<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.อัปเดตสะพานข้ามแม่น้ำน่านคืบหน้า89%แลนด์มาร์คใหม่เมืองพิษณุโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ตามที่ ทช. ได้ใช้งบประมาณ 79.95 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณโดยรอบแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 89% ขณะนี้อยู่ระหว่างการเทพื้นสะพานและทางเท้า หลังจากนั้นจะดำเนินการติดตั้งราวสะพานและระบบไฟฟ้าแสงสว่างต่อไป คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน ก.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน จะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องเป็นวงรอบ รวมถึง ช่วยบรรเทาความแออัดของการจราจรบริเวณสะพานนเรศวร สอดรับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม กล่าวต่ออีกว่า สะพานดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เชื่อมต่อไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา และวัดราชบูรณะ ตัวสะพานมีความยาวรวม 120 เมตร ผิวทางกว้าง 7 เมตร รองรับการจราจร 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) แต่ละด้านของสะพานมีทางเท้าและทางจักรยาน กว้างด้านละ 3 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงสร้างสะพานช่วงข้ามแม่น้ำมีลักษณะเป็นสะพานเหล็กโค้ง (Steel Arch Bridge) เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างเสาตอม่อในแม่น้ำอันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อประเพณีการแข่งเรือยาวที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในส่วนของราวสะพานและเสาไฟฟ้าแสงสว่างนั้น ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมของท้องถิ่นมาประยุกต์ ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่มีสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามและแตกต่างจากสะพานอื่น ซึ่งเมื่อก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จจะเป็นแลนด์มาร์ค (Landmark) ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พิษณุโลก, แม่น้ำน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c064c926e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.อัปเดตสะพานข้ามแม่น้ำน่านคืบหน้า89%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9 มิ.ย.2564- นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ตามที่ ทช. ได้ใช้งบประมาณ 79.95 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณโดยรอบแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 89% ขณะนี้อยู่ระหว่างการเทพื้นสะพานและทางเท้า หลังจากนั้นจะดำเนินการติดตั้งราวสะพานและระบบไฟฟ้าแสงสว่างต่อไป คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน ก.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน จะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องเป็นวงรอบ รวมถึง ช่วยบรรเทาความแออัดของการจราจรบริเวณสะพานนเรศวร สอดรับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฐม กล่าวต่ออีกว่า สะพานดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เชื่อมต่อไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา และวัดราชบูรณะ ตัวสะพานมีความยาวรวม 120 เมตร ผิวทางกว้าง 7 เมตร รองรับการจราจร 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) แต่ละด้านของสะพานมีทางเท้าและทางจักรยาน กว้างด้านละ 3 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงสร้างสะพานช่วงข้ามแม่น้ำมีลักษณะเป็นสะพานเหล็กโค้ง (Steel Arch Bridge) เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างเสาตอม่อในแม่น้ำอันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อประเพณีการแข่งเรือยาวที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในส่วนของราวสะพานและเสาไฟฟ้าแสงสว่างนั้น ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมของท้องถิ่นมาประยุกต์ ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่มีสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามและแตกต่างจากสะพานอื่น ซึ่งเมื่อก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จจะเป็นแลนด์มาร์ค (Landmark) ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105781</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พิษณุโลก, ทางหลวงชนบท, แม่น้ำน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c064c926e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำยม-น่านเพิ่มสูงขึ้น ชาวนาพิจิตร 8 อำเภอร้องขอฝนหลวง เหตุนาข้าวกว่าแสนไร่จ่อแห้งตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 -&amp;nbsp;นายสิริรัฐ&amp;nbsp;ชุมอุปการ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ที่บริเวณหน้าวัดวังเทโพหมู่ 3 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง พร้อมกับเปิดเผยว่า แม่น้ำยมวันนี้มีระดับน้ำสูงขึ้น 50 เซนติเมตร แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 2 เมตรเช่นเดียวกับแม่น้ำน่านระดับน้ำก็สูงขึ้นเล็กน้อย สรุปภาพรวมอยู่ในสถานการณ์ที่บริหารจัดการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายสิริรัฐ กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตรกำลังรวมรวมข้อมูล เนื่องจากมีชาวนากำลังประสบปัญหาขาดน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;8 อำเภอ 17 ตำบล ที่อยู่ในเขต อ.เมืองพิจิตร 4 ตำบล ได้แก่ ต.สายคำโห้&amp;nbsp;ต.ป่ามะคาบ&amp;nbsp;ต.หัวดง ต.บ้านบุ่ง&amp;nbsp;, อ.ตะพานหิน 1 ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่ ต.ทุ่งโพธิ์&amp;nbsp;, อ.ทับคล้อ 2 ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่ ต.เขาทราย ต.ท้ายทุ่ง , อ.สามง่าม 1 ตำบล&amp;nbsp;ต.เนินปอ (บางส่วน ) , อ.โพธิ์ประทับช้าง 1 ตำบล ได้แก่ ต.ทุ่งใหญ่ , อ.บึงนาราง 2 ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่ ตงแหลมรัง ต.บึงนาราง&amp;nbsp;, อ.สากเหล็ก 4 ตำบล ได้แก่ ต.สากเหล็ก&amp;nbsp;ต.วังทับไทร ต.ท่าเยี่ยม ตงคลองทราย , อ.โพทะเล 1 ตำบล ได้แก่ ต.ทุ่งน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้นาข้าวกว่า 1 แสนไร่กำลังขาดน้ำคงรอได้อีก 7-10 วัน ถ้าไม่มีฝนตกลงมานาข้าวในพื้นที่ดังกล่าวนี้ก็จะต้องเหี่ยวแห้งตาย ล่าสุดชาวบ้านและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำหนังสือร้องขอฝนหลวงไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งก็พยายามช่วยเหลือ แต่ในอากาศความชื้นสัมพัทธ์มีไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถทำฝนหลวงได้ เป็นสาเหตุให้ชาวนาเดือดร้อนกันทั่วหน้าเพราะว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า ชาวนาพิจิตรจึงระทมดังกล่าว&amp;quot;ผู้ว่าฯพิจิตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75826</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ชาวนาพิจิตร, นาข้าว, ฝนหลวง, แม่น้ำน่าน, แม่น้ำยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48da94b7dde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หม่อมน้อย’ปิดแม่น้ำน่านถ่าย’ศรีอโยธยา’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาย วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ร่วมเฉลิมพระเกียรติองค์บูรพมหากษัตราธิราชเจ้า แห่ง แผ่นดินสยาม ในภาพยนตร์ซีรีส์&amp;nbsp; ศรีอโยธยา&amp;nbsp; โดยมอบ ขบวนเรือพระที่นั่งพยุหยาตราทางชลมารค (จำลอง) อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวพิจิตร&amp;nbsp; ให้ถ่ายทำในฉาก พยุหยาตราทางชลมารค ในสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอกทัศ ซึ่ง เสด็จจาก กรุงศรีอยุธยา สู่ เมืองสระบุรี เพื่อประกอบ พระราชพิธีสมโภชพระพุทธบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยปิด แม่น้ำน่าน บริเวณหน้า วัดท่าหลวงพระอารามหลวง ถึง 2 วัน เพื่อการถ่ายทำและใช้นักเรียนมัธยมจาก 7 โรงเรียน จาก 7 อำเภอ รวมทั้งฝีพายอาชีพกว่าพันชีวิตร่วมแสดง เพื่อถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ในโบราณราชประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล เผยว่า &amp;ldquo;ฉาก ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้ นับเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาพยนตร์ เพราะนอกจากใช้นักแสดงประกอบชาว จ.พิจิตร กว่าพันชีวิตแล้วยังใช้นักแสดงนำกว่า 20 ชีวิต อาทิ ม.ล.สราลี กิติยากร , สินจัย เปล่งพานิช , วรนุช ภิรมย์ภักดี , อนันดา เอเวอริ่งแฮม , ปกรณ์ ลัม , ศรัณยู วงษ์กระจ่าง , นพชัย ชัยนาม , พันเอก วันชนะ สวัสดี , ธีรภัทร์ สัจจกุล , รัดเกล้า อามระดิษ , จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในบทองค์ พระมหากษัตราธิราชเจ้า และ พระมเหสีเทวี รวมทั้ง พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ประทับอยู่ใน ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทั้งยังใช้กล้องถ่ายภาพยนตร์ บนพื้นดินถึง 3 ตัว และกล้องถ่ายภาพยนตร์ทางอากาศ 1 ตัว เพื่อบันทึกภาพให้สมบูรณ์ที่สุด โดยผ่านการเตรียมงานกับทางจังหวัดกว่า 6เดือน และใช้ทีมงานกว่า 500 ชีวิตในการประสานงานทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนการถ่ายทำได้เสร็จสิ้นลงอย่างยิ่งใหญ่ งดงามอลังการ &amp;nbsp;ด้วยความสมัครสมานสามัคคี ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และพลังใจจากพี่น้องชาวพิจิตร ที่มาร่วมให้กำลังใจ และเป็นสักขีพยานในการถ่ายทำฉากพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, ศรีอโยธยา, หม่อมน้อย, หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล, แม่น้ำน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b993677c6dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
