<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิ้งหรีด&#039;สายพันธุ์ไทย เตรียมขึ้นแท่นแมลงเศรษฐกิจเงินล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หนุนส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร &amp;quot;จิ้งหรีดไทย&amp;quot;ส่งตลาดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิ้งหรีดเป็นแมลง ได้มีบทบาทมากขึ้นในการเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากปริมาณโปรตีนที่สูงคนจึงมีความคิดที่นำแมลงจิ้งหรีดมาเป็นอาหาร โดยปกติแล้วแมลงจะหาจับได้โดยทั่วไปแต่เนื่องจากปริมาณความต้องการของตลาดที่มากขึ้น จึงได้มีการเริ่มทำฟาร์มแมลงขึ้นมาทดแทนกันอย่างแพร่หลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)เปิดเผยว่า จิ้งหรีดเป็นแมลงเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการส่งออกสูงโดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปหรืออียู(EU)จำนวน 28 ประเทศ มีผู้ประกอบการหลายรายสนใจนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากไทยค่อนข้างมากทั้งในรูปจิ้งหรีดแช่แข็ง ต้มบรรจุกระป๋องและจิ้งหรีดอบและบดเป็นโปรตีนผงเพื่อใช้เป็นส่วนผสมอาหาร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีเกษตรกรเลี้ยงจิ้งหรีดเพิ่มขึ้นมากกว่า 20,000 ราย มีทั้งฟาร์มขนาดเล็กผลิตขายภายในประเทศรูปแบบของแมลงทอด และฟาร์มขนาดใหญ่ผลิตขายเพื่อเป็นสินค้าส่งออกโดยแปรรูปเป็นอาหารพร้อมรับประทาน เดิมเคยจับจากธรรมชาติแต่ได้ปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดจึงหันมาทำการเพาะเลี้ยงแทนพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงได้แก่ พันธุ์ทองดำ ทองแดง และทองแดงลายหรือแมงสะดิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นโอกาสทองของเกษตรกรไทย เนื่องจากจิ้งหรีดได้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่กำลังถูกจับตามองและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกโดยเฉพาะตลาดอียู แต่เนื่องจากการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่หรือโนเวลฟู้ด (Novel Food) ของ EU ซึ่งเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสินค้าที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสินค้าเกษตรและอาหารหลายรายการรวมทั้งจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ ต้องดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมาย สถานะอาหารใหม่ (Novel Food) พร้อมทั้งจัดทำเอกสารข้อมูลทางวิชาการประกอบการยื่นขอ(Scientific Dossier) โดยสามารถยื่นคำขอในสถานะอาหารที่มีการบริโภคมานาน (Traditional Food)หรือสถานะอาหารใหม่ (Novel Food)เพื่อให้สำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป(EFSA)พิจารณาความปลอดภัยหรือหลักฐานการบริโภคก่อนอนุญาตเปิดตลาดนำเข้าอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น มกอช.จึงเร่งประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (EU Delegation) จัดสัมมนาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง Workshop on EU Novel Food Regulation - Case of Insects (Crickets) หรือระเบียบอาหารใหม่ของสหภาพยุโรป กรณีศึกษาเปิดตลาดผลิตภัณฑ์แมลง(จิ้งหรีด)มาชี้แจงรายละเอียดเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย Novel Food ของ EU รวมทั้งกรณีศึกษาจิ้งหรีดในสถานะอาหารใหม่ การประเมินความเสี่ยงของสินค้าและผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดเพื่อใช้เป็นอาหารและแนวทางการจัดทำข้อมูลประกอบการยื่นคำขอรับรองสถานะอาหารใหม่ ตลอดจนการยื่นขอเปิดตลาด ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกของไทย และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบและเข้าใจแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเสริมสุข กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ในอนาคตแมลงหลายชนิดรวมทั้งจิ้งหรีดถือเป็นความหวังสำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถใช้เป็นวัตถุดิบอาหารมนุษย์และสัตว์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ต้นทุนการผลิตต่ำ ปริมาณแลกเนื้อสูง ต้องการอาหารและน้ำในปริมาณที่น้อย ทำให้สามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่แห้งแล้งที่ไม่สามารถเพาะปลูกผลผลิตอื่นๆได้ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมกอช. ได้ประกาศมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด (มกษ.8202-2560) เป็นมาตรฐานทั่วไป โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจรับรองตาม มกษ. เพื่อรองรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดทั้งสายพันธุ์ทองดำ ทองแดง และสะดิ้ง กว่า 20,000&amp;nbsp; ฟาร์ม กำลังการผลิตจิ้งหรีดรวมมากกว่า&amp;nbsp; 7,000 ตัน/ปี&amp;nbsp; ป้อนตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ มีมูลค่าประมาณ 1000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะปี 2561 นี้ กระทรวงเกษตรฯได้เร่งส่งเสริมและพัฒนาการผลิตจิ้งหรีด โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่ผลิตจิ้งหรีดภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ในพื้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต แปรรูป และขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงสหภาพยุโรป ตอบสนองต่อกระแสนิยมการบริโภคแมลงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มความความต้องการเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถรองรับการแข่งขันสินค้าจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ และสินค้าแมลงของไทยในตลาดโลกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทริค เดอร์บอยเซอร์ ทูตด้านสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารสหภาพยุโรปประจำประไทยกล่าวว่า ปัจจุบันการบริโภคแมลงในหมู่ผู้บริโภคยุโรปยังเป็นเพียงเทรนด์อาหารแนวใหม่แต่อีกกลุ่มผู้สนใจหรือผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถรับประทานได้และดีต่อสุขภาพ จึงเริ่มสนใจศึกษาและมองว่าอนาคตจะขาดแคลนวัตถุดิบโปรตีน ดังนั้นจากการติดตามพบว่าจิ้งหรีดมีคุณสมบัติทางโภชนาการไม่แพ้เนื้อสัตว์อื่น ซึ่งปี 2561ตลาดในสหภาพยุโรปทั้งหมด 28 ประเทศ อาทิ จะประกาศให้นำเข้าแมลงอย่างเป็นทางการนับว่าเป็นช่องทางตลาดใหม่ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4555</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิ้งหรีดสายพันธุ์ไทย, บริโภคแมลง, มกอช., ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่, สหภาพยุโรป, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, ส่งออกผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด, เสริมสุข สลักเพ็ชร์, แมลงเศรษฐกิจเงินล้าน, โปรตีนจากจิ้งหรีด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa0d7221b183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
