<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อันวาร์&#039;เปิดศึกชิงอำนาจ&#039;มหาเธร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การเมืองมาเลเซียเกิดศึกแย่งชิงอำนาจ &amp;quot;มหาเธร์ โมฮัมหมัด&amp;quot; เสนอจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติโดยตัวเขาพร้อมกลับมารับเก้าอี้นายกฯ แต่ &amp;quot;อันวาร์ อิบราฮิม&amp;quot; เปิดแถลงสวนทันควัน อ้างได้เสียงสนับสนุนจาก 3 พรรคพร้อมชิงตำแหน่งนี้เช่นกัน ขณะกษัตริย์ทรงเรียก ส.ส.ทั้งหมดเข้าเฝ้าฯ สอบถามเลือกใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันวาร์ อิบราฮิม ตั้งโต๊ะแถลงข่าวรวมกันนางวัน อาซิซาห์ (ซ้าย) ภรรยาที่เป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลชุดที่แล้ว ณ ที่ทำการพรรคความยุติธรรมของประชาชนในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์สร้างความตกตะลึงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเมื่อเขาประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากรัฐบาลผสมปากาตัน ฮาราปัน (ข้อตกลงแห่งความหวัง) ที่เป็นการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคของมหาเธร์กับพรรคฝ่ายค้านเดิมของอันวาร์จนชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 พังครืนลงเมื่อ ส.ส.บางส่วน รวมถึง ส.ส.งูเห่าของพรรคอันวาร์ พยายามจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีอันวาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งนั้น มหาเธร์ตกลงจะส่งมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแก่อันวาร์ แต่หากความพยายามจัดตั้งรัฐบาลใหม่เมื่อสุดสัปดาห์สำเร็จ อันวาร์จะถูกกีดกันจากการขึ้นเป็นผู้นำประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ ระหว่างอันวาร์และมหาเธร์มีอิทธิพลต่อการเมืองมาเลเซียมานานกว่า 20 ปี เดิมอันวาร์เคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ของมหาเธร์และถูกมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อ แต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 มหาเธร์ปลดเขาและดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชันและร่วมเพศทางทวารหนัก อันวาร์ถูกตัดสินจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังวางมือจากอำนาจ มหาเธร์ตัดสินใจกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งโดยตกลงจับมือกับอันวาร์ที่พ้นจากโทษจำคุก ต่อสู้กับรัฐบาลผสมพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ของนายกฯ นาจิบ ราซัค ที่ถูกกล่าวหาพัวพันการยักยอกเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบี หลังจากปากาตัน ฮาราปัน ชนะเลือกตั้ง หลายฝ่ายยังคลางแคลงว่ามหาเธร์จะรักษาสัจจะที่ให้ไว้ว่าจะส่งมอบอำนาจให้อันวาร์หรือไม่ วิกฤติครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อมหาเธร์ปฏิเสธจะกำหนดเวลาในการลงจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลาออกเมื่อวันจันทร์ มหาเธร์ ซึ่งเป็นผู้นำประเทศอายุมากที่สุดในโลกด้วยวัย 94 ปี ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวมีอำนาจเต็ม ระหว่างที่สมเด็จพระราชาธิบดีทรงสอบถามความคิดเห็นจาก ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้ง 222 คนในวันอังคารและพุธ โดยมีการคาดเดากันว่ามหาเธร์อาจยอมวางมือในท้ายที่สุด
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันพุธที่ผ่านมา มหาเธร์แถลงต่อประชาชน โดยประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ โดยไม่แบ่งแยกฝักฝ่ายทางการเมือง และตัวเขาพร้อมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี &amp;quot;ถ้าผมยังได้รับการสนับสนุน ผมจะกลับมาดำรงตำแหน่ง แต่ถ้าไม่ ผมจะยอมรับคนที่ได้รับเลือก&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น อันวาร์จัดแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคความยุติธรรมของประชาชน อ้างว่าตัวเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก 3 พรรคการเมืองในรัฐบาลผสมปากาตัน ฮาราปัน และตัวเขาพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรในรัฐบาลผสมเดิมเชิญมหาเธร์มาประชุมเมื่อค่ำวันอังคาร แต่ภายหลังมหาเธร์ไม่ปรากฏตัว พรรคต่างๆ จึงตัดสินใจเลือกตนเป็นผู้นำคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับแต่มีความพยายามโค่นล้มรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเรายังคงมีความแน่วแน่ในการปกป้องอาณัติที่ได้รับจากประชาชนมาเลเซีย&amp;quot; เขาอ่านแถลงการณ์ และเสริมด้วยว่า พวกตนจะปล่อยให้เป็นพระราชวินิจฉัยของกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กษัตริย์ของมาเลเซียทรงเป็นผู้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยทรงเรียก ส.ส.เข้าเฝ้าฯ เพื่อสอบถามความเห็นว่าพวกเขาให้การสนับสนุนใคร หรือต้องการให้จัดการเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่จะเป็นนายกฯ ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.อย่างน้อย 112 คน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าอันวาร์หรือมหาเธร์จะได้เสียงสนับสนุนมากกว่ากัน และมีโอกาสมากที่มาเลเซียจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58280</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, อันวาร์ อิบราฮิม, แย่งชิงอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e567bbb0ca8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ชี้ปัญหาศก.ทำทุกข์ แต่อยากเคาต์ดาวน์‘ลุงตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ซูเปอร์โพลเผยสุขสุดปี 62 ประชาชนได้เลือกตั้ง ทุกข์สุดปัญหาปากท้อง เบื่อสุดแย่งชิงอำนาจ กังวลสุดบ้านเมืองวุ่นวาย &amp;quot;สนธิรัตน์-อุตตม&amp;quot; เบียดคว้าขวัญใจรากหญ้า คนกรุงอยากเคาต์ดาวน์ปีใหม่กับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รองลงมา &amp;quot;ธนาธร-ทักษิณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ที่สุดของการเมืองปีที่ผ่านมา&amp;rdquo; กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ สำรวจทั้งในโลกโซเชียล และเสียงประชาชนในโลกดั้งเดิม จำนวนทั้งสิ้น 1,220 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 ธ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสุขที่สุดของการเมือง พบว่า ได้เลือกตั้งร้อยละ 40.9 รองลงไปคือมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 32.5 และอื่นๆ เช่น พรรคที่ชอบ ส.ส.ที่ชอบชนะ ร้อยละ 26.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงนโยบายรัฐบาลที่โดนใจ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.8 ระบุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รองลงมาคือร้อยละ 53.4 ระบุชิมช้อปใช้, ร้อยละ 49.3 ระบุโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเกษตรกร น้ำมัน B10 และลดราคาก๊าซหุงต้ม, ร้อยละ 32.4 ระบุรับยา ร้านยาใกล้บ้าน, ร้อยละ 30.3 ระบุ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย, ร้อยละ 20.2 ระบุกัญชาเพื่อการแพทย์ และแก้ปัญหาสัตว์ป่า สัตว์ทะเล, ร้อยละ 18.4 ระบุแบนสารพิษ และร้อยละ 25.6 อื่นๆ เช่น ขยายสนามบิน และเปิดเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มเติม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 5 อันดับแรก สุดยอดรัฐมนตรีแก้ปัญหารากหญ้า พบว่า สูสีกันระหว่าง อันดับ 1 และ 2 คือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ร้อยละ 21.8 และนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ร้อยละ 21.2, อันดับ 3 ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 20.1, อันดับ 4 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ร้อยละ 18.4, อันดับ 5 ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ร้อยละ 14.4
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นทุกข์ที่สุดของการเมือง พบว่า อันดับแรก ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง ราคาอาหาร สินค้าแพง การเงินขัดสน ร้อยละ 46.7, อันดับที่สอง ได้แก่ นักการเมืองไม่ดี ทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง ร้อยละ 28.9, อันดับที่สาม ได้แก่ พรรคที่ชอบแพ้เลือกตั้ง ร้อยละ 23.2 และอื่นๆ เช่น ชุมนุม รถติด นักการเมืองเอาแต่ทะเลาะกัน ไม่สนใจแก้ปัญหาเดือดร้อน มุ่งแต่ปัญหาของตัวเอง ของพรรค เป็นต้น ร้อยละ 1.2 ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่เซ็งที่สุด เบื่อที่สุดของการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.3 ระบุแย่งชิงอำนาจ มุ่งทำลายกัน แย่งตำแหน่งการเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 35.3 ระบุ แย่งชามข้าว แย่งกล้วย แย่งผลประโยชน์ และร้อยละ 1.4 ระบุก่อความวุ่นวาย ปลุกระดมปั่นป่วน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชาชนกังวลที่สุดของการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.8 ระบุบ้านเมืองวุ่นวาย ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย แตกแยกในหมู่ประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 17.4 ระบุผลกระทบของวิ่งไล่ลุง ฝ่ายหนุน ฝ่ายต้าน และร้อยละ 2.8 ระบุอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจถดถอย แย่ลงไปอีก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า จากการสำรวจที่สุดของการเมืองปีที่ผ่านมา พบการเลือกตั้งและรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำประชาชนสุขสุด แต่ปัญหาปากท้องค่าครองชีพสูง การเงินขัดสนทำประชาชนทุกข์สุด อย่างไรก็ตาม นโยบายรัฐบาลหลายตัวที่โดนใจประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชิมช้อปใช้ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจรากหญ้าและน้ำมันดีเซล B10 ทำราคาปาล์มสูงขึ้น เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นด้วยว่าข้อมูลสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุดไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากนโยบายหลายนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นประเทศและประชาชนน่าจะเดินหน้าต่อได้ จึงไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองด้วยวงจรอุบาทว์ยึดอำนาจกันอีก ถ้าฝ่ายการเมืองทุกกลุ่มมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทำงานทางการเมืองเชิงสร้างสรรค์มากกว่าจะมุ่งโค่นล้มทำลายกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง&amp;rdquo; ดร.นพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;quot;คนกรุงกับการท่องเที่ยวปีใหม่ 2020&amp;quot; โดยเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,145 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.6 มีแผนจะเดินทางในช่วงหยุดยาวปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 49.4 จะไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด, กลับบ้านเกิด เยี่ยมญาติ รองลงมาร้อยละ 41.0 จะไปเข้าวัดทำบุญ และร้อยละ 22.2 จะไปช็อปปิ้ง กินข้าวตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ขณะที่ร้อยละ 25.4 ไม่มีแผนที่จะไปไหน จะอยู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่อยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้มงวดดูแลเกี่ยวกับการเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยมากที่สุดคือ การเข้มงวดตรวจตราคนเมาแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 80.3 รองลงมาคือ การเข้มงวดผู้ขับขี่รถเร็วเกินมาตรฐานที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 57.3 และเส้นทาง ถนนหนทางที่ดี ทั้งทางหลักและทางเลี่ยงเมือง คิดเป็นร้อยละ 42.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานที่ที่อยากไปเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2020 มากที่สุดคือ วัดที่จัดให้มีสวดมนต์ข้ามปีตามวิถีพุทธ คิดเป็นร้อยละ 31.0 รองลงมาคือ ลานประตูท่าแพ เชียงใหม่ คิดเป็นร้อยละ 19.1, เซ็นทรัล เวิลด์ กทม. คิดเป็นร้อยละ 13.6, พัทยา ชลบุรี คิดเป็นร้อยละ 11.7 และภูเก็ต คิดเป็นร้อยละ 11.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายเมื่อถามคำถามปลายเปิดว่าคนดัง นักการเมือง นักร้อง นักแสดงไทย ที่อยากเคาต์ดาวน์ร่วมฉลองขึ้นปีใหม่ 2020 พบว่า นักการเมืองที่อยากเคาต์ดาวน์ร่วมฉลองขึ้นปีใหม่ด้วยมากที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดเป็นร้อยละ 15.1 รองลงมาคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คิดเป็นร้อยละ 7.6 และนายทักษิณ ชินวัตร คิดเป็นร้อยละ 1.8.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53395</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ปัญหาปากท้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แย่งชิงอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05f3512eb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วัฒนา&#039;ชี้เปรี้ยงการแก่งแย่งตำแหน่ง ใช้อำนาจเอื้อพวกพ้อง ล้วนเกิดกับนักการเมืองที่มาจากการยึดอำนาจเท่านั้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.62 - นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ watanamuangsook ระบุว่า &amp;quot;วาทกรรมที่ใส่ร้ายนักการเมืองว่าโกง หน้าหนา ทำทุกทางเพื่อให้ได้อำนาจ แก่งแย่งตำแหน่ง หรือใช้อำนาจเอื้อพวกพ้อง ล้วนเกิดกับนักการเมืองที่มาจากการยึดอำนาจและบริวารที่สนับสนุนเผด็จการเท่านั้น ส่วนนักการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยยอมสละทุกตำแหน่งเพื่อเอาเผด็จการออกไปจากการเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36302</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, ผลประโยชน์ทางการเมือง, พรรคเพือไทย, วัฒนา เมืองสุข, เกมการเมือง, แย่งชิงอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c86f588370cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
