<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มรักษ์เชียงของ แนะเยียวยาระบบนิเวศแม่น้ำโขง เปิดรายงาน MRC ระบุชัดชาวบ้านริมโขงจนลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ และเครือข่ายแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรม (Fair Finance Thailand) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอรับงบประมาณสนับสนุนจำนวนกว่า 263 ล้านบาทจากบริษัทซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเขื่อนไซยะบุรี เพื่อจัดทำแผนงานแก้ไขผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนิเวศด้านการประมงบนแม่น้ำโขง ว่า มีอยู่ 3 ประเด็นที่ไม่เหมาะสมคือ 1. ต้องเรียกร้องกรมประมงว่า เงินกว่า 263 ล้านบาทควรเป็นงานของกรมประม งเพื่อความเป็นอิสระและความเป็นกลางในการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อประชาชน กรมประมงไม่มีความเหมาะสมที่จะไปเอาเงินจากเอกชนมาทำ และเป็นงบประมาณเพียงบริษัทเดียวที่มีโครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงแล้ว คำถามคือแล้วกรมประมงจะเป็นอิสระและดำเนินโครงการอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างไร หากรับเงินมาจากบริษัทและจะพิทักษ์ผลประโยชน์ในของประชาชอย่างไร หากดำเนินโครงการตามแผนดังกล่าว &amp;nbsp;และในอนาคตถ้าชาวบ้านจะร้องเรียนเรื่องผลกระทบในแม่น้ำโขง จะตอบคำถามอย่างไรซึ่งปฏิเสธไม่ได้เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สฤณีกล่าวว่า 2. ตั้งคำถามเรื่องที่มาที่ไป หากเป็นโครงการสำคัญของกรมประมง ควรจะเป็นงบประมาณของรัฐ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของกรมประมงแล้ว และเขาควรจะชี้แจงที่มาที่ไปของงาน ไม่ใช่ที่จะต้องทำโครงการนี้(ฟื้นฟูแม่น้ำโขง) เพราะว่าบริษัทเสนอให้ทำ ควรจะเป็นหน้าที่ของกรมประมง ในฐานะหน่วยงานรัฐที่ต้องทำมากกว่า 3. ตั้งคำถามกับบริษัทว่า ที่ทำแบบนี้มองได้ว่าเป็นการแทรกแซงและก้าวก่ายหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ และกรมประมงซึ่งทำหน้าที่หรือไม่ และบริษัทซีเค พาวเวอร์ ควรเคารพบทบาทของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวถึงสถานการณ์ผันผวนของปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงว่า เห็นชัดเจนว่าแม่น้ำโขงไม่มีฤดูกาลแล้ว เพราะระดับน้ำฤดูแล้งและฤดูฝนไม่มีความแตกต่างกันเลย ทั้งๆที่ปกติแม่น้ำโขงขึ้นสูงสุดเดือนสิงหาคม หากเป็นช่วงที่ยังไม่มีเขื่อน ปริมาณน้ำสูงถึง 6-7 เมตรเป็นฤดูน้ำหลากที่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ เมื่อน้ำยกตัวสูงเอ่อเข้าไปแม่น้ำสาขา ซึ่งจากการทำวิจัยพบว่าจากจำนวนปลา 90 ชนิด มีกว่า 50 ชนิดอพยพเข้าไปวางไข่ แต่หลายปีมานี้ไม่มีฤดูน้ำหลากแล้ว เนื่องจากแม่น้ำโขงตอนบนถูกควบคุมโดย &amp;nbsp;11 เขื่อนในจีน ทำให้ส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลาอพยพ ขณะที่ฤดูแล้ง น้ำโขงควรลดระดับลงเหลือกว่า 1-2 เมตร แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนเป็นสูงขึ้น ทั้งๆที่น้ำควรแห้งไปตามธรรมชาติ และชาวบ้านได้ทำเกษตรริมโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันไม่มีปลาจะจับ บางคนบอกเพราะคนเพิ่มขึ้น ใช่แม้คนเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีใครลงมาแม่น้ำโขงแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องฟื้นฟูเยียวยาคนและแม่น้ำโขง เราต้องให้ชัดถึงแนวทาง ไม่ใช่แค่เอาเงินมาใส่ แต่ทำอย่างไรให้แม่น้ำโขงมีปลา หากระบบนิเวศน์ดีขึ้น สิ่งมีชีวิตก็ฟื้นตัว ผมอยากให้การเยียวยาแม่น้ำโขงเป็นรูปธรรม อยากให้ดูตัวอย่างเขื่อนปากมูน ที่มีข้อตกลงเรื่องการปิดเปิดเขื่อนให้ปลาวางไข่ เพียงแต่รัฐไม่ทำตามข้อตกลง&amp;rdquo; นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์กล่าวว่า เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนกรณีแม่น้ำโขงถือว่าแย่มากเพราะกระบวนการต่างๆไม่ได้นำข้อคิดเห็นไปปฎิบัติจริง ขณะที่เขื่อนเกิดขึ้นเรื่อยๆ ตนถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ประชาชนพูดมากว่า 20 ปีแล้ว &amp;nbsp;ดังนั้นจึงถึงเวลาทีภาคประชาชนต้องรวมตัวกันเพื่อกำหนดนโยบายเกี่ยวกับแม่น้ำโขง ซึ่งเราพยายามผลักดันให้เกิดสภาประชาชนแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการด้านการสื่อสาร องค์กรแม่น้ำนานาชาติ กล่าวว่า แม้ภาคประชาชนพยายามเสนอทางออกต่อเนื่องแต่ยังไม่เห็นภาพชัดจากภาครัฐว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ที่ผ่านมามีการสร้างเขื่อนเพราะมองแม่น้ำโขงแค่เรื่องน้ำและมีการแสวงหารายได้ แต่ผู้ใช้ทรัพยากรน้ำกลับถูกเบียดขับออกไป ปัญหาแม่น้ำโขงต้องใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่จีนก็จะพูดคุยทีละประเทศแม้จะมีการตั้งกรอบความร่วมมือล้านช้างแม่โจง แต่ก็ยังไม่จริงจัง แต่ระยะหลังจีนมีความพยายามอธิบายมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นการบริหารจัดการน้ำโขงโดยเอาตัวเองเป็นตัวตั้งซึ่งไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศน์ท้ายน้ำ หากจีนบริหารจัดการโดยคำนึงถึงประเทศท้ายน้ำด้วยก็จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลกระทบของแม้น้ำโขงข้ามพรมแดนของรัฐชาติ แต่ทำอย่างไรประเทศสมาชิกจะตระหนักถึงปัญหาและตั้งวงเจรจากัน ไม่ใช่ยอมให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งใช้แม่น้ำโขงแสวงหากำไร&amp;rdquo; น.ส.เพียรพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ได้ออกรายงานฉบับใหม่ โดยระบุว่าการทำประมงยังคงเป็นวิถีชีวิตที่สำคัญในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว ไทย และเวียดนาม แต่การทำประมงที่มากเกินไปและความเสื่อมโทรมของแหล่งที่อยู่อาศัยที่ เกิดจากการเติบโตของประชากรมนุษย์อย่างรวดเร็ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศกำลังส่งแรงกดดันต่อการประมงในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงใน ระบบนิเวศทางน้ำของลุ่มน้ำกำลังส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงาน 2 ฉบับดังกล่าว คือรายงานสถานะและแนวโน้มของความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลาย ของปลาในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างระหว่างปีพ.ศ. 2550-2561 &amp;nbsp;และรายงานการติดตาม ผลกระทบทางสังคมและการประเมินความเปราะบางปีพ.ศ. 2561 พบว่าครัวเรือนยังคงพึ่งพาทรัพยากรน้ำซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของรายงานการติดตามผลกระทบทางสังคมและการประเมินความ เปราะบางปีพ.ศ. 2561 จากจำนวน 2,800 ครัวเรือน พบว่าร้อยละ 35 ระบุว่ารายได้ลดลง และร้อยละ 32 ระบุว่ารายได้เท่าเดิม มีเพียงร้อยละ 26 เท่านั้นที่ระบุว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ร้อยละ 6 ระบุว่ารายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายงานทั้ง 2 ฉบับเตือนว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ต้องมีการปรับปรุงซึ่งมีความเกี่ยวพันเชิงนโยบายสำหรับรัฐบาล เพื่อให้ชุมชนได้รับการปกป้องจากภัยที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และความเปราะบางที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MRC ระบุว่า จากการศึกษาพบว่า ชุมชนประมงในเกือบทุกพื้นที่ประมงของลุ่มแม่น้ำโขงถูกรบกวน โดยเฉพาะใน สปป. ลาวและเวียดนาม พบว่าอัตราการจับปลาลดลง ส่วนหนึ่งของข้อแนะนำคือเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศภาคี สมาชิกของMRC ทั้งสี่ประเทศบังคับใช้กฎหมายการประมงระดับชาติและการร่วมกันดำเนินการตามยุทธศาสตร์การจัดการและพัฒนาประมงลุ่มแม่นำโขงที่ได้รับการอนุมัติเพื่อฟื้นฟูชุมชนประมงที่ประสบปัญหา นอกจากนี้ยังเสนอการบูรณาการแผนการจัดการแม่น้ำเพื่อจัดการกับความเสี่ยงจากการสร้างเขื่อนพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หนึ่งในผลการศึกษาที่โดดเด่นพบว่า อุบัติการณ์น้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยอื่น ๆ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ในช่วงปีพ.ศ. 2558-2561 ประมาณร้อยละ 62 ของกลุ่มตัวอย่างหมู่บ้าน ประสบความสูญเสียและความ เสียหายจากอุทกภัย ในจำนวนนี้ประเทศไทยมีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 80 ในขณะที่เวียดนามมีสัดส่วน ต่ำสุดที่ร้อยละ 42 ทั้งนี้ร้อยละ 25 ของกลุ่มตัวอย่างหมู่บ้านระบุว่า ผลกระทบจากอุทกภัยเลวร้ายมากขึ้น และร้อยละ 25 ระบุว่าผลกระทบเหล่านี้เลวร้ายลงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาและรุนแรงมากกว่าปีก่อนหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120354</URL_LINK>
                <HASHTAG>แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700b292c43b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นหลักธรรมาภิบาลชำรุด! กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขงฯ เรียกร้องกรมประมง ทบทวนรับงบฯจากบริษัทเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp;ต.ค.64 - กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขงและภาคประชาสังคมได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง อธิบดีกรมประมง เพื่อขอให้ทบทวนการรับเงินสนับสนุนจากบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หลังกรมประมงชี้แจงกรณีเสนอแผนงบประมาณกว่า 261 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูแม่น้ำโขง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 กรมประมงได้ส่งหนังสือตอบกลับนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน โดยระบุว่า กรมประมงได้เสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 จำนวน 261,740,190 บาท เพื่อการจัดทำโครงการ &amp;ldquo;การจัดการทรัพยากรประมงในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาในประเทศไทย&amp;rdquo; ประกอบด้วย 2 แผนงาน ได้แก่ 1. แผนงานเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ &amp;nbsp;2. แผนงานบูรณาการและสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการประมงน้ำจืด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในจดหมายเปิดผนึกของภาคประชาชน ระบุว่า บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่โดย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) การถือหุ้นทางตรงและหุ้นทางอ้อม บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) คือ ผู้พัฒนาโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างเขื่อนแรก และตั้ง บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จํากัด จดทะเบียนในประเทศลาวในปี 2553 เพื่อรับสัมปทานการสร้างเขื่อนและขายไฟฟ้าจากรัฐบาลลาว และดำเนินการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ.2554 &amp;nbsp;ต่อมาบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ได้ขายหุ้นทั้งหมดแก่ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ดังนั้น บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในผลกระทบที่เกิดต่อระบบนิเวศและชุมชนตลอดแม่น้ำโขง นับตั้งแต่เขื่อนไซยะบุรีเปิดใช้งาน ในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว เรียกร้องและตั้งคำถามต่อหน้าที่โดยตรงของกรมประมง ดังนี้ 1. กรมประมงในฐานะเป็นหน่วยงานราชการ การรับเงินสนับสนุนจากบริษัทเอกชนเช่นนี้นั้น อาจจะกลายเป็นการนำเอาศักดิ์ศรีสถาบันของกรมประมงไปช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์แก่บริษัทเอกชน และอาจจะตกเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรม ให้แก่บริษัทเอกชน&amp;nbsp;
2. การรับเงินนอกงบประมาณแผ่นดินในลักษณะนี้ กรมประมงจะถูกตั้งคำถามต่อหลักธรรมาภิบาลขององค์กร หรือการมีส่วนร่วมกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงใน 7 จังหวัดแม่น้ำโขง อีกทั้ง ยังไม่ตั้งอยู่บนงานวิจัยของกรมประมงแต่อย่างใด การรับเงินสนับสนุนดังกล่าวอาจจะถูกตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการรับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราจึงขอเรียกร้องให้กรมประมงทบทวนการรับเงินสนับสนุน จากบริษัทที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ดำเนินโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี และบริษัทเอกชนอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต&amp;rdquo;ในจดหมายระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี จันทวงศ์ ผู้ประสานงานกลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง (The Mekong Butterfly) กล่าวว่า&amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาของแม่น้ำโขง เกิดขึ้นทันทีในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562 &amp;ndash; เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ด้วยปรากฏการณ์น้ำโขงใสไร้ตะกอน การระบาดของสาหร่ายในแม่น้ำโขง และระดับน้ำโขงที่ผันผวนผิดฤดูกาล ซึ่งตรวจวัดที่สถานีวัดระดับน้ำโขงเชียงคานได้อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ.2563-2564 และผลสืบเนื่องจากน้ำโขงใสไร้ตะกอนนี้ ยังทำให้เกิดการดำน้ำยิงปลาในวังปลาต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อปลาขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก ปรากฏการณ์น้ำโขงใสไร้ตะกอน ทำให้เกิดข้อถกเถียงและข้อสังเกตในทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ต่อผลกระทบต่อเนื่องในระบบนิเวศแม่น้ำโขงและความสมบูรณ์ของทรัพยากรการประมง รวมถึงความเชื่อมโยงกับการเปิดใช้งานเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี กล่าวว่า เหตุนี้เอง กรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจในการบริหารจัดการด้านการประมงและการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อวิเคราะห์หาขอบเขตและความรุนแรงของผลกระทบทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ที่เกิดขึ้นจากน้ำโขงใสไร้ตะกอนและระดับน้ำโขงผันผวน รวมถึงการวิเคราะห์ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ มีความเกี่ยวข้องกับเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีหรือไม่ อย่างไร ซึ่งในปัจจุบันกรมประมงยังไม่ได้ทำการศึกษาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงของนิเวศแม่น้ำโขงนี้ ที่จะช่วยสร้างแนวทางที่ชัดเจนสำหรับกรมประมง ในการวางแผนงานและการออกนโยบายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อเดือนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เฟซบุ๊กของฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง ได้โพสต์ภาพการหารือร่วมกันระหว่างกรมประมงและฝ่าย CSR ของบริษัทไซยะบุรีพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) โดยนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง ได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการเขื่อนไซยะบุรี ในสปป.ลาว โดยได้หารือในการจัดทำโครงการเพิ่มผลผลิตพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาโดยมีแนวทางเพื่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำในลุ่มน้ำโขง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120110</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประมง, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d3d12d6f0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขงเจอชาวบ้าน ตกใจรีบโยนกระสอบทิ้งก่อนเผ่นหนี ตรวจพบเกือบ 2 แสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - ที่จุดตรวจสายตรวจตำบลหาดคำ อ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย,&amp;nbsp;ร.ต.อ.กฤษฎา แก้วประสาน หัวหน้าสายตรวจตำบลหาดคำ พร้อมตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้าน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าประมาณ 182,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า วันนี้เวลาประมาณ 05.30 น.ชาวบ้านและชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้านตำบลหาดคำ ได้พบกระสอบสีดำวางทิ้งริมแม่น้ำโขง บริเวณท้ายเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระหว่างบ้านหาดทรายทอง หมู่ 14 และ บ้านบอน หมู่ 4 ต.หาดคำ ต้องสงสัยอาจเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย จึงแจ้งตำรวจสายตรวจตำบลหาดคำ ไปตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ได้ดักซุ่มอยู่จนกระทั่ง 10.00 น. ไม่พบขบวนการค้ายาเสพติดเข้ามารับของหรือเข้ามายังจุดเกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจสอบภายในกระสอบสีดำ เป็นยาบ้า ห่อด้วยเทปกาวสีน้ำตาล เบื้องต้นตรวจนับได้ประมาณ 182,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้ก่อนจะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากผลการตรวจยึดครั้งนี้ เป็นผลจากชุมชนเข้มแข็ง ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลพื้นที่หมู่บ้านของตัวเอง เห็นสิ่งผิดกฎหมายรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งในขณะที่แก๊งค้ายาเสพติดลำเลียงยาเสพติดลงเรือข้ามแม่น้ำโขงเพื่อนำมาส่งให้กับลูกค้านั้น เมื่อมาถึงริมตลิ่งก็เห็นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ชรบ. ลาดตระเวนอยู่ ด้วยความตกใจกลัวถูกจับได้จึงรีบโยนกระสอบขึ้นจากเรือมาทิ้งไว้ริมแม่น้ำโขงก่อนจะรับหันหัวเรือกลับไปทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาบ้า, หนองคาย, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613cb3c8499e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำโขงหนองคาย ยังต่ำกว่าตลิ่ง 5 เมตร เฝ้าระวังระดับน้ำเปลี่ยนแปลงฉับพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ระดับน้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้ 7.18 เมตร ลดลงจากเมื่อวานตอนเช้า 0.45 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 5.02 เมตร มีสีแดงขุ่น ซึ่งระดับน้ำที่หนองคายเริ่มลดลง ส่วนน้ำโขงที่สถานีเชียงคาน จ.เลย วัดได้ 9.49 เมตร เริ่มลดลง 0.49 เมตร เช่นกัน และน้ำโขงที่ตอนบนของไทยเริ่มทรงตัว ทั้งนี้น้ำโขงที่หนองคายหากจะท่วมหรือล้นเข้าพื้นที่ริมตลิ่ง จะมีระดับอยู่ที่ 13 เมตร เนื่องจากตลิ่งค่อนข้างสูง และมีแนวกั้นน้ำโขงในหลายจุด จะมีพื้นที่ทางการเกษตรบางแห่งที่ไม่มีแนวกั้นตลิ่งพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางการได้สั่งให้เฝ้าระวัง และจับตาดูสถานการณ์น้ำโขงที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของระดับน้ำ&amp;nbsp;เมื่อทราบว่าเขื่อนจิ่งหงของจีน จะปรับลดการระบายน้ำลงในแม่น้ำโขง เริ่ม 31 ก.ค.นี้ และคาดว่าหากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ภาคเหนือของไทยและลาว จะส่งผลกระทบกับการเพิ่มขึ้นของน้ำโขงอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111485</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดหนองคาย, ระดับแม่น้ำโขง, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021d9297dfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไซยะบุรีพาวเวอร์’ แจงเขื่อนแม่น้ำโขงไม่ได้รับผลกระทบจากพายุเจิมปากา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.ค. 2564 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower บริษัทผู้บริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในสปป.ลาว เปิดเผยว่าว่า ในช่วงวันที่ 25 กรกฏาคม 2564 ได้เริ่มมี ปริมาณน้ำไหลเข้าและผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จำนวน 8,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 1-24 กรกฎาคม 2564 ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 3,588 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ เนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เจิมปากา&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้ได้อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ยที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับเขื่อนน้ำอู มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนตามที่ทางเขื่อนน้ำอูได้ประกาศแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ โดยคาดการณ์ว่าในวันที่ 27 กรกฏาคม จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าประมาณ 7,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทยอยลดลงเรื่อยๆ เป็น 6,400 &amp;nbsp;และ 5,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 28 และ 29 กรกฎาคม ตามลำดับ
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าได้บริหารจัดการโดยการปล่อยน้ำผ่านโรงไฟฟ้าตามปริมาณน้ำจริงที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าตามธรรมชาติออกสู่ท้ายน้ำ เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีไม่ใช่เขื่อนประเภทกักเก็บน้ำ ไม่มีความสามารถในการกักเก็บน้ำและไม่มีอ่างเก็บน้ำ แต่เป็นโรงไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่าน หรือ Run-of-River กล่าวคือ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าจะเท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลออกจากโรงไฟฟ้าเสมอโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการไหลตามธรรมชาติของแม่น้ำโขง&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;
จากข้อมูลค่าเฉลี่ยรายเดือนปริมาณน้ำ ที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าย้อนหลัง 80 ปี ตั้งแต่ก่อนมีโรงไฟฟ้า (พ.ศ.2483-2563) พบว่า ปริมาณน้ำปัจจุบัน ยังคงอยู่ในกรอบสถิติปริมาณน้ำสูงสุดและต่ำสุด ทั้งนี้แต่ละปีจะมีปริมาณน้ำต่างกัน มีทั้งปีน้ำน้อยหรือปีน้ำมาก และคาดว่าปีนี้จะใกล้เคียงกับช่วงปี 2561 คือเป็นปีที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมากและเกิดขึ้นตามฤดูกาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเค พาวเวอร์, ผู้บริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี, พายุเจิมปากา, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff9f63e8270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้เลี้ยงปลาริมโขงผวา!น้ำขึ้นวันเดียวกว่า2เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 &amp;nbsp;มิ.ย.2564- หลังจากที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นโคะงุมะ ในภาคเหนือ ภาคอีสานของไทย และในประเทศลาวก็เกิดฝนตกหนักเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำสะสมไหลเข้าแม่น้ำโขงมากขึ้น โดยวันนี้ ระดับน้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย วัดได้ 6.36 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวานนี้ 2.06 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 5.84 เมตร น้ำโขงไหลเชี่ยวกราก สีแดงขุ่น มีฟองอากาศอยู่เหนือผิวน้ำเป็นจำนวนมาก และยังมีเศษกิ่งไม้ ผักตบชวาไหลมากับน้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อชาวประมงผู้เลี้ยงปลานิลกระชังในแม่น้ำโขงหลายแห่ง โดยเฉพาะที่บ้านหินโงม ต.หินโงม อ.เมืองหนองคาย เกษตรกรเลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก ช่วงนี้ต้องหมั่นสังเกตระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงและต้องหมั่นปรับระดับกระชังปลาให้เหมาะสม มัดเชือกให้แน่นหนา เพราะไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงต่อการที่น้ำโขงไหลแรงกระแทกจนกระชังปลาหลุดได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106539</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้เลี้ยงปลา, พายุดีเปรสชั่นโคะงุมะ, หนองคาย, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c96f1096b32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้เลี้ยงปลากระชัง&#039;จ.หนองคายโอดน้ำโขงผันผวนทำปลากระชังตาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64-ผู้สื่อข่าวจังหวัดหนองคายรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ในช่วง 2- 3 วันที่ผ่านมา มีระดับขึ้นๆลงๆ&amp;nbsp; ขึ้นอยู่กับการปล่อยน้ำทางตอนบนของแม่น้ำโขง ทำให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย มีประกาศเตือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ช่วงระหว่างวันที่ 28 &amp;ndash; 29 พ.ค.ที่ผ่านมาจากเดิมไหลผ่านจังหวัดหนองคาย 2,525 ลบ.ม.ต่อวินาที ไหลช้าลงเหลือ 1,854 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลง 671 ลบ.ม. ต่อวินาที เนื่องจากมีการลดการระบายน้ำของเขื่อน จิ่งหง ในประเทศจีน ทำให้ระดับดับโขงลดลงอย่างรวดเร็ว อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง และอาจสร้างความเสียหาย ด้านการประมง และการสัญจรทางน้ำ จึงออกประกาศเตือนให้ องค์การบริหารท้องถิ่น ที่มีพื้นที่ ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสอน ลุนรินทร์ อายุ 60 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง บ้านพร้าวใต้ ต.หินโงม อ.เมือง จ.หนองคาย บอกว่า ช่วงนี้น้ำโขงมีสีขุ่น ระดับน้ำ ขึ้นๆลงๆ ผู้เลี้ยงปลาต้องคอยเฝ้าดูกระชังปลาที่เลี้ยงและคอยปรับระดับกระชังปลาตามระดับน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับปลาที่เลี้ยงจะได้ไม่เสียหายลดอัตราการตาย เพราะปลาที่เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน บางรายต้องแก้ไขปัญหาโดยการลดปริมาณการให้อาหารปลาลง แต่ปลาก็ยังตาย ตนต้องนำมาทำเป็นปลาร้า บางตัวน็อคน้ำใกล้ตายก็เอามาทำอาหาร แปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ลดค่าอาหารในครัวเรือนได้บ้างบางส่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104884</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ปลากระชัง, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5b7050a01a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
