<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บูเกนวิลล์&#039;ลงมติท่วมท้นหนุนแยกเอกราชจากปาปัวฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บูเกนวิลล์เผยผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธ ประชาชนถึง 98% สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชจากปาปัวนิวกินี เตรียมเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของโลก แม้กระบวนการนี้ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอห์น โมมิส ประธานรัฐบาลปกครองตนเองบูเกนวิลล์ (ซ้าย), เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติ (กลาง) และปูกา เตมู รัฐมนตรีกิจการบูเกนวิลล์ของปาปัวนิวกินี แสดงผลการลงประชามติเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติบูเกนวิลล์ ประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมว่า มีประชาชน 176,928 คน หรือประมาณ 98% ของผู้ลงคะแนน สนับสนุนการแยกเอกราช โดยมีเพียง 3,043 คนที่สนับสนุนการเป็นส่วนหนึ่งของปาปัวนิวกินีต่อไปโดยมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น สิ้นเสียงประกาศชาวบูเกนวิลล์พากันปรบมือไชโยโห่ร้อง บ้างก็หลั่งน้ำตา บรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงพากันร้องเพลงประจำเกาะแห่งนี้ &amp;quot;บูเกนวิลล์ของฉัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนและสิ้นสุดในวันที่ 7 ธันวาคม เป็นผลจากกระบวนการสันติภาพยาวนานหลายทศวรรษ ภายหลังฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองระหว่างกบฏบูเกนวิลล์, กองกำลังความมั่นคงปาปัวนิวกินี และทหารรับจ้างชาวต่างชาติ ที่คร่าชีวิตผู้คนถึง 20,000 คน หรือราว 10% ประชากร ก่อนที่สงครามโหดร้ายนี้จะยุติลงเมื่อปี 2541&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โมมิส อดีตบาทหลวงที่ผันตัวมาเป็นผู้นำรัฐบาลเขตปกครองตนเองแห่งนี้กล่าวว่า อย่างน้อยในทางจิตใจตอนนี้ พวกเรารู้สึกเป็นอิสระแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอกราชไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่ยังต้องมีกระบวนการทางการเมืองอีกยาวไกลและพวกผู้นำยังต้องเผชิญปัญหาท้าทายทั้งด้านการเงินและการบริหารเพื่อเปลี่ยนหมู่เกาะยากจนในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ให้เป็นประเทศโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไป ผลประชามตินี้จะต้องได้รับการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรของปาปัวนิวกินี ที่ยังมีเสียงคัดค้านการแยกตัวด้วยเกรงว่าจะจุดชนวนขบวนการแยกเอกราชขึ้นในประเทศนี้ซึ่งมีหลายชนเผ่าและพูดกันต่างภาษา กระนั้นนักวิเคราะห์เชื่อว่า ด้วยผลคะแนนที่หนุนเอกราชอย่างท่วมท้นจะบีบให้ปาปัวนิวกินีต้องให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชน แม็กลาวด์ จากสถาบันโลวีในออสเตรเลีย กล่าวว่า ผลที่ออกมาไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่น ชาวบูเกนวิลล์ต้องการเอกราช คะแนนที่ท่วมท้นทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ และปาปัวนิวกินีต้องยอมรับผลประชามติโดยเร็วและพร้อมเจรจาเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการแยกประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52280</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลงประชามติ, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0f5368c2cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บูเกนวิลล์&#039; จัดลงประชามติแยกเอกราชจากปาปัวนิวกินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเกาะบูเกนวิลล์ต่างร้องเต้นอย่างร่าเริงระหว่างการออกมาใช้สิทธิลงประชามติว่าต้องการแยกเอกราชจากปาปัวนิวกินีหรือไม่เมื่อวันเสาร์ ลุ้นเป็นประเทศล่าสุดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบูเกนวิลล์มารอใช้สิทธิลงคะแนนประชามติแยกเอกราชเมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ประชาชนกว่า 1,000 คน รอหน้าหน่วยลงประชามติแห่งหนึ่งที่เมืองบูกาซึ่งเป็นเมืองหลักของเกาะบูเกนวิลล์ บางคนสวมพวงมาลัยทำจากหญ้า, ร้องเพลงเต้นรำบนท้องถนน, โบกธงเขตปกครองตนเองบูเกนวิลล์, เป่าปี่ไม้ไผ่ และมีเรือลำเล็กๆ หลายลำติดธงบูเกนวิลล์นำชาวบ้านจากเกาะเล็กๆ หลายแห่ง มาลงประชามติที่เมืองบูกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติครั้งนี้มีหน่วยลงประชามติทั้งหมด 21 หน่วย ผู้มีสิทธิ์ในการลงประชามติราว 207,000 คน เปิดให้ลงประชามติ 2 สัปดาห์ ผลการลงประชามติจะประกาศราววันที่ 15 ธันวาคม โดยคาดว่าฝ่ายสนับสนุนการแยกเอกราชจากปาปัวฯ จะชนะอย่างง่ายดาย แต่ก่อนการลงประชามติไม่มีผลโพลที่น่าเชื่อถือ ผลการลงประชามติอาจพลิกจากการคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติแยกเอกราชเกิดขึ้นตามข้อตกลงสันติภาพเมื่อปี 2544 หลังเกิดการสู้รบ 10 ปีระหว่างกองกำลังกบฏแบ่งแยกดินแดนบูเกนวิลล์กับกองกำลังความมั่นคงปาปัวฯ ที่ร่วมกับทหารรับจ้าง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผลการลงประชามติฝ่ายสนับสนุนแยกเอกราชเป็นผู้ชนะ ขั้นตอนจากนี้ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภาปาปัวฯ ท่ามกลางความกังวลว่าการแยกเอกราชของบูเกนวิลล์จะเป็นแบบอย่างและกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวแยกเอกราชในดินแดนอื่นของปาปัวฯ ด้วย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ แต่ถ้าผลการลงประชามติแยกเอกราชถูกปฏิเสธ อาจทำให้เกิดความบาดหมางขึ้นอีกและทำลายกระบวนการสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โมมิส ประธานาธิบดีภูมิภาคบูเกนวิลล์ กล่าวที่หน่วยลงประชามติแห่งหนึ่งในเมืองบูกาเมื่อวันเสาร์ว่า การเริ่มลงประชามติวันนี้เป็นเพียงก้าวแรกของกระบวนการที่ยาวนาน และขอให้ทุกคนมีความอดทน ไม่ควรรีบร้อน ต้องใช้เวลาเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยผลลัพธ์สุดท้ายอาจต้องรออีก 5 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51019</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลงประชามติ, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda936095848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิวแคลิโดเนีย&#039; ลงประชามติอยู่กับฝรั่งเศสต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวแคลิโดเนีย ดินแดนหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ สอบถามความคิดเห็นประชาชนเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราชจากฝรั่งเศส ผลคะแนนระบุชาวเกาะห่างไกลแห่งนี้ยังต้องการเป็นดินแดนในอาณัติของฝรั่งเศสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวสะบัดธงคานักและธงคอร์ซิกา ด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของสหภาพแคลิโดเนียนที่สนับสนุนเอกราช ภายหลังผลประชามติคัดค้านการแยกตัวจากฝรั่งเศส ที่กรุงนูเมอา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ที่เป็นแหล่งผลิตนิกเกิลถึง 1 ใน 4 ของโลกแห่งนี้อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ของฝรั่งเศสราว 18,000 กิโลเมตร และถือเป็นฐานที่มั่นของฝรั่งเศสในแปซิฟิกที่กำลังเผชิญการแผ่อิทธิพลเพิ่มมากขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2561 กล่าวว่า ผลการนับคะแนนประชามติครั้งนี้พบว่า ชาวนิวแคลิโดเนีย 56.4% ปฏิเสธข้อเสนอให้แยกตัวเป็นประเทศเอกราช ผลคะแนนนี้ถือเป็นชัยชนะที่ชัดเจนสำหรับฝ่ายที่ภักดีต่อฝรั่งเศสแต่ก็เป็นคะแนนที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนหน้านี้ทำนายว่าฝ่ายที่ปฏิเสธการแยกตัวเป็นเอกราชจะชนะด้วยคะแนนระหว่าง 63-75%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แถลงผ่านโทรทัศน์ว่าเขามีความภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้ร่วมการก้าวเดินแห่งประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน และถือเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นต่อสาธารณรัฐฝรั่งเศส ต่ออนาคตและต่อค่านิยมของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แถลงภายหลังรู้ผลคะแนน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำฝรั่งเศสวัย 40 ปีไม่ได้เข้าร่วมการรณรงค์หาเสียงในนิวแคลิโดเนียเท่าใดนัก แต่ระหว่างมาเยือนกรุงนูเมอาเมื่อเดือนพฤษภาคม มาครงประกาศว่า ฝรั่งเศสจะสวยงามน้อยลงหากไร้ซึ่งนิวแคลิโดเนีย เขายังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นของจีนในภูมิภาคนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินแดนหมู่เกาะซึ่งบางครั้งถูกเรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า &amp;quot;ก้อนกรวด&amp;quot; แห่งนี้ มีประชากรประมาณ 175,000 คน จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธินั้นสูงเกินกว่า 80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มีความหวั่นเกรงก่อนหน้านี้ว่าการลงประชามติครั้งนี้อาจกระพือความตึงเครียดระหว่างชนพื้นเมืองชาวคานัก ที่มีแนวโน้มต้องการแยกตัวเป็นเอกราช กับประชากรผิวขาว ที่มาตั้งรกรากที่นี่ภายหลังฝรั่งเศสผนวกหมู่เกาะนี้เป็นดินแดนของตนเมื่อปี พ.ศ. 2396&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า มีรถยนต์โดนเผาไปหลายคัน และเกิดเหตุการณ์ขว้างปาก้อนหินใส่กัน 2 เหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ แต่การลงประชามติโดยรวมถือว่าผ่านพ้นอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมู่เกาะแห่งนี้เคยเกิดความตึงเครียดจนลุกลามเป็นการต่อสู้ระหว่างเชื้อชาติในยุคทศวรรษ 1980 มีคนเสียชีวิตมากกว่า 70 คน สถานการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่ความตกลงนูเมอา ปี 2541 ที่ปูทางไปสู่การกระจายอำนาจอย่างมั่นคง ซึ่งรวมถึงการลงประชามติในครั้งนี้ และอาจจะมีการลงประชามติอีก 2 ครั้งก่อนปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวนิวแคลิโดเนียหย่อนบัตรลงประชามติในกรุงนูเมอา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาโลซีโอ ซาโก ผู้นำของขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราช FLNKS ของนิวแคลิโดเนีย กล่าวภายหลังการประกาศผลคะแนนว่า พวกคานักเริ่มตระหนักแล้วว่า พวกเขาจำเป็นต้องแสดงถึงความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะแยกตัวเป็นเอกราชให้ได้ในท้ายที่สุด &amp;quot;พวกเราอยู่ห่างจากชัยชนะไม่ไกล และยังมีการลงประชามติอีก 2 ครั้งรออยู่&amp;quot; เขากล่าวถึงการลงประชามติตามความตกลงนูเมอา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลฝรั่งเศสเผชิญกับการประท้วงและเสียงเรียกร้องเอกราชในดินแดนไกลโพ้นหลายแห่ง ที่เป็นมรดกตกทอดจากยุคล่าอาณานิยม และบางครั้งถูกตั้งฉายาว่าเป็นคอนเฟตติ (กระดาษโปรยหลากสีสัน) ของอาณาจักรฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟรนช์เกียนาซึ่งอยู่ในอเมริกาใต้ และมายอต ซึ่งเป็นดินแดนกลางมหาสมุทรอินเดีย ก็เกิดการประท้วงครั้งใหญ่หลายครั้งเกี่ยวกับมาตรการชีวิตความเป็นอยู่และความรู้สึกว่าโดนทอดทิ้ง ส่วนที่คอร์ซิกา ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ยิ่งขึ้น รัฐบาลฝรั่งเศสก็เจอกับเสียงเรียกร้องเอกราชจากฝ่ายชาตินิยม แต่มาครงคัดค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21339</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวแคลิโดเนีย, ประชามติ, ฝรั่งเศส, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181104/image_big_5bdf03f573afc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 22:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงจำคุก 6 ปี &#039;เอ็ดเวิร์ด เหลียง&#039; แกนนำจลาจลมงก๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฮ่องกงตัดสินจำคุก 6 ปี เอ็ดเวิร์ด เหลียง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชที่เป็นแกนนำการประท้วงของหาบเร่แผงลอยในเขตมงก๊กเมื่อปี 2559 ที่บานปลายจนเป็นการจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เอ็ดเวิร์ด เหลียง ผู้ประท้วงเรียกร้องให้ฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน มาขึ้นศาลเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 ด้วยข้อหามีส่วนร่วมก่อ &amp;quot;จลาจลลูกชิ้นปลา&amp;quot; ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ดเวิร์ด เหลียง แกนนำในการประท้วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ในเขตมงก๊กที่เป็นย่านการค้าของฮ่องกง ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มหาบเร่แผงลอยไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ตั้งแผงขายของในช่วงเทศกาลตรุษจีน พากันชุมนุมประท้วงและบานปลายจนกลายเป็นจลาจล โดยผู้ประท้วงขว้างก้อนอิฐจากทางเท้าเข้าใส่ตำรวจ รวมถึงจุดไฟเผาถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน ผู้พิพากษาแอนเธีย ผัง อ่านคำพิพากษาจำคุก 6 ปีเอ็ดเวิร์ด เหลียง วัย 27 ปี ระบุว่า เขาเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงกับการจลาจลที่เกิดขึ้นในเขตมงก๊กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดยการกระทำของเขาเป็นการทำลายล้างและประสงค์ร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเหลียงแล้วยังมีนักเคลื่อนไหวอีก 2 คนที่โดนตัดสินจำคุกในความผิดเดียวกัน รายหนึ่งรับโทษจำคุก 7 ปี อีกรายจำคุก 3 ปี 5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงในเขตมงก๊กปะทะกับตำรวจ มองเห็นกองไฟที่ผู้ประท้วงจุดขึ้นอยู่ด้านหลัง เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 เหตุการณ์ประท้วงในครั้งนี้ได้รับการเรียกขานในเวลาต่อมาว่า &amp;quot;ปฏิวัติลูกชิ้นปลา&amp;quot; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 เริ่มต้นด้วยการชุมนุมที่ไม่น่ามีอันตราย ซึ่งผู้ชุมนุมต้องการปกป้องพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยที่ไม่มีใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาธารณสุข จากนั้นการชุมนุมบานปลายจนนำไปสู่ความโกรธแค้นของชาวฮ่องกงต่อเจ้าหน้าที่และรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลียงในขณะนั้นเป็นนักศึกษาภาควิชาปรัชญาที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มเยาวชนท้องถิ่นที่ชื่อว่า &amp;quot;ชนพื้นเมืองฮ่องกง&amp;quot; ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวต้องการให้ฮ่องกงเป็นอิสระจากจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มนี้เกิดขึ้นหลังการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงเมื่อปี 2557 ซึ่งกลุ่มของเหลียงเข้ามาร่วมชุมนุมกับพ่อค้าหาบเร่ในเขตมงก๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มฮ่องกงวอตช์ที่มีสำนักงานในกรุงลอนดอนเผยแพร่ถ้อยแถลงของคริส แพทเทน ผู้ว่าการฮ่องกงคนสุดท้ายก่อนอังกฤษมอบคืนฮ่องกง วิจารณ์การตัดสินของศาลฮ่องกงครั้งนี้ว่าไม่ได้มาตรฐานระหว่างประเทศ และเป็นการนำกฎหมายมาใช้ในทางการเมืองเพื่อลงโทษอย่างรุนแรงต่อนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งของบนถนนระหว่างการปะทะกับตำรวจ / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11172</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจล, จำคุก, ปฏิวัติลูกชิ้นปลา, ฮ่องกง, เอ็ดเวิร์ด เหลียง, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e97801ee72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
