<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กะเหรี่ยง KNUจับมือกองกำลัง KNLA โจมตีทหารพม่าริมฝั่งสาละวินไฟท่วมค่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - &amp;nbsp;เช้ามืด ประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีรายงานข่าวแจ้งว่า กองกำลังทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ Karen National Union: KNU และ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง &amp;nbsp;Karen National Liberation Army &amp;nbsp; (KNLA) กองพลที่ 5 &amp;nbsp;เขตมือตรอ &amp;nbsp;รัฐกะเหรี่ยง บูรณาการกำลังร่วม พร้อมอาวุธสงครามครบมือทั้งอาวุธหนักและอาวุธปืนประจำกาย &amp;nbsp; บุกเข้าจู่โจมเข้าตี ฐานซอแลท่า ซึ่งเป็นที่มั่นแห่งหนึ่งของทหารเมียนม่า กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 ( พัน.คร.340 ) &amp;nbsp; ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ปะทะอย่างรุนแรง มีไฟลุกไหม้ในฐานที่มั่นของฝ่ายทหารเมียนมา แสงไฟสว่างเห็นได้ชัดเจนถึงฝั่งไทย &amp;nbsp;ซึ่งจุดปะทะระหว่างกองกำลังทหารชนกลุ่มน้อย กะเหรี่ยง KNU ร่วมกับ KNLA ที่โจมตีทหารเมียนม่า &amp;nbsp;เกิดขึ้นบริเวณฐานที่มั่นของทหารเมียนม่า ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ริมแม่น้ำสาละวิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปะทะกันครั้งนี้ส่งผลให้ราษฎรในหมู่บ้านแม่สามแลบ จำนวน 100 กว่าคน ที่เปิดร้านขายสินค้า ตรงข้ามฐานทหารพม่า ได้พากันตื่นตระหนกและพากันหลบหนีไปหลบภัยการสู้รบบริเวณ สนามฟุตบอล ทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.5 กม. โดยฐานซอแลท่า ของทหารพม่า สังกัดพัน.คร.340 มี พ.ท.กองตานจ่อ เป็นผบ.พัน มีกำลังประจำฐานประมาณ 45 นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทหารกะเหรี่ยงสามารถเข้ายึดฐานที่มั่นของฝ่ายเมียนมาได้สำเร็จ &amp;nbsp;ซึ่งฐานที่มั่นแห่งนี้คาดว่ามีทหารเมียนมา ประจำฐานประมาณ 40-50 นาย ต้องหนีกระเจิงออกจากฐาน โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ฝ่ายปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่บ้านแม่สามแลบ เพื่อวางแผนอพยพ ราษฏรไทย บ้านแม่สามแลบ มายังพื้นที่ปลอดภัย. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100867</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงเคเอ็นญู, ทหารพม่า, แม่สามแลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087709b655c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวกะเหรี่ยงหนีตายทหารพม่าบุกโจมตีฐานที่มั่นเคเอ็นยู ปักหลักริมแม่น้ำสาละวินรอข้ามฝั่งไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 -&amp;nbsp; ชาวกะเหรี่ยงที่หนีภัยจากการโจมตีของทหารพม่าที่ใช้เครื่องบินรบบุกทำลายฐานที่มั่นทางทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ยังคงทยอยเดินทางมายังริมแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นเส้นพรมแดนระหว่างไทย-พม่า เพื่อขอเข้ามาหลบพักพิงในฝั่งไทย โดยล่าสุดในช่วงบ่ายชาวกะเหรี่ยง 46 คนซึ่งมีทั้งเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ได้เดินทางจากบ้านชอโบยเดอ บ้านโตโย และบ้านโนปุ ที่อยู่ลึกเข้าไปในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้ากว่า 5 ชั่วโมงมาถึงริมแม่น้ำสาละวินบริเวณแก่งแม่ขอเก ที่ตรงกันข้ามกับตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยทั้งหมดเตรียมตัวข้ามมาฝั่งไทยแต่ไม่ได้รับอนุญาตจากทหารไทย ทำให้ต้องปักหลักหลบซ่อนอยู่ในป่าริมแม่น้ำสาละวิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าว่า หนีมาพร้อมลูกหลาน เพราะอยู่บ้านไม่ได้ จะขอข้ามไปไทยเพื่อหลบภัย เนื่องจากมีเสียงปืนใหญ่และ เครื่องบิน มายิงใกล้หมู่บ้านทำให้ไม่กล้าอยู่ และรู้สึกกลัวจึงขอมาอยู่ฝั่งไทยโดยต้องการอยู่แค่ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้ฝั่งไทยช่วยจัดที่อยู่ให้ที่ปลอดภัย &amp;nbsp;หลบจากการถูกโจมตี ไม่อยากให้เกิดสถานการณ์แบบนี้เลย เราไม่ได้เอาอะไรติดตัวมา กับข้าวกับปลาก็ไม่มี ถ้าจะมีคนสงสารให้ช่วยหาทาง ถ้าไม่สงสารขอให้บอกตรงๆ แต่อยากมาพักพิงเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว&amp;quot;&amp;nbsp;หญิงชาวกะเหรี่ยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้หญิงอีกคนกล่าวว่า จากหมู่บ้านกว่าจะเดินมาถึงแม่น้ำสาละวินใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางได้ยินเสียงปืนใหญ่ตลอด ไม่รู้ว่าเป็นระเบิดด้วยหรือไม่ ทำให้กังวลในเรื่องความปลอดภัย จึงต้องหนีออกมาจากพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เขายิงปืนใหญ่ และมีเสียงเครื่องบินทิ้งระเบิดใกล้หมู่บ้าน ทำให้พวกเรากังวลมาก ไม่กล้านอนอยู่ในบ้าน นอนไม่หลับ ต้องหนี เครียดจนจะบ้าอยู่แล้ว คิดมาก ยังไงก็ต้องหนีออกจากพื้นที่มาเพื่อความปลอดภัย&amp;quot;&amp;nbsp;หญิงชาวกะเหรี่ยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพจ Friends Without Borders Foundation ของมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดนระบุว่า คำประกาศของคณะรัฐประหารเมียนมาว่าจะ &amp;quot;หยุดยิงฝ่ายเดียว&amp;quot; 1 เดือน ยกเว้นการตอบโต้กับ &amp;quot;การกระทำใด ๆที่ขัดขวางรัฐบาล และการปกครองของรัฐบาล&amp;quot; นั้นไม่มีความหมายใด ๆ ในทางปฏิบัติ เนื่องจากทุกการโจมตีของกองทัพพม่าก็จะถือว่าเป็นการตอบโต้ผู้ต่อต้านอำนาจของตนทั้งสิ้น โดยในตอนสายวันที่ 31 มีนาคม ขณะที่กองทัพไทยส่งกลับผู้ลี้ภัยจากทั้ง อ.แม่สะเรียง และอ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอนกว่า 600 คน ซึ่งจำนวนมากเป็นผู้หญิงและเด็กนักเรียน แต่ยังมีการโจมตีทางอากาศที่บ้านเดปูโหน่ ใกล้กับสถานพยาบาลอยู่ในขณะนั้น หากชุมชนเหลือแต่เพียงเป็นบ้านร้าง ชาวบ้านได้ละทิ้งบ้านเรือนและทรัพย์สินของตนเองหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจดังกล่าวรายงานด้วยว่า แม้บ้านเดปูโหน่ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ ศูนย์กลางของจังหวัดมือตรอ จะไม่ได้ตั้งอยู่ติดชุมชนต้นทางของผู้ลี้ภัยที่ถูกผลักดันกลับ และไม่ได้ติดกับพรมแดนซึ่งผู้ลี้ภัยที่ถูกผลักดันกลับไปจะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า โขดหิน และริมห้วย มือตรอก็ไม่ใช่จังหวัดใหญ่โตเลย เครื่องบินรบลำหนึ่งก็สามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีที่จะพุ่งโจมตีจุดใดก็ได้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ หมู่บ้านเกือบทั้งหมดยังอยู่ในระยะของกระสุนปืนใหญ่ที่สามารถยิงมาจากฐานทัพพม่าที่กระจัดกระจายทั่วจังหวัดกว่า 70 ฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช้าวันนี้ เวลาราวตีสองและตีสี่ การโจมตีทางอากาศก็ยังคงดำเนินต่อเนื่องที่เขตดเว่โล ด้านใต้ของบ้านเดปู่โน่ และบ่ายวันนี้ ยังมีการส่งเครื่องบินและโดรนสำรวจเหนือบ้านเดปู่โน่และตำบลเดว่โลอยู่ตลอดเวลาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา โดรนของกองทัพพม่าได้บินสำรวจอยู่เหนือชุมชนอีดูท่า ที่ซึ่งผู้ลี้ภัยถูกผลักกลับไปเมื่อวันที่ 29-30 มีนาคมที่ผ่านมา หากไม่มีใครกล้าอยู่ในชุมชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจดังกล่าวรายงานด้วยว่า ไม่มีภาพประกอบการผลักดันกลับผู้ลี้ภัยของวันที่ 31 มีนาคม โดยชาวบ้านกล่าวว่า พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และหากมีภาพหรือวิดีโอปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ก็จะถูกผลักกลับทันที &amp;nbsp;ซึ่งในที่สุดแม้จะไม่มีภาพใด ๆ ออกไป ชาวบ้านก็ถูกผลักดันกลับอยู่เช่นเดิม หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า &amp;quot;เรากลัวเกินกว่าจะกล้าถ่ายภาพอะไรแล้ว&amp;quot; หากรัฐยืนยันทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตามหลักมนุษยธรรม ภาพถ่ายก็คือการยืนยันดังภาพคนไข้จากรัฐกะเหรี่ยงที่มีรถพยาบาลไทยมารับ ดังนั้นการปราศจากภาพใด ๆ ให้คนไทยหรือทั่วโลกได้เห็น จะถือเป็นการยืนยันว่าอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.นฤมล ทับจุมพล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ ว่าในทางนโยบายรัฐบาลประกาศไม่ผลักดันชาวบ้านกลับและยินดีให้มาพึ่งพิง แต่ประเด็นที่มีอยู่เพราะความสัมพันธ์ทางทหารของไทยและพม่าในพื้นที่ ถ้าให้เราไปถาม รัฐบาลไทยก็จะยืนยันว่าดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม จริงๆแล้วเมื่อยืนยันเช่นนั้นก็ต้องให้ชาวบ้านที่หนีภัยเข้ามาได้ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กองทัพพม่าเพิ่งประกาศว่าจะหยุดยิง 1 เดือน แต่ในวันนี้กลับทำตรงข้ามกับการประกาศดังนั้น ข้ออ้างทหารไทยก็พูดถึงประเด็นมนุษยธรรมสำคัญ จริงๆ เรื่องการตั้งศูนย์นั้น มีอยู่แล้ว แต่รัฐบาลไม่ต้องการเพราะรู้สึกว่ากว่าจะใช้เวลาหลายปีกว่าผู้หนีภัยจะกลับไปที่เดิม หรือไม่รัฐบาลก็อาจเลือกไพ่กองทัพพม่า เพราะคิดว่ากลุ่มชาติพันธุ์ถึงรบอย่างไรก็ไม่อาจชนะ แต่เราน่าพูดกับรัฐบาลตรงๆ ในเมื่อรัฐบาลต้องยินดีช่วยเหลือเรื่องมนุษยธรรม ถ้าไม่ทำเองก็ควรให้องค์กรสาธารณกุศลหรือองค์กรระหว่างประเทศที่เขาทำเรื่องนี้เข้าไปดำเนินการ&amp;quot;ผศ.ดร.นฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชการผู้นี้กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ในพื้นที่รัฐบาลได้ให้อำนาจทหารเต็มที่ ดังนั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบายหรือไม่ ในเมื่อประกาศว่าเป็นรัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลพลเรือน ดังนั้นต้องเคารพกติการะหว่างประเทศ ถ้าไม่อยากให้องค์กรระหว่างประเทศของตะวันตกทำก็ใช้กรอบของอาเซียนดำเนินการก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98037</URL_LINK>
                <HASHTAG>เมียนมา, แม่สามแลบ, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065c457bd66f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านวอนรัฐเปิดด่านชายแดน &#039;แม่สามแลบ&#039; คนขับเรือโอด 2 เดือนกว่าไม่มีรายได้แม้แต่บาทเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.-อบต.-ชาวบ้านวอนรัฐเร่งคลายเข้มจุดผ่อนปรนค้าชายแดนแม่สามแลบ เผยชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวินนับพันเดือดร้อนหนัก มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเข้าไม่ถึง หวั่นเด็กๆขาดโภชนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน ชายแดนไทย-พม่า ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ากำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ภายหลังรัฐบาลประกาศ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พรก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และปิดด่านชายแดน รวมทั้งห้ามเรือวิ่งในแม่น้ำสาละวิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชาวบ้าน 4-5 คน ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยนามเนื่องจากกลัวการถูกเพ่งเล็งจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ร่วมกันให้ข้อมูลว่า กว่า 2 เดือนที่รัฐบาลสั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางบ้านแม่สามแลบและห้ามแล่นเรือในแม่น้ำสาละวิน ได้ส่งผลกระทบต่อชาวแม่สามแลบกว่า 2,000 คนอย่างหนัก รวมทั้งชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ หลายสิบแห่งตามลุ่มน้ำสาละวิน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างพึ่งพาการเดินเรือเป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้า เมื่อไม่สามารถทำได้ส่งผลให้ร้านค้าต่างๆในบ้านแม่สามแลบพลอยซบเซาไปด้วย ขณะที่ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่รับจ้างแบกข้าวของขึ้นเรือต้องตกงานในทันทีโดยไม่มีอาชีพอื่นๆ รองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กว่า 2 เดือนที่ผ่านมา พวกเราไม่มีเงินเข้ากระเป๋าสักบาทเดียว ทุกๆวันเราต้องหาเช้ากินค่ำ พอไม่มีงานทำ เราก็ไม่รู้จะไปหารายได้มาจากไหน เงินเก็บก็ไม่มี เงินซื้อข้าวก็ไม่มี เราต้องไปแปะไว้กับร้านค้า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้หนี้เขาได้&amp;rdquo; ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเรือ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกกลุ่มเรือกล่าวว่า หมู่บ้านแม่สามแลบมีเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าอยู่ประมาณ 40 ลำ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการรับส่งผู้โดยสาร รวมทั้งนักท่องเที่ยว ขณะที่บางส่วนส่งสินค้าประเภทข้าวสารอาหารแห้งไปขายที่ท่าเรือผาซอง ในรัฐคะเรนนี เขตพม่า แล้วรับสินค้าประเภทของป่า หรือสินค้าเกษตร กลับมาขายฝั่งไทย มีรายได้เดือนละ 7-8 พันบาท แต่เมื่อถูกสั่งให้หยุดการเดินเรือทำให้ไม่มีรายได้เลยแม้แต่บาทเดียว เงินเข้าไม่มีแม้แต่บาทเดียว หลายคนพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดโดยการเก็บเห็ด-ขุดหัวบุกขาย แต่ก็ได้ไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านแถวนี้ราวครึ่งหนึ่งยังไม่มีบัตรประชาชนไทย มีแต่บัตรเลขศูนย์ หรือบัตรชุมชนบนพื้นที่สูง อยู่ในขั้นตอนการทำเรื่องขอมีบัตร พวกเราจึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาใดๆ &amp;nbsp;พวกเราต้องหยุดเรือกันหมด เราไม่มีอาชีพเสริมเพราะไม่มีไร่นา ไม่มีที่ดิน ทำให้เป็นปัญหาใหญ่ ตอนแรกเราคิดว่าแค่รัฐบาลจะปิดด่านแค่ 1 เดือน แต่นี่ปาเข้าไปกว่า 2 เดือน เราแทบไม่มีกินแล้ว เราไม่ได้เงินเยียวยาเพราะไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็น จึงต้องด้วยตัวเอง บางคนมีบัตรประชาชนแม้ไปลงทะเบียนแล้วก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้ไปเปิดบัญชีธนาคารไว้ ถ้าจะไปเปิดบัญชีต้องไปไกลถึงตัวอำเภอแม่สะเรียง ถุงยังชีพหรือข้าวสารรัฐบาลก็ไม่เคยเอามาแจก&amp;rdquo; นายเอ ชาวบ้านแม่สามแลบกล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน กล่าวว่า เคยร้องเรียนความเดือดร้อนไปที่จังหวัดและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ดูแลพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ เพียงแต่มีการอนุญาตให้ชาวบ้านได้เดินเรือสัปดาห์ละ 4-5 ลำในวันพฤหัสฯ ซึ่งแทบไม่มีผลใดๆ เพราะต้องไปเช้า-เย็นกลับจึงไม่สามารถขนส่งสินค้าในที่ไกลๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่พวกเราต้องการคือ อยากให้ทางการอนุโลมโดยการเปิดด่านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันก็ยังดี ยังไม่ต้องรับนักท่องเที่ยวก็ได้ ขอแค่ได้ค้าขายบ้าง และรับส่งผู้โดยสาร เพื่อให้ได้ทำมาหากินได้ ส่วนเรื่องโควิด ตลอด 2 เดือนเราได้เรียนรู้และมีรู้วิธีป้องกันแล้ว ทั้งเรื่องการสวมกากอนามัย เรื่องการล้างมือ&amp;rdquo; ชาวบ้านแม่สามแลบ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.บี (นามสมมุติ) วัย 31 ปี ชาวแม่สามแลบ กล่าวว่า ในลุ่มน้ำสาละวินมีเด็กจำนวนมากที่ไม่มีสัญชาติไทย และเป็นเด็กนักเรียนประเภทตัวจี ซึ่งโดยปกติเวลานี้เด็กๆ จะได้ไปโรงเรียนและได้กินอาหารกลางวันตามหลักโภชนาการที่โรงเรียนจัดให้แล้ว แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิดและต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไป ทำให้เด็กๆ จำนวนไม่น้อยมีปัญหา ขณะที่ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครอบต่างก็เครียดเพราะไม่มีรายได้ บางคนกินเหล้า พบว่าหลายครอบครัวเกิดความรุนแรงคือทำร้ายลูกเมีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ อบต.แม่สามแลบได้ทำหนังสือแจ้งความเดือดร้อนของชาวบ้านไปยังจังหวัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ส่งหนังสือถึงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ เพื่อขอให้รายงานข้อเสนอหรือแนวทางในการเตรียมความพร้อมการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าแม่สามแลบ และทางอบต.ได้รายงานกลับ ดังนี้ 1.ให้มีการเดินเรือในการสัญจรและขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคได้ตามปกติ ณ จุดท่าเรือแม่สามแลบ โดยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ตั้งจุดคัดกรอง โดยมีการบูรณาการสนับสนุนการบริการในการคัดกรอง ของทุกหน่วยงานในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ณ ท่าเรือ คือ รพ.สต./อบต./ทหาร/ตำรวจ/ อสม./ป่าไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้ลงทะเบียนทั้งคนขับเรือ และผู้โดยสารทุกคน ทุกครั้งทั้งเรือเข้า-ออก ให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง และรักษาระยะห่างในการนั่งเรือ ให้ล้างมือด้วแอลกอฮอล์ หรือเจล สบู่ ณ จุดขึ้นลงเรือทุกครั้ง และ&amp;nbsp;4.การขนส่งสินค้าและเครื่องอุปโภคบริโภคทางเรือ ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการคัดกรอง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือมาตรการจากราชการหรือรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ได้รับทราบความเดือดร้อนของชาวบ้านแม่สามแลบและชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวินแล้ว อบต.แม่สามแลบ ได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีคำตอบ ทั้งนี้การที่รัฐบาลออกมาตรการแบบรวมโดยไม่ให้มีการแล่นเรือในแม่น้ำสาละวิน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมากโดยเฉพาะบางหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลและต้องเส้นทางเดินเรือเป็นหลักในการสัญจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าหากหน่วยงานราชการเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน และยอมอนุโลมให้มีการเดินเรือสินค้าก็จะช่วยให้ชาวบ้านได้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามวิถีปกติ ส่วนเรื่องการแพร่ระบาดของโควิดตอนนี้ชาวบ้านก็เข้าใจและรับรู้ว่าควรรับมืออย่างไร&amp;quot;นายมานพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.แม่ฮ่องสอน, จุดผ่อนปรนชายแดน, แม่น้ำสาละวิน, แม่สามแลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef353799d12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านริมน้ำ &#039;สาละวิน&#039; เดือดร้อนหนักถูกปิดการเดินเรือ 3 เดือน วอนเปิดจุดผ่อนปรน &#039;แม่สามแลบ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านริมแม่น้ำสาละวินเดือดร้อนหนักหลังถูกปิดการทางเดินเรือร่วม 3 เดือน วอนนายกฯเปิดจุดผ่อนปรนแม่สามแลบ เผยบางหมู่บ้านต้องใช้เส้นทางแม่น้ำสัญจรอย่างเดียวจึงเข้าถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63 - ประชาชนหลายหมู่บ้านริมแม่น้ำสาละวิน ในอำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อ ขอให้ผ่อนปรนเปิดการเดินเรือในลำน้ำสาละวินและเปิดจุดผ่อนปรนชายแดนแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีการสั่งปิดการเดินเรือสัญจรในแม่น้ำสาละวิน บริเวณพรมแดนไทย-พม่า และมี พรก.ฉุกเฉิน ตามมา โดยเป็นการปิดการเข้า-ออกจุดผ่อนปรน ตลอดแนวชายแดน ระหว่าง จ.แม่ฮ่องสอน และรัฐกะเหรี่ยง มาเป็นเวลาราว 3 เดือนจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ประชาชนสัญจร แม้จะเป็นการสัญจรในเขตแดนประเทศไทยเองก็ตาม คำสั่งดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนในลุ่มน้ำสาละวินเป็นอย่างมาก กระทบต่อการประกอบอาชีพ ขาดรายได้ ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างหนัก ตลอดจนปัญหาต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน การเดินทางเพื่อติดต่อราชการ และการส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาชาวบ้านได้จัดประชุมหารือกันหลายครั้งร่วมกับกับหลายฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปิดการเดินเรือ ทั้งในเรื่องมาตรการในการป้องกันโควิด-19 และปัญหาผลกระทบเรื่องคำสั่งตาม พรก.ฉุกเฉิน และได้นำเรียนความเดือดร้อนต่อหน่วยงานในพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแก้ปัญหาหรือมีความคืบหน้าอย่างใด ในหลายหมู่บ้านไม่มีทางรถ ไม่มีถนนลาดยางถาวรในการสัญจร และพื้นที่ป่าเขา เข้าถึงได้ลำบากต้องใช้เรือเป็นหลัก&amp;rdquo;ในหนังสือระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือระบุว่า ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูฝน ถนนลูกรังไม่สามารถสัญจรได้ การปิดการเดินเรือในแม่น้ำสาละวิน ล่วงเลยเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว สร้างความลำบากให้ประชาชนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่งให้มีการผ่อนผันให้สามารถเดินเรือได้ ในช่องทางจุดผ่อนปรนแม่สามสามแลบโดยมีมาตรการร่วมกันในการคัดกรอง ปัองกัน ตามนโยบายและแนวทางที่รัฐดำเนินการ โดยมีการบูรณาการหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ชายแดนไทยพม่า บริเวณลุ่มน้ำสาละวิน ไม่ปรากฎหรือพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า แต่อย่างใด ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านก็มีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการเข้าออกชายแดน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในที่ประชุมชาวบ้านได้ร่วมกันเสนอมาตรการผ่อนปรนให้มีการเดินเรือได้ มีมาตรการ ป้องกันและคัดกรอง ณ ท่าเรือบ้านแม่สามแลบ เช่น 1.ตรวจและลงทะเบียนรายชื่อ ทั้งคนขับเรือ และผู้โดยสารทุกคน 2.ให้ใส่หน้ากากอนามัย ในการสัญจรทางเรือ และรักษาระยะห่างในการนั่งเรือ (หรือกำหนดจำนวนคนนั่งเรือแต่ละลำ ตามขนาดเรือ) 3. ในระหว่างการผ่อนปรน อาจกำหนดระยะเวลา เช่น ให้เดินเรือได้สัปดาห์ละ3-4 วัน แต่ไม่จำเป็นต้องจำกัดจำนวนเรือ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68050</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดผ่อนปรนชายแดน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เดินเรือแม่น้ำสาละวิน, แม่น้ำสาละวิน, แม่สามแลบ, แม่ฮ่องสอน, โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edc9fc3508cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
