<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากเลือกตั้งเรียกร้อง 5 ข้อลั่น&#039;เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 61 - เวลา 15.30 น. นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้อ่านแถลงการณ์ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง &amp;nbsp;บริเวณแยกมัฆวานว่า &amp;quot;ประชาชนชาวไทยทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรา ในนาม &amp;ldquo;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่เป็นเสียงป่าวประกาศแทนประชาชนทั่วประเทศว่าไม่ต้องการเห็นเผด็จการ คสช. มีอำนาจครอบงำสังคมไทยอีกต่อไป ลุกขึ้นมาแสดงพลังต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้งและความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. มาตั้งแต่เมื่อปลายเดือนมกราคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 4 เดือน ที่พวกเราได้จัดกิจกรรมแสดงพลังมาแล้วถึง 6 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทุกครั้งที่พวกเราได้ส่งเสียงนำเสนอข้อเรียกร้องต่างๆ ที่จะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งและคืนอำนาจกลับสู่ประชาชนอย่างแท้จริง แต่ทว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่ คสช. และบรรดาบริวารทั้งหลายจะรับฟังและนำไปปฏิบัติ มิใช่เพราะข้อเสนอของพวกเราเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้ แต่เป็นเพราะหูของพวกเขาได้ยิน แต่คำเย้ายวนจากปีศาจแห่งความกระหายอำนาจที่อยู่ภายในจิตใจของตนเองอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เราสามารถสรุปได้อย่างหนึ่งว่าตลอดสี่ปีที่ผ่านมาคือสี่ปีแห่งการบ่อนทำลายชาติโดยรัฐบาลคสช. อันประกอบไปด้วยการบ่อนทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน บ่อนทำลายเศรษฐกิจ และบ่อนทำลายอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในด้านหลักนิติรัฐนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนนั้น รัฐบาลคสช.ได้สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดโอกาสให้ตนใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ โดยมีมาตรา 44 ที่สถาปนาอำนาจเบ็ดเสร็จให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการออกคำสั่งใดๆก็ได้ เพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตาม ซึ่งอำนาจเหล่านี้ รัฐธรรมนูญที่พวกพ้องของ คสช. ร่างขึ้น ได้รับรองเอาไว้ในมาตรา 279 มากไปกว่านั้น มาตราดังกล่าว ยังได้รับรองการกระทำใดๆที่เกิดขึ้นก่อนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้ ซึ่งหมายความว่า ความเลวร้ายใดๆที่ควรถูกถือกันว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปรกติ ได้ถูกแปรสภาพให้เป็นเสมือนเป็นสิ่งปรกติ อันรวมถึงการนิรโทษกรรมตัวเอง โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆต่อผลกรรมที่เคยก่อขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บทบัญญัติดังกล่าวยังได้ส่งผลกระทบที่ทำให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบมีอำนาจในการออกคำสั่งใดๆเพื่อเป็นการละเมิดสิทธิประชาชน เพื่อให้พรรคการเมืองอ่อนแอ โยกย้ายข้าราชการเพื่อสนับสนุนการใช้อำนาจตามอำเภอใจ และส่งเสริมกลไกในการสืบทอดอำนาจ ทั้งนี้ยังปรากฏให้เห็นต่อไปอีกว่า ได้มีการใช้องค์กรอิสระเพื่อส่งเสริมความมั่นคงของอำนาจของตัวเอง ดังตัวอย่างการอนุมัติให้กรรมการปปช.ที่ขาดคุณสมบัติยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป เพื่อทำให้การตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นของพวกพ้องในรัฐบาลคสช. ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ดังที่ปรากฎในกรณีนาฬิกา 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ ขณะเดียวกัน ประชาชนและสื่อมวลชนก็ได้สูญเสียเสรีภาพในการแสดงออก เพราะ การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ถูกตีความว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ มีการเรียกรายงานตัว ปรับทัศนคติ ข่มขู่คุกคามและติดตามกว่าพันราย ปิดกั้นและแทรกแซงการจัดกิจกรรมซึ่งรวมถึงกิจกรรมทางวิชาการร่วมสามร้อยครั้ง ประชาชนถูกดำเนินคดีข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกือบสี่ร้อยราย ถูกดำเนินคดีข้อหาตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะและข้อหายุยงปลุกปั่นรวมกว่าสามร้อยคน พลเรือนถูกดำเนินคดีในศาลทหารกว่าสองพันคน ฯลฯ ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลคณะรักษาความสงบได้ใช้วิธีการหว่านงบประมาณในลักษณะแจกจ่ายเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการโดยที่ขาดสติปัญญาดังกล่าวได้ก่อให้เกิดรายจ่ายเกินรายได้และทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสูงเป็นประวัติศาสตร์ โดยแตะหกแสนล้านบาทในที่สุด ซ้ำร้ายยังมีการจัดสรรงบประมาณโดยให้ความสำคัญกับกองทัพเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้เห็นการเพิ่มงบประมาณให้กับกองทัพ การใช้งบมหาศาลในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือแม้แต่การเกณฑ์ทหารซึ่งควรถูกยกเลิกไปตามบริบทที่เปลี่ยนไปของสงครามทั่วโลกแล้ว ยังไม่นับรวมถึงการทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านลงไปกับโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีได้เดินสายหาเสียง เพื่อปูทางสู่การสืบทอดอำนาจเป็นนายกนอกครรลองประชาธิปไตยผ่านงบประมาณภาษีของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการบ่อนทำลายอนาคต นี่คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบได้มอบให้ไว้ต่อประชาชน รัฐธรรมนูญอันเป็นมรดกของคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น ได้มีการวางสารพัดกับดักเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าภาคการเมืองและภาคประชาชนจะอ่อนแอ จนไม่สามารถเป็นปฏิปักษ์กับอำนาจเผด็จการได้ กล่าวคือ ได้มีวางกับดักที่เปรียบเสมือนการยึดอนาคตของประเทศชาติด้วยการร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม โดยมีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 250 คนที่เป็นสมัครพรรคพวกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีอำนาจในการกำกับดูแล หมายความว่ากลไกเหล่านี้ก็จะคอยปกป้องคุ้มครองระบอบคสช.ในดำรงอยู่ต่อไปอีกแสนนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
พวกเราจึงเดินทางมา ณ ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ ที่ซึ่ง คสช. ได้ยึดครองและใช้เป็นฐานในการวางไข่เผด็จการมากว่า 4 ปี เดินเข้ามาให้ใกล้พวกเขามากที่สุด เพื่อที่จะบอกย้ำกับพวกเขาอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่จะเปล่งออกมาได้ ถึงจุดยืนของพวกเราว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ตามที่ คสช. เคยให้คำมั่นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คสช. จะต้องยุติความพยายามใดๆ ที่จะสืบทอดอำนาจหรือเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จะต้องปลดอาวุธ คสช. โดยการยกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆ ของ คสช. ที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งรวมถึงประกาศหรือคำสั่งที่ขัดขวางการดำเนินการต่างๆ ของพรรคการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. คสช. จะต้องยุติการดำรงอยู่ของตัวเอง และเปลี่ยนสถานะของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลรักษาการโดยทันที เพื่อสร้างหลักประกันในการจัดการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการแทรกแซงจาก คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กองทัพจะต้องยุติการสนับสนุน คสช. ในทุกประการโดยทันที เพื่อไม่ให้ คสช. มีขุมกำลังในการสืบทอดอำนาจเผด็จการได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะของพวกเราแต่เป็นการต่อสู้ระหว่างคสช. กับประชาชนชาวไทยทุกคน หากคสช. ยังดันทุรังที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป เราก็ขอถือว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทยทุกคนดีจะร่วมกันแสดงพลังต่อต้านทุกวิถีทางตามบทบาทและความสามารถของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู็สื่อข่าวรายงานว่าการอ่านแถลงการณ์ดังกล่าว มีขี้นก่อนแกนนำถูกควบคุมตัวบริเวณแยกมัฆวาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9727</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ณัฏฐา มหัทธนา, ทำเนียบรัฐบาล, ม็อบอยากเลือกตั้ง, แยกมัฆวาน, โบว์ ณัฏฐา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03e2886051b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากเลือกตั้งจอดป้ายแยกมัฆวาน!ตำรวจรวบแกนนำส่งโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 61 - เวลา 13.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดยนายอานนท์ นำภา นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้พามวลชนคนเสื้อแดงที่ไม่สามารถเข้าไปร่วมชุมนุมกับ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่หน้ามหาลัยธรรมศาสตร์ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ ได้เดินทางมาตามถนนราชดำเนินนอกมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล แบบดาวกระจาย เพื่ออ่านแถลงการณ์ถึงผลการทำงาน 4 ปีของรัฐบาลคสช โดยมีผู้ร่วมขบวนมาประมาณ 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู็สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงบริเวณแยกมัฆวาน ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ ตชด.ประมาณ 2 กองร้อยได้สกัดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมผ่านไปถึงทำเนียบพร้อมกับประกาศเครื่องขยายเสียงให้สลายการชุมนุมและเดินทางกลับแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่รับฟังได้พยายามที่จะเดินให้ถึงทำเนียบให้ได้เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่นำโดย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. ได้เข้าควบคุมตัวกลุ่มแกนนำ โดยได้กันสื่อมวลชนออกจากพื้นที่ก่อนเข้าเคลียร์พื้นที่โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ร้อยแขนกั้นเป็นกำแพงมนุษย์ 3-4 ชั้นก่อนจะเข้าควบคุมตัวแกนนำได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบตร. ได้เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง แต่ก่อนที่จะควบคุมตัวไปสอบสวน กลุ่มแกนนำได้อ่านแถลงการณ์ถึงความล้มเหลวในการดำเนินงาน 4 ปีของรัฐบาล คสช.และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด พร้อมกับชูมือ 3 นิ้วแสดงถึงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร &amp;nbsp;หลังแถลงการณ์เสร็จเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบปากคำ โดยแยกกันสอบตาม สน.ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9725</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบอยากเลือกตั้ง, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, แยกมัฆวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03daf544f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
