สกุลนี้ถูกตั้งชื่ออย่างถูกต้องเมื่อปี ค.ศ. 1881 ทั่วโลกพบเพียง 2 ชนิด และพบเฉพาะเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ได้แก่ จีน ฮ่องกง ทิเบต 1 ชนิด เวียดนาม 1 ชนิด (พบเมื่อ ค.ศ. 2004) ความรู้เกี่ยวกับแมลงชีปะขาวสกุลนี้มีน้อยมากเนื่องจากพบได้ไม่บ่อยและหายาก มีการกระจายตัวในระบบนิเวศที่จำเพาะ และยังมีรายงานการพบค่อนข้างน้อย ตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลนี้มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากสกุลอื่น คือ แผ่นเหงือกคู่ที่ 1 ลดรูป ส่วนคู่ที่ 2-7 พัฒนาดี แพนหางมีแถวขนยาวชัดเจน ริมฝีปากบนมีความกว้างมากกว่าความยาว ลักษณะผิวไข่ยังมีความเฉพาะในสกุลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แมลงชีปะขาวชนิดใหม่ที่พบนี้ พบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นชนิดที่ 3 ของสกุล&amp;nbsp;Paegniodes&amp;nbsp;มีลักษณะคล้ายกับชนิด&amp;nbsp;P.&amp;nbsp;cupulatus&amp;nbsp;(Eaton, 1871)&amp;nbsp;แต่มีลักษณะแตกต่างกัน คือ แผ่นเหงือกคู่ที่ 1 โครงสร้างปาก และลักษณะตัวเต็มวัย นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์ดีเอ็นเอบาร์โค้ดด้วยยีน COI เทียบกับชนิด&amp;nbsp;P.&amp;nbsp;cupulatus&amp;nbsp;พบว่า มีค่าระยะห่างทางพันธุกรรมระหว่างชนิด (interspecific genetic distance) สูงถึงร้อยละ 11 ช่วยยืนยันว่าเป็นชนิดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านความหลากหลายและการอนุรักษ์พืชและสัตว์ชนิดใหม่ของโลกที่มีการค้นพบนั้น รศ.ดร. บุญเสฐียร&amp;nbsp; บุญสูง ให้ความเห็นว่า การค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวหายากชนิดใหม่ของโลก นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศจำเพาะต่อการดำรงชีวิตของแมลงชีปะขาวหายากสกุลนี้ ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อยและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจความหลากหลายของแมลงชีปะขาวในประเทศไทยที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี คณะผู้วิจัยพบแมลงชีปะขาวสกุลนี้ที่น้ำตกสะปัน อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่านเท่านั้น ตัวอ่อนชนิดนี้พบอาศัยในลำธารต้นน้ำที่มีคุณภาพน้ำดีมาก อยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง การอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำและพื้นที่ป่าจะช่วยคงความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศมีความเกื้อหนุนกัน ข้อมูลความจำเพาะระบบนิเวศของสัตว์น้ำจืดเหล่านี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในแหล่งน้ำ และผลักดันการวิจัยในอนาคต เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อการจัดการด้านอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102811</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำตกสะปัน จ.น่าน, ม.เกษตรศาสตร์, แมลงชีปะขาวชนิดใหม่ของโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cf92b84e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
