<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ฟันธงพปชร.มาเร็วเคลมเร็ว!ถามกองเชียร์หน้ามืด เห็นตัวเลขฆ่าตัวตายยังทนอยู่กับรัฐบาลหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63-นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการ PEACE TALK ถึงความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยกประวัติศาสตร์การเมืองตั้งแต่ปี 2498-2535 มาอธิบายการต่อรอง แย่งชิงผลประโยน์ทางการเมือง แล้วต้องมาถึงจุดจบของพรรคการเมืองฝ่ายอำนาจนั้นๆ สำหรับความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐนั้น คงมีจุดจบไม่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในประวัติศาสตร์ เป็นการบอกถึงการสืบทอดอำนาจทางการเมืองที่มีจุดจบไม่แตกต่างกัน เพียงต่างกันแค่เวลาเท่านั้น ในปี 2498 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี เขาตั้งพรรคเสรีมนังคศิลาขึ้นมา เพื่อลงเลือกตั้งเมื่อ 26 ก.พ. 2500 แล้วชนะได้ ส.ส. 85 ที่นั่ง จาก 160 ที่นั่ง แต่ถูกกล่าวหาว่า เป็นการเลือกตั้งสกปรก โดยใช้อำนาจรัฐมาสนับสนุนพรรคเสรีมนังคศิลา เกิดทุจริต ใช้เครือข่ายผู้มีอิทธิพลเวียนเทียนลงคะแนนเสียง กระทั่ง 2 มี.ค. 2500 นักศึกษาประชาชนเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งสกปรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วลุกลามไปถึงการยึดอำนาจเมื่อ 16 ก.ย. 2500 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รองหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา ซึ่งเป็น ผบ.ทบ. แต่ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง และเสนอนายพจน์ สารสิน เป็นนายกฯ แล้วจัดเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อ 15 ธ.ค. 2500 เพื่อให้พรรคการเมืองชิงชัยจำนวน ส.ส. 160 คนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลเลือกตั้งปรากฎไม่มีพรรคการเมืองได้เสียงเกินครึ่งสภา พรรคเสรีมนังคศิลา ลงเลือกตั้งได้ 4 ที่นั่ง แต่ แต่พรรคสหภูมิของจอมพลสฤษดิ์ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้ 44 ที่นั่ง นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านได้ 29 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการเลือกตั้งประมาณสัปดาห์ เมื่อ 21 ธ.ค. 2500 ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ทำให้จอมพลสฤษดิ์ ยุบพรรคสหภูมิ แล้วตั้งพรรคชาติสังคม มีจอมพลสฤษดิ์ เป็นหัวหน้าพรรคด้วยตัวเอง แล้วกวาดต้อน ส.ส.อิสระเข้าพรรค จึงสามารถตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่ตั้งให้จอมพลถนอม กิตติขจร รองหัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลของจอมพลถนอม บริหารประเทศลำบากยากเย็น นักการเมืองต่อรองขอประโยชน์ จอมพลสฤษดิ์ ยึดอำนาจอีกครั้งใน 20 ต.ค. 2501 และจอมพลสฤษดิ์ ขึ้นเป็นนายกฯเอง พร้อมยกเลิกพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2511 จอมพลถนอม ตั้งพรรคสหประชาไทยเมื่อ 24 ต.ค. 2511 และเป็นหัวหน้าพรรคเอง ลงเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2512 และพรรคสหประชาไทยชนะเลือกตั้งเสียงข้างมาก 75 จาก 219 ที่นั่ง จึงรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลผสมขึ้น ซึ่งจอมพลถนอมเป็นนายกรัฐมนตรีตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อรอง แย่งชิงประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมทำให้รัฐบาลจอมพลถนอมบริหารประเทศด้วยความลำบากจึงตัดสินใจยึดอำนาจตัวเองเมื่อ 17 พ.ย. 2514 แล้วเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประวัติศาสตร์การเมืองที่กล่าวมานั้น ชี้ให้เห็นว่า การบริหารอำนาจต้องต่อรอง แลกกันด้วยผลประโยชน์ แล้วนำไปสู่การยึดอำนาจล้มพรรคการเมืองทั้งหมดรวมทั้งพรรคสหประชาไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงการก่อตั้งพรรคการเมืองตัวแทนของฝ่ายอำนาจ ซึ่งเป็นพรรคที่สาม คือ พรรคสามัคคีธรรม แม้ไม่มีทหารมาสังกัดพรรค แต่ชนะเลือกตั้งปี 2535 ได้เสียงอันดับหนึ่ง 79 เสียงจาก 360 เสียง แต่สถานการณ์เกมการเมืองนำพาให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้องหลุดปากเสียสัตย์เพื่อชาติ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วลามไปสู่เหตุการณ์ประชาชนประท้วงในเหตุการณ์พฤษทมิฬ 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐเกิดขึ้นมาในการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 แม้เป็นพรรคการเมืองของฝ่ายอำนาจจัดตั้งขึ้น ซึ่งไม่แตกต่างจากพรรคการเมืองในอดีตที่กล่าวมานั้น แต่เมื่อผนึกกำลังกับ ส.ว. 250 เสียงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วในที่สุด จึงเกิดการเคลื่อนไหวกดดันนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ให้พ้นจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งการกดดันนี้จะนำไปสู่การปรับ ครม.ในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พรรคการเมืองแบบพลังประชารัฐ จึงสะท้อนพฤติกรรมทางการเมืองแบบมาเร็วและเคลมเร็ว ด้วยการอ้างถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่เสียเอง ส่วน พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่มีความเห็นกับความขัดแย้งในพรรคครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่มีปัญหาเฉพาะพลังประชารัฐ แต่ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยไม่แตกต่างกัน ซึ่งมีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นบรรยากาศการเมืองในขณะนี้ จึงเป็นลักษณะคล้ายกับพรรคเสรีมนังคศิลา และสหประชาไทยครองอำนาจ เพราะการเมืองเป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักการเมืองโดยธรรมชาติถูกสร้างให้เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ คนไม่ได้เป็นนัการเมืองอาชีพจะไม่เข้าใจสัจธรรมของนักเลือกตั้ง ที่ไม่รู้จักพอ เพราะการต่อรองผลประโยชน์ทุกเวลาอยู่ในสายเลือดนักการเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อปี 2557 เป็นต้นมา ได้ครอบครองอำนาจเบ็ดเสร็จทุกอย่าง แต่ขณะนี้ย่อมรู้ดีว่า กำลังจะเจออะไรจากนักการเมือง โดยตามมิติประวัติศาสตร์แล้ว คงจบลงด้วยการยึดอำนาจตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สภาพปัจจัยการเมืองและสังคมในขณะนี้แตกต่างจากปี 2557 อย่างมาก อีกทั้งวันนี้ ในยามที่นักการเมืองเกิดขัดแย้งต่อรองผลประโยชน์ท่ามกลางชาติมีปัญหานั้น ประชาชนจะได้ผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเคยย้ำว่า การประกาศฉุกเฉินในสถานการณ์โควิดนั้น เป็นการกำจัดสิทธิ์ประชาชน แม้ประชาชนให้ความร่วมมือ แต่ต้องได้รับความคุ้มครอง ดูแลจากรัฐบาล เมื่อไม่ให้เขาทำงาน รัฐบาลต้องเลี้ยงดูเขา อีกทั้งเงินนำมาเลี้ยงดูเขาก็คือเงินของเขา ไม่ใช่เงินของรัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยกตัวอย่างว่า ลองคิดดูคนไปหน้ากระทรวงคลัง แล้วซดยาเบื่อหนูฆ่าตัวตาย กลไกของ กระทรวงคลังยังต้องใเวลาถึง 3 วันจึงจะได้เงินช่วยเหลือ 5 พันบาท พร้อมกับรู้ทันที่ว่า เธอมีคุณสมบัติครบ แต่ถ้ามีความเป็นมนุษย์แล้ว ต้องออกมาขอโทษประชาชน แล้วรีบดำเนินการให้เธอไม่ใช่รอถึง 3 วัน ดังนั้น การบริหารจัดการโดยไม่คำนึงความรู้สึกประชาชนกันได้อย่างไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิดนั้น ต้องปรบมือให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต่อสู้มาจนมีผู้ติดเชื้อรายใหม่แค่ 7 คนเท่านั้น แต่คนมีความยากลำบากยังไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถามกองเชียร์ที่กำลังหน้ามืดอยู่ว่า ตัวเลขการฆ่าตัวตายขณะนี้ถ้าเกิดกับรัฐบาลอื่น คุณจะทนอยู่เหมือนกับรัฐบาลนี้หรือเปล่า บ้างคนหลับหูหลับตาโฆษณาชวนเชื่อเลย ว่า คนเดือดร้อนเป็นการเดือดร้อนทางการเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญ ตนเคยเตือนแล้วว่า การแก้ไขความเดือดร้อนประชาชนต้องมองที่เบื้องหน้า อย่ามองเบื้องหลัง ถ้ามองที่เบื้องหลังคุณจะไม่คิดแก้ไขปัญหาของประชาชน แต่ถ้ามองเบื้องหน้าเห็นความเดือดร้อน แล้วแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนจบ เบื้องหลังจะมีหรือไม่มีก็จบไปโดยปริยาย แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ แล้วบอกว่าเขามีเบื้องหลังนั้น เป็นคุณจะไปซดยาฆ่าตัวตายหรือไม่ ลองคิดดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ปัญหาความเดือดร้อนต้องใจใหญ่ ทำพร้อมกันทั่วประเทศ แต่ขณะนี้เป็นเดือนยังมีเสียงบ่นซ้ำซากประชาชนไม่ได้รับเงินเยียวยา ซึ่งน่าจะได้ตั้งนานแล้วเพื่อประทังชีวิต ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากการแก้ปัญหาไม่ได้เพราะใจไม่ใหญ่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่าให้ประชาชนหิว รัฐบาลใดปล่อยให้ประชาชนอดอยาก ความล่าช้าเยียวยาคือความไม่ยุติธรรม ถ้าประชาชนฆ่าตัวตายแล้วให้เงินจะเกิดประโยชน์อะไร วันนี้ผมไม่ต้องการให้จบด้วยความสูญเสีย แต่ต้องการให้จบลงด้วยความประชาชนได้รับการแก้ไขความอดอยากความหิวโหย ความทุกข์ยาก ซึ่งไม่ใช่การจบลงแบบประวัติศาสตร์การเมืองเชิงอำนาจเหมือนในอดีต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64530</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7f18ee40e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
