<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช. จับตาสถานการณ์ลุ่มน้ำมูล เตือน 5 จังหวัดอีสานรับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศ กอนช. ฉบับที่ 20/2564 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำมูล ระบุว่าคาดการณ์มวลน้ำสูงสุดผ่าน จ.อุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 7-11 ตุลาคม 2564 รวมทั้งพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2564 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้คาดการณ์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และประเมินมวลน้ำหลากสูงสุดจากลำตะคอง ลำจักราช จังหวัดนครราชสีมา และลำน้ำสาขาลุ่มน้ำมูลตอนบนคาดการณ์มวลน้ำสูงสุดจะไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 8 - 11 ตุลาคม 2564 ส่งผลให้แม่น้ำมูลมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 0.50 &amp;ndash; 1.00 เมตร โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำมูล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอสตึก
2.จังหวัดสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี
3.จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอโพนทราย และอำเภอสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
4.จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาด อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอกันทรารมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับมีมวลน้ำหลากจากแม่น้ำชี จะไหลมารวมกับแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี และไหลลงแม่น้ำโขงตามลำดับ คาดการณ์ว่ามวลน้ำสูงสุดจะไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2564 โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำมูล บริเวณอำเภอเขื่องใน อำเภอเมือง อำเภอดอนมดแดง อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอวารินชำราบ และอำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และลำน้ำสาขา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆในลุ่มน้ำ ปรับแผนการบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำ ประตูระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำ บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ และบริหารจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชีและมูล เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือรวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที และให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., แม่น้ำมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e53a29a519.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำมูลหนุนสูงเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง &#039;วัดพระพยอม&#039; พร้อมรับมือน้ำเหนือจากโคราชไหลสมทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.คูเมือง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ หนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเริ่มเอ่อล้นตลิ่งท่วมนาข้าวเกษตรกรติดริมมูลแล้ว&amp;nbsp;หลังพายุฝนกระหน่ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;ขณะศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ของพระพยอม เฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือจากโคราชที่จะไหลมาสมทบ&amp;nbsp;หลังเคยท่วมหนักปี&amp;nbsp;53&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&amp;nbsp;ต.ค.63 - สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณหนุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงนี้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;จนเริ่มเอ่อล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรที่อยู่ริมลำน้ำมูลแล้วหลายร้อยไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และคาดว่าน้ำอีก&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;วัน​ น้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมาก็จะไหลมาสมทบอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะส่งผลให้ระดับน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ติดริมน้ำมูล&amp;nbsp;โดยเฉพาะศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขา 7&amp;nbsp;ตั้งอยู่บ้านวังปลัด ต.บ้านแพ อ.คูเมือง ของพระพยอม กัลญาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว&amp;nbsp;ที่เคยถูกน้ำมูลเอ่อเข้าท่วมหนัก​เมื่อปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;โดยระดับน้ำท่วมสูงถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่งผลกระทบสัตว์เลี้ยงทั้งวัว&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;บ่อปลา&amp;nbsp;รวมถึงพันธ์ุไม้อีกหลายชนิดที่ทางศูนย์ฯปลูกไว้ก็ได้รับความเสียหายด้วย ปีนี้ทางศูนย์ฯจึงได้มีการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พระวุฒิ พระผู้ดูแลศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขา 7 จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ก็ส่งผลให้ปริมาณน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นโดยช่วงนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ซึ่งทางศูนย์ร่มโพธิ์แก้วก็ได้ติดตามสถานการณ์น้ำ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยเฉพาะน้ำเหนือจาก​ จ.นครราชสีมา ที่จะไหลมาสมทบลงลำน้ำมูลเพิ่มเติม&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากทางศูนย์มีประสบการณ์น้ำท่วมหนัก​ เมื่อปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;จึงได้มีการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมจากมวลน้ำดังกล่าวไว้แล้ว&amp;nbsp;ทั้งการสร้างคอกสัตว์ให้อยู่ในที่สูง&amp;nbsp;ทำแนวกั้นน้ำป้องกันไม่ให้หลากเข้าร่วมพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงอาคารต่างๆด้วย&amp;nbsp;เชื่อว่าปีนี้ไม่น่าจะมีปัญหาน้ำท่วมเหมือนปี&amp;nbsp;2553&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80232</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, น้ำท่วม, วัดสวนแก้วบุรีรัมย์, ศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว, แม่น้ำมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f83f6e25b74e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จ๊อบ นิธิ’พาชมริมฝั่งโขง-สามพันโบก-แก่งหินงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร พาท่านผู้ชมเดินทางกันมาถึงจังหวัดสุดท้ายในโครงการ &amp;ldquo;ม่วนซื่นริมแม่น้ำโขง&amp;rdquo; แล้ว นั่นก็คือ จ.อุบลราชธานี จังหวัดที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า และเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร ชมสถานที่แห่งความทรงจำ ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน พร้อมเก็บเกี่ยวบรรยากาศริมฝั่งโขงกันให้เต็มอิ่ม ในรายการ &amp;ldquo;เที่ยวให้สุด สมุดโคจร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรายการ &amp;ldquo;เที่ยวให้สุด สมุดโคจร&amp;rdquo; ร่วมกับ &amp;ldquo;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)&amp;rdquo; จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว 7 จังหวัด ในภูมิภาคอีสาน ประกอบด้วย เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ม่วนซื่นริมแม่น้ำโขง&amp;rdquo; เพื่อประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยวอันมีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวอันงดงาม กระตุ้นให้เกิดการเดินทางนำไปสู่การกระจายรายได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นความม่วนกัน ณ บ้านขุนภูรีประศาสน์ บ้านของบุคคลสำคัญที่ตกแต่งสไตล์โบราณ ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ มีข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ไว้ให้ดูชม จากนั้นไปกันต่อที่ แก่งหินงาม นั่งรถโฟร์วีล ชมแก่งชมดาว หินชมนภา และชั้นหินมากมายที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำตามธรรมชาติ แล้วไปชมไฮไลท์เด็ดอย่าง สามพันโบก สัมผัสแสงแรก และความสวยงามของมิติชั้นหิน เก็บภาพถ่ายสวยๆ จากทุกมุมมองของสถานที่ เชยชมบรรยากาศกันต่อที่ ความทรงจำ คาเฟ่ คาเฟ่วิวธรรมชาติริมฝั่งโขง กับเมนูประจำร้านอย่าง &amp;lsquo;ความทรงจำ&amp;rsquo; ซึ่งเป็นกาแฟกับโซดาผสมไซรัปผลไม้บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ จากนั้นไปที่ จุดชมวิวแม่น้ำสองสี เป็นบริเวณที่แม่น้ำสำคัญ 2 สายคือ แม่น้ำโขง และแม่น้ำมูล ไหลมาบรรจบกัน ก่อนจะไปชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้านกันที่ บ้านเวินบึก เป็นการปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชมท่องแหล่งธรรมชาติ เสพบรรยากาศริมฝั่งโขง ได้พร้อมกันในรายการ เที่ยวให้สุด สมุดโคจร : ม่วนซื่นริมแม่น้ำโขง วันพุธที่ 6 พฤษภาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV HD ช่อง 36 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65019</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร, ททท., ท่องเที่ยว, บ้านขุนภูรีประศาสน์, สามพันโบก, อีสาน, อุบลราชธานี, แก่งชมดาว, แก่งสามพันโบก, แก่งหินงาม, แม่น้ำมูล, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eafa5b4bad10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำมูล&#039; สันดอนทรายโผล่ กรมเจ้าท่าเร่งขุดลอกช่วย 4 หมู่บ้านไม่มีน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ก.พ.62&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้ลดระดับลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปีแม้จะยังไม่เข้าสู่หน้าแล้ง โดยเฉพาะบริเวณบ้านท่าม่วง ต.ท่าม่วง ที่ชาวบ้านต้องอาศัยน้ำมูลเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปา เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ขณะนี้ปริมาณน้ำได้ลดต่ำลงอย่างน่าตกใจจนมองเห็นสันดอนทรายโผล่&amp;nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบกับราษฎรในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้าน คือ&amp;nbsp;บ้านท่าม่วง ม.1&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านท่าม่วง ม.11&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บ้านสำโรง ม.3&amp;nbsp;และบ้านโพนเงิน ม.10&amp;nbsp;ไม่มีน้ำดิบในการผลิตประปาบริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าม่วง&amp;nbsp;ได้ทำเรื่องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรมาดำเนินการขุดลอกเปิดร่องระบายน้ำบริเวณบ้านท่าม่วง&amp;nbsp;ระยะทางเกือบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลเมตรให้มีความลึกและกว้างมากขึ้นเพื่อสามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น เป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้านได้มีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดช่วงหน้าแล้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขุดลอก คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนสาร เยี่ยมรัมย์ นายก อบต.ท่าม่วง กล่าวว่า&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลท่าม่วงมีหมู่บ้านที่ใช้น้ำมูลเป็นน้ำดิบในการผลิตประปา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำมูลที่ตื้นเขินไม่มีน้ำผลิตประปาแล้ว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ก็ได้ทำเรื่องขอความช่วยเหลือให้ทางกรมเจ้าท่ามาดำเนินการขุดลอกเปิดร่องระบายน้ำเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้าน ให้มีน้ำผลิตประปาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรให้งดปลูกข้าวนาปรังในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำด้วย ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวก็ได้ทำเรื่องเสนอกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;เพื่อสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งพังป้องกันไม่ให้ทรายไหลลงมาทับถมลำน้ำมูลจนเกิดปัญหาตื้นเขินอีก&amp;nbsp;ที่ผ่านมาต้องใช้งบประมาณในการขุดลอกน้ำมูลเพื่อเปิดร่องระบายน้ำครั้งละกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท หากไม่มีการแก้ปัญหาระยะยาวชาวบ้านก็ต้องเผชิญภัยแล้งซ้ำซากทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29034</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, จังหวัดบุรีรัมย์, สันดอนทรายโผล่, อบต.ท่าม่วง, แม่น้ำมูล, แม่น้ำมูลตื้นเขิน, แม่น้ำมูลแห้งแล้ง, ไม่มีน้ำผลิตประปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63c495ebc91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์เจอฝนทิ้งช่วง แม่น้ำมูลลดฮวบ กระทบนาข้าวหลายพันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.ค.61 -&amp;nbsp;ถึงแม้จะเป็นช่วงหน้าฝนและได้รับผลกระทบจากอิทธิพลจากพายุ &amp;ldquo;เซิญติน&amp;rdquo; ทำให้มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ที่จังหวัดบุรีรัมย์กลับประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน ต.ท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.สตึก มีสภาพตื้นเขินจนเห็นตอหม้อสะพาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบางช่วงก็เห็นเนินทรายโผล่&amp;nbsp;ส่งสัญญาณเข้าสู่วิกฤตภัยแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากระดับมูลที่ตื้นเขินในช่วงนี้ได้ส่งผลกระทบกับการเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในพื้นที่ของตำบลท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สูบขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาข้าวของเกษตรกรในเขตบริการกว่า&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี คือ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท่าเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;, ท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;, บ้านบิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;, โนนยาง และสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่าสุดก็ได้สั่งหยุดเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าไปแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง คือ สถานีสูบน้ำบ้านบิง เนื่องจากระดับต่ำจนเนินทรายโผล่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกรงว่าหากสูบต่อจะทำให้เครื่องเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการหยุดเดินเครื่องสูบน้ำก็ส่งผลกระทบกับนาข้าวของเกษตรกรที่กำลังแตกกอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขาดน้ำหล่อเลี้ยงเริ่มเหี่ยวเฉาแล้วกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ก็อาจจะต้องหยุดเดินเครื่องสูบน้ำเป็นแห่งที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถานีที่เหลือก็ต้องทยอยหยุดไปตามกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยี่ยมรัมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายก อบต.ท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำมูลว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ระดับน้ำมูลถือว่าเข้าขั้นวิกฤตเนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เริ่มส่งผลกระทบกับการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเกษตรในพื้นที่ต.ท่าม่วง แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ทำการสูบน้ำขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาข้าวของเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็จำเป็นต้องหยุดเดินเครื่องแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง เพราะปริมาณน้ำตื้นเขิน และคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาหรือข้างบนไม่ปล่อยระบายน้ำมาให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็อาจจะต้องทยอยหยุดเดินเครื่องเพิ่มอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้นาข้าวของเกษตรกรเหี่ยวเฉาและแห้งตาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่เมื่อช่วงต้นปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจ และทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นชอบจากชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อทำโครงการก่อสร้างฝายหรือเขื่อนยาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กักเก็บน้ำมูลให้มีน้ำไว้ผลิตประปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือประกอบอาชีพเลี้ยงปลากระชังได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งตามแผนทราบว่าน่าจะมีการก่อสร้างประมาณปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ตอนนี้ทราบว่ามรการเปลี่ยนแปลงโครงการเป็นสร้างอาคารบังคับน้ำ หรือประตูระบายน้ำแทน ทำให้ต้องล่าช้าออกไปอีกเพราะทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังไม่ทราบว่าอีกนานแค่ไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องรอคอยความหวังต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13834</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, นาข้าว, ฝนทิ้งช่วง, แม่น้ำมูล, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b5318ef1176f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
