<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ร้องป.รับทำคดี พลทหารดับปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายรณณรงค์พาแม่พลทหารที่ผูกคอตายในค่ายทหารเข้าร้องกองปราบฯ ขอให้ไขคดีนี้ ข้องใจหลายข้อพิรุธที่อาจเป็นฆาตกรรมเพราะลูกเคยบอกถูกซ้อม เหยียบคอ โรยพริกเกลือ ตีหลัง ขณะที่ทหารนายหนึ่งโทรหาแม่คนตายให้หยุด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; ย้ำกองทัพไม่ปกป้องคนผิด เผยลงทัณฑ์ทางวินัย &amp;ldquo;ผบ.-รอง ผบ.กองรักษาการณ์&amp;rdquo; หลังบกพร่องหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานางหนูไกร บุญวิเศษ อายุ 44 ปี แม่ของพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 27 จ.ร้อยเอ็ด ผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในคุกทหาร กองรักษาการณ์ ค่ายประเสริฐสงคราม จ.ร้อยเอ็ด เข้าพบ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้ช่วยรับโอนคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังมีเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งโทรศัพท์มาข่มขู่ทางครอบครัวให้หยุดสืบหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย ที่ทางครอบครัวไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณณรงค์กล่าวว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังเกิดความสงสัยกับสาเหตุการตายของพลฯ พิชวัฒน์ เพราะผู้ตายได้ออกจากค่ายแล้วถูกตามตัวกลับไป ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะเสียชีวิตจากการแขวนคอ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายจริง หรือเป็นการอำพรางศพหรือไม่ ส่วนที่มีข่าวผู้ตายมีอาการซึมเศร้า ก็น่าจะมีสัญญาณหรืออาการผิดปกติบ้าง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มี อีกทั้งก่อนหน้าเสียชีวิตยังบอกให้แฟนสาวนำโทรศัพท์มาให้ จึงไม่น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเพราะอาการซึมเศร้าแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมามีแรงกดดันจากทหารทำให้ตำรวจท้องที่ไม่สามารถทำคดีได้ และญาติยังถูกห้ามไม่ให้เข้าไปดูที่เกิดเหตุ จึงร้องขอให้โอนคดีมายังกองปราบฯ พร้อมกันนี้ หากคุกทหารมีกล้องวงจรปิดก็ขอให้ใช้กฎหมายไปนำหลักฐานมา และอยากให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้ามาชันสูตรพลิกศพ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยต่างๆ บนเชือกที่ใช้ผูกคอด้วยตามขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์ใหม่ เนื่องจากผลการตรวจเบื้องต้นมีรอยช้ำที่หูจากการผูกรัด และศพเกิดการเน่าเนื่องจากไม่แช่โลงเย็นทำให้เสื่อมสภาพ แต่ยังต้องตรวจสอบชิ้นเนื้อตามซอกเล็บและอื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังถูกเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งโทรศัพท์เข้ามากดดันว่าให้หยุด ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ เลย&amp;quot; นายรณณรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางหนูไกรกล่าวว่า อยากรู้ความจริงว่าใครทำอะไรลูก ให้พูดมาจะได้จบๆ ไป เพราะตนมีที่พึ่งคือลูกเท่านั้น เมื่อสัปดาห์ก่อนมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาบอกให้ลูกชายกลับมารายงานตัวที่ค่าย ซึ่งก่อนจะกลับลูกชายบอกกับตนว่าไม่อยากกลับไปอีก ไม่อย่างนั้นคงตายแน่ๆ เพราะที่ผ่านมาถูกเหยียบคอ โรยพริกเกลือ ตัดผมและตีหลังจนช้ำ กระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว นอกจากนี้หลังเสียชีวิต พบว่ามีตำรวจและพยาบาลเซ็นส่งศพไป รพ.ร้อยเอ็ด ทั้งที่ยังไม่แกะเชือกออกจากศพ และครอบครัวก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปดูศพ ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางหนูไกรกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าลูกชายป่วยเป็นวัณโรคที่ปอดจึงเหนื่อยง่าย ทำให้ต้องเข้าออกค่ายเพื่อรักษาอาการป่วยอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ทำเรื่องขอออกมาอย่างถูกต้องทุกครั้ง และล่าสุดก่อนเสียชีวิตก็มีใบแพทย์สั่งให้ออกมาพักฟื้น 6 เดือน แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมักถูกลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรณณรงค์ยังได้นำพริกป่นมาโรยใส่รูปถ่ายของผู้ตาย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ ก่อนรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและตามข้อกฎหมาย กองทัพบกไม่มีการปกป้องคนกระทำความผิด หากใครทำผิดก็ต้องรับผิดผลของการกระทำความผิด ทั้งนี้ ทหารปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะพลฯ พิชวัฒน์เสียชีวิตในพื้นที่ควบคุมความรับผิดชอบของกองทัพ ดังนั้นใครที่รับผิดชอบพื้นที่ตรงนั้นต้องรับผิดชอบ ถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงนั้นคือ ผบ.กองรักษาการณ์ และรอง ผบ.กองรักษาการณ์ ที่ต้องถูกลงทัณฑ์ทางวินัย แต่เรื่องสาเหตุทางส่วนที่เกี่ยวข้องต้องไปสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ของกองทัพมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายและทางวินัย อย่างไรก็ตาม กองทัพบกขอแสดงความเสียใจ เพราะไม่มีใครอยากให้ทหารเสียชีวิต กองทัพพร้อมให้การดูแลช่วยเหลือครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวมีการทำร้ายร่างกายกันในเรือนจำทหารจนเสียชีวิตนั้น แม้จะเป็นนโยบายกองทัพบกห้ามทำร้ายร่างกาย แต่ก็ยังเกิดเหตุอีก ดังนั้นคนเหล่านี้ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายทหาร คือขึ้นศาลทหาร ขณะเดียวกันตนได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยว่าต้องพาญาติพี่น้องไปแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะคนพวกนี้จะต้องรับโทษทัณฑ์ในฐานะที่ทำร้ายร่างกายผู้อื่น กองทัพบกจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเหตุเกิดในพื้นที่ของเรา และกองทัพบกจะดำเนินการช่วยเหลือทางครอบครัวต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83308</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายทหาร, พลทหารผูกคอตายในค่าย, รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่พลทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa9390901e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
