<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ระดมช่างชุมชนซ่อม-สร้างชุมชนเรือนแพแห่งสุดท้ายของประเทศ     ‘เรือนแพริมแม่น้ำสะแกแกรัง’  จ.อุทัยธานี  122 หลัง  ขณะที่ 16 หน่วยงานพร้อมหนุนเสริมพัฒนารอบด้าน-ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งของทีมช่างชุมชนจิตอาสาจะช่วยกันซ่อมแพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.อุทัยธานี/ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ระดมช่างชุมชนและจิตอาสาทั่วประเทศร่วมซ่อม-สร้างที่พักอาศัยของชาวเรือนแพริมน้ำสะแกแกรัง&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; 122 หลัง&amp;nbsp; ขณะที่ 16 หน่วยงานภาคีและจังหวัดอุทัยธานีพร้อมสนับสนุนการพัฒนาชุมชนเรือนแพรอบด้าน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ดูแลแม่น้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟื้นฟูวิถีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; ถือเป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย&amp;nbsp; เพราะชุมชนชาวแพแห่งอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชาวแพริมแม่น้ำน่าน&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; ซึ่งเดิมมีอยู่กว่า 100 หลัง&amp;nbsp; ถูกทางราชการโยกย้ายออกจากริมน้ำน่านไปตั้งแต่ปี 2541&amp;nbsp; เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกแกรังจำนวน 127 หลัง&amp;nbsp; ซึ่งอยู่อาศัยต่อเนื่องกันมานานนับร้อยปีกำลังได้รับการฟื้นฟู&amp;nbsp; ซ่อมแซมเรือนแพ&amp;nbsp; และพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; โดยหน่วยงาน 16 หน่วยงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดระหว่างวันที่ 20-21 กันยายนนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี (พมจ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; และจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; ระดมช่างชุมชนและช่างจิตอาสาจากภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; กลาง&amp;nbsp; ตะวันตก&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; ประมาณ 80 คน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันซ่อมสร้างที่พักอาศัยของชาวเรือนแพริมแม่น้ำสะแกกรังจำนวน 122 หลังคาเรือน (อีก 5 หลังซ่อมแซมเองแล้ว)&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เปลี่ยนหลังคา&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; เปลี่ยนลูกบวบพยุงแพที่ทำจากไม้ไผ่ที่แตกหักหรือชำรุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เรือนแพริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซ่อม-สร้างเรือนแพระยะแรก 43 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิชัย&amp;nbsp; นะสุวรรณโน&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; สำนักภาคเหนือ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากปัญหาความเดือดร้อนของชาวชุมชนเรือนแพริมแม่น้ำสะแกกรังในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ต่างประสบปัญหาน้ำในแม่น้ำสะแกกรังมีปริมาณน้อย&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผลมาจากความแห้งแล้ง&amp;nbsp; ทำให้แพเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบที่ใช้พยุงแพที่ทำจากไม้ไผ่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; ประกอบกับเรือนแพส่วนใหญ่ปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; มีสภาพทรุดโทรมผุพัง&amp;nbsp; ชาวแพส่วนใหญ่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดอุทัยธานี &amp;nbsp;จึงสนับสนุนการซ่อมแซมเรือนแพให้มีสภาพดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ระยะแรกเราจะสนับสนุนการซ่อมแพจำนวน 43&amp;nbsp; หลังให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายในช่วงต้นปี 2564&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 122 หลัง&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมเรือนแพเฉลี่ยครัวเรือนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; ส่วนบางหลังที่ทรุดโทรมมากต้องรื้อเพื่อสร้างใหม่ งบประมาณที่ได้รับอาจไม่เพียงพอ&amp;nbsp; เจ้าของแพและชาวชุมชนจะช่วยกันหางบประมาณมาสมทบ&amp;nbsp; และใช้ช่างชุมชนช่วยกันซ่อม-สร้าง&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดค่าแรงงาน&amp;nbsp; และซ่อมสร้างได้รวดเร็ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สภาพเรือนแพที่ทรุดโทรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญโรจน์&amp;nbsp; จันทร์วัด&amp;nbsp; อายุ 63 ปี&amp;nbsp; ช่างสร้างและซ่อมแพฝีมือดีแห่งแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่หลายสิบปีก่อนเรือนแพในแม่น้ำสะแกกรังมีมากกว่านี้&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 700 หลัง&amp;nbsp; แต่ตอนนี้เหลือไม่ถึง 200 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคนรุ่นใหม่ไม่อยากจะอยู่แพ&amp;nbsp; ลูกหลานปล่อยให้ผุพังหรือทิ้งร้าง&amp;nbsp; บางรายก็ขายเปลี่ยนมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อก่อนจะใช้ไม้เต็งเป็นไม้เนื้อแข็งสร้างเป็นเรือนแพ&amp;nbsp; เพราะมีความทนทาน&amp;nbsp; อยู่ได้นานเป็นร้อยปี&amp;nbsp; ส่วนลูกบวบพยุงแพจะใช้ไม้ไผ่สีสุก&amp;nbsp; เพราะเนื้อละเอียด&amp;nbsp; ปล้องไผ่ข้อใหญ่&amp;nbsp; น้ำทะลุข้อไม่ได้&amp;nbsp; ใช้งานได้นานไม่ต่ำกว่า 5 ปีจึงเปลี่ยนลำที่ชำรุดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ค่าแรงซ่อมลูกบวบช่องละ 3,500- 4,500 บาท&amp;nbsp; เพราะงานมันลำบาก&amp;nbsp; ต้องดำน้ำลงไปเปลี่ยนลูกบวบใต้น้ำ&amp;nbsp; ใช้ช่างช่วยกัน 3-4 คน&amp;nbsp; แพหลังหนึ่งจะมีลูกบวบประมาณ 3-4 ช่อง ใช้เวลาเปลี่ยนช่องละ 1 วัน&amp;nbsp; ถ้าเปลี่ยนทั้งหมดจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 วัน&amp;nbsp; เฉพาะค่าแรงตอนนี้ราคา 20,000 บาทต่อเรือนแพ 1 หลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายบุญโรจน์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 หน่วยงานหนุนชาวแพแก้ปัญหา 8 ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมกับจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลปัญหาของชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ที่เทศบาลเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; มีพิธี &amp;lsquo;ลงนามความร่วมมือการพัฒนาที่อยู่อาศัยชาวแพสะแกกรังและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบทจังหวัดอุทัยธานี&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีนายณรงค์&amp;nbsp; รักร้อย&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีเป็นประธาน&amp;nbsp; พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รวม 16 หน่วยงานร่วมลงนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามแผนงานจะมีการแก่ไขปัญหาทั้งระบบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ&amp;nbsp; จะมีการสร้างสถานีสูบน้ำ&amp;nbsp; ทำเส้นทางบายพาสน้ำ&amp;nbsp; ขุดลอกคลอง&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน&amp;nbsp; การจัดการผักตบชวาและวัชพืช&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบร่วมกับชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; กรมเจ้าท่า&amp;nbsp; ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการน้ำเสียจากในเมืองก่อนลงสู่แม่น้ำ&amp;nbsp; การจัดการขยะในครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกไผ่&amp;nbsp; ไม้ประดับ&amp;nbsp; ผักสวนครัวริมตลิ่ง&amp;nbsp; แพสีเขียว&amp;nbsp; ปลูกไม้ดอก&amp;nbsp; ผักสวนครัว&amp;nbsp; เตย (รากช่วยกรองน้ำเสีย) บริเวณแพที่พัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้มีทัศนียภาพสวยงามทั้งลำน้ำ&amp;nbsp; สนับสนุนโดย อบจ.&amp;nbsp; สาธารณสุข&amp;nbsp; เกษตรจังหวัด&amp;nbsp; พัฒนาชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.อาชีพ &amp;nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงปลาในกระชัง&amp;nbsp; แปรรูปปลา&amp;nbsp; ร้านค้าชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; นำผักตบชวามาผลิตเป็นเครื่องใช้ต่างๆ&amp;nbsp; สนับสนุนโดยประมงจังหวัด&amp;nbsp; เกษตรจังหวัด&amp;nbsp; พานิชย์จังหวัด&amp;nbsp; หอการค้าจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การท่องเที่ยว&amp;nbsp; ส่งเสริมวิถีชีวิตชาวแพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฮมสเตย์ชาวแพ&amp;nbsp; ศูนย์การท่องเที่ยวชาวแพ&amp;nbsp; สนับสนุนโดยกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; ททท.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; วัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp; การท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วัฒนธรรม&amp;nbsp; ส่งเสริมการตักบาตรทางน้ำ&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; งานสงกรานต์&amp;nbsp; แห่เทียนเข้าพรรษา&amp;nbsp; ลอยกระทง&amp;nbsp; ฟื้นฟูเพลงพื้นบ้าน&amp;nbsp; เกิดศูนย์แสดงวัฒนธรรมชาวแพ&amp;nbsp; สนับสนุนโดยวัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp; การท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; ส่งเสริมการประกอบอาชีพเพื่อพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp; และได้รับการดูแลเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; สนับสนุนโดย พมจ.&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; แรงงานจังหวัด ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมกิจกรรมการรวมกลุ่มของชุมชน&amp;nbsp; จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; สร้างคนรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; สนับสนุนโดย พมจ.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กศน.&amp;nbsp; อบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; ซ่อมแพและลูกบวบ&amp;nbsp; ส่งเสริมการซ่อมแซมและอนุรักษ์เรือนแพที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยใช้วัสดุที่กลมกลืนกับสภาพแวดลอม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ช่างชุมชน&amp;nbsp; เทศบาลเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ทีมช่างจิตอาสาจากภาคเหนือช่วยกันสร้างแพใหม่ทั้งหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุรักษ์ฟื้นฟูชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณรงค์&amp;nbsp; รักร้อย&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การร่วมกันพัฒนาชีวิตชาวแพสะแกกรังไม่ใช่จะทำแล้วเสร็จสิ้น&amp;nbsp; แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; กรมชลประทานพยายามดึงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาไล่น้ำเสียในแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; และต่อไปจะมีเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยเพื่อดันน้ำเสียออกไป &amp;nbsp;ทำให้แม่น้ำสะแกกรังมีคุณภาพดีขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาเรื่องผักตบชวา&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังจัดเก็บ&amp;nbsp; แต่ชาวชุมชนเรือนแพตั้งแต่ต้นน้ำลงมาจะต้องช่วยกันดูแลเรื่องผักตบชวาและสิ่งแวดล้อมทั้งสองฝั่งแม่น้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ถนนเลียบแม่น้ำสะแกกรังที่กำลังสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;ชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรังถือเป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทยที่เหลืออยู่&amp;nbsp; เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; มีประวัติศาสตร์&amp;nbsp; และวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรักษาเอาไว้&amp;nbsp; และการแก้ไขปัญหาชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังจะเป็นตัวอย่างในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนอย่างรอบด้าน&amp;nbsp; ครบทุกมิติ&amp;nbsp; ทั้งด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เศรษฐกิจ&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงวัย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีวภา&amp;nbsp; วิบูลย์รัตน์&amp;nbsp; อายุ 67 ปี&amp;nbsp; เจ้าของแพ &amp;lsquo;ปลาย่าง &amp;nbsp;ป้าแต๋ว&amp;nbsp; อุทัยธานี&amp;rsquo;&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; อุทัยธานีมีทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและสะแกกรังจึงมีปลานานาชนิด&amp;nbsp; ที่รู้จักกันดีก็คือ &amp;lsquo;ปลาแรด&amp;rsquo;&amp;nbsp; แต่ก่อนนั้นปลายังชุกชุม&amp;nbsp; มีปลาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น ปลาเทโพ&amp;nbsp; ปลากด&amp;nbsp; สวาย&amp;nbsp; ช่อน&amp;nbsp; ชะโด&amp;nbsp; กราย&amp;nbsp; ปลาเนื้ออ่อน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อจับได้มากชาวแพก็จะนำมาแปรรูปเพื่อเก็บเอาไว้ได้กินนานๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำปลาร้า&amp;nbsp; ปลาส้ม&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ปลาย่าง&amp;nbsp; ปลารมควัน&amp;nbsp; นำมาทำปลาป่น&amp;nbsp; น้ำพริกปลาย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนำไปขายที่ตลาดเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงน้ำแล้งและโควิดเกือบ 7 เดือน&amp;nbsp; ป้าขายปลาไม่ได้เลย&amp;nbsp; เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวมา&amp;nbsp; ถ้าจะช่วยกันขุดลอกแม่น้ำ และเก็บผักตบชวาได้ก็จะดี&amp;nbsp; เพราะน้ำในคลองจะไหลได้สะดวก&amp;nbsp; ถ้าแม่น้ำสะอาด&amp;nbsp; เรือนแพสวยงาม&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวก็อยากจะมา&amp;nbsp; จึงอยากให้ช่วยกันดูแลไม่ให้น้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; ช่วยกันปรับปรุงเรือนแพที่ทรุดโทรม&amp;nbsp; ชาวบ้านจะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าแต๋วบอก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมช่างชุมชนเตรียมเปลี่ยนแพลูกบวบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78154</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุทัยธานี, พอช., วัฒนธรรม, แม่น้ำสะแกแกรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f6888249eba6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
