<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยะลารวบ4ผู้ต้องหาค้ายาบ้า ยึดของกลางกว่า 8 หมื่นเม็ดมูลค่าเกือบ3ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.63- &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง &amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองยะลา นายปรีชา &amp;nbsp;นวลน้อย &amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 80,000 เม็ด และตรวจยึดรถยนต์ของกลาง 2 คัน โดยพล.ต.ต.ปราบพาล &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีนโยบายมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ประกอบกับ นโยบายการปรามปรามยาเสพติดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของแม่ทัพภาคที่ 4 และคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ระดมกวาดล้างนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการปฎิบัติงานที่ผ่านมาล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 80,113 เม็ด มูลค่าเกือบ 3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.สุรเดช &amp;nbsp;ถนอมคล้าย รอง สว.สส.สภ.เมืองยะลา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.ค.63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้ทำการจับกุมตัว นายอิกรอน หรือกร กีจะ อายุ 25 ปี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) จำนวน 113 เม็ด สถานที่จับกุม ข้าง สภ.เมืองยะลา ถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา &amp;nbsp;ซึ่งจากการซักถามขยายผล นำมาซึ่งการจับกุมตัว นายสรัณยู หรือหนึ่ง กงพุฒ &amp;nbsp;อายุ 35 ปี &amp;nbsp; โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนภายในซอยเสริมทรัพย์ 4 ม.6 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) จำนวน 80,000 เม็ด รวมน้ำหนักของกลางประมาณ 7,200 กรัม มูลค่าของกลางประมาณ 2,600,000 บาท ต่อมาได้ร่วมจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวน 2 คน คือ นายไอมัน หรือมัง ตาเฮ อายุ 33 ปี &amp;nbsp;และนายวาฮาบี หรือแอ ลายามุง อายุ 29 ปี &amp;nbsp;โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทรัพย์สินและติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติดในเครือข่ายเพิ่มเติม .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาบ้า, สภ.ยะลา, แม่ทัพภาค4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d51cb7b040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4ปลุกปชช.ฮือต้านโจรใต้ ปรับแผนจรยุทธ์สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 -&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนสงคราม ยิงใส่ป้อมจุดตรวจของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ 5 บ้านตะวันออก ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มี ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พย 62 เวลา 08.30 น. พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&amp;nbsp; นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; โดยเข้าตรวจสอบบริเวณสวนกล้วยด้านข้างป้อมจุดตรวจที่เกิดเหตุ พบกระสุนปืนขนาด 5.56 และกระสุนปืนอาก้า ซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้าย ตกอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบกองเลือด แมกกาซีนปืน สายสะพายปืน รวมทั้งผ้าพันคอ ของกลุ่มคนร้ายตกอยู่ จึงให้ได้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน เก็บสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ&amp;nbsp; และได้ให้ชุดสุนัขสงครามของเจ้าหน้าที่ทหาร ติดตามรอยเลือดของกลุ่มคนร้าย&amp;nbsp; ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะมีคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ยิงปะทะในครั้งนี้ 1-2 ราย&amp;nbsp; เนื่องจากพบกองเลือดจำนวนมาก
&amp;nbsp;
ในเวลาเดียวกันที่บริเวณเส้นทางสายลำใหม่-ลำพะยา หมู่ 4 บ้านลำใหม่ เจ้าหน้าที่ได้พบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน และมีสายไฟลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราข้างทาง จึงได้ปิดกั้นการจราจรพร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ และทำลาย พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ และสามารถทำลายได้ก่อน
&amp;nbsp;
ต่อมาเวลา 10.35 น. พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ได้เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ โดยแม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วย พลตรีอาคม พรหมพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พลตำรวจตรีตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยแม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนี มาดำเนินคดี และให้เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอที่ได้จากเลือดของคนร้าย รวมทั้งได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และที่บาดเจ็บ 5 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พลโทพรศักดิ์&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตนเองต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพี่น้อง ชรบ. ที่เสียชีวิตทุกท่าน ชรบ.คือพี่น้องประชาชนที่เสียสละ ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ที่ว่างเว้นจากการทำงานมาช่วยกันดูแลพื้นที่ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเราต้องสูญเสียพี่น้องไปถึง 15 คน ตนเองรู้สึกเสียใจ นายกรัฐมนตรีท่านมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ได้สั่งการให้เยียวยาผู้เสียชีวิตทุกคน และการติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ&amp;nbsp; ที่ผ่านมาหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านสีขาว ไม่มีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนของเราต้องออกมาต่อต้านกลุ่มบุคคลภายนอกประเทศ ภายในประเทศ ที่ก่อเหตุรุนแรงทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้หญิงเสียชีวิต 3 ราย ที่ไม่มีอาวุธ และถูกกลุ่มคนร้ายยิงอย่างโหดเหี้ยม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานภาคประชาสังคมในการปลุกพี่น้องประชาชน 290 ตำบล ประชาชนกว่า 2 ล้านคน ต้องออกมาต่อต้านเหตุการณ์เหล่านี้ได้แล้ว ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไลล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp; ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฎิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา รวมทั้งการปรับแผน หน่วยที่อ่อนแอ เช่นกลุ่ม ชรบ. อรบ. ชาวบ้านที่อ่อนแอ ไม่มีอาวุธ&amp;nbsp; ฝ่ายคนร้ายเข้ากระทำการเพื่อสร้างภาพข่าวให้คนไทยตกใจทั้งประเทศ ทั้งที่ฝ่ายกลุ่มคนร้ายเองปฎิบัติการแล้วรีบถอยอย่างรวดเร็ว มีการบาดเจ็บ เนื่องจากพบกองเลือด กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ปฎิบัติการเพื่อต้องการภาพข่าวเท่านั้น กลุ่มคนร้ายไม่ได้มีจำนวนมาก&amp;nbsp; ที่เจ้าหน้าที่จะต้องติดตามต่อไป
ขณะนี้ได้ให้กำลังจรยุทธเข้าพื้นที่หมดแล้ว รวมทั้งพี่น้องประชาชนช่วยกันสกรีนคน ใครเข้า-ออกหมู่บ้าน ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว แต่ก็ยังมีช่องว่าง จึงต้องมีการปรับแผนใหม่ เป็นจรยุทธ จะอยู่ประจำป้อม ประจำฐานไม่ได้แล้ว จะต้องมีการปรับแผนพอสมควร&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการสั่งการจากกลุ่มคนร้ายนอกประเทศนั้น จากภาพข่าวก็เห็น ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันอยู่ ตามแนวชายแดนก็มีความเข้มงวดอยู่ตลอด ทีมพูดคุยก็เดินหน้าพูดคุยไป แต่ทีมกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม ที่มีการสั่งการในพื้นที่ ก็มีอยู่ไม่มาก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องบังคับใช้กฎหมายพิเศษ
&amp;nbsp;
มีรายงานจากโรงพยาบาลยะลาว่า รายชื่อได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วย นายนรงค์ฤทธิ์&amp;nbsp; สิทธิพันธ์ [ได้รับบาดเจ็บเล็กน้ออย] (อรบ.) อายุ 50 ปี หูอื้อ เเน่นหน้าอก&amp;nbsp; นายเนาวรัตน์&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัตนเสถียร สมาชิก อบต.(ชรบ.) โดนยิงที่หลังทะลุท้อง กำลังให้เลือด&amp;nbsp; นายมะรอซี&amp;nbsp; มะแซ ผช.ผญบ. โดนยิงที่ขา บริเวณก้น&amp;nbsp; นางสายัน ปานทอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ 60 ปี โดนยิงเข้าที่ท้องเเละต้นขาขวา กำลังให้เลือด&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาหาหมัด รัตนตัญญู อายุ 52ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สะเก็ดระเบิด ข้อศอกซ้าย(ทำงานรับจ้างกรีดยางมากับน้องสาวที่เสียชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้เสียชีวิต&amp;nbsp; คือ นายเนตร จอมทอง ( ผช.ผญบ. ) นายบรรจบ ทองกลิ่น (ชรบ.)&amp;nbsp; นายธวัชชัย สุพงษ์&amp;nbsp; นาย พูลสวัส พูลเเก้ว เเพทย์ประจำตำบล ชรบ.&amp;nbsp; นายฉลอง ทองงาม อดีตกำนัน(อรบ.)&amp;nbsp; นายสุนทร ยอดแก้ว อดีต ผช.กำนัน (ชรบ.)&amp;nbsp; &amp;nbsp; นาง รัชนก ยอดแก้ว (อรบ.)&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช เพ็ชรปล้อง ผช.กำนัน คนปัจจุบัน&amp;nbsp; นางสาว นัยนา โพธิ์เตียเที่ยม (ชรบ.) นายซัมซามี สามะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ. พยุง คินขุนทด (ตร.สภ.ลำใหม่) นาย อ๊อด&amp;nbsp; (ยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) นายสุพจน์ จันทร์วิมาน น.ส.พีฮ๊ะ กาปานาตู น้องสาว นาย อาหาหมัด รัตนตัญญู&amp;nbsp; นายธนารักษ์&amp;nbsp; ไชยปัญญา( อรบ.)&amp;nbsp; และน.ส กมลวรรณ&amp;nbsp; อุไทธรรม อายุ 18 ปี (เป็นนักศึกษา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของนายฮูไบดีละห์ รอมือลี&amp;nbsp; แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา อ.กาบัง&amp;nbsp; และนายอหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ ต.ลิดล ต.เปาะเส้ง อ.เมือง นำกำลังเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ร่วมปฎิบัติการ&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการปฎิบัติการตอบโต้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญคนร้าย 2 ศพ ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชรบ., พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์, พล.ท.พรศักดิ์, ยะลา, แม่ทัพภาค4, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc26e98f2e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาคุมเข้มชายแดนไทย-มาเลย์  สนองนโยบายแม่ทัพภาค4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 - ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย ด้านกิ่งอำเภอปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้ตั้งด่าน ตรวจเข้มบุคคล และ นักท่องเที่ยว รวมทั้ง กระเป๋าสัมภาระ ยานพาหนะทุกชนิด ที่ผ่านด่านพรมแดนไทย เข้ามาอย่างละเอียด ภายหลังผู้ก่อการร้ายยังคงก่อเหตุและเดินหน้าท้าทายอำนาจรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; หลังจากที่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp; ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำชับถึงมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ไปตามแผนสกัดกั้น โดยได้มีการบูรณาการทั้งกำลังและเครื่องมือเฝ้าตรวจ&amp;nbsp; ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพด้านงานข่าวตามแนวชายแดน และมีพร้อมในการใช้กำลังเชิงรุก ควบคุมป้องกัน ลาดตระเวน ซุ่มเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อควบคุมพื้นที่ ช่องทางท่าข้าม และควบคุมบุคคลที่ผ่าน เข้า-ออก ตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกับช่องทางและท่าข้ามที่ผิดกฎหมาย ทั้งยังตั้งด่านซ้อนด่าน บนเส้นทางตอนใน เพื่อป้องกันและตรวจสอบบุคคล โดยทุกคนที่เข้า - ออก ผ่านด่านชายแดนจะต้องผ่านการตรวจอย่างละเอียด ผ่านเครื่องตรวจ Walk Through โดยได้จัดกำลังทหารพรานหญิงมาช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจค้นสัมภาระต่างๆ&amp;nbsp; และอีก 3 เดือนข้างหน้าจะนำเครื่องตรวจสอบใบหน้าบุคคล มาใช้ให้ครอบคลุมทุกด่านในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ การตรวจตามแนวชายแดนเจ้าหน้าที่ได้ตรวจดูแลเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการของเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกหน่วยต้องบูรณการการทำงานกัน โดยขอความร่วมมือประชาชนและขออภัยในความไม่สะดวกเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43417</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้ม, ชายแดนใต้, ป่วนกรุง, ยะลา, แม่ทัพภาค4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53910392c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้ม&#039;นายกฯ&#039;ลงใต้เป็นไข่ในหิน ทหารอาวุธครบมือดูแล 24 ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมความพร้อมมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในการเปิดศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันที่ 7 สิงหาคม โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และข้าราชการระดับปลัดกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นสูงสุด เตรียมกำลังทหารจากกองทัพภาค 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครทหารพราน ดูแลตลอดทุกเส้นทางที่นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่ โดยบริเวณศูนย์ราชการฯได้มีเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือดูแลตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 &amp;nbsp;ฟังบรรยายสรุปและตรวจความพร้อมพื้นที่ พร้อมกล่าวถึงการเตรียมรับการลงพื้นที่ของนายกฯในส่วนของกองทัพว่า วันนี้เราได้เตรียมการทุกจุดพร้อมเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อรับนายกฯ ตั้งแต่เครื่องลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้เตรียมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างไรบ้าง พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลในพื้นที่คงทราบดีแล้วว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเกิดเหตุที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งโฆษกกอ.รมน. แถลงว่าผู้ก่อการร้ายแต่งตัวเลียนแบบเจ้าหน้าที่ ไประเบิดปล้นตู้เอทีเอ็ม 3 อำเภอปัตตานี เพื่อให้เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่เป็นคนทำ แต่ปรากฏว่า DNA ออกมาตรงกับข้อมูลของผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าเหตุการณ์ทำไมถึงมาเกิดในช่วงนี้ และมีการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯหรือไม่ พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวว่า เราทำหน้าที่หน้างาน เหตุการณ์ในกรุงเทพฯเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ส่วน3จังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีความเข้มงวดอยู่แล้ว วันนี้รัฐบาลออกมาชี้แจงว่าเหตุระเบิดในพื้นที่กทม. ไม่ได้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ ซึ่งในส่วนคดีเราไม่ทราบเพราะตนรับผิดชอบในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ แต่หากมีตำรวจประสานมาเราก็พร้อมร่วมกัน เพื่อสกัดตามแนวชายแดน ซึ่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ได้สั่งคุมเข้มตามแนวชายแดนมาตลอด รวมถึงช่วงที่นายกฯจะเดินทางมาด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42880</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ลงใต้, แม่ทัพภาค4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d496ff82f7d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กเดฟสั่งปูนบำเหน็จขั้นสูงสุด4ผู้กล้า ส่ง118ชุดจรยุทธ์ล่าโจรใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ท.พรศักดิ์&amp;nbsp; พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp; เดินทางไป รพ.ปัตตานี พร้อมด้วย พล.ต.ปิยพงศ์ วงค์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกโจมตีจุดตรวจร่วมชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.)ปะกาฮะรัง บ้านกอแลปิเละ ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองเมือง จังหวัดปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4&amp;nbsp; ราย และบาดเจ็บ 2 ราย คือ สมาชิกไพศาล&amp;nbsp; มูซอดี อายุ 30 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนที่ท้องด้านขวา จำนวน 2 นัด&amp;nbsp; และสมาชิกนิอามิน&amp;nbsp; มะสาแม อายุ 25 ปี ถูกกระสุนปืนบริเวณหน้าอก แขนขวาผิดรูป เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ ทั้ง 2 ราย อาการปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว อยู่ในความดูแลของแพทย์ห้องไอซียู โรงพยาบาลปัตตานีอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; ล่าสุดได้ทำการผ่าหัวกระสุนปืนที่บริเวณช่วงท้องและแขน อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พรศักดิ์ ได้ปลอบขวัญให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมและเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น แก่ญาติเจ้าหน้าที่ทั้งสอง&amp;nbsp; และได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้นำความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องสิทธิกำลังพล สั่งการให้ทุกฝ่ายดูแลอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.ท.พรศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีจัดกำลังเข้าช่วยเหลือและเร่งติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเร่งด่วน รายงานการตรวจสอบล่าสุดเมื่อเช้าพบร่องรอยคาบเลือดคนร้ายที่บาดเจ็บอย่างน้อย 2 ราย และขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของวีรบุรุษทั้ง 4 นายที่ได้อุทิศตนด้วยความทุ่มเทเสียสละจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยทุกนายจะได้รับการปูนบำเหน็จความดีความชอบขั้นสูงสุด พร้อมกับจะดูแลด้านสิทธิกำลังพลและสวัสดิการต่างๆ อย่างดีที่สุด เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของกลุ่มคนร้ายในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงมากขึ้น โดยไม่เลือกเป้าหมายทั้งได้กระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่รัฐ และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะต้องนำมาทบทวนและปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติช่วยกันป้องกันทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะถูกคนร้ายโจมตีแบบลอบกัด ส่วนการติดตามคดีนั้นคนร้ายที่มาจากการดำเนินแผนปฏิบัติการของชุดจรยุทธ์ทั้ง 118 หมู่บ้านที่แตกกระจายหลบหนีออกไป แล้วนัดรวมตัวตอบโต้เจ้าหน้าที่ โดยยังให้คงชุดจรยุทธ์เข้าปฏิบัติการเต็มพื้นที่ 118 หมู่บ้านเพื่อกดดันอย่างหนักและเชื่อว่าคนร้ายได้มีการเปลี่ยนเสื่อผ้าแอบแฝงปะปนอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41839</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรยุทธ์118หมู่บ้าน, ปูนบำเหน็จขั้นสูงสุด, พล.ท.พรศักดิ์, มทภ.4, รพ.ปัตตานี, แม่ทัพภาค4, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38198de51ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ฉาว! ชาวบ้านร้องแม่ทัพภาค4โดนยัดยาแลก5แสน เครียดจนแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาสรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 19.30 น. นายอาซือมิง มะสาและ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 363 หมู่ 7 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยภายหลังเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเงิน จำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ กรณีตรวจพบยาเสพติดในรถ แต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินคดีตนและพวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาซือมิง เล่าว่า ตนเองพร้อมด้วย นายอิบรอเฮง ดอเลาะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขย เป็นคนขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่น นาวารา สีส้ม หมายเลขทะเบียน ผท 21 สุราษธานี ออกจากบ้านพักเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พอขับรถมาถึงบริเวณด่านตรวจ สี่แยกโผลง (จุดตรวจฉัตรวาริน) เขตเทศบาลตำบลปะลุรอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก็มาพบกับรถยนต์กระบะ 4 ประตู โดยบุคลในรถกระบะคันดังกล่าวได้โบกรถของตนให้หยุด เพื่อขอทำการตรวจค้นภายในรถ โดยอ้างว่ามีคนแจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวมียาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลการตรวจเจ้าหน้าที่อ้างว่า พบยาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน จำนวน 5 ถุง ซึ่งได้เก็บอยู่ในฝากระโปรงท้ายรถและได้นำตัวตนพร้อมบุคคลภายในรถ รวม 3 คน ที่อาศัยมากับรถยนต์มาที่โรงพัก สภ.สุไหงปาดี เพื่อสอบสวน และได้พูดจาเพื่อต่อรองด้วยเงิน จำนวน 500,000 บาท โดยเขาบอกว่าของกลางมีจำนวนมากเลยต้องขอเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อแลกกับอิสรภาพของบุคคลทั้ง 3 ราย มิฉะนั้นจะจับกุมทั้งหมด ทั้งนี้ได้ให้ นางสาวสารีดา บินบอเฮง ซึ่งมากับรถคันดังกล่าวพร้อมกับตน เป็นคนดำเนินการในเรื่องของการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพัก สภ.สุไหงปาดี ซึ่งเป็นชุดตรวจค้นดังกล่าว โดยนำเงินมาทำการจ่ายทั้งหมดที่โรงพักสุไหงปาดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวสารีดา บินบอเฮง เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุตนกับสามีและญาติๆ กำลงเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพาลูกและหลานๆไปเที่ยววันเด็กในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้ขับไล่มาพร้อมสั่งให้รถยนต์ที่ตนนั่งมาด้วยจอด โดยอ้างว่ามีคนแจ้งมาว่าในรถคันดังกล่าวมียาเสพติด จากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งมาสมทบพร้อมทำการตรวจค้น ซึ่งตนและญาติในรถต่างก็มึนงงกับคำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ทั้งที่ในรถคันดังกล่าวมีเพียงสะตอกับมะนาวและผ้าที่จะไปร่วมงานบุญเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับให้คนในรถลงจากรถให้หมด และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่บริเวณท้ายกระบะโดยลำพังอยู่นั้น ตนและคนอื่นๆก็ยังนั่งอยู่ในห้องโดยสารด้านหน้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ รวม 8 นาย สั่งให้ทุกคนไปโรงพัก โดยอ้างว่าพบของอยู่ในรถ (ยาเสพติด) โดยไปนั่งที่โรงพักตั้งแต่เวลา 15.00 น.ถึง 18.00 น.โดยที่ลูกและหลานที่มาด้วยไม่ได้กินอะไรและร้องให้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับเรียกตนและคนอื่นรวม 3 คนไปสอบสวนและถามว่าจะเอาอย่างไรมีของอยู่ในรถ โดยที่ตนและคนอื่นๆ ไม่ทราบเรื่องยาเสพติดมาก่อน และของกลางที่อ้างว่าพบอยู่ในรถนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้ดู เพียงแต่ให้ตนยอมรับ พร้อมกับได้ถามว่ามีเงินเท่าไหร่ พร้อมกับให้ตนได้คุยโทรศัพท์กับแม่เพื่อให้ช่วยกันหาเงินให้ครบจำนวน 500,000 บาท มาจ่าย แต่แม่ได้ให้ทองมาจำนวนหนึ่งพร้อมกับหยิบยืมกับเพื่อนๆ และญาติๆ เพื่อนำไปขายและรวบรวมเงินให้ครบภายในเวลา 2 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะจับหมดทุกคนไม่เว้นลูกหลานที่มาด้วยในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสามารถหามาได้เพียง 400,000 บาท เท่านั้น ซึ่งหลังจากต่อรองกันเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวก็ยอมตกลงกันที่ 400,000 บาท โดยนำมาจ่ายที่ห้องสอบสวน และหลังจากรับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวบุคคลทั้งหมดให้กลับบ้าน ทั้งที่ตนเองท้องมา 2 เดือน เครียดจัดจนแท้งลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอาซือมิง พร้อมกับนายอาซือมิง มะสาและ และนายอิบรฮง ดอเลาะ และนางสาวสารีดา บินบอเฮง ได้เขียนจดหมายคำให้การที่พูดไว้ทั้งหมดในกระดาษเอ 4 จำนวน 1 ใบ เพื่อมอบให้กับ พันตรีศรัณย์ณชัย จิตรเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เพื่อนำไปมอบให้กับ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยมีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาเป็นสักขีพยานและให้กำลังใจต่อบุคคลทั้ง 3 ราย ณ ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ด้านพันตรีศรัณย์ณชัย กล่าวภายหลังรับหนังสือจากนางสาวสารีดา บินบอเฮง ผู้ร้องทุกข์ ว่า จากนี้ไปจะดำเนินให้เร็วที่สุดและจะให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด พร้อมกับจะมอบหนังสือให้กับทางแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร.ฉาว, นราธิวาส, ยัดยาเสพติด, สภ.สุไหงปาดี, แม่ทัพภาค4, แลกเงิน5แสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ead9838169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองหัวหน้ากลุ่มมูจาฮีดีนมอบตัว เผยเบื่อหน่ายขบวนการเริ่มขาดอุดมการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61- &amp;nbsp;ที่กองร้อยทหารพราน 4403 ตำบลตะโละดือรามัน อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 รับมอบตัว &amp;nbsp;นายนาซอรี เเซะเซ็ง หรืออาแวแกและ สมาชิก มูจาฮีดีน หลังมั่นใจต่อโครงการพาคนกลับบ้าน &amp;nbsp;รวมทั้งมีความเบื่อหน่ายต่อขบวนการที่เริ่มขาดหลักการและอุดมการณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตำรวจทหารและปกครองในพื้นที่เข้าร่วมเป็นสักขี่พยานการรับมอบตัวครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ท.ปิยวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้รับการประสานว่า อาแว แกและ รองหัวหน้ากลุ่มมูจาฮีดีน ทำหน้าที่เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวกและให้ที่พักพิงกับขบวนการในพื้นที่ที่หลบไปอยู่ที่รัฐตรังกานู ประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานติดต่อในการทำบัตรประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อาแว แกและ เป็นรองจาก เจะฆูแม ปูเตะ &amp;nbsp;เขาก็เป็น บุคคลที่เราตามหากันอยู่ในตอนนั้น เมื่อปี 2555 แต่ตอนนี้กลุ่มพวกนี้สลายกันหมดแล้ว &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน กลุ่มเขาก็ได้ไปเตือนเด็กๆพวกนี้แล้วว่าอย่าไปทำเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ที่นี่เด็กๆพวกนี้ก็ไม่ฟังเขาแถมว่าเขากลับมาอีกแล้วเจ้าหน้าที่รัฐก็ไปหาว่าเขาพวกเหล่านี้เป็นหัวหน้าของเด็กๆพวกนี้ที่ก่อเหตุในปัจจุบันอีกแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เขาไม่ใช่หัวหน้าของเด็กพวกนี้ เพราะเด็กพวกนี้เขาทำงานเพื่อหาเงินเอาตัวรอด เรื่องขบวนการมันจบไปนานแล้วแต่เขาแค่เอาชื่อขบวนการไปอ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า อยากให้กลับเข้ามาๆช่วยกันทำงานมาช่วยพัฒนาชาติไทยด้วยกันเรามีอะไรเราพูดคุยกันช่วงนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่น เหลืออีก 47 วัน อยากให้กลับเข้ามา 47 วันหลังจากนี้ก็เกษียณและโปรโมชั่นหมดก็ไม่รู้นะรีบกลับเข้า เราจะไม่ได้บังคับเขา วันนี้เขาจะกลับไปเพื่อนำลูกกลับมา เราก็จะช่วยลูกเขารวมทั้ง2คนที่ไม่มีบัตรสัญชาติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขาก็บอกว่าเขาจะไปชวนเพื่อนๆลูกน้องเขาที่อยู่ฝั่งโน้นกลับมาอีก ถามว่ามีอีกเยอะไหมเขาบอกว่ามีอีกเยอะตอนนี้กำลังดูว่าทางนี้ทำจริงไหมถ้าทำจริงเจ้าหน้าที่ของรัฐดูแลรัฐบาลไทยดูแลดีเขาพร้อมที่จะเข้ามาอีกหลายสิบหลายร้อยคนและอาจเป็นพันเดียวจะหาว่าเวอร์เกิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายนาซอรี กล่าวว่า &amp;ldquo;การมอบตัวครั้งนี้บอกเจะฆูแม ปูเตะคนเดียวว่าจะออกมามอบตัวส่วนลูกๆบอกแค่ว่าจะออกไปซื้อของที่ตลอดเดียวกลับมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าการออกมาครั้งนี้ เพราะมั่นใจในตัวแม่ทัพ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะช่วยได้ เพราะดูเพื่อนที่ออกมาเป็นตัวอย่างแล้วแม่ทัพดูแลดีก็เลยออกมาเพราะเบื่อหลายๆอย่างที่ไม่จริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเราไม่รู้เลยว่าหัวหน้าของเด็กๆที่ก่อเหตุอยู่ในปัจจุบันเขาเป็นใคร แต่ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆอีกหลายคนที่ร่วมขบวนการณ์ในอดีตรอดูว่า เจ้าหน้าที่ช่วยจริงไมถ้าทำจริงอย่างที่พูดพวกเขาก็จะกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี กล่าวว่า &amp;ldquo;เขา มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 8 หมายหลังจากนี้ก็จะดำเนินงานตามกฏหมายแต่ไม่ได้มีการกักตัวเขาจะปล่อยกลับบ้านปกติ ซึ่งถ้ามีอะไรก็จะเชิญตัวเข้ามาให้ข้อมูล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15398</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจก.มอบตัว, บิ๊กอาร์ต-พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, มูจาฮีดีน, แม่ทัพภาค4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72cb8a82a77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
