<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมสวดมนต์เจริญสติ กำลังใจสู้โรคภัยไข้เจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุสวดมนต์ที่บ้าน ช่วยจิตใจสงบ และสร้างความอิ่มเอมใจที่ได้มีส่วนช่วยผู้อื่นในการปัดเป่าโรคภัยให้ทุเลาลงทั้งบ้านและทั่วโลก โดยบทสวดมนต์วิถีพุทธ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากภาครัฐไฟเขียว เคาะให้มีการสวดมนต์ไล่โรคโควิด-19 พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 มีนาคมนี้ โดยการถ่ายทอดสดเพื่อให้ผู้ชมทางบ้านได้ฟังในเวลา 16.00 น. โดยนำร่องเริ่มจากวัดชื่อดังใน กทม. ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปด้วยบทสวดมนต์ &amp;ldquo;รัตนสูตร&amp;rdquo; โดยไม่ต้องการเชิญชวนให้คนออกไปชุมนุมเพื่อสวดมนต์ที่วัดแต่อย่างใด แต่ถ้าหากใครต้องการไปฟังสวดมนต์ที่วัดก็จะมีการตรวจคัดกรองโรค รวมถึงจัดเก้าอี้นั่งเพื่อเว้นระยะห่าง 1 เมตรให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีบางกระแสที่ออกมาบอกว่าการสวดมนต์ไล่ไวรัสโควิด-19 อาจจะไม่ได้ผล เพราะเป็นไวรัสร้ายดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติและดินฟ้าอากาศ กระทั่งผลจากการกระทำของมนุษย์ก็ตามที ไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากภูตผีปีศาจ ที่สามารถขับไล่ด้วยบทสวดมนต์ เหมือนเช่นสมัยก่อนที่มีสวดมนต์เพื่อโรคห่า แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากมนุษย์และภัยธรรมชาติ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของแต่ละท่าน แต่ทว่าการทำจิตใจให้สงบด้วยบทสวดมนต์ย่อมเป็นการลดความเครียดความกังวลที่ป้องกันโรคได้ทางหนึ่งโดยใช้วิถีพุทธ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน นายกสมาคมสถาบันแม่ชีไทย บอกว่า &amp;ldquo;การที่คนสูงวัยหรือคนทั่วไปสวดมนต์เพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 นั้น เราจะได้พุทธานุสติ (ระลึกถึงคำสอนเกี่ยวกับความดีของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ 9 ประการ) หรือการที่เราได้รู้ว่าเรามีส่วนในการปัดเป่าภัยหรือโรคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลกได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว และยิ่งหากเป็นการสวดมนต์ผ่านการถ่ายทอดให้ผู้ชมได้รับชม โดยไม่ต้องเดินทางมาที่วัด ตรงนี้ก็ช่วยลดอันตรายจากการติดเชื้อไวรัสได้ค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนการที่มีผู้ที่ไม่เชื่อในเรื่องนี้ ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของบุคคลนั้น แต่ในส่วนของผู้ที่เชื่อและสวดมนต์ตามการถ่ายทอดสดดังกล่าวอยู่ที่บ้าน ก็จะทำให้ผู้สวดมนต์เกิดความสุขใจ และรู้สึกว่าเราได้มีส่วนช่วยปัดเป่าโรคภัยและความทุกข์ของที่เจ็บป่วยไป หรือทำให้ภัยพิบัติดังกล่าวลงความรุนแรงลง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ค่ะ ทั้งนี้ สามารถสวดได้ทั้ง &amp;ldquo;บทสวดมนต์รัตนสูตร&amp;rdquo; ที่ช่วยขจัดสิ่งภัยหรือสิ่งเลวร้าย ความอดอยาก อันตรายจากภูตผีปีศาจ รวมถึงโรคระบาด ฯลฯ หรือสวดมนต์บทสวด &amp;rdquo;โพชฌงคปริตร&amp;rdquo; ที่ช่วยปัดเป่าความเจ็บป่วยให้ทุเลาลงได้ โดยสวดที่บ้านก็ได้เช่นกัน เนื่องจากว่าเวลาที่เราสวดมนต์ไม่ว่าจะบทอะไรก็ตาม จะทำให้ผู้สวดเกิดความสงบและรู้สึกผ่อนคลายความวิตกกังวล หรืออย่างน้อยก็ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าสบายใจ ลดความกังวลลงได้ ที่สำคัญยังรู้สึกว่าเราได้ช่วยเหลือส่วนรวม นั่นจะทำให้คนแก่เกิดความสบายใจและภูมิใจเช่นเดียวกัน ที่สำคัญเป็นกิจกรรมที่ทำแล้ว สร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้นกับผู้สวดเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญผู้สูงวัยจะต้องไม่คิดว่าตัวเองแก่แล้วไม่ต้องไปสวดมนต์ช่วยผู้อื่นหรอก ซึ่งตรงนี้แม่ชีคิดว่าเป็นความคิดส่วนบุคคลอีกเช่นกัน เพราะอันที่จริงแล้ว คนในบ้านนั้นไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหน แต่ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน หรือต้องร่วมด้วยช่วยกันจึงจะถูกต้องค่ะ กล่าวโดยสรุปประโยชน์ของการสวดมนต์ เพื่อปัดเป่าไวรัสโควิด-19 นั้น จะทำให้ผู้สวดมนต์บทใดก็ตาม เกิดความอิ่มเอมใจ อีกทั้งรู้สึกอุ่นใจ เพราะขณะที่สวดมนต์นั้น จิตของเราจะน้อมนำไปตามบทสวดมนต์นั้นๆ มันจะทำให้เรารู้สึกสงบ นิ่ง และเมื่อใดก็ตามที่จิตของเรานิ่ง เซลล์ในร่างกายของเราก็จะทำงานปกติ ไม่สะดุดไม่หยุดนิ่ง นั่นจึงเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยได้ทางหนึ่งค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ที่สำคัญถ้าใจของเราสงบสุขไม่ฟุ้งซ่าน ก็ช่วยลดความกังวลได้ ที่สำคัญการร่วมด้วยช่วยกันและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจผ่านการสวดมนต์ที่บ้าน ก็เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนพึ่งกระทำได้...ว่าไหมค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60550</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, รัตนสูตร, แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e775525ca6f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคกำจัดความเครียด ท่องคาถา..อยู่กับความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(คนวัยเกษียณที่เลือกเข้าวัดปฏิบัติธรรมและถือศีล สามารถเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นลูกหลานเข้าวัดตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะเมื่อเข้าสู่วัยชราก็จะทำให้วัยรุ่นรู้เท่าทันจิตใจ และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิตได้โดยไม่เป็นทุกข์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเครียดและความกังวลมักเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนวัยเกษียณที่ต้องไม่ต้องไปทำงานแล้ว หรือแต่การเจ็บป่วยด้านสุขภาพในวัยที่อายุมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของความกดดันทางใจ ดังนั้นการทำใจเตรียมรับกับภาวะว่างเว้นจากการทำงาน ถือได้ว่าเป็นการดูแลสุขภาพจิตได้ทั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันทั้งโรคซึมเศร้า อีกทั้งทำให้คนหลัก 6 มีความสุขจากการอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด ตรงกันข้ามการใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับความสามารถของเรา หรือบางคนเลือกเข้าวัดปฏิบัติธรรมะ และเป็นจิตอาสาช่วยงานวัด ก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมสุขภาพกายใจไปทางดีงามที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน นายกสมาคมสถาบันแม่ชีไทย มีคำแนะนำมาบอกกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ชีประทิน ให้คำแนะนำว่า &amp;ldquo;เมื่อถึงวัยนี้เราต้องยอมรับกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเราใช้งานมานานแล้ว มันก็ต้องเสื่อมเป็นธรรมดา ทั้งนี้ อันไหนที่เรายังสามารถซ่อมได้ก็ควรไปหาหมอบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายส่วนที่ดีๆ สามารถใช้งานได้ต่อไป นอกจากการดูแลร่างกายในวัยเกษียณแล้ว การดูแลจิตใจด้วยการ &amp;ldquo;ทำใจยอมรับว่าเมื่ออายุมากขึ้น&amp;rdquo; เราไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตหรือทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนคนอายุน้อยๆ แล้ว แต่สิ่งสำคัญขอให้ท่านๆ คิดว่า กว่าจะผ่านมาถึงอายุ 60-70 ปีนั้น &amp;ldquo;เราได้ทำงานมาอย่างคุ้มค่าแล้ว&amp;rdquo; ไม่จะประกอบอาชีพไหนมาก็ตาม เพราะทุกคนนั้นล้วนมีคุณค่าในตัวเองเสมอ ถ้าหากว่าเราทำงานที่สุจริตและไม่เอาเปรียบใคร สิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้เรามีความสุข แม้ว่าที่ผ่านมาคุณตาคุณยายจะทำอาชีพเป็นคนกวาดถนน เพราะอันที่จริงแล้วมนุษย์เราสามารถหาความสุขและความเบิกบานใจได้ตามความสามารถ หรือตามอัตภาพที่เราสามารถเลี้ยงดูและช่วยเหลือตัวเองได้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงวัยสามารถหาความสุขง่ายๆ จากงานที่ตัวเองทำเพราะทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับคนที่ยังไม่ถึงวัยนี้ หรืออยู่ในวัยหนุ่มสาว ก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ ไม่ใช่รอให้อายุมากและค่อยมาคิดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวตั้งแต่การรู้จักกินใช้ตามฐานะที่เรามี โดยเฉพาะคนที่เรียนและจบปริญญาตรี กระทั่งเมื่อทำงานแล้ว ถ้าเหลือกินเหลือใช้ก็ต้องรู้จักแบ่งปันผู้อื่น เพราะถ้าเรารู้จักใช้ชีวิตตามฐานะของเรา และไม่ใช้จ่ายจนเกินตัว ก็จะทำให้เราไม่ทุกข์ค่ะ ซึ่งตรงนี้ถ้าเรารู้จักการปรับตัวและการอยู่ในโลกของความเป็นจริง เมื่อเราอายุมากขึ้น เราก็จะทำใจรับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและสุขภาพจิตได้โดยไม่เป็นทุกข์และไม่โศกเศร้าค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากผู้สูงวัยที่ป่วยจากโรคเรื้อรังต่างๆ เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะเราทำอะไรไม่ได้แล้ว ตรงกันข้ามเราต้องพอใจเมื่อเราป่วยไข้ และต้องบอกตัวเองอยู่เสมอว่ามันถึงวัยที่เราจะต้องพักแล้ว เพราะอย่าลืมว่าการทำใจนั้นจะช่วยแบ่งเบาทุกข์ลงได้ เพราะเราจะรู้สึกถึงการปล่อยวางควบคู่กันไปด้วย และอย่าลืมว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ทุกข์เมื่อป่วยไข้ ก็จะทำให้ไม่เป็นภาระ โดยการสร้างความเครียดให้กับลูกหลานที่ต้องดูแลเราๆ ท่านๆ เช่นกัน นอกจากนี้หากคนวัยเก๋าพอมีฐานะ เมื่ออายุมากขึ้นและไม่ต้องการเป็นภาระของผู้อื่น ก็สามารถเลือกใช้สถานบริการดูแลผู้สูงอายุได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีลูกหลาน ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยแบ่งความเครียดจากปัญหาสุขภาพลงได้ เพราะอันที่จริงแล้วเราต้องไม่รอให้คนอื่นมาสร้างความอบอุ่นให้กับตัวเรา แต่เราต้องทำใจของเราให้อบอุ่นเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(คนวัยเกษียณที่ไม่อยากเครียด เพราะต้องอยู่บ้าน ว่างๆ สามารถทำงานจิตอาสาโดยการให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ เช่น ถ้ามีความรู้ด้านการเกษตรก็แบ่งปันถ่ายทอดเกี่ยวกับการปลูกพืชให้ผู้อื่น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ชีประทิน บอกอีกว่า สำหรับคนวัยเกษียณที่ยังแข็งแรง การหางานอดิเรกทำ โดยเฉพาะงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้อื่น จะช่วยทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและไม่รู้สึกเครียด ดังนั้นเราต้องกลับมาคิดหาช่องทางว่าเราจะทำเพื่อผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่หนัก อีกทั้งเมื่อทำแล้วตัวผู้สูงอายุเองก็ต้องไม่เครียดด้วย เช่น ถ้าเรามีความรู้เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ อาทิ กล้วยไม้ หรือไม้ประดับต่างๆ ที่มีความหมายแตกต่างกัน ก็สามารถถ่ายทอดเรื่องการปลูกและการดูแลพืชให้กับผู้สูงวัยด้วยกันที่สนใจ หรือคนวัยหนุ่มสาว เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับผู้วัยคนไหนที่เลือกเข้าวัด ถือศีลและนั่งสมาธิ ก็เป็นกิจกรรมที่ดีอย่างหนึ่ง และส่งเสริมให้ชีวิตดียิ่งๆ ขึ้นไป แต่ทั้งนี้อาจจะต้องเลือกสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีผู้ฝึกสอน ไม่เช่นนั้นผู้ฝึกอาจจะไม่ได้อะไร ที่สำคัญเมื่อสถานปฏิบัติธรรมนั้นๆ มีกิจกรรมทางศาสนาในด้านต่างๆ ผู้สูงอายุก็สามารถเป็นจิตอาสาโดยการช่วยทำงานได้ต่างได้เช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะให้ดีนั้น การที่คนหนุ่มสาวเตรียมตัวเตรียมใจรับวัยเกษียณกันแต่เนิ่นๆ อย่างการเข้าวัดถือศีลปฏิบัติธรรม ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่วัยรุ่นเข้าวัด ก็จะทำให้เรารู้ความจริงของชีวิตที่ว่า ที่ผ่านมานั้นชีวิตของเราไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์มันก็แค่นั้น เพราะทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยง ทั้งความสุขและความทุกข์ และท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรเป็นของเรา โดยเฉพาะทรัพย์สินเงินทอง ดังนั้นถ้าขณะที่เรายังใช้ชีวิตอยู่ในวัยหนุ่มสาวก็ต้องรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น แต่ถ้าหากว่าเราเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์ไม่มาก ก็ยิ่งไม่ต้องเป็นกังวลถ้าหากภาระสุดท้ายมาถึง ดังนั้นก็ขอใช้ชีวิตให้มีความสุขตามอัตภาพของเรา อีกทั้งการรู้กายรู้ใจของตัวเราในทุกขณะจิต ก็จะทำให้เรารับมือกับสภาวะต่างๆ ที่เข้ามาในแต่ละช่วงชีวิตได้อย่างมีความสุข&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc013829802d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
