<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งเปิดเดินรถสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย และบ้านแหลม-แม่กลอง เต็มรูปแบบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.64-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า การรถไฟฯ พร้อมเปิดให้บริการเดินรถเต็มรูปแบบในเส้นทางสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย จำนวน 34 ขบวน และบ้านแหลม-แม่กลอง 8 ขบวน รวม 42 ขบวน หลังจากหยุดให้บริการไปชั่วคราวตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด&amp;ndash;19) โดยจะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวก และรองรับการเดินทางของประชาชนที่คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นหลังมีการผ่อนคลายมาตรการเฝ้าระวังฯ

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการให้บริการแก่ประชาชนผู้โดยสาร การรถไฟฯ ได้จัดการทำความสะอาดครั้งใหญ่หรือบิ๊กคลีนนิ่ง สถานีรถไฟ และจุดพักรถทุกแห่งที่อยู่ในสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย และบ้านแหลม-แม่กลอง รวมถึงทำความสะอาดภายในขบวนรถโดยสารทุกคันทุกขบวน ควบคู่กับการใช้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางรางอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ด้วยการกำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากาก การรักษาระยะห่าง Social Distancing&amp;nbsp; พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะ ก่อนและหลังใช้บริการ แต่หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ ให้สามารถกรอกข้อมูลการเดินทางแทน

สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางโดยรถไฟ สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97247</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟ, บ้านแหลม, สายวงเวียนใหญ่-มหาชัย, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c25ed94b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งงดเดินรถสายวงเวียนใหญ่ – มหาชัย และสายบ้านแหลม - แม่กลอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ธ.ค.63-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับมีการประกาศล็อกดาวน์จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 3 มกราคม 2564 นั้น การรถไฟฯ ได้ประกาศใช้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; สูงสุดทั่วประเทศ ทั้งในขบวนรถโดยสาร สถานีรถไฟ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดของโรค ตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร การรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศงดให้บริการเดินรถทุกขบวนในเส้นทางสายวงเวียนใหญ่ - มหาชัย - วงเวียนใหญ่ จำนวน 34 ขบวน และเส้นทางสายบ้านแหลม - แม่กลอง - บ้านแหลม จำนวน 8 ขบวน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564

นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการเฝ้าระวังตามสถานีและบนขบวนรถขั้นสูงสุดทั่วประเทศ โดยเน้นการดูแลความสะอาดและการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการ พร้อมกับขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด รฟท.ขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยให้ปฏิบัติตามประกาศมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19ขั้นสูงสุด ในการให้บริการแก่ผู้โดยสารให้ถูกสุขลักษณะและเกิดความสะอาด ปลอดภัย

พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการรับและแพร่เชื้อในช่วงที่มีการระบาด และหากพบเห็นผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบในบริเวณสถานีรถไฟ หรือบนขบวนรถ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานี หรือ ศูนย์ปลอดภัยของการรถไฟฯ โทรศัพท์ 02-5379198 ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะพิจารณาปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับแนวทางคำสั่งของภาครัฐที่จะมีในอนาคตเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87664</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรุฒ มณีพันธ์, มหาชัย, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe17d8e9ae1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายจังหวัดเริ่มปลอดโควิด &#039;สมุทรสงคราม&#039; ผู้ป่วย 1 รายหายแล้ว-ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายแพทย์ สันทิต บุญยะส่ง นายแพทย์สาธารณสุขสมุทรสงคราม นายแพทย์ โชคชัย ลิโทชวลิต ผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงคราม &amp;nbsp;รวมกับแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิก-19 ในพื้นที่จ.สมุทรสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายแพทย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วย 1 รายที่ติดเชื้อ หายเป็นปกติแล้ว &amp;nbsp; อนุญาต ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้แล้ว แต่ต้องแยกกิน แยกนอน หรือร่วมกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับคนในบ้าน ในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ต้อง ปลีกตัวไปก่อนระยะหนึ่ง &amp;nbsp;จนแน่ใจว่าไม่มีเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกายแล้ว จึงเข้าสมาคมกับคนอื่นๆได้ คิดว่า คงสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2563 พร้อมกันอีกหลายจังหวัด ที่ สยบ โควิค 19 ได้ &amp;nbsp;ทุกคนปลอดภัย ไม่มีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;และติดเชื้อเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ สันทิต &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นับวันนี้ไป &amp;nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ รพสต. &amp;nbsp;อสม. และจิตอาสา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองและฝ่ายพัฒนาตำบล &amp;nbsp;คือ อบต.เทศบาล ออกสำรวจวัดไข้ ให้กับ ชาวบ้านทุกตำบล ทุกครับครอบครัว &amp;nbsp;ทุกคน &amp;nbsp;เพื่อเป็นการ &amp;nbsp;ยืนยันให้แน่ใจ จังหวัดสมุทรสงคราม ปลอดภัย จากไข้ โควิค 19 &amp;nbsp;และต้องการผลให้ชัดเจน ก่อนวันที่ 30 เมษายน 2563 &amp;nbsp;เพราะจังหวัดสมุทรสงคราม เป็น 1 ใน 4 จังหวัด ในประเทศไทย ที่สามารถรณรงค์ จนทำให้เป็นศูนย์ &amp;nbsp; จึงฝากเรื่องนี้ ให้ ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ขอความร่วมมือในการรณรงค์ครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;หากต่อไปนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้อ เข้ามาทำการรักษา &amp;nbsp;และไร้ผู้ที่ยังต้องเก็บตัวอยู่ &amp;nbsp;เป็นศูนย์หมด จนถึงวันที่ 30 เมษาจังหวัดสมุทรสงคราม ก็จะพ้นวิกฤต ไปพร้อมๆกัน กับจังหวัดอื่น ๆอีกหลายจังหวัด &amp;nbsp;ที่อยู่ในเกณฑ์เดียวกับจังหวัดสมุทรสงคราม &amp;nbsp; ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องในการ ปลอดผู้ติดเชื้อ โดยการให้ชุดเฉพาะกิจ ลงพื้นที่สำรวจ ตรวจไข้ &amp;nbsp;ทุกคนในตำบล ในชุมชน &amp;nbsp;ขอให้ทุกครอบครัวให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ๆลงไปสำรวจตรวจไข้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อ 1 &amp;nbsp;ราย รักษาหายเป็นปกติแล้ว &amp;nbsp;มีผู้เข้าเกณฑ์ สอบสวนโรค 26 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;ผลการตรวจหาเชื้อไม่พบทั้ง 26 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;มีผู้เฝ้าระวังในพื้นที่ 50 &amp;nbsp;ราย เสี่ยงสูง 26 &amp;nbsp;ราย เสี่ยงต่ำ 24 ราย โดยทั้ง 50 รายปลอดภัยทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63499</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสงคราม, ชรัส บุญณสะ, แม่กลอง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9a60bd53ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลิ้นจี่แม่กลอง&#039; ปีนี้มีน้อย แถมเจอโควิดต้องงดจัดงาน แต่เปิดให้เลือกซื้อได้ถึงในสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63 - นายอาคม ศรีประพงศ์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ในขณะนี้ลิ้นจี่แม่กลองเริ่มแก่จัด เก็บจำหน่ายได้บ้างแล้ว แต่ไม่มีการงานวันลิ้นจี่ของดีเมืองแม่กลองที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิค-19 และปีนี้ลิ้นจี่ติดดอกออกผลไม่มากนักเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;มีพายุฝนตกทำให้ผลผลิตเสียหายไปจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวว่าอย่างไรก็ดี ผู้บริโภคที่สนใจสามารถเข้าไปซื้อถึงในสวนได้โดยตรงในเขตอำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา ได้กินลิ้นจี่สดใหม่ด้วย นอกจากลิ้นจี่แล้วยังมีผลิตผลอย่างอื่นๆ เช่นส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ของดีเมืองแม่กลองเช่นกัน และยังมีมะพร้าวอ่อนน้ำหอม มะเฟือง มะไฟ ลำไย ฝรั่ง ละมุด พุทรา มะปราง มะม่วง ชมพู่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมและยังมีสินค้าทางประมงพื้นบ้านอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าส่วนราคาลิ้นจี่ในขณะนี้ รุ่นแรกที่ออกจำหน่ายราคากิโลกรัมละ 200&amp;nbsp;บาท รองลงมาราคากิโลกรัมละ 150 บาทแบบไม่คัดผลผลิตกิโลกรัมละ 100&amp;nbsp;บาท ลิ้นจี่กะเทย ไม่มีเมล็ดกิโลกรัมละ 50-80&amp;nbsp;บาท ต้องซื้อไปหมักทำไวน์ได้ หรือนำไปตากแห้งเป็นลิ้นจี่แช่อิ่ม หรือลิ้นจี่เชื่อมหวาน ลิ้นจี่แดดเดียว ลิ้นจี่ตากแห้งเพื่อนำไปแปรรูป เมล็ดแห้งนำไปต้มเป็นเครื่องดื่ม น้ำลิ้นจี่ได้ มีจำหน่ายในตลาดชุมชนในเขตอำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที ส่วนอำเภอเมืองสมุทรสงครามไม่มีผลผลิตลิ้นจี่เพราะเป็นพื้นที่น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ไม่สามารถปลูกต้นไม้ที่เป็นผลไม้น้ำจืดได้ &amp;nbsp;มีแต่มะพร้าวอ่อนน้ำหอม เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของดีเมืองแม่กลอง, จังหวัดสมุทรสงคราม, ลิ้นจี่, ลิ้นจี่แม่กลอง, เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e816ee474eb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชมการแสดงวัฒนธรรมเล่าเรื่องเมืองสุโขทัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง&amp;quot;&amp;nbsp;อีกไม่กี่วันเราก็จะได้ยินเพลงนี้อีกครั้งในวันลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงในคืนวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นเดือนสิบสองตามนักษัตรไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานลอยกระทงที่ว่ากันว่าสืบทอดหลายร้อยปี มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ถือว่าเป็นงานประเพณีที่สำคัญของคนไทย เพราะมีทั้งความรื่นเริงและความเชื่อในงาน ทำให้ทุกๆ จังหวัดของประเทศพากันจัดงานลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ นำเอกลักษณ์ของท้องถิ่นตนมาโชว์อย่างเต็มที่ สำหรับในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ได้จัดงาน &amp;ldquo;สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง&amp;rdquo; ขึ้นใน 9 พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ สมุทรสงคราม เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก ราชบุรี ลำปาง พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละสถานที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กระทงสายที่ทำจากกะลา ของเมืองตาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ในกรุงเทพฯ ใครที่อยากจะไปดื่มด่ำบรรยากาศลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับชมความงดงามของห้างใหม่ ไอคอนสยาม ก็มีงาน Chao Phraya River of Live ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ย. ให้ชม งานนี้น่าจะเป็นงานใหญ่ จัดเป็นครั้งแรกขึ้นที่ห้างเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมงานไม่น้อย กิจกรรมหลักๆ ในงานมีการทำกระทง ปั้นกระทงจิ๋ว เพนต์กระทงกะลามะพร้าว นิทรรศการกระทง แล้วก็การแสดงวัฒนธรรม นอกจากนี้ก็จะมีงาน River Festival 2018 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทยครั้งที่ 4 &amp;ldquo;สุข แสง ศิลป์&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 22-24 พ.ย. จัดใน 8 สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นท่ามหาราช, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, ยอดพิมาน, ริเวอร์ วอล์ค, ล้ง 1919 เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ไฮไลต์ของงานส่วนใหญ่เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรมสาธิต ร้านค้าชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเดียวที่นักท่องเที่ยวจะได้ไหว้พระทำบุญ และชมความงดงามของสายน้ำยามค่ำคืน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยเน้นในด้านศิลปวัฒนธรรม และประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำแนวคิดและบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง รักษาสิ่งแวดล้อม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบบรรยากาศในเมืองกรุงก็มีสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่จะจัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ก็มีที่ สมุทรสงคราม ที่วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก จัดงาน &amp;ldquo;ลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง&amp;rdquo; สืบสานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยที่ถือปฏิบัติกันมาต่อเนื่อง รักษาสิ่งแวดล้อม เพราะใช้กาบกล้วยเป็นกระทง หรือนำไปแกะสลักตกแต่งให้สวยงามขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคน การลอยกาบกล้วยที่นี่คือไฮไลต์หลักที่ต้องไปชมให้ได้ คาดว่าจะมีกระทงกาบกล้วยในแม่น้ำแม่กลองจำนวน 400,000 ใบพร้อมๆ กันอย่างสว่างไสว พร้อมด้วยการปล่อยเรือไฟล่อจำนวน 12 ลำ ในวันที่ 22 พ.ย. พร้อมด้วยขบวนฟ้อนรำรับขบวนอัญเชิญพระประทีปพระราชทาน ขบวนนพมาศ ขบวนกระทงที่จะผ่านเส้นทางตลอดแม่กลอง มาสิ้นสุดที่วัดภุมรินทร์กุฎีทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ไกลจากสมุทรสงคราม ที่ จ.ราชบุรี อ.โพธาราม ก็มีการจัดที่ยิ่งใหญ่ด้วย ในวันที่ 22-24 พ.ย. บริเวณวัดไทรอารีรักษ์ มีงานเทศกาลลอยกระทงสีในแบบภูมิปัญญาของชาวมอญลุ่มน้ำแม่กลอง ลอยกระทงสีก็คือการทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้วัสดุอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงธรรมชาติ แล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น จุดประทีปรอบโบสถ์ ตามประทีปรอบวิหาร ปิดทองรอยพระพุทธบาท บูชาพระบรมสารีริกธาตุบนเจดีย์จำลอง ลอดโคม 12 นักษัตร ถวายพวงมโหตร ต้นโพธิ์ และร่วมพิธีลอยเคราะห์แบบมอญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สีสันงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ สุโขทัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มาฝั่งทางที่จะขึ้นไปเหนือบ้าง จ.สุโขทัย ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีชื่อเสียงเรื่องงานลอยกระทง และเป็นจังหวัดที่ใครๆ ก็ยกว่าเป็นต้นตำรับประเพณีลอยกระทง โดยเฉพาะงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่จัดขึ้นอย่างอลังการทุกๆ ปี มาปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีก จากเดิมที่เคยจัด 5 วัน ปีนี้จัดถึง 10 วันรวด ตั้งแต่วันที่ 16-25 พ.ย. ททท.สุโขทัยกระซิบมาว่า ได้ตกแต่งสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยด้วยตะคันไฟกว่า 3,000 ดวง แล้วก็มีโคมชัก โคมแขวน ฝีมือของชาวสุโขทัย ไฮไลต์อยู่ที่การเล่นแสงสี เผาเทียน เล่นไฟ พลุตะไล ไฟพะเนียง ดอกไม้ไฟต่างๆ และเพื่อให้สมกับเป็นเมืองเก่า ชาวสุโขทัยยังจำลองตลาดย้อนยุค ตลาดแลกเบี้ย พร้อมทั้งมีจุดเช่าชุดไทยเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสุโขทัยในอดีต และบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(งดงามกับแสง &amp;ldquo;ต๋ามผางปะตี๊ด&amp;rdquo; ที่เชียงใหม่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าขึ้นไปสุดเหนือที่ เชียงใหม่ คงไม่ต้องอธิบายว่าจะสวยงามขนาดไหน เพราะลอยกระทงทุกปี เชียงใหม่ไม่เคยทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวังอยู่แล้ว &amp;quot;ประเพณียี่เป็ง&amp;quot; เชียงใหม่ จะจัดในวันที่ 20-23 พ.ย. บริเวณช่วงประตูท่าแพและพื้นที่โดยรอบ ถ้าไปจะได้เห็นกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาอย่าง &amp;ldquo;ต๋ามผางปะตี๊ดส่องฟ้าฮักษาเมือง&amp;rdquo; ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อาจจะงงว่าคืออะไร จริงๆ ก็คือการลอยกระทงอีกรูปแบบหนึ่งแหละ ต๋ามผางปะตี๊ด หมายถึง ถ้วยดินเผาขนาดเล็กใส่น้ำมันมะพร้าว มีใส้เทียนเป็นรูปตีนกา ถ้านึกไม่ออกให้นึกภาพถ้วยเทียนเล็กๆ ที่เรานิยมนำไปจุดไฟลอยน้ำตอนไปทำบุญที่วัด และได้ยินมาว่าทั่วบริเวณจัดงานจะมีโคมไฟสีสันยี่เป็งหลากหลายทรง ทั้งแบบทรงกระบอก ทรงโคมไฟลวดลายแบบล้านนา ถ้าอยากรู้ว่าสวยงามขนาดไหนก็ต้องไปดูสถานที่จริง และใกล้ๆ กับเชียงใหม่ ที่ ลำปาง ในช่วงวันเดียวกัน จะมีงาน &amp;quot;สะเปาจาวละกอน&amp;quot; ซึ่สะเปาเป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง &amp;ldquo;เรือสำเภา&amp;rdquo; หรือกระทงเป็นรูปเรือสำเภา ทำด้วยกาบกล้วย มะละกอ ไม้ไผ่ หรือกระดาษแก้วใส มาประดิษฐ์ตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้ แล้วก็ยังมีความเชื่อว่าการล่องสะเปาจะเป็นการทำทานแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวงปีที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ.ตาก ก็ไม่น้อยหน้า &amp;quot;งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง&amp;quot; ก็ขึ้นชื่อมานานแล้ว ปีนี้จัดริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งกระทงสายไหลของที่นี่ไม่เหมือนใคร ส่วนใหญ่ทำมาจากกะลา ตกแต่งสวยงาม และนำไปลอยให้ไหลไปตามๆ กัน ถ้าได้ไปลอยที่นี่ เขาจะมีการสอนวิธีรับแรงลมของกะลาด้วยว่าทำยังไงให้กระทงไหลไปตามๆ กัน ไม่คว่ำ เช่นเดียวกับที่อยุธยา มีงานลอยกระทงอยู่สองแห่งที่ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ กับกรุงเก่า ตรงอนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช ทุ่งภูเขาทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ครึกครื้นกับงานสมมาน้ำ&amp;nbsp;คืนเพ็ง เส็งประทีป ที่ร้อยเอ็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และทางฝั่งภาคอีสาน ที่ร้อยเอ็ดก็มีงานสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์และบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ 22 พ.ย. กิจกรรมของที่นี่ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง การประกวดกระทงประทีปใหญ่ การประกวดกระทงอนุรักษ์ธรรมชาติ การประกวดรำวงสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป 2,500 คู่ มีประกวดธิดาสาเกตนคร และขบวนจำลองเหตุการณ์ขบวนแห่กระทงเมืองสาเกตนครจาก 11 หัวเมืองหลักของร้อยเอ็ด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กระทงเทียนที่จุฬาฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ อีกแห่งที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบกับบรรยากาศงานลอยกระทงที่สระน้ำจุฬาฯ ที่จัดมายาวนานกว่า 54 ปี ในงาน ลอยกระทงเทียน ซึ่งเริ่มเป็นครั้งแรกในงานลอยกระทงเมื่อปีที่แล้ว และจัดต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดขยะ ในงานยังมีขบวนแห่นางนพมาศ การแสดงของนิสิตจากชมรมต่างๆ ทางด้านศิลปวัฒนธรรม การออกร้านขายอาหารและของที่ระลึกต่างๆ ในบรรยากาศย้อนยุค ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. ณ บริเวณสระน้ำจุฬาฯ และสนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ลอยกระทงกับนางนพมาศที่สวนสามพราน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขยิบออกไปนอกเมืองอีกแห่ง ที่ สวนสามพราน จ.นครปฐม ชวนคนกรุงมาร่วมงานลอยกระทงด้วยกระทงรักษ์โลกจากวัสดุธรรมชาติแบบ Eco Eco ในบรรยากาศย้อนยุคสุดคลาสสิกให้หวนคิดถึงวันวาน อบอุ่นในวิถีไทย โดยเนรมิตสนามหญ้าบริเวณลานน้ำพุติดกับริมแม่น้ำท่าจีนมาจำลองมาในรูปแบบงานวัดประยุกต์ และเวลา 20.30 น. พบกับไฮไลต์ ชมความงดงามตระการตาของขบวนแห่นางนพมาศ ปิดท้ายกิจกรรมในค่ำคืนวันลอยกระทง ขอขมาพระแม่คงคาร่วมกับนางนพมาศ ณ ริมแม่น้ำท่าจีน ใต้เงาจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ฟังดนตรีในสวน เกม การละเล่นต่างๆ ร้านจำหน่ายอาหารฝีมือระดับเชฟของโรงแรมสวนสามพรานและร้านค้าในตลาดสุขใจ ได้ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ส่วนบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: SampranRiverside หรือโทร. 0-3432-2588-93.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, ต๋ามผางปะตี๊ด, ท่องเที่ยว, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, ร้อยเอ็ด, ลำปาง, วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง, สมุทรสงคราม, สามพราน, สุโขทัย, เชียงใหม่, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed6d759b89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
