<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินสมุนไพรฤทธิ์ผ่อนคลาย แก้ปัญหานอนไม่หลับผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพได้ โดยเฉพาะการที่ &amp;ldquo;ผู้สูงวัยนอนไม่หลับ&amp;rdquo; ส่วนหนึ่งอาจเป็นไปตามวัยอย่างการนอนน้อย เพราะใช้พละกำลังในแต่ละวันค่อนข้างน้อย หรือแม้แต่การคิดวกวนในเรื่องต่างๆ ทั้งครอบครัวและลูกหลาน นั่นจึงเป็นสาเหตุของอาการนอนไม่หลับ แต่ทว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เมื่อมีเหตุก็ย่อมต้องมีทางแก้ไขเป็นธรรมดา ล่าสุด แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน ชมรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน จ.เชียงใหม่ มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับสมุนไพรที่ช่วยทำให้คนสูงวัยนอนหลับสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผักขี้เหล็กลวกจิ้มน้ำพริก-แกงขี้เหล็ก ช่วยคนวัยเก๋านอนหลับสนิทได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย บอกว่า &amp;ldquo;สมุนไพรที่กินแล้วทำให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ง่าย คือ &amp;ldquo;ขี้เหล็ก&amp;rdquo; ที่สามารถนำมาลวกจิ้มน้ำพริก หรือปรุงเป็นเมนูแกงขี้เหล็ก ให้ผู้สูงอายุรับประทานก็ได้เช่นกัน นอกจากสมุนไพรไทยที่รู้จักกันอย่าง &amp;ldquo;โกฐจุฬาลัมพา&amp;rdquo; หรือบางท้องที่ก็จะเรียกว่า &amp;ldquo;กัญชาป่า&amp;rdquo; (ไม่ผิดกฎหมาย) ที่มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับได้ลึกขึ้น โดยสามารถใช้ใบสดมาต้มน้ำ เพื่อสำหรับเป็นชาดื่มเพื่อสุขภาพ หรือจะกินใบตากแห้งก็แก้อาหารนอนไม่หลับก็ได้เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ตัวอย่างยาหอมรสสุขุม กินแล้วสดชื่น ช่วยบำรุงหัวใจ คลายเครียด ทำให้ผู้สูงวัยนอนหลับได้ง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แนะนำมากที่สุดคือ &amp;ldquo;ยาหอมรสสุขุม&amp;rdquo; ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยหลายชนิด ซึ่งเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยทำให้ชื่นใจ อีกทั้งช่วยบำรุงหัวใจ จึงทำให้หลับง่าย ซึ่งวิธีการรับประทานนั้น แนะนำว่าให้ชงในน้ำร้อนแล้วดื่ม หรือรับประทานโดยการตักยาหอมรสสุขุม 1 ช้อนกาแฟ จากนั้นอมไว้ใต้ลิ้นสักครู่และดื่มน้ำตาม ก็จะทำให้รู้สึกชุ่มคอและนอนหลับสบายขึ้น หรือแม้แต่สมุนไพรจีนอย่าง &amp;ldquo;เจียวกู่หลาน&amp;rdquo; ก็สามารถชงดื่มเป็นชาสมุนไพร เพื่อช่วยให้นอนหลับสบายและคลายเครียด อีกทั้งสมุนไพรดังกล่าวมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ จึงป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างเป็นอย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(รูปตัวอย่างชาสมุนไพรจีนอย่าง &amp;ldquo;เจียวกู่หลาน&amp;rdquo; ช่วยคลายเครียดแก้อาการนอนไม่หลับในผู้สูงวัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากการบริโภคสมุนไพรที่กล่าวมาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดีนั้น คือการ &amp;ldquo;ปล่อยวาง&amp;rdquo; ร่วมกับการ &amp;ldquo;ทำสมาธิ&amp;rdquo; อย่างการสวดมนต์ไหว้พระ ถือศีล หรือมีสติรู้อยู่ทุกขณะย่างก้าว เป็นต้น นอกจากนี้ก็ให้หาอะไรทำยามว่าง ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือเย็บปักถักร้อยสานตะกร้า หรืองานเพื่อสังคมต่างๆ ที่สำคัญต้องไม่คิดว่าเวลาที่เราแก่แล้ว ต้องให้ลูกหลานมาอยู่ดูแลเรา หรือการที่ลูกหลานไม่ได้มาเยี่ยมมาหาในวันสำคัญ แต่ให้คิดว่าบางครั้งการที่เขาไม่ดูแลเรา ก็เป็นเพราะว่าเขาต้องมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัว หรือมีกิจธุระต่างๆ ที่ทำให้มาหาไม่ได้ ดังนั้นถ้าเราไม่ปล่อยวางและคิดมาก ก็จะทำให้เรานอนไม่หลับ และอาจจะเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การปรับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เช่น ไม่มีแสงไฟสาดเข้ามาในห้องนอนผู้สูงอายุ หรือการไม่มีทีวีในห้องนอน ตลอดจนการหลีกเลี่ยงเสียงดังรบกวนต่างๆ ก็จะทำให้คนสูงวัยหลับได้ง่ายขึ้น หรือหากมีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่มีส่วนต่อการนอนพักผ่อน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54644</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาป่า, คุณภาพชีวิต, ยาหอมรสสุขุม, แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย, โกฐจุฬาลัมพา, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f0645200b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินสมุนไพรฤทธิ์แก้อาการอักเสบ ภูมิปัญญาไทยไล่โรคหวัดวัยเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กินสมุนไพรไทย&amp;rdquo; ไม่มีตกยุคว่าไหมค่ะ โดยเฉพาะหน้าฝนที่ผู้ใหญ่หลายท่านมักมีอาการเจ็บคอเป็นหวัด คัดจมูก หรือมีภาวะแพ้อากาศทำให้หายใจไม่สะดวก ร่วมด้วยกับผื่นแพ้คันตามร่างกาย ที่สำคัญการบริโภคสมุนไพรพื้นบ้านยังไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เพราะไม่มียาฆ่าแมลง แต่ปลูกไว้ข้างรั้วสำหรับเด็ดมาใช้ในยามที่สมาชิกในบ้านเจ็บป่วย หรือสมุนไพรไล่หวัดบางชนิดคุณแม่คุณพ่อก็เด็ดมาปรุงเมนูต้มยำทำแกงให้ลูกหลานได้กิน อย่างแกงส้มดอกแค จากต้นดอกแค แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านจากชมรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดื่มน้ำคั้นจากใบต้นหนุมานประสานกาย ช่วยแก้โรคหวัด อาการเจ็บคอจากการที่ต่อมทอนซิลอักเสบ และแก้อาการปอด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ครูจรรยา แพทย์แผนไทย ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สมุนไพรสำหรับต้านโรคหวัด รวมถึงอาการภูมิแพ้ของผู้สูงอายุในช่วงหน้าฝนนั้น แนะนำว่าให้กิน &amp;ldquo;น้ำคั้นใบหนุมานประสานกาย&amp;rdquo; ซึ่งมีสรรพคุณช่วยแก้โรคหวัด อาการเจ็บคอ รวมถึงแก้อาการภูมิแพ้ในช่วงหน้าฝนได้เช่นกัน สำหรับวิธีการกินนั้น ให้นำใบหนุมานประสานกายมา 1 กำมือ จากนั้นนำมาคั้นร่วมกับน้ำเปล่า 1 แก้ว หรือประมาณ 250 ซีซี แล้วกรองกากให้เหลือแต่น้ำสมุนไพร ทั้งนี้สามารถใส่น้ำมะนาว 1 แก้วเป๊ก และน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา เพื่อให้น้ำสมุนไพรดังกล่าวดื่มได้ง่ายขึ้น โดยให้หมั่นจิบดื่มเช้า กลางวัน และเย็น แต่หากต้องการกินเป็นยาก็ให้ดื่มมื้อละ 1 แก้ว ซึ่งปรุงจากสมุนไพร 1 กำมือข้างต้น ที่สำคัญน้ำคั้นใบหนุมานประสานกายยังช่วยแก้อาการปอดอักเสบ และผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง รวมถึงลดอาการอักเสบของต่อมทอนซิลและต่อมน้ำลายจากการเป็นหวัดได้เช่นเดียวกัน อีกทั้งน้ำสมุนไพรนี้ยังช่วยลดอาการผิวแพ้แสงแดด รวมถึงฝุ่นควันได้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ขิงจิ้มเกลือ&amp;rdquo; แก้อาการเจ็บคอและอาการไอจากโรคหวัดได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สูงวัยท่านใดที่ชื่นชอบเมนูไก่ผัดขิง แน่นอนว่าจะสามารถรับประทานสมุนไพรต้านโรคหวัดชนิดนี้ได้ไม่ยาก อย่าง &amp;ldquo;ขิงสดจิ้มเกลือ&amp;rdquo; เพียงเคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืน ก็จะช่วยลดอาการเจ็บคอและอาการไอจากโรคหวัดได้เป็นอย่างดี ส่วนคุณตาคุณยายท่านใดที่คุ้นเคยกันดีกับอาหารรสขมอยู่แล้ว ก็แนะนำให้รับประทาน &amp;ldquo;ใบฟ้าทะลายโจรจิ้มเกลือ&amp;rdquo; เพราะสมุนไพชนิดนี้มีสรรพคุณแก้อาการอักเสบ หรือการที่ผู้สูงวัยเจ็บคอเมื่อตากฝนกระทั่งเป็นโรคหวัด ซึ่งการบริโภคด้วยการเคี้ยวแล้วกลืน ใบฟ้าทะลายโจรจิ้มเกลือนั้น จะได้ผลดีกว่าการบริโภคแบบแคปซูล เนื่องจากสมุนไพรจะสัมผัสที่เชื้อโรคบริเวณลำคอโดยตรง จึงทำให้อาการป่วยทุเลาได้เร็วกว่า ขณะที่ตัวยาในแคปซูลจะต้องส่งลงไปที่ท้อง แล้วตัวยาจึงออกฤทธิ์กลับขึ้นมายังที่บริเวณลำคอ ซึ่งทำให้การรักษาอาการเจ็บคอหายช้านั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นอกจากสรรพคุณทางยาในการไล่โรคหวัดจากดอกแคแล้ว เปลือกต้นดอกแคที่นำมาจิ้มเกลือก็ช่วยลดการอักเสบ และป้องกันโรคทางเดินหายใจได้เช่นกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้สูงวัยท่านใดที่ไม่ชินกับสมุนไพรรสขมอย่างฟ้าทะลายโจร ก็สามารถเลือกกินสมุนไพรที่มีรสฝาด แต่มีสรรพคุณไล่โรคหวัดได้ดีอย่าง &amp;ldquo;ใบฝรั่ง-ใบทับทิมจิ้มเกลือ&amp;rdquo; โดยการล้างให้สะอาดแล้วนำมาเคี้ยวให้ละเอียด จากนั้นค่อยๆ กลืนลงคอ ทั้งนี้ใบของผลไม้ที่มีวิตามินสูงทั้ง 2 ชนิด จะช่วยลดอาการเจ็บคอและแก้อาการไอได้ดี (ไอแบบกลั้นปัสสาวะไม่อยู่) หรือจะเลือกกิน &amp;ldquo;เปลือกต้นฝรั่ง-เปลือกต้นดอกแคจิ้มเกลือ&amp;rdquo; ก็แก้โรคหวัดและอาการเจ็บคอได้ดีเช่นกัน หรือจะเลือกกินผลไม้สดๆ วิตามินซีสูงอย่างฝรั่งและทับทิม ก็เป็นทางเลือกในป้องกันหวัดในผู้สูงอายุได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าพิจารณาแล้ว ยารักษาโรคหวัดตามธรรมชาติก็มีให้เลือกดูแลสุขภาพอยู่หลายรายการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผู้สูงวัยในชนบทต่างคุ้นเคยกันดี แต่ทว่ายารักษาโรคจากแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นที่นิยมมากขึ้น จึงทำให้หลายคนลืมวิธีรักษาอาการของโรคหวัดสมัยปู่ย่าตายายไป ซึ่งทั้ง 2 ศาสตร์อย่างแพทย์แพทย์ปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ถือเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะเลือกใช้ให้เหมาะ อาทิ เปลือกต้นฝรั่ง หรือเปลือกต้นดอกแค ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกับการเด็ดมาทำแกงส้มดอกแคที่ว่าอร่อยแล้ว แต่เปลือกของลำต้นก็มีสรรพคุณทางยาป้องกันโรคหวัดไม่ต่างจากผลหรือดอกเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขิงสดจิ้มเกลือ, คุณภาพชีวิต, ต้นหนุมานประสานกาย, แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย, โลกวัยเกษียณ, ใบฟ้าทะลายโจรจิ้มเกลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63d0482e959.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะไคร้หอม..ภูมิปัญญาคุณย่า ตัวช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตะไคร้หอม&amp;rdquo; ถือเป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ชะงัด และถือเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้กันจากรุ่นสู่รุ่น ประกอบช่วงนี้ข่าวคราวของโรคไข้เลือดระบาด และมีผู้เสียชีวิตภายในปีนี้ร่วม 41 ราย ดังนั้นจึงมีคำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันโรคดังกล่าวออกมาเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก หรือกลุ่มคนสูงวัยที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มียุงลายเป็นพาหะ เช่น มีต้นไม้รกทึบและแหล่งน้ำเน่าเสีย เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และป้องกันโรคไข้เลือดออกไปด้วยในตัว คนวัยเก๋าสามารถปรุงสมุนไพรไทยไล่ยุงไว้ใช้เอง และทำให้คนในครอบครัว เพราะการป้องกันโรคเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(จรรยา วงศ์ชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน จากชมรมการแพทย์ไทยและการแพทย์พื้นบ้าน จ.เชียงใหม่ บอกว่า สมุนไพรที่สามารถป้องกันยุงลายซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุดนั้น คือ &amp;ldquo;ตะไคร้หอม&amp;rdquo; เพราะยุงจะค่อนข้างกลัวมากกว่าผิวส้ม เนื่องจากผิวส้มจะใช้ได้ดีกับการป้องกันมดหรือแมลงกัดต่อยมากค่ะ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุคนไหนที่อยู่บ้านลำพังก็สามารถนำสมุนไพรไทยอย่าง &amp;ldquo;ตะไคร้หอม&amp;rdquo; ที่ปลูกอยู่ริมรั้วมาปรุงเป็น &amp;ldquo;ยากันยุงฉบับพื้นบ้าน&amp;rdquo; เพื่อไว้ใช้เอง โดยแบ่งออกเป็น 3 สูตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับการปรุงตะไคร้หอมเพื่อไล่ยุง &amp;ldquo;สูตรที่ 1&amp;rdquo; คือการทำ &amp;ldquo;ธูปตะไคร้หอม&amp;rdquo; ขั้นตอนนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำตะไคร้หอมที่ปลูกไว้มาหั่นซอยให้ละเอียด จากนั้นนำไปอบให้แห้ง หรือจะใช้วิธีการตากแดดให้แห้งก็ได้เช่นกัน แต่กลิ่นจะหอมน้อยลง เมื่อได้ตะไคร้หอมอบแห้งแล้วให้นำมาบดให้เป็นผงละเอียด ตามด้วยการนำ &amp;ldquo;ก้านธูปสำเร็จรูป&amp;rdquo; ที่มีขายตามท้องตลาด และวัสดุที่ใช้ทำธูปตะไคร้หอมที่ลืมไม่ได้คือ &amp;ldquo;แป้งเปียก&amp;rdquo; หรือเป็นกาวสำหรับทาลงบนก้านธูปสำเร็จรูป ซึ่งแป้งเปียกนั้นจะซื้อแบบสำเร็จรูปก็ได้ หรือจะเข้าครัวทำเอง ด้วยการนำเมล็ดข้าวเหนียวมาตำให้ละเอียด จากนั้นนำไปกวนกับน้ำตั้งบนไฟอ่อนๆ จนเหนียว กระทั่งได้ส่วนผสมที่เรียกแป้งเปียก เมื่อส่วนผสมและวัสดุครบแล้ว ก็ให้นำก้านธูปสำเร็จรูปทากาวแป้งเปียกที่ทำขึ้นเอง จากนั้นนำมากลิ้งวนไปมาบนผงตะไคร้หอมที่อบแห้งและบดทิ้งไว้ ตามด้วยการผึ่งให้ธูปตะไคร้หอมแห้งหมาดๆ จากนั้นก็นำไปชุบผงตะไคร้บดอีกรอบ และผึ่งไว้ให้แห้งสนิท ก่อนนำมาจุดไล่ยุงโดยปักลงบนภาชนะที่มีทราย และนำไปวางในไว้ในจุดอับที่มียุงชุกชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสูตรตะไคร้หอมไล่ยุง &amp;ldquo;สูตรที่ 2&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;เทียนตะไคร้หอม&amp;rdquo; โดยเริ่มจากการนำ &amp;ldquo;น้ำมันตะไคร้หอมสำเร็จรูป&amp;rdquo; ในสัดส่วน 200 ซีซี ตามด้วยส่วนประกอบ &amp;ldquo;ไส้เทียนสำเร็จรูป&amp;rdquo; จากนั้นให้นำ &amp;ldquo;พาราฟิน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ไขแข็งสำหรับทำเทียนหอม&amp;rdquo; ในอัตราส่วนประมาณ 1 กิโลกรัม โดยนำไปใส่หม้อตั้งบนเตาไฟใช้ความร้อนปานกลาง เพื่อให้พาราฟินละลาย จากนั้นให้เทส่วนผสมอย่างน้ำมันตะไคร้หอมสำเร็จรูป 200 ซีซี ลงในพาราฟินที่ลายน้ำแล้วขณะที่น้ำยังอุ่นๆ จากนั้นนำไปเทลงบน &amp;ldquo;แม่พิมพ์รูปทรงต่างๆ&amp;rdquo; สำหรับทำเทียนหอม โดยขณะเทนั้นต้องให้ไส้เทียนโผล่ออกมาจากแม่พิมพ์สำหรับเพื่อไว้ใช้จุดไล่ยุง หรือผู้สูงอายุสามารถนำ &amp;ldquo;เศษเทียนพรรษา&amp;rdquo; ที่ทิ้งอยู่ในวัด มาละลายด้วยการใส่หม้อตั้งบนไฟ จากนั้นใส่น้ำมันตะไคร้หอมสำเร็จรูป และเทลงบนแม่พิมพ์ที่หาได้ โดยให้ไส้เทียนโผล่จากภาชนะเช่นกัน จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้ง และนำไปจุดไล่ยุงในห้องรับแขก หรือบริเวณที่ผู้สูงอายุมักชอบนั่งทำกิจกรรม ก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย แถมได้เทียนแฮนด์เมดสำหรับไล่ยุงลายไว้ใช้ในครัวเรือนอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ตะไคร้หอมไล่ยุง &amp;quot;สูตรที่ 3&amp;quot; คือ &amp;ldquo;สเปรย์ตะไคร้หอม&amp;rdquo; สำหรับใช้พ่นบนเสื้อผ้าเวลาที่ผู้สูงอายุออกไปทำไร่ หรือทำการเกษตร กระทั่งเข้าป่าหาของกินละแวกบ้าน โดยการนำ &amp;ldquo;ตะไคร้หอมสำเร็จรูป&amp;rdquo; ประมาณ 100 ซีซี กับ &amp;ldquo;น้ำมันแก้วสำเร็จรูป&amp;rdquo; (น้ำมันที่สกัดจากต้นแก้ว มีจำหน่ายตามร้านเวชสำอาง) ในอัตราส่วน 1 ปอนด์ หรือครึ่งลิตร ซึ่งเท่ากับ 500 ซีซี จากนั้นนำมาเขย่าผสมกัน และนำไปใส่ขวดแก้วที่มีหัวฉีดแบบสเปรย์สำหรับพ่นลงบนเสื้อผ้า เพราะการทาน้ำมันสเปร์ยตะไคร้หอมโดยตรงที่ผิวจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนได้ ใช้แบบฉีดพ่นจะช่วยไล่ยุงได้ดีมากกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำมันตะไคร้หอมสำเร็จรูปว่าสะดวกแล้ว แต่บ้านไหนที่ปลูกต้นตะไคร้หอมไว้ริมรั้ว ช่วงหน้าฝนที่ไข้เลือดออกระบาดหนักอย่างนี้ ประโยชน์มากมายสุดจะบรรยาย เพราะสามารถเด็ดมาปรุงยากันยุงสูตรแฮนด์เมดแล้ว ยังปลูกทิ้งไว้เพื่อไล่ยุงไปพลางๆ ได้ด้วย จริงไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38392</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ตะไคร้หอม, ธูปตะไคร้หอม, สเปรย์ตะไคร้หอม, เทียนตะไคร้หอม, แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d00f57b8044a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรุงสมุนไพรฤทธิ์เย็นเป็นยาน้ำ แก้ปัญหาผิวแสบไหม้หน้าร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อากาศร้อนปัญหาการแสบไหม้ผิวหนังมักพบได้ในผู้สูงอายุ สมุนไพรจึงนับเป็นตัวช่วยดูแลผิวที่สำคัญ เพราะสามารถใช้ได้ทั้งบริโภคและปรุงเป็นยาสำหรับทาภายนอกได้อีกเช่นเดียวกัน ที่สำคัญหากปรุงอย่างถูกต้องแม่นยำ ยังเป็นยารักษาโรคที่ปลอดสารเคมีตกค้างในร่างกายอีกด้วย แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านล้านนา จากชมรมแพทย์แผนไทย จ.เชียงใหม่ มาแนะนำการปรุงสมุนไพรพื้นบ้านซึ่งสรรพคุณเป็นยาเย็น ที่มักปลูกไว้ภายในครัวเรือน เพื่อลดปัญหาผิวแสบไหม้ช่วงซัมเมอร์ไว้น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ยาสมุนไพรน้ำสูตรที่ 1 ประกอบด้วย เสลดพังพอนตัวเมีย, หญ้านาง, ใบบัวบก เคี่ยวร่วมกับน้ำมันมะพร้าว กระทั่งยาสมุนไพรเซตตัว และเหลือเพียงน้ำมันสมุนไพรสำหรับทาผิวลดอาการแสบไหม้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ครูจรรยา ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ผู้สูงอายุสามารถเลือกใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นยาเย็นในการลดปัญหาอาการผิวหนังแสบไหม้ โดยการปรุงเป็นยาสำหรับทาภายนอก ซึ่งมีด้วยกัน 2 สูตร เริ่มจาก &amp;ldquo;สูตรแรก&amp;rdquo; ให้นำ 1.เสลดพังพอนตัวเมีย หรือพญายอ 1 กำมือ 2.ใบหญ้านาง 1 กำมือ 3.น้ำมันมะพร้าว สำหรับ วิธีทำ ให้นำสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดมาคั้นน้ำรวมกันให้ได้ 1 แก้ว จากนั้นนำน้ำสมุนไพรที่ได้ 1 แก้ว มาเคี่ยวรวมกับน้ำมันมะพร้าว 1 แก้ว โดยการเคี่ยวไปเรื่อยๆ กระทั่งตัวน้ำยาสมุนไพรเซตตัว สังเกตง่ายๆ ว่าจะเหลือเพียงแค่น้ำมันมะพร้าว (น้ำ 2 แก้วเหลือเพียง 1 แก้ว ก็ถือว่าใช้ได้) จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น และนำมาทาที่บริเวณแขนและขาที่มีอาการแสบไหม้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากสรรพคุณของสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมา จะช่วยลดอาการแสบไหม้ และผดผื่นคันจากโรคภูมิแพ้อากาศ เนื่องจากเสลดพังพอนเป็นยาเย็น ส่วนใบหญ้านางนั้นช่วยแก้เมล็ดสัตว์กัดต่อย แก้ผิวน้ำร้อนลวก และลดอาการผื่นคันจากภูมิแพ้ ทั้งนี้ผู้สูงอายุสามารถปรุงยาสมุนไพรลดอาการแสบไหม้ผิวสูตรดังกล่าวด้วยการใส่สมุนไพรอย่าง &amp;ldquo;น้ำคั้นใบบัวบก&amp;rdquo; ได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญยังสามารถใช้สูตรน้ำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดอย่างละ 1 แก้ว และใช้น้ำมันมะพร้าว 3 แก้ว เพื่อเคี่ยวให้เป็นยาสมุนไพร โดยให้เหลือแต่น้ำมันมะพร้าวเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ยาน้ำสมุนไพรสูตรที่ 2 ประกอบด้วย น้ำคั้นขมิ้นชัน, เปลือกทานาคา, ใบต้นนางคำ, เจลใสว่านหางจระเข้, น้ำมันมะพร้าว สรรพคุณช่วยลดอาการแสบไหม้ผิว และผดผื่นคันจากภูมิแพ้อากาศ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;ldquo;สูตรที่สอง&amp;rdquo; ได้แก่ 1.ขมิ้นชัน 2.ว่านนางคำ 3.เปลือกทานาคา หรือต้นกระแจะ 4.น้ำมันมะพร้าว วิธีทำ ให้นำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดมาคั้นเอาแต่น้ำ สามารถใช้สูตรน้ำสมุนไพรอย่างละ 1 แก้ว เคี่ยวกับจำนวนของน้ำมันมะพร้าวในปริมาณที่เท่ากัน หรือใช้น้ำสมุนไพร 3 ชนิดรวมกัน 1 แก้ว และเคี่ยวร่วมกับน้ำมันมะพร้าว 1 แก้ว สำหรับยาสมุนไพรน้ำทาผิวสูตรนี้จะมีลักษณะน้ำสีเหลืองเล็กน้อยจากขมิ้นชัน สำหรับใครที่หาเปลือกทานาคาค่อนข้างยาก สามารถใช้ &amp;ldquo;น้ำคั้นใบบัวบก&amp;rdquo; หรือจะใช้ &amp;ldquo;ว่านหางจระเข้&amp;rdquo; โดยการฝานวุ้นใสๆ ใส่ลงไป ขณะที่กำลังเคี้ยวน้ำขมิ้นชันและน้ำว่านนางคำร่วมกับน้ำมันมะพร้าวก็ได้เช่นกัน เนื่องจากว่านหางจระเข้ก็มีสรรพคุณเป็นยาเย็น ซึ่งช่วยสมานแผลหรือปัญหาผิวหนังแสบไหม้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32986</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, แม่ครูจรรยา วงศ์ชัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5efe707a08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
