<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค 4 ลงพื้นที่ติดตามผู้ก่อเหตุโจมตีจนท.รัฐ ให้มอบตัวลดความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ที่บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ หลังการปฏิบัติเข้าสู่วันที่ 5 แต่ยังไร้วี่แววของผู้กระทำผิดเข้ามอบตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ยังคงมีความพยายามในการเชิญผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ครอบครัว เข้าเจรจาให้ออกมามอบตัวและต่อสู้กันด้วยกฎหมาย ตามหลักสิทธิมนุษยธรรม แต่ก็ยังไร้ผล ขณะเดียวกันกลุ่มก่อความไม่สงบยังคงใช้สถานการณ์ดังกล่าวก่อเหตุในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส หวังเบี่ยงเบนความสนใจต่อกำลังเจ้าหน้าที่จากการปิดล้อมบ้านฮูแตยือลอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงมีความพยายามก่อเหตุ ตัดกำลัง บั่นทอนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็ไม่ส่งผลต่อภารกิจแต่อย่างไร เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข็ม มีความพร้อมต่อการเผชิญเหตุในการเข้าควบคุมพื้นที่ ทั้งชั้นนอก ชั้นใน พื้นที่สุ่มเสี่ยง ใช้การคิด วิเคราะห์ และวางแผน ไม่หลงกลลวง สำหรับสถานการณ์ปิดล้อมในขณะนี้สั่งการหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ใช้ยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก ดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง อาศัยความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เข้าเจรจาให้กลุ่มคนร้ายยอมมอบตัว เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออกบริเวณดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ซึ่งคนร้ายไม่ทราบจำนวนยังคงหลบซ่อนอยู่ และมีการตอบโต้อยู่เป็นระยะ&amp;nbsp;และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของกำลังเจ้าหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำอาหาร เครื่องดื่ม เข้าสนับสนุนกำลังพลในภารกิจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้กำชับให้ส่วนที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนถึง มาตรา 189 พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน อย่าได้ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดทั้งการให้ที่พักพิง หลบซ่อน จัดหาเสบียง เพราะจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับระบุว่า การช่วยเหลือโจรเท่ากับเป็นโจรเหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118543</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนราธิวาส, ชายแดนใต้, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_6158298fdf715.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทภ.4ถกคณะพูดคุยสันติสุขปี64ประสานBRNดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เรียกถกคณะทำงานพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่วาระใหม่ รอมาเลเซียเปิดประเทศปีหน้าประสานบีอาร์เอ็นเจรจาดับไฟใต้ คนร้ายดักยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานรือเสาะสาหัส 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดประชุมการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ พร้อมกับ พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และกรรมการคณะทำงานด้านสันติสุข และคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ทั้ง 9 แผนงาน ได้เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงกว่า 100 คน เพื่อรับฟังข้อสรุปผลของคณะประสานงานระดับพื้นที่ กับความคืบหน้าในการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ที่ได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกด้านหนึ่งได้ติดต่อประสานผ่านทางประชุมออนไลน์ โปรแกรม Zoom กับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย จากผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมารวบรวมผ่านคณะทำงานสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น จะให้ทางคณะเทคนิคเข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางประเทศมาเลเซียเปิดประเทศในช่วงปีหน้า เพราะต้องรอให้พ้นจากช่วงโควิด-19 ไปก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอและข้อเรียกร้องทั้งหมดของทุกฝ่าย จะนำเสนอคณะทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกรเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้มีความหลากหลายของข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ เรื่องในของความรุนแรงในพื้นที่ และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักความกลมเกลียวของประชาชน และการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีตัวแทนองค์การสหประชาชาติเข้ามารับฟังความคิดเห็นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางผู้แทนของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ได้มารับฟังในส่วนของเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นอยู่พื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน จึงได้อธิบายถึงการบำบัด รักษาฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ติดยาเสพติด รวมไปถึงเรื่องของการปราบปรามการค้ารายย่อยและรายใหญ่ ซึ่งในเขตพื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงไปสู่ประเทศที่ 3 และในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ มีสถิติจากการจับกุมมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่ผู้แทนสหประชาชาติสอบถามในเรื่องข้อจำกัดประเด็นเรื่องยาเสพติดของขบวนการค้ารายใหญ่ จึงชี้แจงไปว่าได้มีการดำเนินการในการประสานงานภายในประเทศในการติดตามการเคลื่อนย้ายยาเสพติดอยู่แล้ว นำไปสู่การจับกุมมากมาย แต่เรื่องการค้ารายใหญ่กับประเทศที่ 3 ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากได้แชร์ข้อมูลกับทางสหประชาชาติ คิดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมมากกว่านี้ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเราจะได้ร่วมมือกับยูเอ็นโอดีซีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.โฑติวิทย์ แสงจันโท ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายรือเสาะ-สะโล ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.รือเสาะ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยก ถนนสายรือเสาะ-บ้านสะโล ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ห่างจาก สภ.รือเสาะ ประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ และส่งต่อโรงพยาบาลราชนครินทร์จังหวัดนราธิวาส ทราบชื่อ อส.ทพ.อริสมัน ดอเลาะ อายุ 27 ปี สังกัดร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 อยู่บ้านเลขที่ 118/1 ม.3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณต้นขาซ้าย, นายบาหารูดิง ลือแมตูซง อายุ 37 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนอยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.9&amp;nbsp; ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณน่องด้านซ้าย อาการสาหัสทั้งสองนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพลร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 พร้อมด้วยลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน เดินทางด้วยระยนต์กระบะกลับจากไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรหมู่บ้าน ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่บ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งเพิ่งเปิดบริการได้เพียงสองสัปดาห์ หลังจากจบการแข่งขัน ได้เดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังร้านอะยัมบอย ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายไม่ต่ำ 3 คนดักซุ่มอยู่ในที่มืด ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84436</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, ดับไฟใต้, บีอาร์เอ็น, สันติสุขระดับพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แม่ทัพภาค 4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a4f14612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มทภ.4&#039;สั่งคุมเข้มชายแดนใต้รับ&#039;บิ๊กตู่&#039;นำทีมครม.สัญจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.63-พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งคุมเข้มเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในห้วงการประชุมครม.สัญจร ที่จ.นราธิวาสกำชับกองกำลังทั้ง 3 ฝ่าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ยะลา ปัตตานี) เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ตรวจสอบและเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างละเอียดเน้นย้ำอย่าประมาท ต้องมีสติ ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ เชื่อมั่นทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยฐานะการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนน.อ.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ กองทัพเรือ สั่งการให้กำลังพลปฏิบัติการณ์ทั้งทางบก - ทางน้ำ เพื่อคุมเข้มพื้นที่ และได้เตรียมความพร้อมทุกฝ่ายอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54962</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ครม.สัญจร จ.นราธิวาส, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be949a0c1b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค4ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดปะทะสุคิริน ยืนยันเจ้าหน้าที่จะไม่ทิ้งพี่น้องประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 ม.ค.63-พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ​ผอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร บริเวณ บ้านไอดีแย ม.3 ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อช่วงสายของวันที่​ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหตุเกิดขณะเจ้าหน้าที่จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในฐานปฏิบัติการ จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ​ อส. อนุวัต กอเดร์ อายุ 34 ปี และได้รับบาดเจ็บ 7 ราย เข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลสุคิริน จำนวน 5 ราย โรงพยาบาลสุไหงโก - ลก จำนวน 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณฐาน ชคต.ร่มไทร​ อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนฟังบรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ พร้อมหารือกับทุกฝ่ายในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคาดว่าการก่อเหตุในครั้งนี้นำจะเป็นการกระทำของกลุ่มนาย ซอและ มะเซ็ง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และอาจเป็นการตอบโต้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จากการเปิดแผนยุทธการกดดันจำกัดเสรี ผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่เขาบริเวณ อ.สุคิริน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว หากมีเหตุจำเป็นขอให้ประสานกับหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หรือหากพบเห็นเบาะแสผู้ต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือเบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061-173-2999 ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังสั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดเข้าให้การช่วยเหลือเยียวยา และดำเนินการทำความเข้าใจ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่​ เพื่อให้มีความเชื่อมั่นในกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ และกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องไทยพุทธที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ทิ้งพี่น้องประชาชนโดยจะคอยปกป้องดูแลอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น​ขอให้ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง ช่วยกันคุ้มครองและปกป้องตนเองรวมถึงคนในหมู่บ้านให้รักสามัคคีและดูแลกัน หากมีเหตุหรือพบสิ่งผิดปกติขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ อส.ที่ได้บาดเจ็บ จำนวน 2 นายที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ประกอบด้วย นายซาบรี ยะโก๊ะ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว แขนขา รู้สึกตัวดีพ้นขีดอันตราย และนายมนัส ซำเซ็ง อาการเบื้องต้นถูกสะเก็ดบริเวณใบหน้า ลำตัวและมีเศษเข้าในตาทั้ง 2 ข้างรู้สึกตัวดีพ้นขีดอันตรายแล้ว เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นร่วมกันปฏิบัติงาน โดยให้ทุกส่วนบูรณาการร่วมกัน เพื่อรักษาความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54488</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราธิวาส, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d117163b8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องมทภ.4นำร่องบิ๊กตู่จ่อคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องแล้ว &amp;ldquo;แม่ทัพภาค 4-บุรินทร์&amp;rdquo; หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ &amp;ldquo;วันนอร์&amp;rdquo; เล็งลามถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ด้วย หลังพิงฝารัฐบาลก็ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญการพูดจึงไม่ผิด &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ไปไกลบอกเป็นความฝันของยุคสมัยที่ต้องเดินหน้ารื้อ ไม่อย่างนั้นเผด็จการไม่มีวันหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และ 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 กรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 นำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกับ 7 พรรคพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ที่ได้จัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.&amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีกลุ่มมวลชนประมาณ 50 คน โดยสารมากับรถทัวร์ ได้มอบกุหลาบเพื่อให้กำลังใจพร้อมตะโกน &amp;quot;ฝ่ายค้านสู้ๆ&amp;quot; โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยไม่ให้เข้าไปภายในอาคาร ก่อนเดินทางกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ได้มีการสัมมนาเรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญและอื่นๆ แต่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งในหัวข้อที่สัมมนาเป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านปกติที่ปฏิบัติในฐานะนักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งย่อมมีสิทธิพูดจากับประชาชนในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้กระทำเป็นสิ่งที่ไม่ควร จึงต้องเข้ามาร้องทุกข์ เพราะเป็นการใส่ความเราโดยที่ไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น เราจึงต้องแจ้งความกลับว่าสิ่งที่คุณจะทำนั้นไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราไปพบปะประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งวันที่ 28 ก.ย. ทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ทำการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมทั้งรัฐบาลด้วย โดยเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อที่ 12 ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้มีการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และแนวนโยบายของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 4 ที่ได้รับมอบหมายจากแม่ทัพภาคที่ 4 มาตั้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 เป็นการกล่าวโทษที่ละเมิดต่อสิ่งที่เรากระทำไป ทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน และอาจทำให้ประชาชนทั่วไปนักวิชาการเกิดความหวั่นวิตกว่า การแสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริตภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นอาจมีความผิด มันเป็นการปิดปากประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ซึ่งการที่ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหน่วยงานของ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บังคับบัญชานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 จะทำไปโดยฝ่ายเดียวเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ เราอาจต้องกล่าวโทษตั้งแต่ผู้แจ้งถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวเช่นกันว่า เราต้องฟ้อง กอ.รมน.ภาค 4 และอาจถึงตัวนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.กล่าวว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพรรคฝ่ายค้านไว้ 2 ข้อหา คือหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ซึ่งจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะกระทบการดำเนินการในสภาหรือไม่ ว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชนมาทั้ง 4 ภาค และพูดกับสื่อมวลชนชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 แต่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญบนหลักการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมา ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ก็ว่าไป และจะไม่กระทบกับการทำงานในสภา โดยฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การฟ้องแกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน เป็นการกระทำที่น่าจะเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย เพราะตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนักวิชาการที่ได้แสดงความเห็นถือเป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่รัฐธรรมนูญในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพฯ บัญญัติรับรองคุ้มครองให้กระทำได้ ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ก็เป็นอำนาจและเป็นสิทธิของประชาชนหรือนักการเมืองที่สามารถกระทำได้เช่นกัน จึงถือว่าเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่มีเจตนาพิเศษ ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 116 แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่กองทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อนักวิชาการและนักการเมืองดังกล่าว อาจเป็นการบังคับใช้กฎหมายเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย และน่าเชื่อว่าหวังผลในการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองเพื่อต้องการหยุดกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปต่อไป&amp;rdquo; นายชุมสายกล่าว
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนกิจกรรม &amp;ldquo;มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง&amp;rdquo; เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านไม่ช้าก็เร็วจะเดินไปถึงวันนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเสียงของรัฐบาลไม่อาจทัดทานเสียงของประชาชนได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นี้มีปัญหามาก ตั้งแต่ที่มาเนื้อหา และกระบวนการ นี่เป็นเรื่องของความฝันของยุคสมัย เป็นเรื่องของประชาชน จึงเรียนว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่าจะไม่แตะในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการปรับรูปแบบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะจัดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นแบบเวทีเสวนาหรือการปราศรัย ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะเรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่มองเป็นมาตรา แต่มองว่าต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และร่างใหม่โดยประชาชนทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าข้อหามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งในต่างประเทศไม่มีใครใช้ในการดำเนินคดีกับเวทีเสวนา เราเพียงจัดเสวนาให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพียงการรณรงค์อย่างสันติ เราเชื่อว่าไม่ผิด และความจริงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ กอ.รมน. รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกับการปฏิรูป กอ.รมน.ด้วย เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้ ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มาก ที่มองผู้เห็นต่างทางความคิด เป็นคู่ขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่คิดว่าเมื่อเข้าไปถึงยุติธรรมแล้วก็คงเหมือนคดีอื่นๆ ที่เราโดนกันมา เป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง มากกว่าจะมีความผิดตามตัวบทกฎหมายจริง เป็นมูลเหตุที่เราทำผิดกับความถูกใจของผู้มีอำนาจ จึงทำให้พวกเขาฟ้องพวกเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่แก้ก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47461</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, มาตรา 1, มาตรา 116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา1, แจ้งความเท็จ, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99eb69eb7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขานรับ‘ประยุทธ์’ควบกลาโหมดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แม่ทัพภาค 4 ขานรับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ควบกลาโหม &amp;nbsp;เชื่อเอื้อดับไฟใต้รวดเร็วขึ้น เผยอยากกินข้าวกับนักการเมือง ร่วมผลักดันสันติสุขชายแดนใต้ คาดสิ้นเดือนนี้ได้ข้อสรุปผลประชาพิจารณ์ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ค่ายสิรินธร จ.ยะลา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้การขับเคลื่อนงานในภาคใต้รวดเร็วขึ้น ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เคยเป็นผู้บัญชาการทหารบกมาก่อน ทราบปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานมาโดยตลอด หากได้อดีตทหารมานั่งตำแหน่ง รมว.กลาโหม เป็นเรื่องดีแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า การดำเนินการแก้ปัญหาภาคใต้ในขณะนี้จะใช้กำลังทหารอย่างเข้มข้น โดยการจัดตั้งชุดปฏิบัติการกลยุทธ์หมู่บ้านคลุมพื้นที่ เพื่อไม่ให้ผู้ก่อความไม่สงบปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่ได้และต้องจัดการไล่ล่ามือฆ่าให้หมดจากหมู่บ้าน ผู้ต้องหาตาม ป.วิอาญา ต้องนำออกมาดำเนินการตามกฎหมาย โดยทำหมู่บ้านสีแดงให้เป็นหมู่บ้านสีขาว ลดความหวาดกลัวกับผู้บริสุทธิ์เพื่อที่จะได้เข้ามาร่วมมือกับรัฐมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนโยบายปิดท่าข้ามบริเวณชายแดนไทยมาเลเซียตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายข้ามเข้ามาก่อเหตุฝั่งประเทศไทยนั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการตรวจพบว่าผู้ก่อเหตุเดินทางผ่านท่าข้ามเข้ามาก่อเหตุจริง โดยระหว่างนี้จะจัดชุดปฏิบัติการกลยุทธ์ชุดละ 3-6 คน เฝ้าตรวจ 24 ชั่วโมง ป้องกันการลักลอบข้ามเข้ามา ซึ่งต้องแลกกันกับการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพียงไม่กี่คนที่ข้ามไปข้ามมา ที่อาจจะต้องได้รับผลกระทบกับบูรณภาพแห่งดินแดน ความปลอดภัยของผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ ส่วนคนที่ต่อต้านส่วนใหญ่อาจจะมีส่วนร่วมกระทำผิดกฎหมาย ยืนยันว่าการปิดท่าข้ามจะทำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้ปิดตลอดไป ทั้งนี้ ในภาพรวมของยุทธวิธีจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตลอด ต้องมีความอ่อนตัว เพราะผู้ก่อเหตุมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของนักการเมือง เชื่อมั่นว่านโยบายของทุกภาคการเมืองต้องการสันติสุข ผมอยากไปพบ ทานข้าวกับพรรคการเมืองเพื่อไปคุยกัน โดยจะได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายการปิดท่าข้ามบริเวณชายแดน เมื่อตอนนี้มี ส.ส. เราก็อยากให้เขามีบทบาท และผมก็อยากคุยกับเขาด้วย เพราะเป็นเพื่อนกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือประเทศไทยไม่ได้อยู่แค่ประเทศเดียว เรายังมีองค์กรนานาชาติ มียูเอ็น องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ขณะนี้ยืนยันได้ว่าเราไม่มีการซ้อมทรมาน ขอยืนยันด้วยว่าในการปิดล้อมตรวจค้นจะต้องมีขั้นตอน ไม่ใช่เข้าไปยิงเลย&amp;quot; พล.ท.พรศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ได้ให้ศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น รวมถึงออกแบบสอบถามให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นว่าต้องการการปกครองแบบไหน ซึ่งจะสะท้อนความคิดเห็นที่แท้จริงของคนในพื้นที่ประมาณ 2 ล้านคน เมื่อผลออกมาแล้ว จะพูดคุยกับองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือองค์กรนานาชาติต่างๆ ที่ระบุว่าความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้แบ่งแยกดินแดนนั้น ที่แท้จริงแล้วความต้องการของเขาเป็นอย่างไร ซึ่งผลสรุปจะแล้วเสร็จประมาณสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ และจะเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเป็นตัวเชื่อมนำข้อมูลเหล่านั้นไปสู่ประธานกรรมการกลางอิสลามทุกคน ตัวแทนภาคประชาชน จากนั้นจะส่งผ่านข้อมูลไปยังองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ยูเอ็น นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พูโล บีอาร์เอ็น และส่งไปให้ ดร.ตันสรี อับดุล ราฮีม ผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งท่านได้คุยกับมาราปัตตานีที่เป็นตัวจริง ลงเป็นบันทึกข้อความและ 1 แผ่นดิสก์ ผมก็ได้ส่งนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็หมดหน้าที่ผม&amp;quot; พล.ท.พรศักดิ์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38882</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ควบกลาโหม, ประยุทธ์ควบกลาโหม, หนังสือพิมพ์, เอื้อดับไฟใต้, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08f2d635e97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพภาค4ติดอาวุธให้ประชาชน&#039;วิทยุแดง&#039;สร้างเครือข่ายแจ้งข่าวดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.61- พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 &amp;nbsp;รับมอบ วิทยุเครื่องแดง จำนวน 100 ชุด จาก ธนาคารกรุงเทพฯ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวภาคประชาชน ในพื้นที่ชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโท ปืยวัฒน์ กล่าวว่า เรามีวิทยุเครื่องแดงใช้แล้ว 700 - 800 เครื่อง &amp;nbsp;เพื่อแจกจ่ายให้บรรดาชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(อรบ.) กองกำลังประจำถิ่น เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร และทำหน้าที่เป็นแหล่งข่าวภาคประชาชน ในการแจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่ โดยจะต้องอบรมพี่น้องประชาชนให้ทำหน้าที่แหล่งข่าวด้วย โดยมีการกระจายข่าวที่รวดเร็ว เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา มีการใช้วิทยุเครื่องแดงในกองกำลังประจำถิ่นที่. อ.เบตง จ.ยะลา ในการดูแลพื้นที่ และใช้ในงานกีฬาภายใน ทบ.ที่หาดใหญ่ ที่ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เพิ่งลงพื้นที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 2 วัน พักในพื้นที่และเน้น การฝึก และความพร้อม ความเข้มแข็งของกองกำลังประจำถิ่น ทั้ง อส.ชุดคุ้มครองตำบล &amp;nbsp;อรบ. ชรบ. ที่ทดแทนทหาร ได้แล้วถึง 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทัพภาค 4 ยังกล่าวอีกว่า การจะดูว่าสถานการณ์ใต้ดีขึ้น หรือไม่ ต้องดูจาก ประชาชนมีความสุข มีการจับจ่ายใช้สอย ใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ มีร้านอาหาร โชว์รูมรถ &amp;nbsp;ปั้มน้ำมัน &amp;nbsp;สิ่งปลูกสร้าง มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะที่สนามบินหาดใหญ่ จะมีนักท่องเที่ยวจาก 2 ล้าน เพิ่มมาเป็น 4 ล้านคน และ อ.เบตง จ.ยะลา โรงแรมเต็มตลอด เพราะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ที่ดีขึ้นจะไม่ดูจากเหตุเกิดมากน้อย &amp;nbsp;เพราะการก่อเหตุอยู่ที่ความพร้อมของเขา แต่เมื่อเกิดเหตุ เราจับได้เร็ว &amp;nbsp;เช่น เหตุระเบิด เอทีเอ็ม. 2 วันเราก็จับได้ เพราะเรามีแหล่งข่าวภาคประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการดูแล อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พื้นที่ปลอดภัย นั้น พลโทปิยวัฒน์ ฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นแนวทางของคณะพูดคุยสันติสุข ในส่วนของผม &amp;nbsp;ก็ทำหน้าที่ดูแล ทั้ง 14 จ.ภาคใต้ ให้ปลอดภัย ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นั้น สถานการณ์ดีขึ้น &amp;nbsp;ไม่เกิดเหตุมานานเป็นปีแล้ว &amp;nbsp;มีแค่เล็กๆน้อยๆ &amp;nbsp;จึงไม่ใช้ พรก.ฉุกเฉิน แต่มาใช้ พรบ.ความมั่นคงแทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10786</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช, วิทยุแดง, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b1745fecdd15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
