<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำโขงผันผวนหนัก! ต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 11 เมตร เกษตรกรกุมขมับ-ปลาตายอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ยังคงลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนับเป็นวันที่สามติดต่อกัน ล่าสุดระดับน้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำมีระดับอยู่ที่ 1.38 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 10.82 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ระดับน้ำโขงที่ผันผวนอย่างหนัก ขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว และมีระดับที่ต่ำได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง โดยพบว่าปีนี้ปลาเริ่มมีอัตราการตายมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ระดับน้ำโขงลดต่ำตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ปลาในกระชังตายเป็นจำนวนมาก กระชังละตั้งแต่ 10-50 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องคอยปรับให้กระชังมีระดับที่เหมาะสมกับภาวะน้ำที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กระชังเกยตื้นทำให้ปลาตาย โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง บ้านเจริญสุข และบ้านพร้าวใต้ ต.หินโงม อ.เมืองหนองคาย ที่เดิมมีการเลี้ยงปลากระชังกว่า 2 พันกระชัง ขณะนี้เกษตรกรเกินครึ่งตัดสินใจยกกระชังหยุดเลี้ยงในช่วงนี้ รอจนกว่าสถานการณ์น้ำโขงไม่ผันผวนจึงจะกลับมาเลี้ยงใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49255</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ผู้เลี้ยงปลาในกระชัง, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก, แม่น้ำโขงแห้งขอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba78ce0f0e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำโขงแห้งผิดฤดู! กระทบเรือขนส่งสินค้าจ่อหยุดวิ่ง-ขาดรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่น้ำโขงแห้งส่งผลกระทบเรือขนส่งสินค้าไทย-ลาว วัดระดับที่หนองคายต่ำสุดในรอบ 50 ปี สันดอนทราย-เกาะแก่งหินโผล่เป็นแนวยาวในช่วงฤดูน้ำหลากไม่ต่างจากหน้าแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนไซยะบุรีเริ่มผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นทางการขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กผฟ.) ขณะนี้มีผลกระทบต่อระดับแม่น้ำโขงไหลผ่านที่จังหวัดหนองคาย ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำไม่ถึงเมตรครึ่ง ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่เพียง 1.20 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่งถึง 11.00 เมตร ซึ่งเป็นระดับน้ำต่ำสุดในรอบ 50 ปี ทำให้เกิดเกาะแก่งและสันดอนทรายเกิดขึ้นตามลำแม่น้ำโขงหลายจุด ส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางเรือที่ต้องใช้ความระมัดระวัง และความชำนาญเส้นทางเดินเรือของคนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ติดสันดอนทรายและชนแก่งหินในแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะเรือขนส่งสินค้าระหว่างไทย-ลาว ที่ด่านท่าเรือหายโศก ส่วนใหญ่จะบรรทุกสินค้าจากไทยไป สปป.ลาว ตอนนี้ต้องใช้ความระมัดระวังและไม่บรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักมากเกินไป อีกทั้งยังต้องใช้คนขับเรือที่มีความชำนาญเส้นทางรู้จักร่องน้ำเป็นอย่างดี เนื่องจากได้เกิดสันดอนทรายใกล้ๆกับเส้นทางเดินเรือ และหากน้ำโขงยังมีระดับลดลงอีกประมาณ 30 ซม. ก็จะทำให้เรือขนส่งสินค้าไทย-ลาว ไม่สามารถเข้าเทียบท่าฝั่ง สปป.ลาว ได้ เนื่องจากมีระดับน้ำตื้นกว่าฝั่งไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลียว วงศ์ชานนท์ อายุ 68 ปี ผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าระหว่างไทย-ลาว ที่ด่านท่าเรือหายโศก บอกว่าระดับน้ำโขงขณะนี้ถือว่าต่ำมาก ตนประกอบอาชีพเรือขนส่งสินค้ามาเกือบ 60 ปีไม่เคยมีปรากฏการณ์น้ำโขงลดต่ำขนาดนี้มาก่อน หากระดับน้ำโขงลดลงอีกประมาณ 30 ซม. ก็จะทำให้เรือขนส่งสินค้าเข้าเทียบท่าเรือทางฝั่ง สปป.ลาว ไม่ได้ อาจจะต้องหยุดการขนส่งสินค้าทางเรือเป็นการชั่วคราว เพื่อรอจนกว่าระดับน้ำโขงจะสูงขึ้นให้เรือสามารถเข้าเทียบท่าได้ ซึ่งหากหยุดการขนส่งทางเรือก็จะทำให้แรงงานที่รับจ้างขนสินค้าลงเรือ เฉพาะที่ฝั่งไทยที่มีกว่า 100 คน ต้องหยุดงานขาดรายได้ไปด้วย หากจะมีการขุดร่องน้ำหรือขุดลอกแม่น้ำโขงบริเวณริมฝั่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นหลักแสนซึ่งจะไม่คุ้ม ที่สำคัญจุดนี้จะไม่อนุญาตให้มีการดูดกรวดทรายอยู่แล้ว จึงไม่สามารถทำอะไรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระดับแม่น้ำโขง, เขื่อนไซยะบุรี, เรือสินค้าไทย-ลาว, แม่น้ำโขงต่ำสุด, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก, แม่น้ำโขงหนองคาย, แม่น้ำโขงแห้งขอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db80c2836d29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พันโขดแสนไคร้&#039; แกรนด์แคนยอนเมืองหนองคายแห้งขอด แม่น้ำโขงลดต่ำสุดรอบ 50 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคายลดระดับต่ำลงกว่าครึ่งเมตร ซึ่งทำสถิติต่ำสุดในรอบ 50 ปี ส่งผลให้มองเห็นเสาตอม่อที่อยู่ใต้ฐานตอม่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ตั้งอยู่ในน้ำโขง โป๊ะแพและเรือที่จอดไว้เกยตื้น ส่วนโขดหินที่โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำโขงเรียกกว่า &amp;quot;พันโขดแสนไคร้&amp;quot; มีสภาพแห้งขอดจนสามารถเดินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจนมีระดับต่ำน่าเป็นห่วง ล่าสุดระดับน้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับเพียง 80 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่งถึง 11.40 เมตร เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวานนี้ (16 ก.ค.) ลดลงถึง 50 ซม. ระดับน้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุบสถิติระดับน้ำโขงต่ำสุดในรอบ 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากระดับน้ำโขงที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วและมีระดับที่ต่ำมาก ทำให้ขณะนี้สามารถมองเห็นเสาตอม่อที่อยู่ใต้ฐานตอม่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ตั้งอยู่ในน้ำโขง และได้ส่งผลให้โป๊ะแพและเรือที่จอดไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขงเกยตื้นเป็นหลายลำ นอกจากนี้ยังทำให้พันโขดแสนไคร้ที่เป็นโขดหินโผล่ขึ้นจากแม่น้ำโขงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่นับพันๆ โขด ตั้งแต่เขตบ้านห้วยค้อ บ้านหนอง บ้านภูเขาทองและบ้านม่วง ต.บ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นบริเวณกว้างประมาณ 300 เมตร ระยะทางยาวตามแม่น้ำโขงกว่า 5 กิโลเมตร น้ำที่เคยไหลผ่านตามซอกโขดหินแห้งขอด เหลือเพียงแอ่งน้ำเล็กๆจนสามารถเดินได้ ส่งผลให้การสัญจรทางเรือในบริเวณนี้ต้องใช้ร่องน้ำลึกที่อยู่ติดฝั่ง สปป.ลาว เท่านั้น ซึ่งปกติพันโขดแสนไคร้จะมีความสวยงามเมื่อน้ำโขงมีระดับอยู่ระหว่าง 2.50-3.50 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41217</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, พันโขดแสนไคร้, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก, แม่น้ำโขงลดระดับต่ำสุด, แม่น้ำโขงหนองคาย, แม่น้ำโขงแห้งขอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2ec9823ac34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำโขงลดระดับต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 10 เมตรกระทบเดินเรือ แนวโน้มวิกฤติหากฝนทิ้งช่วงยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคายยังคงมีระดับต่ำ แม้ว่าวันนี้จะเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานเล็กน้อยแต่พรุ่งนี้ก็มีแนวโน้มจะลดลงอีก ล่าสุดระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 2.38 เมตร ลดลงจากเมื่อวานนี้ 2 เซนติเมตร&amp;nbsp;ต่ำกว่าตลิ่ง 9.82 เมตร และมีแนวโน้มลดลงอีก หากไม่มีฝนตกในพื้นที่และทางตอนเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากระดับน้ำโขงที่ยังมีระดับต่ำได้ส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางเรือในแม่น้ำโขงที่ต้องใช้ความระมัดระวังและความชำนาญเส้นทางเดินเรือของคนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ติดสันดอนทราย และชนแก่งหินใต้น้ำโขง โดยเฉพาะในเขตอำเภอสังคม บริเวณพันโขดแสนไคร้ที่มีโขดหินโผล่พ้นน้ำและอยู่ใต้น้ำเป็นจำนวนมาก ส่วนการเดินเรือที่ด่านท่าเรือหายโศกที่บรรทุกสินค้าจากไทยไป สปป.ลาว ตอนนี้ก็ต้องใช้ความระมัดระวังและไม่บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป อีกทั้งยังต้องใช้คนขับเรือที่มีความชำนาญเช่นกัน นอกจากนี้เรือสำราญขนาดใหญ่ของ สปป.ลาว ที่ล่องในแม่น้ำโขงตั้งแต่เวียงจันทน์ถึงปากเซ ขณะนี้ก็ไม่มีการล่องเรือจากการที่น้ำโขงมีระดับต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40677</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ระดับแม่น้ำโขง, แม่น้ำโขง จ.หนองคาย, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d2698cc5154c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำโขงผันผวนหนัก ดินตลิ่งทรุดตัวถล่มทับกระชังปลาเสียหายอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวร่ายงานว่า จากความผันผวนของน้ำในแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เลี่ยงปลากระชัง ตั้งแต่บ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ถึงบ้านห้อม หมู่ 1 ต.อาจสามารถ ไม่น้อยกว่า 100 กระชัง โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม มีพายุดีเปรสชั่นเข้าถล่ม ทำให้ดินริมแม่น้ำโขงเกิดปัญหา สไลด์พังทับกระชังปลาของเกษตรกร &amp;nbsp;ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีปลากระชังไหลไปกับสายน้ำโขงรวมแล้วเกือบ 3 ตัน สูญเงินกว่า 2 แสนบาท &amp;nbsp;โดยชาวบ้านได้เฝ้าระวังเตรียมเคลื่อนย้ายกระชังปลาออกห่างจากแนวตลิ่ง ที่อาจจะเกิดการสไลด์เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประดิษฐ์ นรากรเกียรติ อายุ &amp;nbsp;61 ปี เกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง บ้านห้อม หมู่ 1 ต.อาจสามารถ เปิดเผยว่ายอมรับว่าน้ำโขงมีความผันผวนมากกว่าทุกปี &amp;nbsp;หลายปีที่ผ่านมาในเดือนเดียวกัน น้ำมีระดับสูงสุดจนเกือบล้นตลิ่ง แต่ปีนี้กลับมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี จึงส่งผลกระทบต่อการทำอาชีพเลี้ยงปลากระชัง เนื่องจากระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ปลากระชังเลี้ยงยาก ไม่ค่อยกินอาหาร บางกระชังมีปลาตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่สาหัสมากที่สุดในช่วงนี้ คือดินตลิ่งแม่น้ำโขงซึ่งเป็นดินตะกอน ที่ไหลมาทับถมช่วงน้ำโขงสูงเมื่อปี 2561 ได้เกิดปัญหาดินสไลด์พังเป็นแนวยาว ยิ่งมีฝนตกลงมาจึงทำให้ดินริมตลิ่งอุ้มน้ำไม่ไหว แล้วทรุดลงแม่น้ำโขง บางจุดไหลทับกระชังปลาได้รับความเสียหายไปถึง 10 กระชัง &amp;nbsp;มีปลาที่เลี้ยงสูญหายไป 3 กระชัง น้ำหนักรวมราว 2 ตันเศษ สร้างความเสียหายมากกว่า 2 แสนบาท ยอมรับว่าขาดทุนหนัก ผู้ที่เลี้ยงปลาในกระชังต้องเร่งเคลื่อนย้ายกระชังออกห่างจากตลิ่ง เพราะสังเกตว่าหากระดับน้ำโขงเพิ่มช้า แล้วจังหวะนั้นมีฝนตกลงมา จะส่งผลกระทบกับดินริมตลิ่ง มีโอกาสพังถล่มมากขึ้น ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ป้องกันและแก้ไขยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระยะนี้หลังฝนหยุดตกช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำโขงทรงตัวที่ประมาณ 4 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 9 เมตร คือที่ระดับ 13 เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 ถือว่ามีระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเท่าตัว นอกจากนี้ยังพบว่า ระดับน้ำโขงผันผวนมากสุดในรอบ 10 ปี&amp;nbsp;โดยจากข้อมูลพบว่า ปี 2561 ช่วงเดือนกรกฎาคม ระดับน้ำโขงจะสูงสุดมากถึง 10 เมตร แต่ปีนี้ผันผวนต่ำสุดมีระดับอยู่ที่ประมาณ 4 เมตรเท่านั้น&amp;nbsp;เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ถึงแม้จะหลายพื้นที่ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำโขงหนุนลำน้ำสาขาเอ่อท่วม แต่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาดินริมตลิ่งพังถล่มจากดินตะกอนสไลด์ หลังมีฝนตกลงมาหลายวันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40437</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ดินทรุดตัว, พายุดีเปรสชั่น, เทศบาลเมืองนครพนม, เลี้ยงปลาในกระชัง, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22ffc2d6ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริมาณน้ำโขงผันผวนหนักในรอบ 38 ปี ชาวบ้านเตรียมบุกสถานทูตจีนเร่งแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณน้ำโขงผันผวนหนักในรอบ 38 ปี เหตุจากเขื่อนตอนบน ชาวบ้านเตรียมบุกสถานทูตจีน-ยื่นหนังสือถึงสี จิ้น ผิง เร่งแก้ปัญหา &amp;ldquo;ครูตี๋&amp;rdquo; โวยแดนมังกรกักน้ำจากหิมะเป็นเหตุให้ฤดูฝนน้ำแห้งผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า กำลังวางแผนเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือถึงนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน เพื่อขอให้ทบทวนระบบการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนจีนซึ่งส่งผลกระทบกับประเทศท้ายน้ำทั้งพม่า ไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากเห็นได้ชัดถึงระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อชุมชนเกิดขึ้นมากมายเนื่องจากการกักน้ำและปล่อยน้ำของจีนที่อำนวยความสะดวกให้กับเรือสินค้าและผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือช่วงหน้าแล้งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จีนปล่อยน้ำมาหลายระรอกเพื่อให้เรือสินค้าของเขา ทำให้น้ำโขงท่วมสูงผิดปกติ จนก่อความเสียหายให้กับชุมชนริมแม่น้ำโขง รวมทั้งนกต่างๆ ที่วางไข่ในลำน้ำโขง แต่ตอนนี้ย่างเข้าหน้าฝน ปกติน้ำในแม่น้ำโขงจะเพิ่มสูงขึ้น และจีนก็จะเร่งระบายน้ำ แต่พอเขาเห็นว่าปีนี้ฝนยังไม่มา จีนกลับกักน้ำไว้ ทั้งๆ ที่มีน้ำจากหิมะต้นแม่น้ำเคยไหลหล่อเลี้ยงแม่น้ำอยู่เสมอ ทำให้ช่วงต้นฝนนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงแห้งผิดปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก ถ้าจีนมีน้ำใจจริงก็ควรปล่อยน้ำจากหิมะให้ไหลลงมาบ้าง ไม่ใช่กักเอาไว้ใช้เองทั้งหมด&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า การที่จีนควบคุมการบริหารจัดการน้ำบริเวณต้นแม่น้ำโขงทั้งหมดโดยไม่เข้าใจวิถีวัฒนธรรมของชุมชนท้ายน้ำ ทำให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนมากมาย โดยในแต่ละฤดูกาลควรมีปริมาณน้ำที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบนิเวศได้ทำหน้าที่ ดังนั้นจึงควรมีการหารือร่วมกัน โดยเครือข่ายชาวบ้านได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปเสนอให้ทางการจีนได้เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขื่อนจีนเป็นตัวอย่างของการทำลายวงจรธรรมชาติ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เกิดผลกระทบมากมาย อนาคตอันใกล้ก็กำลังมีเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนล่างอีก ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไซยะบุรี หรือโครงการที่กำลังจะเกิดคือเขื่อนหลวงพระบาง ดังนั้นทุกภาคส่วนควรหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาหารือกัน โดยเฉพาะอาเซียนควรกำหนดให้ปัญหาของแม่น้ำโขงเป็นวาระสำคัญและนำไปเจรจาต่อรองกับจีน&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบสถิติปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง จากเว็บไซด์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 -พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งของแม่น้ำโขง พบว่า ปริมาณน้ำโขงเขตเชียงแสนมีความผันผวนสูงสุดในรอบ 38 ปี และพบว่า ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน ก่อนที่ระดับน้ำจะลดลงอย่างฮวบฮาบในช่วงสงกรานต์ ซึ่งทางการจีนประกาศงดปล่อยน้ำจากเขื่อนจิงหงโดยอ้างเหตุผลทางวัฒนธรรมสงกรานต์ของไทลื้อในเมืองเชียงรุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปี 2662 ทางการจีนเริ่มปล่อยน้ำจากเขื่อนอีกครั้งหลังสงกรานต์ ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเริ่มเป็นช่วงต้นฤดูฝน เมื่อตรวจสอบระดับน้ำบริเวณสถานีวัดน้ำที่เชียงแสนบนเว็บไซด์เดียวกันก็พบว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เชียงแสนลดลงอย่างต่อเนื่องและมีระดับต่ำกว่าปี 2561 นับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2562 จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่แม่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ระหว่าง 20-23 มิถุนายน 2562&amp;nbsp;พบว่าระดับน้ำแม่น้ำโขงแห้งลงไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร และมีเนินทรายโผล่และพบชาวบ้านกำลังเก็บไก(สาหร่ายแม่น้ำโขง)บริเวณเกาะกลางแม่น้ำโขงเช่นเดียวกับหน้าแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เปรมฤดี ดาวเรือง ผู้ประสานงานกลุ่มจับตามการลงทุนเขื่อนลาว กล่าวว่าจีนต้องปรับความสัมพันธ์ใหม่ ทั้งในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และระดับรัฐบาลจีนต่อภาคประชาชนเพราะต้องยอมรับว่าการสร้างเขื่อนในจีนได้ส่งผลกระทบเกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันเราไม่เห็นว่าทางการจีนกับรัฐบาลในประเทศท้ายน้ำจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร สิ่งที่ได้เห็นเป็นเพียงการต่อรองที่ยังไม่เพียงพอและทางการจีนก็ยังไม่เคยแสดงท่าทีอะไรต่อปัญหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เปรมฤดี กล่าวว่า สถานการณ์ที่เด่นชัดมากคือผลกระทบที่เกิดขึ้นในแหล่งที่เป็นหัวใจสำคัญของแม่น้ำโขง ทั้งบริเวณปากแม่น้ำในประเทศเวียดนามซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวที่ดีที่สุดและแหล่งปลาในประเทศกัมพูชา ซึ่งต้องยอมรับว่าสถานการณ์การพัฒนาและปัญหาที่เกิดขึ้นยังมีช่องว่างใหญ่โตมากซึ่งประชาชนได้รับผลกระทบ เพราะตรงนี้เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตของชาวบ้านที่เขาเลือกแล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาคิดออกแบบร่วมไปกับการพัฒนา ทำให้ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นผลของความย้อนแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากใช้กรอบอาเซียนในการต่อรองกับจีนจะมีน้ำหนักมากกว่าการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐหรือไม่ น.ส.เปรมฤดีกล่าวว่า อาเซียนมีแนวทางการพัฒนาร่วมกันซึ่งได้รับอิทธิพลจากการบูรณาการทางเศรษฐกิจซึ่งไม่ได้ซับซ้อนและเปิดให้มีการลงทุนข้ามพรมแดนซึ่งเป็นนักลงทุนกลุ่มเดียวกัน และเขาเห็นว่า ต้องทำให้การเจริญเติบโตไปพร้อม ๆ กันในระดับภูมิภาค แต่ตราบใดที่อาเซียนยังไม่มีแนวทางให้ภาคประชาชนได้เข้าไปต่อรอง สถานการณ์ก็จะไม่แตกต่างจากสิ่งที่ปรากฎบนแม่น้ำโขง ดังนั้นถ้าเอาประสบการณ์ของประชาชนในแม่น้ำโขงมาพิจารณาก็จะพอมีทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆแล้วกลุ่มรักษ์เชียงของได้เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งบริษัทเอกชนจีนก็ได้เข้ามาหารือด้วย ดังนั้นหากคนของรัฐบาลจีนจะหันหน้ามาหารือและทำความเข้าใจกันก็เป็นเรื่องที่ดี ดิฉันเข้าใจว่าระยะหลังนี้ รัฐบาลจีนก็พยายามทำความเข้าใจอยู่เหมือนกัน&amp;rdquo;น.ส.เปรมฤดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39583</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, ปริมาณแม่น้ำโขง, เขื่อนจีนปล่อยน้ำ, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d143af493206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
